DestinationLifestyle

DESTINATION
เที่ยวปีใหม่ ลุยหิมะกันให้เย็นฉ่ำ

สำหรับชาวเมืองร้อนอย่างเราๆ ลมเย็นปลายปีแบบนี้อาจจะยังไม่สาแก่ใจ คนจำนวนไม่น้อยจึงเลือกที่จะวางแผนทริปปีใหม่กันที่เมืองหนาวทั้งหลาย ซึ่งนอกจากอากาศจะเย็นฉ่ำสะใจแล้ว ภาพของหิมะสีขาวโพลนที่ปกคลุมเมืองทั้งเมือง แม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง รวมไปถึงแสงไฟในค่ำคืนคริสต์มาส คือเสน่ห์ที่ควรค่าแก่การไปเยือนต้อนรับการกลับมาของการเดินทางได้เป็นอย่างดี และวันนี้ Power ก็มีเดสทิเนชั่นเย็นๆ มาฝาก จะมีที่ไหนบ้างไปดูกันเลย TALLINN OLD TOWN, ESTONIA เอสโตเนีย ประเทศเล็กๆ ที่มีประวัติศาตร์อันยาวนานแห่งนี้ ตั้งอยู่ในภูมิภาคบอลติกทางยุโรปเหนือ ด้วยความที่มีอาณาเขตติดกับอ่าวฟินแลนด์ ทะเลบอลติก รวมถึงการที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ทำให้เอสโตเนียแม้จะมีประชากรน้อยที่สุดในประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป แต่ก็มีความหลากหลายทางภูมิประเทศและวัฒนธรรม อย่างที่ Tallinn เมืองหลวงอันโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจากยุคกลาง โดยเฉพาะในเขตโอลด์ทาวน์ที่เราจะเห็นยอดแหลมของโบสถ์เรียงรายอยู่ทั่วเมือง ยิ่งในฤดูหนาวที่สีส้มอิฐของหลังคาอันเป็นเอกลักษณ์ตัดกับหิมะสีขาว ยิ่งทำให้ผู้ไปเยือนรู้สึกราวกับอยู่ในเทพนิยายอย่างไรอย่างนั้น RICHMOND PARK, ENGLAND Richmond Park ตั้งอยู่ใจกลางมหานครลอนดอน เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสวนของราชวงศ์อังกฤษ ที่นี่ยังคงความเป็นธรรมชาติแบบไม่ได้ปรุงแต่ง พื้นที่บางส่วนคล้ายกับเป็นป่าย่อมๆ ที่เต็มไปด้วยสัตว์น้อยใหญ่ โดยเฉพาะกวางแฟลโลว์ ด้วยสมัยก่อนสวนแห่งนี้เป็นสถานที่ล่ากวาง แต่เมื่อมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ Richmond Park จึงกลายเป็นสถานที่อนุรักษ์สัตว์และพืชที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งเสน่ห์ของความเป็นธรรมชาติและบรรยากาศอันเงียบสงบของที่นี่จะยิ่งงดงามขึ้นอีกหลายเท่าเมื่อมีหิมะสีขาวปกคลุมจนทั่ว หนาวหน่อยแต่สวยอย่าบอกใคร LAPLAND, FINLAND ดินแดนมหัศจรรย์ในฝันของใครหลายคน Lapland ตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศฟินแลนด์ ครอบคลุมพื้นที่หลายประเทศในเขตอาร์กติก อากาศหนาวเย็นและมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี โดยบางพื้นที่ของ Lapland อาจเกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน นั่นคือพระอาทิตย์ไม่ตกเป็นเวลาหลายสิบวันในช่วงฤดูร้อน ในขณะเดียวกันก็ไม่ขึ้นเลยช่วงฤดูหนาว สำหรับกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ก็คือการไปเยือนบ้านและที่ทำงานของซานตาคลอส นั่งรถเลื่อนจากน้องเรนเดียร์หรือฮัสกี้ ล่องเรือตัดน้ำแข็ง รวมถึงตามล่าแสงเหนือให้ได้สักครั้งในชีวิต CENTRAL PARK, USA นอกจากนิวยอร์กซิตี้ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แสงสี และความมีชีวิตชีวา สมชื่อเมืองที่ไม่เคยหลับใหลเมืองหนึ่งของโลกแล้ว หากคุณได้ไปในช่วงหนาวนี้ อย่าได้พลาดที่จะไปเยือน Central Park อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ไปสัมผัสความโรแมนติกราวกับฉากในภาพยนตร์เรื่องโปรดของคุณถูกย้อมด้วยสีขาว เมื่อมองไปรอบๆ อาจจะเห็นเด็กๆ ปั้นสโนว์แมน เล่นไอซ์สเกต หรือใครอยากจะเติมอารมณ์หนาวๆ เหงาๆ ในสวนที่รายล้อมไปด้วยตึกระฟ้า คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ เพราะเพียงแค่เดินเล่นไปตามทาง ชมแสงไฟสีส้ม ข้ามสะพานมองสองข้างทางสวยๆ สักหน่อย เป็นอันจบ PLITVICE LAKES NATIONAL PARK, CROATIA อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศโครเอเชีย Plitvice Lakes National Park ได้รับการขนานนามว่างดงามราวกับสววรค์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1979 อุทยานฯ แห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของหมี สุนัขป่า รวมถึงนกหลายชนิด ความโดดเด่นอยู่ที่ทะเลสาบที่มีมากถึง 16 แห่ง ไล่เรียงลดหลั่นกันลงมาจากด้านบนสู่ด้านล่าง Plitvice Lakes National Park จึงผสมผสานด้วยสีเขียว สีคราม สีเทอร์คอยส์ แต่ทั้งหมดนี้จะกลายสภาพเป็นสีขาวโพลนในฤดูหนาว น้ำตกกลายเป็นน้ำแข็งดูสวยแปลกตา เหมือนเวลาหยุดเดินให้เราได้สัมผัสความมหัศจรรย์นี้อย่างใกล้ชิด#LoveTravellers #PowerTravellers #ชวนไทยเที่ยวโลกชวนโลกเที่ยวไทย #ชวนไทยเที่ยวโลก #KingPowerขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.royalparks.org.uk/ https://whc.unesco.org/ https://en.wikipedia.org/
Editor
23 November 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
World Children’s Day
พาเจ้าตัวเล็กออกไปเที่ยวโลกฉลองวันเด็กโลก

20 พฤศจิกายน ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันเด็กสากล” โดยองค์การสหประชาชาติ เริ่มต้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1954 อันมีเป้าหมายหลักเพื่อให้โลกหันมาตระหนักถึงความสำคัญของเด็กทุกคน ซึ่งหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยการเรียกร้องสิทธิเพื่อเด็กๆ อีกหลายอย่างตามมา เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันสำคัญของเด็ก วันนี้ Power จะพาไปรู้จักกับเดสทิเนชันที่เหมาะทั้งกับเด็กและทุกคนที่ยังมีความเป็นเด็กในหัวใจ ซึ่งเหมาะจะเป็นทริปครอบครัวในช่วงปลายปีเช่นนี้ หรือจะวางแผนเผื่อไว้ล่วงหน้ายาวๆ ก็น่าสนุก เพราะการพาเจ้าตัวเล็กออกไปหาประสบการณ์ดีๆ ข้างนอกนั่น ล้วนเป็นการสะสมวัตถุดิบที่มีค่าในการใช้ชีวิตให้กับอนาคตของพวกเขาเป็นอย่างดี NAIROBI, KENYA เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเคนยา Nairobi ในตอนนี้เป็นเขตเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรืองในด้านต่างๆ ทว่าท่ามกลางความคึกคักของเมืองใหญ่ ก็ยังมี Nairobi National Park พื้นที่ทางธรรมชาติขนาดใหญ่อันเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่ากว่า 100 ชนิด โดยเฉพาะแรดที่ถือว่าที่นี่ประสบความสำเร็จในการดูแลรักษามากที่สุดแห่งหนึ่งในเคนยา อุทยานฯ ตั้งอยู่ถัดจากศูนย์กลางของเขตเมืองลงมาทางใต้เพียง 7 กิโลเมตร ทำให้พื้นที่แบบภูมิอากาศแห้งขนาด 117 ตารางกิโลเมตร ที่มีสัตว์น้อยใหญ่อยู่กันแบบธรรมชาตินี้นั้น สามารถมองเห็นฉากหลังเป็นทิวทัศน์ของตึกระฟ้าดูแปลกตา อุทยานฯ มีการล้อมรั้วไว้ 3 ทาง คือ ทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ในขณะที่ทางทิศใต้มีแม่น้ำ Mbagathi เป็นปราการทางธรรมชาติ ที่เมื่อถึงฤดูกาลก็จะมีการอพยพเข้าออกของฝูงสัตว์ด้วยนั่นเอง ROVANIEMI, FINLAND ว่ากันว่าบุคคลที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลกคือ “ซานตาคลอส” และที่ Rovaniemi เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์ ก็คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ผู้คนทั่วโลกจะไปสานฝันในเทศกาลคริสต์มาสทุกๆ ปี ด้วยเพราะว่าที่นี่เป็นที่ตั้งของ Santa Claus Village ที่ทำงานของซานตาคลอสนั่นเอง โดยในหมู่บ้านจะแบ่งเป็นโซนต่างๆ ให้เที่ยว ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ของเล่น ร้านขายของที่ระลึก ที่ทำการไปรษณีย์ ที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญก็ว่าได้ เพราะคุณจะได้เจอกับซานตาคลอสที่คอยรับจดหมายจากเด็กๆ ทั่วโลก และคุณก็ยังสามารถส่งจดหมายจากที่นี่เพื่อที่จะประทับตราว่าส่งจากซานตาคลอสก็เก๋อย่าบอกใคร เจอซานต้าแล้วก็จะไม่นั่งรถลากเลื่อนกับน้องกวางเรนเดียร์ได้อย่างไร เพราะเมือง Rovaniemi ยังมีกิจกรรมอีกมากมาย มีฟาร์มเรนเดียร์ ฟาร์มน้องไซบีเรียนฯ ให้คุณเพลิดเพลินไปกับความน่ารักของเจ้าขนปุยท่ามกลางหิมะขาวโพลน ตื่นตาตื่นใจขึ้นอีกหน่อยก็อย่าพลาดล่องเรือตัดน้ำแข็งลำยักษ์ ประสบการณ์พิเศษที่ทำให้รู้สึกถึงความเป็นฟินแลนด์สุดๆ GEORGIA AQUARIUM, USA พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจอร์เจีย ตั้งอยู่ที่เมืองแอตแลนตา ครั้งหนึ่งที่นี่เคยครองตำแหน่งอะแควเรียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้ว่าตอนนี้จะตกมาอยู่อันดับ 3 แต่ก็ยังคงใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ด้วยจำนวนของสัตว์มากกว่า 100,000 ตัว จาก 500 ชนิด พื้นที่ 20 เอเคอร์ และการจัดแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจ จึงทำให้ผู้มาเยือนโดยเฉพาะเด็กๆ พากันหลงใหลในความงดงามและความมหัศจรรย์ของโลกใต้น้ำกันทุกคน ไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจอร์เจียได้แก่ ฉลามวาฬ วาฬเบลูกา และกระเบนราหู ซึ่งที่นี่ถือเป็นไม่กี่ที่ในสหรัฐอเมริกาที่มีสัตว์ที่หายากและโดยปกติจะอยู่ในน่านน้ำที่ไกลออกไปเช่นนี้จัดแสดงอยู่ แน่นอนว่ารูปแบบของการจัดแสดงก็ไม่ธรรมดา อย่างอุโมงค์ใต้น้ำที่สามารถมองเห็นฉลามและสัตว์อื่นๆ Viewing Theatre ขนาดใหญ่ให้เราสังเกตการณ์ใกล้ๆ ราวกับกำลังอยู่ใต้น้ำจริงๆ รวมถึงห้องฉายภาพยนตร์สารคดีและการ์ตูนในแบบ 4 มิติอีกด้วย ALBUQUERQUE, USA Albuquerque เมืองขนาดใหญ่ใจกลางรัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา มีเทศกาลที่จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 1972 นั่นคือ “Albuquerque International Balloon Fiesta” เทศกาลบอลลูนนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความตื่นตาตื่นใจที่ดึงดูดผู้คนทุกเพศทุกวัยนับแสนไปเยือนในทุกๆ ต้นเดือนตุลาคม ในครั้งแรกนั้นเทศกาลจัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของงานฉลองครบรอบ 50 ปี ของสถานีวิทยุ 770 KOB Radio บอลลูน 13 ลูก ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือลานจอดรถ…
Editor
15 November 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
“ญี่ปุ่น” หนาวนี้ คนเดียวก็เที่ยวได้แล้ว

ถือเป็นข่าวดีที่มาพร้อมกับลมหนาวช่วงก่อนปีใหม่ก็ว่าได้ เมื่อการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศกลับมาจนเกือบเป็นปกติแล้ว มาตรการต่างๆ เริ่มอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่หลายคนรอคอย ล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้เปิดฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวได้อย่างอิสระเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้า คุณก็จะได้สัมผัสกับลมหนาวที่ญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ แน่นอนว่า Power ก็ไม่รอช้าที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวท่ามกลางอากาศหนาวเย็นและหิมะขาวโพลนที่ควรค่าแก่การไปญี่ปุ่นอีกครั้งในรอบ 3 ปี MOUNT FUJI – Yamanashi “ภูเขาฟูจิ” ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดชิซูโอกะและจังหวัดยามานาชิ ทางตะวันตกของกรุงโตเกียว ชาวญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยโบราณมีความผูกพันกับภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศแห่งนี้เป็นอย่างมาก ด้วยปรากฏอยู่ทั้งในบทกวี วรรณกรรม นิทาน และภาพเขียนมากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นที่คนทั่วโลกรู้จักจวบจนทุกวันนี้ อันที่จริงหากวันที่ฟ้าเปิดก็สามารถมองเห็นภูเขาฟูจิจากกรุงโตเกียวได้ไม่ยาก แต่อย่ากระนั้นเลย ในชีวิตควรเดินทางไปเยือนฟูจิแบบใกล้ๆ ให้เต็มตากันสักครั้ง โดยแลนด์มาร์กยอดนิยมก็คือ ทะเสสาบทั้ง 5 ที่อยู่บริเวณฐานของภูเขาฟูจิ เขตจังหวัดยามานาชิ ได้แก่ ทะเลสาบคะวะงุชิ, โมโตซุ, ไซ, โชจิ และยะมะนะกะ ที่เดินทางไปไม่ยาก รวมถึงมีที่พักและกิจกรรมมากมายให้คุณสนุกสนานโดยมีภูเขาฟูจิเป็นฉากหลังสุดตระการตา SHIRAKAWAGO – Gifu เมื่อฤดูหนาวมาเยือนประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี นักเดินทางจากทั่วทุกสารทิศจะปักหมุดไปที่ “ชิราคาวาโกะ” หมู่บ้านมรดกโลกในจังหวัดกิฟุ เพื่อที่จะได้สัมผัสกับความงามของหมู่บ้านที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน รวมไปถึงความพิเศษที่มีเพียงปีละครั้ง อย่างงาน Shirakawago Light Up หรือ เทศกาลแสดงไฟหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ทว่าด้วยจำนวนที่รองรับได้จำกัด ทำให้การไปเทศกาลนี้นั้นค่อนข้างยาก เพราะนอกจากจะต้องวางแผนล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ แล้ว ก็ยังต้องพกดวงไปเยอะๆ อีกด้วย แต่ถึงอย่างไรถ้าอยากไปจริงๆ แล้วล่ะก็ รับประกันว่าคุ้มค่าแก่ความพยายามอย่างแน่นอน SHIROGANE BLUE POND – Hokkaido Shirogane Blue Pond สระน้ำสีฟ้าที่คู่ควรกับคำว่า “สวยทุกมุม” อย่างแท้จริง เดิมทีสระแห่งนี้ถูกขุดขึ้นด้วยจุดประสงค์ในการป้องกันเมืองบิเอะจากอันตรายจากการปะทุของภูเขาไฟโทะกะชิเมื่อปี 1988 แต่ความมหัศจรรย์บางอย่างก็เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อน้ำในสระมีสารอะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์เป็นส่วนประกอบ จนสะท้อนแสงไล่เป็นสีเทอร์คอยส์ มรกต ไปจนถึงน้ำเงินโคบอลต์ ที่สำคัญความสงบเยือกเย็นของบรรยากาศช่วงปลายปีจะยิ่งช่วยผ่อนคลายจิตใจอันเหนื่อยล้าของผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี ทำให้หลังจากปี 2014 ที่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมชมสระในฤดูหนาวเป็นครั้งแรก ก็มีผู้คนเดินทางไปรับพลังจากธรรมชาติสีฟ้าอันงดงามกันอย่างไม่ขาดสาย GINZAN ONSEN – Yamagata หมู่บ้านออนเซ็นเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขา ที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปีแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่เมืองโอะบะนะซะวะ จังหวัดยามากาตะ โดดเด่นด้วยบรรยากาศย้อนยุค รวมถึงติดอันดับแหล่งน้ำพุร้อนที่ควรค่าต่อการมาเยือนในฤดูหนาว บ้านเรือนยังคงเอกลักษณ์ของสมัยไทโชช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่เราจะเห็นได้จากร่องรอยการเข้ามาของชาติตะวันตกในญี่ปุ่นนั่นเอง โดยแต่เดิมที่นี่เป็นอดีตเหมืองแร่ที่รุ่งเรือง ครั้นพอเลิกกิจการก็ค่อยปรับเปลี่ยนจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยหิมะก็ได้ชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่หมู่บ้านแห่งนี้งดงามที่สุดของปี NAKABASHI BRIDGE – Gifu “นะคะบะชิ” สะพานสีแดงข้ามแม่น้ำมิยะกะวะที่คงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นไว้อย่างเต็มเปี่ยม อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญเมื่อได้ไปเยือนเมืองสโลว์ไลฟ์ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงามอย่างทะกะยะมะ และหลังจากใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วงเปลี่ยนสีจนสดแข่งกับตัวสะพานไม่ทันไร สีสันเหล่านั้นก็กำลังถูกสีขาวเข้าปกคลุม สีแดงของสะพานจึงค่อยๆ โดดเด่นขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมๆ กับอากาศหนาวเย็นและบรรยากาศแห่งความสุขของปีใหม่*กรุณาตรวจสอบวัน-เวลาเปิดให้บริการ และมาตรการทางด้านสาธารณสุขอีกครั้ง ท่องเที่ยวสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้วย KING POWER CLICK & COLLECT บริการพิเศษจาก คิง เพาเวอร์ ที่ช่วยให้ช้อปสินค้า ดิวตี้ ฟรี กับ คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ รับของง่ายขึ้นที่สนามบินทั้งขาเข้า-ขาออก รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก #LoveTravellers #PowerTravellers #ชวนไทยเที่ยวโลกชวนโลกเที่ยวไทย #ชวนไทยเที่ยวโลก #KingPower
Editor
4 November 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
Autumn in Japan
ชวนชมใบไม้เปลี่ยนสี
พร้อมรับลมหนาวกันที่ญี่ปุ่น

เดือนตุลาคมคือช่วงเวลาที่หลายคนสนุกสนานกับการแพลนไปเที่ยว ด้วยอากาศที่เริ่มเย็นสบาย จะไปที่ไหนก็บรรยากาศดี พิเศษหน่อยก็ตรงที่ทริปปลายปีที่ใกล้เข้ามานี้เราสามารถเดินทางไปต่างประเทศกันได้แล้ว ซึ่งหนึ่งในประเทศที่คนไทยจำนวนไม่น้อยเฝ้ารอ จะเป็นที่ใดไปไม่ได้นอกจาก “ญี่ปุ่น” ยิ่งตอนนี้ตรงกับฤดูใบไม้ร่วงพอดี ช่วงเวลารอยต่อก่อนที่จะเข้าฤดูหนาว อากาศดี ใบไม้เริ่มพากันเปลี่ยนสี แน่นอนว่าสิ่งนี้ถือเป็นไฮไลต์ที่ทำให้การไปเยือนญี่ปุ่นน่าตื่นเต้นไม่แพ้ฤดูอื่นๆ วันนี้ Power จะชวนไปเที่ยวจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ขึ้นชื่อในเมืองต่างๆ ของญี่ปุ่น ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย SHINKYO BRIDGE – Tochigi ขึ้นไปทางเหนือของโตเกียวราว 140 กิโลเมตร Nikko เมืองที่ตั้งอยู่ในทิวเขาในจังหวัด Tochigi เมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และหนึ่งในแลนด์มาร์กที่พลาดไม่ได้เมื่อไปเยือนก็คือ Shinkyo Bridge ที่ติดอันดับ 1 ใน 3 สะพานที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น “สะพานศักดิ์สิทธิ์” คืออีกสมญานามของสะพานโค้งสีแดงอันเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเอโดะแห่งนี้ สายน้ำเบื้องล่าง ทิวทัศน์ของต้นไม้สีแสดของฤดูใบไม้ร่วง และพลังแห่งธรรมชาติที่รายล้อม ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้คุณต้องประทับใจ จนนึกขอบคุณตัวเองที่ได้ไปเห็นด้วยตาตัวเองเลยทีเดียว KAWAGUCHIKO LAKE – Yamanashi นอกจากทะเลสาบ Kawaguchiko คือหนึ่งในจุดชมวิวภูเขาฟูจิที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นแล้ว สถานที่แห่งนี้ก็ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์อีกมากมายที่รอให้เราไปสัมผัสอีกด้วย ในปี 2013 ทะเลสาบ Kawaguchiko ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกพร้อมกันกับภูเขาฟูจิ ภายใต้ชื่อ “ฟูจิซัง – สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งบันดาลใจทางศิลปะ” โดยเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หิมะแรกของปีก็ได้มาเยือนยอดฟูจิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากได้ไปเที่ยวในช่วงนี้คุณจึงจะได้สัมผัสบรรยากาศของภูเขาฟูจิแบบมีหิมะปกคลุม ใบไม้เปลี่ยนสีรอบทะเลสาบ รวมไปถึงอุโมงค์ใบไม้สีสวยท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์เย็นสบาย MEIJI-JINGŪ GAIEN – Tokyo ตุลาคมย่างเข้าพฤศจิกายนในขณะที่ใบไม้เปลี่ยนไปเป็นสีส้มและแดงทั่วญี่ปุ่น ทว่า ณ ใจกลางกรุงโตเกียว คุณจะได้พบกับสีเหลืองทองอร่ามของต้นแปะก๊วยกว่า 100 ต้น ที่เรียงรายสองฝั่งถนนและเกาะกลางเป็นระยะทางกว่า 300 เมตร สู่สวน Meiji-Jingū Gaien ที่ในช่วงเวลานี้จะมีเทศกาลชมต้นแปะก๊วยและใบไม้เปลี่ยนสีให้ได้เที่ยวเล่น บรรยากาศคึกคักไปด้วยร้านรวงมากมาย หากมีเวลาก็สามารถนั่งกินอาหารชมความงามของธรรมชาติได้เพลินๆ นอกจากนี้ยังมีโซนกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ลานสเกตน้ำแข็ง สนามกีฬา พิพิธภัณฑ์ รวมไปถึงพาร์กสำหรับเด็กอีกด้วย JOZANKEI – Hokkaidō ขึ้นเหนือไปยังเกาะ Hokkaidō ที่จะเข้าฤดูใบไม้ร่วงก่อนภาคอื่นๆ ของญี่ปุ่น Jozankei นั้นขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุร้อน ลำธาร ภูเขา และต้นไม้ ซึ่งแน่นอนว่าจะพากันเปลี่ยนสีละลานตาในช่วงนี้ แม้ว่า Jozankei จะอยู่ห่างจาก Sapporo เพียงหนึ่งชั่วโมง แต่กลับเงียบสงบและมีธรรมชาติที่งดงามอุดมสมบูรณ์ การได้แช่ออนเซ็นท่ามกลางอากาศเย็น สัมผัสสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของฤดูกาล หรือจะพายเรือล่องไปตามแม่น้ำ Toyohira ชมทัศนียภาพสองข้างทางก็ฟินไปอีกแบบ SHIRAKAWA-GO – Gifu ภาพของ Shirakawa-go หมู่บ้านน่ารักที่มีหิมะขาวโพลนอยู่บนหลังคาอาจจะเป็นที่คุ้นตาของใครหลายคน แต่บรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมในฤดูใบไม้ร่วงของหมู่บ้านที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งนี้ก็สวยงามทรงคุณค่าไม่แพ้กัน จุดเด่นของที่นี่ก็คือตัวบ้าน รูปทรง และเทคนิควิธีการก่อสร้างอันเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่กันจริงๆ คุณสามารถเดินชมบ้านเก่าตามจุดต่างๆ พิพิธภัณฑ์ และจุดชมวิวจากมุมสูงที่มองเห็นได้ทั้งหมู่บ้าน ต้องบอกว่าสีสันของต้นไม้และภูเขาที่อยู่ไกลออกไปนั้นงดงามราวกับภาพวาดเลยทีเดียว*กรุณาตรวจสอบวัน-เวลาเปิดให้บริการ และมาตรการทางด้านสาธารณสุขอีกครั้ง ท่องเที่ยวสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้วย KING POWER CLICK & COLLECT บริการพิเศษจาก คิง เพาเวอร์ ที่ช่วยให้ช้อปสินค้า ดิวตี้ ฟรี กับ คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ รับของง่ายขึ้นที่สนามบินทั้งขาเข้า-ขาออก…
Editor
14 October 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
HAVE A SEOUL-PR!SE TRIP
เกาหลีที่คิดถึง

หลังจากที่ประเทศเกาหลีใต้ค่อยๆ คลายมาตรการการเข้าประเทศตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ ทำให้แผนไปเยือนแดนกิมจิที่หลายคนเฝ้ารอกำลังจะเป็นจริงในไม่ช้า สำหรับคนไทยแล้ว “ความเป็นเกาหลี” ในด้านต่างๆ ผูกพันกับวิถีชีวิตในแบบที่เรียกว่าไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนัง ซีรีส์ อาหาร หรือแฟชั่นที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ตอนนี้นั่นเอง แน่นอนว่าหลังจาก 2 ปีที่เราไม่ได้เดินทางไกลๆ ทริปเกาหลีจึงเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและชุบชูใจสุดๆ แม้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกจะทำให้เทรนด์ของการท่องเที่ยวเปลี่ยนไปจากเดิม แต่อีกมุมหนึ่งก็คือความแปลกใหม่ที่เราจะได้สัมผัส รวมถึงอะไรอีกหลายอย่างที่ไม่คาดคิด ที่รอเซอร์ไพรส์เราอยู่ตลอดการเดินทาง วันนี้ Power จึงพาไปเรียกน้ำย่อยกับ 5 สถานที่เที่ยวในกรุงโซลในอารมณ์ต่างๆ กันสักนิด และสำหรับใครที่กำลังแพลนทริปไปเกาหลี ก็เตรียมตัว SEOUL-PR!SE กันได้เลย GYEONGBOKGUNG PALACE เคียงบกกุง หรือ คยองบกกุง พระราชวังที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในกรุงโซล ที่ถึงแม้ว่าในปัจจุบันอาคารหลายส่วนได้ถูกทำลายไปจากครั้งแรกสร้างเมื่อปี 1394 สมัยพระเจ้าแทโจ แห่งราชวงศ์โชซอน แต่อย่างไรที่นี่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศเกาหลีที่พลาดไม่ได้ เพียงทางเข้าเราจะเห็นฉากหลังของพระราชวังเป็นเขาพูกักซานที่ช่วยส่งให้บรรยากาศดูขลังและสง่างามมากขึ้น ส่วนด้านในมีไฮไลต์สำคัญอย่าง พระที่นั่งคึนจองวอง (Geunjeongjeon) พระที่นั่งกลางน้ำขนาดใหญ่อันเป็นที่ประทับของกษัตริย์เพื่อว่าราชการแผ่นดิน ศาลาฮยางวอนจอง (Hyangwonjeong) ศาลาหกเหลี่ยมศิลปะเกาหลีที่เชื่อมต่อกับ สะพานไม้ชวีฮยางกโย (Chwihyanggyo) สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในสมัยราชวงศ์โชซอน อันเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามจับใจ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ และ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลี ที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมที่จะช่วยให้เราซึมซับประวัติศาสตร์ของเกาหลีได้ลึกซึ้งขึ้นอีกด้วย พิกัด: https://goo.gl/maps/Fj55qMniKepDcuEJ7 BUKCHON HANOK VILLAGE หมู่บ้านบุกชอนตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังเคียงบกกุง นักท่องเที่ยวจึงนิยมปักหมุดไว้ใน Route เดียวกัน ด้วยความที่หมู่บ้านแห่งนี้ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์แบบย้อนยุคท่ามกลางตึกระฟ้าของกรุงโซล บรรยากาศตามตรอกซอกซอยราวกับคุณกำลังเดินอยู่ในสมัยราชวงศ์โชซอนเมื่อหลายร้อยปีก่อน อาคารแต่ละหลังเคยเป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์จริงๆ ซึ่งปัจจุบันก็มีผู้อยู่อาศัยจริงๆ ไม่ได้เป็นการจัดฉาก ทว่าเป็นการปรับตัวของชุมชนที่ผ่านกาลเวลาจนเป็นอย่างที่เป็นในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการไปเยือนหมู่บ้านแห่งนี้ คือการไปซึมซับวิถีชีวิตจริงๆ ของชาวเกาหลี นั่นจึงหมายรวมถึงการท่องเที่ยวแบบให้เกียรติผู้อยู่อาศัยด้วยนั่นเอง พิกัด: https://goo.gl/maps/Qca71jmk55oa9SJz9 NAMSAN PARK อุทยานนัมซาน ครอบคลุมบริเวณพื้นที่ทั้งหมดของภูเขานัมซาน สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโซล แรกเริ่มเดิมทีพื้นที่ตรงนี้เป็นการฟื้นฟูกำแพงป้อมปราการเก่าที่ถูกปล่อยทิ้งให้พังมานับศตวรรษ รวมถึงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สามารถชมความงามได้ทุกฤดู อย่างฤดูใบไม้ผลิก็จะมีดอกไม้นานาชนิด โดยเฉพาะดอกซากุระเกาหลีที่บานสะพรั่ง หรือฤดูใบไม้ร่วงกับสีสันใบไม้เปลี่ยนสี ภายในอุทยานยังมีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางเดินชมธรรมชาติ จุดชมวิว โรงละครแห่งชาติเกาหลี พิพิธภัณฑ์ศิลปะการละครแห่งชาติ กระจายอยู่ตามโซนต่างๆ รวมไปถึงไฮไลต์อย่าง ศาลานัมซานพัลกักจอง (Namsan Palgakjeong Pavilion) ศาลาชมวิวรูปทรงแปดเหลี่ยม ที่จะมีการแสดงทางวัฒนธรรมให้ชมทุกวัน สามารถมองเห็นกรุงโซลที่อยู่เบื้องล่าง และ N Seoul Tower ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล พิกัด: https://goo.gl/maps/BZu9puCNkkRHWpCw6 HONGDAE ฮงแด เป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องความคึกคัก แหล่งช้อปปิ้งของวัยรุ่นเกาหลีใกล้มหาวิทยาลัย Hongik จึงรายล้อมไปด้วยไลฟ์สไตล์ที่เทรนดี้ในราคานักศึกษานั่นเอง และโซนหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากก็คือ สตรีตฟู้ด เสน่ห์อันเลื่องชื่อของเกาหลีที่ต้องลอง อันที่จริงย่านที่คึกคักเหล่านี้อาจจะเปลี่ยนไปบ้างหลังจากสถานการณ์โควิด ร้านรวงแฟชั่นต่างๆ อาจหายหน้าหายตากันไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังมีให้เห็นอยู่เสมอก็คืออาหารและคาเฟ ซึ่งได้ขยายตัวออกไปรอบฮงแดให้คุณได้เดินสำรวจกันเพลินๆ ใครไปเกาหลีช่วงนี้อาจจะได้เปิดแมปใหม่ๆ เรียกได้ว่าชิคก่อนใคร แบบนี้ก็เก๋ไม่เบา พิกัด: https://goo.gl/maps/GjqDPZrdaAcC8JM26 N SEOUL TOWER โซลทาวเวอร์ หนึ่งในสัญลักษณ์แห่งกรุงโซลที่ไม่ว่าจะมองจากที่อื่นก็สวย หรือจะขึ้นไปบนนั้นแล้วมองไปยังเมืองทั้งเมืองก็ตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน ตัวอักษร N ในชื่อ N Seoul Tower สื่อความหมายถึง New (ใหม่) Natural (ธรรมชาติ) และ Namsan (นัมซาน) ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนยอดเขานัมซาน ทำให้จุดชมวิวโซลทาวเวอร์ได้ชื่อว่าเป็นจุดที่สูงที่สุดของเมือง…
Editor
7 October 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
World Tourism Day 2022
ฉลองวันท่องเที่ยวโลก
ออกไปเที่ยวโลกกันให้หายอยาก

วันที่ 27 กันยายน ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น World Tourism Day หรือ วันท่องเที่ยวโลก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 1980 โดยองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญของการท่องเที่ยวนั่นเอง หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายลง การเดินทางท่องเที่ยวที่ทุกคนรอคอยก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเทรนด์หนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่น้อยก็คือ “Revenge Travel” พูดง่ายๆ ว่า เที่ยวโหดเหมือนโกรธโควิด ซึ่งเป็นความรู้สึกอัดอั้นหลังจากที่อุดอู้มานาน โดยคอนเซปต์หลักๆ ก็คือการออกไปเที่ยวไกลๆ เที่ยวยากๆ เที่ยวนานๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยด้วย และวันนี้ Power ร่วมฉลองวันท่องเที่ยวโลกด้วยหลากหลายสถานที่ท่องเที่ยวสุดฟินในโลก ให้คุณออกได้ไปเที่ยวโลกกันให้หายอยาก KOTOR – Montenegro มอนเตเนโกร ประเทศเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ที่หลายคนมองข้าม มอนเตเนโกรมีภูมิประเทศอันงดงามอลังการ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมที่ชวนค้นหาและน่าสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง โดยหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ Kotor เมืองที่มีบทบาทสำคัญมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมันโบราณ โดยเมืองเก่าอันเลื่องชื่อแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกในฐานะส่วนหนึ่งของเขตธรรมชาติและประวัติศาสตร์-วัฒนธรรมแห่ง Kotor และงานป้องกันของสาธารณรัฐเวนิสระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 16–17: สตาโตดาแตร์รา–สตาโตดามาร์ตะวันตก การเดินชมเมืองจึงเต็มไปด้วยเสน่ห์และกลิ่นอายศิลปะแบบเวเนเชียนสลับกับธรรมชาติอันตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะวิวจากมุมสูงที่สามารถเห็นเมืองทั้งเมืองและอ่าว Kotor ที่เบื้องล่างนั่น CEARÁ – Brazil อีกหนึ่งเดสทิเนชันด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของบราซิล Ceará เป็นรัฐที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มีชื่อเสียงเรื่องชายหาดที่กว้างขวางตลอดความยาวเกือบ 600 กิโลเมตรที่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก โดยนอกจากความเงียบสงบและความสมบูรณ์ทางธรรมชาติแล้ว ลักษณะอันโดดเด่นของชายหาดที่นี่ คือ เนินทรายขนาดใหญ่ที่ให้อารมณ์คล้ายกับทะเลทรายอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งนักท่องเที่ยวก็นิยมที่จะมาเล่น Sandboarding เดินสำรวจธรรมชาติ ชมความงามของเนินทรายที่บรรจบกับน้ำทะเลสวยแปลกตา หรือจะนั่งชมพระอาทิตย์เพียงเท่านี้ก็ฟินอย่าบอกใคร CAÑO CRISTALES – Colombia โคลอมเบีย ดินแดนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งป่าดิบชื้น ที่ราบสูง ทุ่งหญ้า และทะเลทราย มีแนวชายฝั่งและเกาะต่างๆ ทั้งในมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิก จึงไม่น่าแปลกใจที่ปัจจัยเหล่านี้ก่อให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์อย่าง Caño Cristales หรือที่รู้จักกันในชื่อ แม่น้ำห้าสี อันประกอบไปด้วยสีหลักๆ ได้แก่ สีเหลือง สีเขียว สีฟ้า สีดำ และสีแดง ซึ่งเป็นสีของพืชใต้น้ำนานาพันธุ์ ด้วยความที่ Caño Cristales อยู่บริเวณรอยต่อของเทือกเขาแอนดีสและป่าแอมะซอน ประกอบกับเป็นแม่น้ำที่น้ำใสแจ๋วไม่มีดินและสัตว์น้ำเลย ทำให้สามารถมองเห็นความงดงามของสีสันได้อย่างชัดเจน แน่นอนว่าความงามเช่นนี้การเดินทางเข้าไปจึงไม่ง่ายนัก แต่ก็นับว่าคุ้มค่าหายเหนื่อย GREAT BARRIER REEF – Australia ด้วยเพราะมีความสำคัญทางธรรมชาติและทางวิทยาศาสตร์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิวัฒนาการทั้งทางธรณีวิทยาและชีววิทยา เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามยิ่ง ตลอดจนเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์และพันธุ์พืชหายาก ทำให้ Great Barrier Reef พืดหินปะการังที่ยาวที่สุดในโลกกว่า 2,000 กิโลเมตร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกตั้งแต่ปี 1981 Great Barrier Reef ประกอบไปด้วยแนวปะการังน้อยใหญ่ราว 3,000 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 345,000 ตารางกิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย ถือเป็นโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต แน่นอนว่าสามารถมองเห็นได้จากอวกาศ ในปัจจุบันการท่องเที่ยวต้องเป็นไปในเชิงอนุรักษ์อย่างเต็มที่ ทำให้การนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมความมหัศจรรย์จากด้านบน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการรบกวนให้ได้มากที่สุดเป็นวิธีที่น่าสนใจไม่น้อย M'ZAB VALLEY – Algeria แอลจีเรีย อีกหนึ่งประเทศทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ที่แม้หลายคนจะไม่คุ้นเคยแต่รับรองได้ว่าจะต้องเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจไม่แพ้ทริปไหนๆ และจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาดหากได้ไปเยือนก็คือ M'Zab Valley…
Editor
27 September 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
พาเที่ยวเวียดนาม 3 วัน 2 คืน

เวียดนาม ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมประจำภูมิภาคอาเซียนอยู่เสมอ ด้วยภูมิประเทศที่ทอดยาวตั้งแต่ทางเหนือที่ติดกับประเทศจีน ทางทิศตะวันตกติดกับประเทศลาวและประเทศกัมพูชา ในขณะที่ทางทิศตะวันออกไล่ลงมาถึงทางใต้เป็นอ่าวตังเกี๋ย ทะเลจีนใต้ และอ่าวไทย ทำให้เวียดนามนั้นมีความหลากหลายทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม สภาพอากาศ ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยงทางธรรมชาติครบทุกอารมณ์ แน่นอนว่าจะต้องใช้เวลาไม่น้อยถึงจะเก็บครบทุกเดสทิเนชันของความเป็นเวียดนาม แต่ความโชคดีอีกอย่างก็คือการเดินทางไปเวียดนามนั้นไม่ยาก บินตรงไป-กลับไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง เรียกได้ว่าสามารถใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ไปได้เลย วันนี้ Power จึงมาแนะนำ Route เที่ยวเวียดนามสั้นๆ 3 วัน 2 คืน ที่เน้นใช้เวลากับพื้นที่ตรงนั้นรวมถึงบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับเวียดนามในอารมณ์อุ่นๆ แบบสบายใจไม่เร่งรีบนั่นเอง HOI AN / DA NANG / HUE เส้นทางแรกเราเริ่มกันที่บริเวณตอนกลางของประเทศเวียดนาม “ฮอยอัน” อดีตเมืองท่าริมฝั่งทะเลจีนใต้ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนมาเป็นเวลายาวนานหลายร้อยปี และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฮอยอันผสมผสานไปด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลายดังที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านสถาปัตยกรรมในเมือง กระทั่งได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อ พ.ศ. 2542 อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ที่ฮอยอันนั้นมีสีมัสตาร์ดน่าถ่ายรูป ที่สำคัญอย่าได้พลาดแลนด์มาร์กอย่างสะพานญี่ปุ่นอายุกว่า 400 ปี อันเป็นเอกลักษณ์ของเมือง ถัดขึ้นไปทางเหนืออีกหน่อย “ดานัง” อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเวียดนาม กับไฮไลต์อย่าง Bana Hills หมู่บ้านสไตล์ฝรั่งเศสบนเขา ที่ความสูง 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อากาศจึงเย็นสบาย พร้อมกับวิวของภูเขาและทะเลอันสวยงาม ในอดีตที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนของชาวฝรั่งเศส จึงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นที่พัก รีสอร์ต ร้านอาหาร และแน่นอนมีมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย และสำหรับสายอาร์ตต้องไม่พลาดไปเยือน “เว้” เมืองหลวงเก่าของเวียดนามในสมัยราชวงศ์เหงียน พื้นที่ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่ง ไฮไลต์คือ สุสานจักรพรรดิไคดิงห์ ที่ใช้เวลาสร้างยาวนานถึง 11 ปี มีรูปแบบผสมผสานระหว่างศิลปะแบบตะวันตกอันหลากหลายทั้งบาโรก โกทิก นีโอคลาสสิก เข้ากับแนวทางแบบตะวันออกโดยเฉพาะจีน อันเห็นได้จากรูปมังกร รวมไปถึงประติมากรรมรูปทหารที่เรียงรายอยู่มากมายนั่นเอง HANOI / HA LONG “ฮานอย” เมืองหลวงของประเทศเวียดนาม นครเก่าแก่อายุกว่าพันปีที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งวิถีชีวิต และถึงแม้ว่าความเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ จะทำให้ฮานอยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แต่ท่ามกลางบรรยากาศเร่งรีบของเมืองหลวงก็ยังมีสถานที่เงียบสงบที่ใช้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจได้เป็นอย่างดี นั่นคือ ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม ที่มีความหมายว่า “คืนดาบ” เนื่องจากมีตำนานเล่าว่า จักรพรรดิเล เหล่ย ได้ใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ในการขับไล่ชาวจีนที่รุกราน และได้คืนดาบเล่มนั้นให้กับตะพาบตัวหนึ่งลงสู่ใต้น้ำนั่นเอง ภายในบริเวณทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยมนอกจากจะเป็นสวนสาธารณะอันร่มรื่นแล้ว ยังเต็มไปด้วยมุมสวยงามให้ถ่ายรูปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหอคอยโบราณโผล่ขึ้นพ้นน้ำที่สร้างขึ้นในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18 หรือสะพานเทฮุกสีแดงสดเชื่อมไปสู่วัดหง็อกเซิน หนึ่งในแลนด์มาร์กของฮานอยที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ไปเยือนทางเหนือของเวียดนามทั้งทีก็ต้องไม่พลาดอ่าวที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่าง “ฮาลองเบย์” อีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโก ฮาลองเบย์ หรือ อ่าวมังกร มีเกาะหินปูนจำนวน 1,969 เกาะ โผล่พ้นขึ้นมาจากผิวน้ำทะเล กิจกรรมที่แนะนำคือการนั่งกระเช้าลอยฟ้าชมวิวแบบ 360 องศา และ การล่องเรือท่ามกลางเกาะแก่งชมความงดงามของหินงอกหินย้อยภายในถ้ำ ตลอดจนพายเรือคายักสัมผัสวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ให้ธรรมชาติช่วยเติมพลังให้เต็มอิ่ม DA LAT เมืองสวรรค์กลางหุบเขาทางภาคใต้ของเวียดนาม “ด่าหลัต” ถูกสร้างขึ้นโดยชาวฝรั่งเศสเมื่อกว่า 100 ปีก่อน ได้รับสมญานามว่าปารีสตะวันออก ด้วยตั้งอยู่บนเขาที่มีอากาศเย็นตลอดปี มีพืชเมืองหนาวนานาชนิด ครบครันไปด้วยที่พัก โรงแรม รีสอร์ต รวมไปถึงธรรมชาติอันงดงาม โดยเฉพาะน้ำตกฟงกัว (Pongour Waterfall) อันเลื่องชื่อ ด้วยขนาดและความสูงทำให้สายน้ำของที่นี่รุนแรง เสียงดัง และทรงพลังเป็นอย่างมาก การเดินทางลงมายังน้ำตกถือว่าสะดวกสบาย สามารถเก็บภาพความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติมุมใกล้-ไกลได้ตลอดทาง*กรุณาตรวจสอบวัน-เวลาเปิดให้บริการ และมาตรการทางด้านสาธารณสุขอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม…
Editor
16 September 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
รวมฮิตจุดเช็กอินที่มาเลเซีย

“มาเลเซีย” ประเทศเพื่อนบ้านทางภาคใต้ของไทย ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวครบทุกอารมณ์ การเดินทางก็สะดวกสบาย มีลองวีกเอนด์ 3 – 4 วันก็ไปเที่ยวได้ชิลๆ โดยเฉพาะ กัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงและเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ จุดหมายปลายทางที่ใครหลายคนหลงเสน่ห์ในความหลากหลายทางวัฒนธรรม อาหารการกิน รวมไปถึงสถานที่เช็กอินเก๋ๆ มากมาย ซึ่ง Power ก็ไม่พลาดที่จะมาแนะนำจุดเช็กอินยอดฮิตให้คุณได้ปักหมุดรอทริปมาเลเซียกันได้เลย PETRONAS TWIN TOWERS “ตึกแฝดเปโตรนาส” ตั้งอยู่บริเวณใจกลางย่านธุรกิจของกัวลาลัมเปอร์ ได้ชื่อว่าเป็นอาคารแฝดที่สูงที่สุดในโลกด้วยความสูง 451.9 เมตร อีกทั้งยังมี Skybridge สะพานเชื่อมสองตึกเข้าด้วยกันที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งคุณสามารถขึ้นไปชมวิวจากตรงนั้นได้อีกด้วย อาคารทั้ง 88 ชั้น โดดเด่นด้วยโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมและการตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและแรงบันดาลใจจากเสาหินทั้ง 5 ของศาสนาอิสลามอัตลักษณ์สำคัญของชาติไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะมาตอนกลางวันหรือกลางคืนก็รับรองว่าจะต้องตื่นตะลึงกับความงดงามอันเป็นสัญลักษณ์ของกัวลาลัมเปอร์แห่งนี้อย่างแน่นอน PUTRAJAYA ปูตราจายา เมืองใหม่ของประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่ห่างจากกัวลาลัมเปอร์ไปทางใต้เพียงนั่งรถประมาณ 20 นาที เมืองนี้มีการพัฒนาขึ้นในช่วงยุค 90s เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางราชการแห่งใหม่ เนื่องจากกัวลาลัมเปอร์นั้นแออัดจนเกินไปจากปัญหาการเจริญเติบโตที่รวดเร็วนั่นเอง ในวันนี้นอกจากปูตราจายาจะเป็นที่ตั้งของฝ่ายบริหารอย่างสมบูรณ์แล้ว ก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เพียบพร้อมไปด้วยระบบสาธารณูปโภคชั้นดี มีทะเลสาบ สวนสาธารณะ ละลานตาไปด้วยอาคารสวยๆ ให้คุณเพลิดเพลินไปกับซิตี้สเคปได้อย่างจุใจ ไฮไลต์อย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือ Putra Mosque มัสยิดสไตล์เปอร์เซียบนแหลมปูตราจายาที่สีชมพูของตัวอาคารตัดกับสีฟ้าของน้ำและท้องฟ้าสวยอย่าบอกใคร BATU CAVES ถ้ำบาตู ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกัวลาลัมเปอร์ประมาณ 14 กิโลเมตร เขาหินปูนที่ภายในมีถ้ำและเป็นที่ประดิษฐานของเทวาลัย ศาสนาสถานสำคัญของชาวอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูในประเทศมาเลเซีย เดิมทีถ้ำบาตูเป็นถ้ำธรรมชาติ กระทั่งพ่อค้าชาวทมิฬสังเกตเห็นบริเวณปากถ้ำว่ามีลักษณะคล้ายกับหอก อาวุธโบราณที่มีความสัมพันธ์กับพระขันธกุมาร เทพเจ้าแห่งการสงครามในศาสนาฮินดู จึงสร้างเทวาลัยบูชาพระขันธกุมารขึ้นในปี 1890 การไปเยือนถ้ำบาตูจะต้องเดินขึ้นบันได 272 ขั้นขึ้นไป แม้จะไม่ง่ายนักแต่ก็มีผู้ศรัทธาจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลกันไปขอพรเรื่องลูกและสุขภาพ โดยเฉพาะช่วงเทศกาล Thaipusam ตามความเชื่อของชาวฮินดู ไฮไลต์สำคัญได้แก่ประติมากรรมพระขันธกุมารขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก สูงถึง 43 เมตร สีทองอร่าม ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณทางขึ้นบันไดอย่างยิ่งใหญ่อลังการ SULTAN ABDUL SAMAD BUILDING อาคารสุลต่านอับดุลซาหมัด สร้างขึ้นตั้งแต่ราวปลายศตวรรษที่ 19 เพื่อใช้เป็นที่ทำการของหน่วยงานราชการของอังกฤษในช่วงเวลานั้น แรกเริ่มได้รับการออกแบบในสไตล์นีโอคลาสสิกโดย A.C. Norman สถาปนิกชาวอังกฤษ แต่ภายหนังถูกปรับเปลี่ยน ผสมผสานไปด้วยสถาปัตยกรรมอินโด-ซาราเซนิก โมกุล และมัวร์ ปัจจุบันอาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของศาลสูงและศาลฎีกา โดดเด่นด้วยหอคอยทั้งสามที่มียอดโดมอะลูมิเนียมเคลือบทองแดง อิฐสีน้ำตาลแดงที่ใช้ในการก่อสร้างตัวอาคารเป็นจำนวนหลายล้านก้อน และหอนาฬิกาสูง 41 เมตร สัญลักษณ์ของเมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “บิ๊กเบนแห่งมาเลเซีย”*กรุณาตรวจสอบวัน-เวลาเปิดให้บริการ และมาตรการทางด้านสาธารณสุขอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป การเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย ยกเลิกระบบ Test & Go แล้ว ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวทำได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมพบกับ KING POWER CLICK & COLLECT บริการพิเศษจาก คิง เพาเวอร์ ที่ช่วยให้ช้อปสินค้า ดิวตี้ ฟรี กับ คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ รับของง่ายขึ้นที่สนามบินทั้งขาเข้า-ขาออก รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก #LoveTravellers #PowerTravellers #ชวนไทยเที่ยวโลกชวนโลกเที่ยวไทย #ชวนไทยเที่ยวโลก #KingPower
Editor
2 September 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
เติมเต็มไลฟ์สไตล์คนเมือง
เส้นทางขี่จักรยานที่เหล่านักปั่นต้องไปลอง

ไม่ว่าจะลุยเดี่ยว ลุยคู่ หรือไปกันเป็นหมู่คณะก็สนุก นอกจากนี้การปั่นจักรยานยังเป็นกิจกรรมสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ใครที่ตั้งท่าจะเริ่มออกกำลังกายมานานแต่ก็ยังไม่ได้เริ่มเสียที ลองเริ่มด้วยการปั่นจักรยานก็ไม่เลว เริ่มต้นจากรูทเบาๆ ไม่ต้องวิบากอะไรมากมาย ดูวิวไปชิลๆ เพลินๆ กับ 3 เส้นทางที่เราคัดมาฝากนักปั่นทั้งมือโปรและป้ายแดง สนามเจริญสุขมงคลจิต 1 ใน 5 เส้นทางปั่นจักรยานในสนามบินที่ดีที่สุดในโลก จากรายงานของ CNN Travel สนามเจริญสุขมงคลจิต หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า HAPPY AND HEALTHY BIKE LANE เปิดให้บริการในปี 2557 เป็นความร่วมมือกันระหว่าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่ต้องการสนับสนุนให้ทุกคนสนใจออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน นี่คือสนามปั่นจักรยานที่นักปั่นจักรยานทุกคนฝันถึงอย่างแท้จริง เพราะนอกจากระยะทางกว่า 23.5 กม. มาตรฐานระดับโลก และพื้นผิวพิเศษที่ทำให้จักรยานยืดเกาะพื้นผิวได้ดีแล้ว ยังมีการแบ่งลู่ปั่นสำหรับการปั่นแต่ละประเภท “ลู่ปั่นฟ้า” 2 ช่องทางด้านซ้าย สำหรับนักปั่นมือใหม่ที่เริ่มหัดปั่นหรือต้องการปั่นออกกำลังกายสบายๆ “ลู่ปั่นม่วง” ทางด่วนสำหรับมืออาชีพที่ต้องการปั่นเร็ว นักปั่นสายแข็งผู้มีประสบการ์ณสูง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุการเฉี่ยวชนหรือเกี่ยวกันล้ม และ “ลู่ปั่นเล็กและลู่วิ่งระยะทาง 1.5 กิโลเมตร” ลู่วิ่งสีน้ำตาลแดงขนานไปกับลู่ปั่นฟ้า สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการปั่นระยะทางไกล สำหรับในส่วนของการรักษาความปลอดภัย ที่นี่ก็มีกล้องวงจรปิด หน่วยพยาบาลที่คอยให้บริการอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงระบบไฟฟ้าแสงสว่าง มีเสาไฟโซลาร์เซลล์ส่องสว่างตลอดเส้นทาง จึงมั่นใจได้แม้มาปั่นตอนกลางคืน เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 - 21.00 น. พิกัด https://g.page/hhblbikelane?share รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก สวนรถไฟ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ เพียง 700 เมตร จาก MRT พหลโยธิน สวนรถไฟหรือสวนวชิรเบญจทัศ เดิมเคยใช้เป็นสนามกอล์ฟรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีเนื้อที่กว่า 375 ไร่ สร้างขึ้นตามมติของคณะรัฐมนตรีในช่วงเวลานั้น ที่มีมติให้สร้างสวนสาธารณะขึ้นในส่วนของพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางในการพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายของประชาชนทั่วไป สวนรถไฟแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนที่เอาไว้นั่งเล่น เดินเล่นสบายๆ มีสนามเด็กเล่น มีจุดออกกำลังกาย ในส่วนนี้ไม่สามารถปั่นจักรยานเข้าไปได้ เพื่อความปลอดภัยจะต้องจูง ในขณะที่เลนจักรยานโดยเฉพาะ จะอยู่รอบๆ สวน ซึ่งทางสวนฯ จะมีบริการให้เช่าจักรยานสำหรับขี่ มีให้เลือกหลายแบบ ไม่จำกัดเวลา แต่จะต้องคืนจักรยานภายในวันที่ยืม สวนรถไฟยังมีโซนที่น่าสนใจให้ชมและทำกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ สวนนันทนาการชุมชนสวนรถไฟ ค่ายพักแรม สวนป่าใหญ่ในเมือง ศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพ) และศูนย์อาหาร เป็นต้น นอกจากความร่มรื่นเขียวขจีแล้ว ภายในสวนรถไฟยังมีประติมากรรมหลากหลายขนาดและรูปแบบให้ชมและถ่ายภาพอีกด้วย พิกัด https://goo.gl/maps/LMJayaYkw7QsXuFx6 รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก สวนป่าเบญจกิติ จากโรงงานยาสูบสู่สวนสาธารณะใจกลางกรุงเทพฯ สวนป่าเบญจกิติถือเป็นโครงการสวนสาธารณะระยะต่อเนื่องจากสวนเบญจกิติที่ยึดแนวคิดของ “สวนน้ำ” ซึ่งเปิดใช้อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2547 ในขณะที่สวนป่าเบญจกิติยึดแนวคิดของ “สวนป่า” โดยกรมธนารักษ์ได้จัดสร้างสวนป่า ระยะที่ 1 แล้วเสร็จเมื่อปี 2559 จากนั้นได้จัดสร้างสวนป่า ระยะที่ 2 และ 3 เสร็จสมบูรณ์ในปี 2565 สวนป่าเบญจกิติ ได้รับการออกแบบให้ใช้พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่สำหรับสร้างระบบนิเวศเลียนแบบธรรมชาติที่สมบูรณ์ อาศัยความชุ่มชื้นจากแหล่งน้ำธรรมชาติหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ในสวน…
Editor
18 August 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
พาแม่ไหว้พระขอพร
วัดไหนดีวัดไหนดังต้องไม่พลาด

วันแม่ปีนี้ ถ้าลูกๆ กำลังมองหาทริปพาแม่เที่ยวให้สมกับที่เป็นวันหยุดยาว 3 วัน ศุกร์-อาทิตย์ Power ก็มีตัวเลือกดีๆ มาฝากคุณแม่สายบุญให้ได้ไปเที่ยวไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคล อิ่มบุญ อิ่มใจ ที่สำคัญยังได้ใช้เวลากับครอบครัว จะมีวัดไหนที่น่าไป เดินทางสะดวก แถมไม่ไกลจากกรุงเทพฯ บ้างมาดูกัน วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา ที่นิยมเรียกกันจนติดปากว่า วัดหลวงพ่อโสธร แห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวแปดริ้วและผู้คนทั่วสารทิศมาตั้งแต่อดีต โดยองค์หลวงพ่อนั้นเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร สร้างขึ้นตามแบบศิลปะล้านช้าง กล่าวกันว่าพระพุทธรูปองค์นี้ลอยน้ำมาและมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดโสธรวรารามวรวิหารตั้งแต่ปี พ.ศ. 2313 ซึ่งพระพุทธรูปของจริงนั้นหล่อด้วยสำริด มีพุทธศิลป์งดงามมาก แต่ทางวัดเกรงว่าจะมีผู้คนมาลักขโมยไปจึงได้นำปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้ ผู้คนนิยมมากราบไหว้ ขอพรให้ประสบความสำเร็จในเรื่องการค้าขาย สุขภาพ และโชคลาภ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก วัดจุฬามณี จังหวัดสมุทรสงคราม วัดจุฬามณีเดิมมีชื่อเรียกว่า วัดแม่เจ้าทิพย์ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2172 – 2190 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง วัดโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งคลองอัมพวา ภายในวัดประดิษฐานองค์ท่านพ่อท้าวเวสสุวรรณ ที่ผู้คนนิยมมาสักการบูชา เสริมดวง และเช่าวัตถุมงคลไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งยังมีอุโบสถจตุรมุขหินอ่อนที่มีความสวยงาม ปูพื้นด้วยหินหยกสีเขียวจากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน ภายในประดิษฐานพระประธานบนฐานสูง ฝาผนังโดยรอบพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและนิทานชาดกที่ประณีต ฝีมือของจิตรกรหญิงนิตยา ศักดิ์เจริญ ซึ่งใช้เวลาในการวาดนานถึง 6 ปี ให้ได้ชื่นชมอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก วัดป่าคลอง 11 จังหวัดปทุมธานี วัดดังใกล้กรุงเทพฯ แห่งนี้ ได้รับฉายาว่า คำชะโนด 2 เป็นวัดกลางน้ำที่มีรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่ที่สวยงาม ด้วยเชื่อกันว่ามีพญานาคทำหน้าที่ปกปักรักษาอยู่เช่นเดียวกันกับที่วัดป่าคำชะโนด จึงมีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้ขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย ผู้คนนิยมสักการะหลวงพ่อนาคปรกแก้ว มณีโชติ พระประธานในพระอุโบสถ รวมไปถึงองค์พญานาครอบโบสถ์ 4 องค์ ประกอบไปด้วย พญาอนันตนาคราช พญามุจลินทร์นาคราช พญาภุชงค์นาคราช และพญาศรีสุทโธนาคราช เพื่อขอพรด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ค้าขาย สติปัญญา สุขภาพ และโชคลาภ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก วัดไร่แตงทอง จังหวัดนครปฐม วัดไร่แตงทองเป็นที่ประดิษฐานของรูปเหมือนหลวงปู่หลิว ปณฺณโก นั่งประทับพญาเต่าเรือนองค์ใหญ่ อันเป็นอนุสรณ์แห่งความดีของพระเกจิชื่อดังที่มีผู้นับถือมากมาย โดยผู้คนที่เลื่อมใสศรัทธาต่างพากันไปชมและลอดใต้ท้องเต่า ด้วยเชื่อว่าจะทำให้สมปรารถนา สุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีอายุยืนยาว ทางวัดยังมีรูปหล่อพระอรหันต์กัสสปะเถระปางสังคายนา ขนาดหน้าตักกว้าง 70 นิ้ว พระอานนท์ขนาดหน้าตักกว้าง 60 นิ้ว และพระอุปคุตขนาดหน้าตักกว้าง 60 นิ้ว รวมไปถึงวัตถุมงคลพุทธคุณด้านเมตตามหานิยมและโชคลาภค้าขายให้ลูกศิษย์ลูกหาบูชา รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก วัดบางจาก จังหวัดนนทบุรี วัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี เป็นวัดที่ชาวรามัญร่วมกันสร้างขึ้นในสมัยที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดดเด่นด้วยพระพุทธรูปสีทองอร่ามประดิษฐานริมแม่น้ำชื่อว่า สมเด็จพระพุทธมงคลชัย หรือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรีที่ รวมไปถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น หลวงพ่อดำ พระบรมสารีริกธาตุ รูปหล่อหลวงพ่อบุญยัง จันทสาโร อดีตเจ้าอาวาส ตำหนักพระโพธิสัตว์กวนอิม ตำหนักเทพ ๓ องค์ พระพิฆเนศ พระพรหม และพระนารายณ์ ที่ผู้คนนิยมมาไหว้ขอพรเสริมสิริมงคล…
Editor
10 August 2022