DestinationLifestyle

Destination:
ท่องไปในกาลเวลา
เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ผ่านหน้าจอ

ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่องสำหรับกระแส “เที่ยวทิพย์” ในช่วงที่การเดินทางออกไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้สะดวกเช่นนี้ การอยู่กับบ้านแม้จะฟังดูน่าเบื่อ แต่มันมีส่วนสำคัญในการช่วยหยุดยั้งการแพร่กระจายของโรคระบาดได้ โชคยังดีที่ความก้าวหน้าของโลกทุกวันนี้ ยังพอมีช่องทางให้เราเที่ยวผ่านหน้าจอพอแก้เหงาได้ไม่ยาก จริงอยู่ที่การเที่ยวเสมือนจริงอาจทำให้เสน่ห์บางอย่างหล่นหายไป ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สายลม แสงแดด หรือแม้แต่ความเป็นไปของบรรดาผู้คนในสถานที่นั้นๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสียไปทั้งหมด เพราะหลายครั้งการที่เราต้องเผชิญกับอุณหภูมิเกินต้าน ฝนที่เทลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ทำให้การถ่ายรูปสวยๆ กลายเป็นเรื่องยาก รวมไปถึงข้อจำกัดของการเข้าชมหลายๆ อย่าง วันนี้ Power จึงจะมาชวนทุกคนไปออกทริปย้อนเวลา ผ่านทางเว็บไซต์อุทยานประวัติศาสตร์เสมือนจริง (Virtual Historical Park) ที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราว ประวัติความเป็นมา ข้อมูลเชิงลึกต่างๆ พร้อมคำบรรยาย 5 ภาษาให้ได้ศึกษากันอย่างเต็มอิ่ม ในรูปแบบเสมือนจริงกับภาพ 360 องศา ที่รับรองว่าไม่สามารถสัมผัสได้จากที่ไหนนอกจากทางหน้าจอของคุณเองเท่านั้น อุทยานประวัติศาสตร์ หมายถึง บริเวณสถานที่ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี มีองค์ประกอบสำคัญหลักๆ ได้แก่ สถาปัตยกรรม ซากโบราณสถาน สภาพแวดล้อมของโบราณสถาน ตลอดจนการผสมผสานกันระหว่างการก่อสร้างของมนุษย์กับธรรมชาติแวดล้อม โดยจะต้องมีการผสมผสานกันอย่างกลมกลืน และสามารถที่จะรักษาสภาพอันเป็นของแท้และดั้งเดิมนั้นไว้ได้ ปัจจุบันประเทศไทยมีอุทยานประวัติศาสตร์ในการดูแลของกรมศิลปากรทั้งสิ้น 11 แห่งทั่วประเทศ  โดยล่าสุดกรมศิลปากรได้ประกาศจัดตั้งปราสาทสด๊กก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว ขึ้นเป็นอุทยานประวัติศาสตร์แห่งใหม่ แห่งที่ 11 เมื่อปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา และจาก 11 แห่ง มีอุทยานฯ 4 แห่ง ที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ที่เราจะไปทำความรู้จักกันในวันนี้ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัย ราชธานีเก่าซึ่งมีอำนาจอยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18–19 แห่งนี้ มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยม กำแพงเมืองกว้างประมาณ 1,600 เมตร ยาวประมาณ 1,800 เมตร มีโบราณสถานสำคัญตั้งอยู่กลางเมืองและกระจายตัวทั่วทั้งเมือง นอกจากนี้ยังพบโบราณสถานน้อยใหญ่กระจายอยู่ทั่วไปภายนอกกำแพงเมืองทั้งสี่ทิศรวมแล้วมากกว่า 200 แห่งอีกด้วย โบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ มณฑปวัดศรีชุม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปมารวิชัยขนาดใหญ่อันงดงามอ่อนช้อยตามพุทธศิลป์แบบสุโขทัย วัดมหาธาตุ วัดหลวงและสุสานหลวงประจำเมือง ประกอบด้วยเจดีย์ประธาน วิหาร มณฑป โบสถ์ และเจดีย์รายจำนวนมากถึง 200 องค์ วัดช้างล้อม ตั้งอยู่นอกกำแพงเมือง สถานที่พบศิลาจารึกหลักที่ 106 อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย อีกหนึ่งอุทยานประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสุโขทัยแห่งนี้ เป็นแหล่งค้นพบทางโบราณคดีสำคัญถึงการเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่มีการอาศัยต่อเนื่องและพัฒนามาเป็นชุมชนร่วมสมัยทวารวดี ต่อมาได้มีการย้ายศูนย์กลางของเมืองมาทางด้านทิศเหนือ และเรียกชื่อเมืองว่า “ศรีสัชนาลัย” โดยดำรงสถานะเป็นเมืองลูกหลวงที่มีความสำคัญควบคู่กันมากับเมืองสุโขทัยนั่นเอง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏ แสดงให้เห็นถึงผลงานทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น นับเป็นตัวแทนของศิลปกรรมไทยยุคแรก และเป็นต้นกำเนิดของการสร้างประเทศ โบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ วัดเจดีย์เจ็ดแถว ภายในวัดมีเจดีย์ทรงต่างๆ มากถึง 33 องค์ วางตัวอย่างเป็นระเบียบแบบแผนตามคติจักรวาล สันนิษฐานได้ว่าเป็นสุสานหลวง หรือสถานที่บรรจุอัฐิของพระบรมวงศานุวงศ์ในราชวงศ์สุโขทัย วัดนางพญา กับวิหารประธานที่มีผิวปูนฉาบประดับลายปูนปั้น อันเป็นแรงบันดาลใจให้ช่างฝีมือท้องถิ่นนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นลวดลายเครื่องประดับเงินและทองที่รู้จักกันในนาม “ทองโบราณศรีสัชนาลัย” วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง (วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียงหรือวัดพระปรางค์) ปรางค์ประธานขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน ด้านหน้าองค์ปรางค์มีวิหาร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ถัดไปทางด้านขวามีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลาที่มีลักษณะอ่อนช้อยงดงามมาก จนนักประวัติศาสตร์ศิลปะยกย่องให้เป็นมาสเตอร์พีซเทียบเท่าประติมากรรมของ Donatello ศิลปินแห่งยุค Renaissance เลยทีเดียว อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรุงศรีอยุธยา อดีตราชธานีอันยิ่งใหญ่ที่มีอายุยืนยาวถึง 417 ปี มีโบราณสถานมากมาย ทั้งพระราชวังโบราณ…
Editor
14 May 2021
DestinationLifestyle

Destination:
Family Trip เที่ยวคูลๆ ในวันครอบครัว

เมษายนอาจจะถือได้ว่าเป็นเดือนแห่งการพักผ่อน ด้วยความที่มีวันหยุดติดกันหลายวัน หลายคนจึงเลือกที่จะจัดทริปไปเที่ยวไกลๆ ในขณะที่อีกหลายคนก็ใช้โอกาสนี้ในการกลับไปเยี่ยมบ้าน ทำให้พ่อ แม่ พี่ น้อง และญาติๆ ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในเดือนที่ร้อนที่สุดของปี ว่าแล้วก็ต้องหากิจกรรมคลายร้อนกันสักหน่อย อย่างในวันที่ 13 เมษายน นอกจากจะเป็นวันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ของไทยแล้ว ก็ยังเป็นวันผู้สูงอายุอีกด้วย เด็กๆ หลังจากสนุกสนานกับการเล่นน้ำก็จะมารดน้ำขอพรผู้ใหญ่กัน พอวันรุ่งขึ้น 14 เมษายน ก็เป็นวันครอบครัวต่อเนื่องกันมา ทำให้ทั้งครอบครัวนิยมพากันไปหาของกินอร่อยๆ ไปเที่ยวตามที่ต่างๆ Power เลยจะมาแนะนำจุดหมายปลายทางสำหรับทริปครอบครัว ตลอดจนกิจกรรมที่น่าสนใจที่จะช่วยลดดีกรีความร้อนของเดือนเมษาฯ ลง ให้เหลือแค่ “อบอุ่น” กำลังดี สิริมหรรณพ กรุงเทพมหานคร ห้องอาหารและบาร์ที่ลอยโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ สร้างขึ้นโดยมี “เรือทูลกระหม่อม” เรือใบสามเสาคล้ายเรือสําเภาซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศเป็นต้นแบบ โดยถือเป็นเรือประวัติศาสตร์ที่ทำหน้าที่เชื่อมสยามกับโลกตะวันตก ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชดําริเรื่องการเปิดการค้าเสรี การทำสนธิสัญญาเบาว์ริง และการเดินเรือกับอังกฤษ กระทั่งในเวลาต่อมาเมื่อถึงคราวจำเป็น เรือทูลกระหม่อมก็ได้เปลี่ยนหน้าที่จากเรือสินค้าไปเป็นเรือรบประจำการป้องกันปากน้ำเจ้าพระยา ก่อนจะถูกปลดระวางในฐานะเรือรบใช้ใบลําสุดท้ายของกองทัพเรือ สิริมหรรณพ พร้อมพาคุณและครอบครัวไปสัมผัสกับประสบการณ์พิเศษ ด้วยอาหารและเครื่องดื่มมากมายทั้งไทยและยุโรป ท่ามกลางบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ณ ท่าเรือของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ท่าเรือขนส่งระหว่างประเทศแห่งแรก อดีตย่านอุตสาหกรรมที่ยังคงความมีชีวิตชีวาไม่เสื่อมคลาย โดยไฮไลต์อยู่ที่บริเวณชั้นดาดฟ้าของเรือ (Upper Deck) ที่รายล้อมไปด้วยทัศนียภาพธรรมชาติอันงดงามและความฉ่ำเย็นของสายน้ำแห่งแผ่นดิน สถาปัตยกรรมสะพานแบบอสมมาตรที่สูงเป็นอันดับ 5 ของโลกของสะพานพระราม 3 ตลอดจนเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตริมฝั่งเจ้าพระยา พอถึงกลางคืนก็ได้เวลาเปลี่ยนบรรยากาศไปสู่การดื่มด่ำแสงไฟแห่งกรุงเทพมหานคร ที่ส่องสว่างตัดกับท้องฟ้าและผืนน้ำอันมืดมิด การเดินทางสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสเชื่อมต่อสถานีสะพานตากสิน ทางออก 2 แล้วต่อ Shuttle Boat ของโครงการ (ให้บริการเวลา 16.00 น. - 23.30 น.) หรือเรือด่วนเจ้าพระยาธงสีส้ม ลงที่ท่าเรือวัดราชสิงขร จากนั้นเดินต่อมาทางถนนเจริญกรุงอีกประมาณ 500 เมตร สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถส่วนตัวก็มีที่จอดรถบริการอำนวยความสะดวก เนื่องด้วยดาดฟ้าของเรือสิริมหรรณพสามารถรองรับได้ประมาณ 100 คน ฉะนั้นควรทำการจองก่อนล่วงหน้า โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทำการจองได้ที่ โทรศัพท์ 0 2059 5999 เว็บไซต์ https://www.asiatiquethailand.com/th/home และ เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/sirimahannop/ สงกรานต์ไทยรามัญ นนทบุรี วันสงกรานต์ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทยรามัญเช่นเดียวกัน โดยจะมีการทำบุญ รักษาศีล และเฉลิมฉลองต้อนรับศกใหม่อย่างยิ่งใหญ่ อย่างงานประจำปีที่เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จะมีการทำบุญสำคัญ 3 วันด้วยกัน เริ่มตั้งแต่วันก่อนสงกรานต์กับประเพณีส่งขนมกะละแม ซึ่งจะต้องเตรียมการล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นขนมที่ต้องใช้เวลาและแรงงานค่อนข้างมากในการทำ ต่อมาในวันสงกรานต์ ชาวบ้านจะเตรียมข้าวแช่ หรือ เปิงด้าจก์ อาหารขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของชาวไทยรามัญ เอกลักษณ์ประจำหน้าร้อนที่ขาดไม่ได้ ไปทำบุญที่วัด โดยในระหว่างวันก็จะมีกิจกรรมต่างๆ เช่น ก่อเจดีย์ทราย การละเล่นสะบ้า สรงน้ำพระ ให้ได้สนุกสนานกัน พอหลังวันสงกรานต์ ก็จะมีการแห่น้ำหวานมาบรรจุขวดไปถวายพระตามวัดต่างๆ อย่างยิ่งใหญ่ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด สงกรานต์ของชาวไทยรามัญนั้นก็ยังคงเสน่ห์เอาไว้ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย การไปสัมผัสวัฒนธรรมแท้ๆ ถึงเกาะเกร็ดนั้น เรียกได้ว่าเป็นทริปที่เหมาะสำหรับครอบครัวในวันหยุดนี้เป็นอย่างยิ่ง ทุกคนจะได้ชิมอาหารคาวหวานขึ้นชื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวแช่ กาละแม ข้าวเหนียวแดงหรือข้าวเหนียวแก้ว ได้ทำบุญสรงน้ำพระให้เย็นไปถึงใจ รวมไปถึงได้เที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวเกาะเกร็ดในบรรยากาศแห่งความคึกคักของวันขึ้นปีใหม่ที่ทำให้คลายร้อนลงไปได้เยอะเลย กุหลาบขาวบาน บนลานร่องกล้า พิษณุโลก อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อำเภอนครไทย…
Editor
12 April 2021
DestinationLifestyle

Destination:
พาเที่ยวเทศกาลตรุษจีน
พักผ่อนหย่อนใจ ไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคล

ตรุษจีน หรือเทศกาลขึ้นปีใหม่ของชาวจีนนั้น เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานผ่านกาลเวลานับพันปี ตามธรรมเนียมโบราณจะมีพิธีกรรมที่ปฏิบัติเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเวลานี้หลายวันด้วยกัน แต่ที่คนไทยเรารู้จักกันเป็นอย่างดีก็คือ ‘วันจ่าย’ วันที่ไปจับจ่ายซื้อข้าวของเครื่องใช้ในเทศกาล ซึ่งจะเริ่มก่อนวันตรุษจีน 2 วัน ถัดมาเป็น ‘วันไหว้’ ถือเป็นวันส่งท้ายปีที่ครอบครัวจะกลับมารวมตัวกันพร้อมหน้า รับประทานอาหารร่วมกัน รวมไปถึงกิจกรรมที่หลายคนรอคอยอย่างการแจกอั่งเปาหรือแต๊ะเอีย จนกระทั่งเมื่อวันใหม่ใกล้เข้ามา ชาวจีนจะนิยมอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเพื่อรอรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่จะมาถึงในวันขึ้นปีใหม่ หรือ ‘วันเที่ยว’ นั่นเอง วันเที่ยว เป็นวันที่ทุกคนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีมงคล เดินสายไปสวัสดีปีใหม่ญาติผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลังจากนั้นก็พากันตระเวนไหว้พระทำบุญ ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจตามสถานที่ต่างๆ โดยวันตรุษจีนปีนี้ ตรงกับวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ หลายคนแพลนเที่ยวล่วงหน้าไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่มีไอเดียก็ไม่เป็นไร เพราะ Power จะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เดินทางไปไม่ยาก ให้ได้เลือกสัมผัสบรรยากาศและกลิ่นอายแบบจีนในวันหยุดที่จะถึงนี้ วัดมังกรกมลาวาส กรุงเทพมหานคร วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวัดจีนที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ชาวไทยเชื้อสายจีนตลอดจนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมไปสักการะขอพรกันตลอดทั้งปีโดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องสะเดาะเคราะห์ปีชง เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานของ ไท่ส่วยเอี๊ย เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา ไฉ่สิ่งเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ และเทพเจ้าตามความเชื่ออื่นๆ อีกหลายองค์ แม้ว่าวัดมังกรกมลาวาสจะดูแคบ ทว่าด้านในนั้นกว้างขวางกว่าที่เห็นจากทางเข้าพอสมควร นอกจากพื้นที่ที่โปร่งสบายแล้ว เรื่องผังโครงสร้างและสถาปัตยกรรมก็ยังงดงามตามคติแบบวัดหลวงของจีนอีกด้วย เมื่อเข้าไปจะพบกับวิหารท้าวจตุโลกบาล เทพเจ้าที่คอยปกปักษ์รักษาคุ้มครองทิศทั้งสี่ ถัดไปเป็นพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานของวัดด้วยกัน 3 องค์ ได้แก่ พระโคตมพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธะ และพระไภษัชยคุรุพุทธะ พร้อมด้วย 18 อรหันต์ จากนั้นบริเวณด้านข้างและด้านหลังจะเป็นส่วนของพระวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณที่ผสมผสานศิลปะทั้งแบบไทยและจีนให้ศึกษาและชื่นชมอีกมากมาย การเดินทางไปยังวัดมังกรกมลาวาสสามารถใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมังกร ทางออกหมายเลข 3 จากนั้นเดินต่ออีกไม่ไกล ในขณะที่การเดินทางด้วยรถส่วนตัวอาจจะต้องใช้บริการที่จอดรถในบริเวณใกล้เคียงอย่างอาคารพิชัยญาติ วัดคณิกาผล หรือมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Wat.Mangkonkamalawat.Temple ล้ง 1919 กรุงเทพมหานคร สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่เดิมเป็นท่าเรือของพระยาพิศาลศุภผล (ชื่น) ต้นตระกูลพิศาลบุตร ลูกหลานของชาวจีนโพ้นทะเลที่ได้มาอาศัยร่มพระบรมโพธิสมภารตั้งรกรากบนแผ่นดินสยาม โดยสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2393 มีชื่อว่า “ฮวยจุ่งล้ง” ซึ่งมีความหมายว่า ท่าเรือกลไฟ เนื่องจากเป็นจุดรับส่งสินค้าทางเรือทั้งจากมลายู สิงคโปร์ และจีน ต่อมารับช่วงต่อโดยตระกูลหวั่งหลี ซึ่งได้ทำการปรับพื้นที่ให้กลายเป็นโกดังเก็บสินค้า อาคารสำนักงาน และที่พักอาศัย โดยมีศาลเจ้าแม่หม่าโจ้วประดิษฐานเคียงคู่ตั้งแต่แรกเริ่มมาจนถึงปัจจุบัน ปลายปี พ.ศ. 2559 ตระกูลหวั่งหลีมีโครงการสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสุนทรียศาสตร์แบบจีน จึงได้ทำการปรับปรุงพื้นที่ บูรณะส่วนต่างๆ ทั้งบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นโกดังสินค้า อาคารไม้เก่าแก่ ตลอดจนภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณ ด้วยวิธีการดั้งเดิมเพื่อคงไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมให้ได้มากที่สุด จากนั้นจึงเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนที่ฟื้นคืน ราวกับอัญมณีที่ตื่นขึ้นจากการหลับไหลอันยาวนานอีกครั้ง ล้ง 1919 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 – 20.00 น. โดยนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับสถาปัตยกรรมแบบจีนดั้งเดิมศิลปะสมัยรัชกาลที่ 3 พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ความสัมพันธ์ไทย-จีน แกลเลอรีแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย ร้านอาหาร มุมพักผ่อนหย่อนใจให้ถ่ายรูปเก๋ๆ รวมไปถึงการได้สักการะศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว พร้อมทั้งไฉ่สิ่งเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 3 ปาง ตัวแทนสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของคน 3 วัย วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ และวัยชรา อีกด้วย การเดินทางมายัง ล้ง 1919 สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีกรุงธนบุรี…
Editor
5 February 2021
DestinationLifestyle

Destination:
Beat COVID-19 Blues
with Window Swap

The pandemic and urgent need to stay inside obviously put us back to work from home and isolation mode. We all seem to get a hang of it better than the first outbreak but at the end of the day, the fact that we have to be contained in our house takes its toll at least mentally. Sonali Ranjit and her husband, Vaishnav Balasubramaniam - creatives based in Singapore – come up with this Window Swap idea to beat the lockdown blues. The couples set up an interactive website offering users the opportunity to swap new window views to stare out through the windows of others from another corner of the world. This is a simple, yet, sweet escape to let you travel without moving physically anywhere during this isolation. No one knows when the pandemic would end but it will be a long while before we could actually take…
Editor
21 January 2021
DestinationLifestyle

Destination:
สักการะพระบรมสารีริกธาตุทั่วไทย
ไหว้พระขอพรรับปีใหม่เสริมสิริมงคล

เมื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะชาวพุทธมักจะพากันไปไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตกันตั้งแต่ต้นปี ด้วยเชื่อว่าการเริ่มต้นด้วยสิ่งดีๆ จะทำให้ตลอดทั้งปีนั้นมีแต่ความราบรื่น สุขกายสบายใจ และหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต่างให้ความศรัทธา ด้วยมีบทบาททางสังคมและวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ “พระบรมสารีริกธาตุ” ในพระธาตุเจดีย์ ที่ประดิษฐานอยู่ตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศนั่นเอง Power จึงขอหยิบยกบางส่วนมาให้นักเดินทางสายบุญได้ทำความรู้จักและปักหมุดไว้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตในปีใหม่นี้ พระบรมสารีริกธาตุ หรือ กระดูกของพระพุทธเจ้า ถือเป็นวัตถุวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่อย่างสำคัญในทุกๆ ดินแดนที่นับถือพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นดั่งตัวแทนทางด้านกายภาพของพระพุทธเจ้า ประเทศไทยเองก็มีเรื่องเล่าขาน ตำนาน และความเชื่อ เกี่ยวกับพระบรมสารีริกธาตุที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และถึงแม้ว่าจะมีสถานะเป็นสิ่งสูงค่าที่ต้องเก็บรักษาอย่างดี แต่ก็สามารถหาโอกาสไปทำการสักการะได้ไม่ยาก เนื่องจากส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ในพระธาตุเจดีย์ของวัดต่างๆ พร้อมเปิดรับผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวเสมอ ซึ่งนอกจากจะได้อิ่มอกอิ่มใจจากการกราบไหว้สักการะ ได้ร่วมทำบุญทำกุศลต่างๆ กับทางวัดแล้ว ยังได้เรียนรู้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะอันงดงาม อีกทั้งยังเพลิดเพลินไปกับสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย พระธาตุช่อแฮ วัดพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ ปูชนียสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่มาตั้งแต่สมัยโบราณ มีตำนานเล่าขานที่กล่าวถึงการสร้างพระธาตุต่างกันไป โดยหลักฐานที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดนั้นเกี่ยวข้องกับพระราชพงศาวดารว่าด้วยกรุงสุโขทัย ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1879 – 1881 ตั้งแต่สมัยที่ พระมหาธรรมราชา (ลิไท) ยังเป็นพระมหาอุปราชครองเมืองศรีสัชนาลัย พระองค์โปรดให้สร้างสถานที่สำคัญทางศาสนาต่างๆ ตามที่ปรากฏในพุทธประวัติ เมืองแพร่เป็นหนึ่งในนั้น โดยได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุแก่ขุนลัวะอ้ายก้อม ทรงมอบหมายให้หาสถานที่สร้างพระธาตุแล้วนำไปบรรจุไว้ นับตั้งแต่นั้นจึงกลายเป็นธรรมเนียมที่เจ้าครองเมืองแพร่จะต้องให้ความสำคัญกับพระธาตุและบูรณปฏิสังขรณ์ให้งดงามเรื่อยมา พระธาตุช่อแฮ มีความหมายว่า เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและประดับบูชาด้วยผ้าแพรอย่างดี โดยทุกๆ ปีจะมีประเพณีการไหว้พระธาตุ งานจะเริ่มขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 เหนือ เดือน 4 ใต้ (ตรงกับเดือนมีนาคม)  ถือเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัด เชื่อกันว่า อานิสงส์ของการนำผ้าแพรสามสีไปถวาย จะทำให้ชีวิตมีพลังคุ้มครองป้องกันศัตรู พลังบารมีจะดลบันดาลให้มีชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนั้นตามคติความเชื่อของชาวล้านนา พระธาตุช่อแฮ ยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีขาลอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่นๆ – ศูนย์การเรียนรู้ผ้าจกเมืองลองและการย้อมสีธรรมชาติ / พิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุถิ่นแถนหลวง / พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้าน โรงเรียนสองพิทยาคม / แพะเมืองผี / แก่งเสือเต้น อุทยานแห่งชาติแม่ยม พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม “อุรังคนิทาน” ตำนานที่บอกเล่าเรื่องราวการสร้างพระธาตุต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยได้กล่าวไว้ว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าและพระอานนท์ได้เสด็จมายังบริเวณแม่น้ำโขงตามพุทธประเพณี ซึ่งในเวลาต่อมาบริเวณดังกล่าวได้เกิดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง โดยระหว่างนั้นพระองค์ได้โปรดรับสั่งไว้ล่วงหน้าว่า หลังจากเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว เหล่าพระอรหันต์จะนำเอาพระอุรังคธาตุ หรือ กระดูกหน้าอก มาประดิษฐานไว้ที่ “ภูกำพร้า” ริมแม่น้ำโขง  อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุพนมในปัจจุบันนี้ เพื่อให้เหล่าเทวดาและชาวเมืองทั้งหลายได้กระทำการสักการบูชาเป็นมงคลสูงสุดของชีวิตสืบไป พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีวอก ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดแห่งเดียวตามคติความเชื่อของชาวล้านนาที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินที่ราบสูงของไทย และยังเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์อีกด้วย เนื่องมาจากพระพุทธเจ้าทรงประกาศว่า ทั่วบริเวณนี้จะเป็นที่สืบทอดพระพุทธศาสนา โดยมีพื้นที่ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้น เหมือนกับที่วันอาทิตย์เป็นวันเริ่มต้นของสัปดาห์นั่นเอง นอกจากนั้น มีความเชื่อสืบต่อกันว่า หากใครมานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือได้ว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” อันมีอานิสงส์ผลบุญเสริมมงคลเพิ่มพูนบารมีให้ผู้คนเคารพนับถือ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตยิ่งนัก โดยเทศกาลนมัสการพระธาตุนั้นจะจัดขึ้นตั้งแต่วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ในปีนี้ ตรงกับวันที่ 21 – 29 มกราคม 2564 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่นๆ – หาดแห่ ทะเลอีสาน / ต้นไม้ยักษ์…
Editor
5 January 2021
DestinationLifestyle

Destination:
Culture, Art & Crafts
Arts of the Kingdom

“I have always taken pride of the fact that the artisanal blood runs strong in every Thai; be it farmer, gardener or anyone from any walk of life from all across the country. Thai people have delicate and spontaneous artistic sense. All they need is simply a chance to train their skills and they would demonstrate their gifted talents for all to see”  The speech of Her Majesty Queen Sirikit The Queen Mother on 11 August 1989 at Dusidalai Hall, Suan Chitlada.   Arts of the Kingdom Exhibition consists of a selection of highlight collection and archive collection created by the artisans of Queen Sirikit Institute. These art collections portray ancient Thai craftsmanship techniques including Gold Nielloware, Silver Niellow, Gold Damascene, Silver Damascene, Gold Nielloware, Silver Nielloware, Yan Lipao Basketry, Bamboo Basketry in Khit Pattern, Wood Carving, Enamel Paints, Embroidery, Silk Weaving, Beetle Wings Collages and many more. Some magnificent masterpieces required over 100 artisans and many years to complete. Here are some of the exquisite craft pieces on display at the museum.  MODEL…
Editor
11 December 2020
DestinationHighlightLifestyle

Destination:
Phuket
Cultural Appreciation

Phuket - Thailand’s largest island – is a dazzling destination among local and international travellers offering a myriad of things to see and do. Enjoy the bliss of its spellbinding crystal clear Andaman Sea and witness at least once in your life those magical views of the sun going down the horizon many people swear by. Suss out the city steeped in history of cultural diversity in culinary, religion, architecture and way of life. The warm welcome and hearty hospitality of its people are always there to impress travellers. Apart from access to the island by speed boat or ferry, you can also get there by car via Thao Srisoonthorn Bridge which links Ban Tha Nun in Pnanga and Ban Tha Chat Chai in Phuket. Sarasin Bridge, the first bridge connecting the island to the mainland Pnanga is now turned into a pedestrian bridge with pavilions for sightseeing. Phuket International…
Editor
11 November 2020
DestinationHighlightLifestyle

Destination:
Bangkok Art Biennale 2020
Escape Routes

BANGKOK ART BIENNALE 2020 ESCAPE ROUTES The Second Coming of Bangkok Art Biennale Art creates aesthetics to sooth the mortal soul. It has a vital role to communicate the artists’ emotion, thought or imagination and is a means to pass on the power, spark an inspiration and sustain the heart of one another especially in the current time when everyone is facing several unexpected uncertainties. Amidst the labyrinth of chaos, “a group of artists” was invited to find an exit in his own way. That is how Bangkok Art Biennale 2020 was conceived under the theme of “Escape Routes” (or “Silpa Sang Tang Sook” in Thai meaning art creates the path towards happiness). Explore contemporary art which touches on everything from economy, society to environment at this Bangkok-wide international art fete. The second coming of Bangkok Art Biennale 2020 is the collaborative efforts between the Bangkok Art Biennale Foundation and…
Editor
29 October 2020