DestinationLifestyle

Destination
“ดรีมทริป”
เที่ยวทริปในฝันแบบ Virtual

Virtual Tour หรือ การท่องเที่ยวเสมือนจริงผ่านระบบออนไลน์ กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้หลายกิจกรรมย้ายไปอยู่ที่หน้าจอกันอย่างจริงจัง อันที่จริงเทคโนโลยีดังกล่าวได้เริ่มพัฒนามาสักระยะหนึ่งแล้ว ด้วยเหตุผลหลักๆ คือ มันใช้สำหรับ “ลองก่อนไปที่จริง” อารมณ์เดียวกับการที่ผู้บริโภคได้ดูหนังตัวอย่างก่อนตัดสินใจ และใช้สำหรับ “ไปในที่ที่ไปไม่ได้” อย่างเช่นที่ที่เข้าถึงไม่สะดวก มีความอ่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมหรือวัฒนธรรมต่างๆ นั่นเอง    ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่งเราจะไปไหนไม่ได้เลยขึ้นมาจริงๆ Virtual Tour จึงเป็นเครื่องมือสำหรับ #เที่ยวทิพย์ ชั้นดีของใครหลายคน ที่แม้ว่าในช่วงแรกๆ อาจจะทำได้แค่แก้ขัดไปก่อน แต่พอผ่านไปสักพัก กลับกลายเป็นว่าเริ่มชินกับการเที่ยวผ่านหน้าจอไปเสียแล้ว เพราะในขณะที่มีบางอย่างขาดหายไป Virtual Tour ก็ให้อะไรหลายอย่างที่การเที่ยวจริงให้ไม่ได้เช่นกัน และวันนี้ Power จึงอยากอาสาพาคุณไปเที่ยวทิพย์ในอารมณ์ต่างๆ เป็นทริปในฝันที่รอวันจะเป็นทริปจริงๆ ในไม่ช้านี้  ลุยทิพย์ Great Wall of China เคยมีคำกล่าวว่า “เมื่อมองประเทศจีนจากอวกาศ คุณจะเห็นมังกรนอนขดตัวอยู่ และนั่น คือกำแพงเมืองจีน” แน่นอนว่าความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างที่เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางแห่งนี้ หากได้มองจากด้านบน คงเจอกับภาพที่น่าอัศจรรย์เป็นแน่แท้ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่จำเป็นต้องอิจฉานักบินอวกาศไป เพราะไม่มีสิ่งก่อสร้างใดบนโลกสามารถมองเห็นได้จากอวกาศเลยสักที่เดียว   แนะนำให้เข้าไปที่เว็บไซต์ airpano.com ที่จะพาคุณไปเที่ยวกำแพงเมืองจีนได้แบบเอกซ์คลูซิฟสุดๆ ผ่านมุมมองที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นมุมมองคนเดิน หรือมุมสูงกว่า 700 เมตรจากเฮลิคอปเตอร์ มีฟังก์ชันให้เลือกหลากหลายทั้ง ภาพแบบปกติ, Architectural, Fisheye Stereographic, Little Planet และ Tube View ซึ่งทำให้ภาพที่สุดแสนจะอลังการอยู่แล้วยิ่งพิเศษขึ้นไปอีก นอกจากนั้นยังมีข้อมูล คำบรรยาย และซาวนด์ประกอบที่ได้อารมณ์สุดๆ ไปเลย   เที่ยวกำแพงเมืองจีน https://www.airpano.com/360photo/China-Great-Wall/   Machu Picchu มาชูปิกชู หรือ เมืองสาบสูญแห่งอินคา เป็นซากอารยธรรมโบราณของชาวอินคาที่ตั้งอยู่บนหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ในเทือกเขาแอนดีส ประเทศเปรู ที่ความสูงประมาณ 2,430 เมตร และแม้ว่าจะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าสถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อการใด เป็นเมือง สถานที่บูชายัญ หรือแค่เพียงที่พักตากอากาศของชนชั้นสูง แต่ที่แน่ๆ ความสลับซับซ้อนของสถาปัตยกรรม สิ่งก่อสร้างซึ่งสร้างด้วยหินกว่า 200 หลัง ไล่ลงมาตามความชันของหุบเขา ที่ทั้งหมดเชื่อมกันด้วยขั้นบันไดกว่า 3,000 ขั้นนั้น ก็ทำให้ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เป็นที่เรียบร้อย  หลังจากการล่มสลายของชาวอินคา อารยธรรมแห่งนี้ก็ถูกลืมเป็นเวลาหลายร้อยปี จนกระทั่งมีการค้นพบอีกครั้งในปี ค.ศ. 1911 โดยนักโบราณคดีชาวอเมริกันที่มีชื่อว่า Hiram Bingham จึงเป็นที่รู้จักอีกครั้ง แต่การไปเยือนมาชูปิกชูก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี เพราะต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ด้วยเส้นทางขึ้นไปนั้นเป็นป่าเขา เมื่อไปถึงข้างบนอากาศยิ่งเบาบาง และจะต้องมีไกด์ท้องถิ่นนำทางเท่านั้น ทำให้ Virtual Tour ได้รับความนิยมไม่น้อยสำหรับสถานที่แห่งนี้ ลองเข้าไปสำรวจเรียกน้ำย่อยกันดูก่อน แล้วค่อยหาโอกาสไปเยือนที่จริงกันสักครั้ง   เที่ยวมาชูปิกชู https://fromcusco.com/spheres/mp/index.htm   อาร์ตทิพย์ Louvre Museum ช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมาในปารีส มีผู้คนจำนวนหนึ่งออกมาเรียกร้องกึ่งประท้วงเล็กๆ ให้ทางการทำสิ่งหนึ่งซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นฝรั่งเศสได้ดีมากๆ นั่นคือ “เปิดพิพิธภัณฑ์” ให้เข้าชมเสียที โดยพวกเขาให้เหตุผลว่า กำลังจะทนไม่ไหวแล้ว ไม่ได้ดูงานศิลปะมานานจนทนไม่ไหวแล้ว   ในความเป็นจริงแม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นหรือไม่ ลูฟวร์ ในฐานะพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่หล่อเลี้ยงโลกของศิลปะมายาวนาน ก็มีนโยบายปรับตัวให้เท่าทันโลก และมีการพัฒนาระบบ Virtual Tour ที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกอยู่แล้ว โดยในขณะนี้ได้มีการแบ่งออกเป็น Exhibition ต่างๆ ได้แก่ The Advent of the Artist, Power Plays, The Body in Movement และ Founding Myths: From Hercules to Darth Vader นอกจากนั้นยังใจดีออกฟีเจอร์ที่มีชื่อว่า Louvre Collections ที่รวบรวมผลงานศิลปะมาให้ชมกันแบบชัดๆ กว่า 480,000 ชิ้น เรียกว่าดูกันได้ทั้งปีไม่มีเบื่อกันเลยทีเดียว  เที่ยว Louvre Museum https://www.louvre.fr/en/online-tours ชม Louvre Collections https://collections.louvre.fr/en/  Klimt vs. Klimt ชื่อของ Gustav Klimt อาจไม่เป็นที่รู้จักมากเท่าผลงานของเขา จิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบรูปของคู่รักที่ยืนจูบกันท่ามกลางสีทองมลังเมลือง หรือ The Kiss ผลงานชิ้นเอกที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “โมนาลิซ่าแห่งออสเตรีย” นั้น ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่กรุงเวียนนา ในความครอบครองของหอศิลป์แห่งชาติของออสเตรีย   Gustav Klimt นั่นเริ่มต้นศึกษาศิลปะแบบคลาสสิก ทำให้มีทักษะในเชิงช่างสูง แต่ในเวลาต่อมาด้วยปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต จึงได้ปรับเปลี่ยนแนวทางของตัวเองไปมาก เขากลายเป็นศิลปินหัวก้าวหน้าที่ทำลายเส้นแบ่งระหว่าง งานวิจิตรศิลป์ กับ งานออกแบบตกแต่ง โดยเอกลักษณ์ที่สำคัญของเขาคือการใช้สีทองซึ่งแต่เดิมมักใช้กับงานศิลปะของชนชั้นสูง รวมไปถึงลวดลายประดับประดาและรายละเอียดในแบบศิลปะอาร์ตนูโวที่อลังการ นั่นจึงทำให้ Google Art & Culture ได้ทำการรวบรวมผลงานชิ้นสำคัญของเขาในหลายๆ ยุค มาจัดเป็นนิทรรศการออนไลน์ที่มีชื่อว่า Klimt vs. Klimt ลองไปหาคำตอบดูกันได้ว่า Gustav Klimt เป็นศิลปินหัวโบราณหรือหัวก้าวหน้า เป็นเฟมินิสต์หรือเสือผู้หญิง เป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่หรือช่างฝีมือธรรมดาคนหนึ่ง   ชมนิทรรศการ Klimt vs. Klimt https://artsandculture.google.com/pocketgallery/ เมืองทิพย์ Golden Gate Bridge สัญลักษณ์ของซานฟรานซิสโก สิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมที่เชื่อมระหว่างเขตปกครองมาริน รัฐแคลิฟอร์เนีย กับอ่าวซานฟรานซิสโกแห่งนี้ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1933 และเมื่อเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1937 ก็เป็นสะพานแขวนที่ยาวและสูงที่สุดในโลก และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกาในทันที หลังจากที่ก่อนหน้านี้ใครๆ ต่างก็พูดกันว่า “มันเป็นไปไม่ได้”   ช่องแคบ Golden Gate สถานที่ที่สะพานแห่งนี้ทอดข้ามไปนั้น มีที่มาจากสมัยช่วงต้นศตวรรษที่…
Editor
15 October 2021
DestinationLifestyle

Destination
5 ประเทศ ในบักเก็ตลิสต์ หลังโควิดต้องไปให้ได้

แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่สามารถไปเที่ยวต่างประเทศได้แบบปกติเหมือนเมื่อก่อน ด้วยความคิดถึงก็มีบ้างที่หยิบเอารูปทริปเก่าๆ ขึ้นมาดูแล้วนึกย้อนไปถึงโมเมนต์ที่ไม่ได้สัมผัสมานานเหล่านั้น จนเกือบจำไม่ได้ว่าเก็บพาสปอร์ตไว้ที่ไหน แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลายคนได้เริ่มที่จะวางแผนหรือคิดล่วงหน้ากันไว้บ้างแล้วว่าถ้าสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไร จุดหมายปลายทางที่จะต้องไปให้ได้นั้นจะเป็นที่ไหนบ้าง วันนี้ Power จึงอยากมาชวนคุยถึงประเทศยอดฮิตที่ใครหลายคนคิดถึง เพื่อเพิ่มดีกรีความ “อยากบิน” ให้มากขึ้นไปอีก และเมื่อวันนั้นมาถึง ไม่ว่าคุณตั้งใจจะไปเปิดประสบการณ์ในที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน หรือไปซ้ำที่เก่าที่เคยประทับใจมาแล้วก็ตาม ก็รับประกันได้ว่ามันจะเป็นความรู้สึกใหม่อันมีค่าที่พ่วงมาด้วยความสุขให้กับนักเดินทางเช่นคุณอย่างแน่นอน ญี่ปุ่น นี่คือประเทศจุดหมายปลายทางที่คนไทยรักอีกที่หนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะนอกจากจะอยู่ไม่ไกลจากประเทศไทย ใช้เวลาเดินทางไม่นานมากแล้ว เมื่อไม่กี่ปีมานี้รัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้ประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศให้กับคนไทยที่มีวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวและพำนักที่ประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วันอีกด้วย ทำให้ฝันของหลายๆ คนเป็นจริงได้ง่ายขึ้น ด้วยคนไทยนั้นได้รับวัฒนธรรมจากญี่ปุ่นจนผูกพันมาเป็นเวลายาวนาน โดยเฉพาะพ็อปคัลเจอร์ที่ถูกจริตบ้านเราอย่างเพลง การ์ตูน ของเล่น รวมไปถึงศิลปวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยโบราณอันเป็นเอกลักษณ์เลื่องชื่อมากมาย ความหลากหลาย ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แทบไม่ต้องหาก็พบเจอได้ที่นี่ พูดง่ายๆ ว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวสายไหน ญี่ปุ่นก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี สำหรับสายอาร์ตคุณจะต้องตื่นเต้นไปกับแทบจะเรียกได้ว่าเกือบทุกอย่างของที่นั่น ตั้งแต่ตึกรามบ้านช่อง สถาปัตยกรรม ป้าย ดีไซน์ต่างๆ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่จัดแสดงทั้งงานของญี่ปุ่นเองไปจนถึงงานระดับตำนานจากโลกตะวันตก ถ้าเป็นสายธรรมชาติญี่ปุ่นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวทุกแบบ ทั้งทะเล ภูเขา ไฮกิ้งเบาๆ ไปจนถึงตั้งแคมป์จริงจัง และแน่นอนสายกิน คุณจะต้องเตรียมกระเพาะเอาไว้ให้ดี เพราะอาหารญี่ปุ่นคือสวรรค์ของฟู้ดเลิฟเวอร์อย่างแท้จริง ใครที่เคยไปแล้วจะต้องเข้าใจดีว่าญี่ปุ่นนั้นไปเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ ส่วนคนที่ยังไม่เคยไปอาจจะปักหมุดที่โตเกียวไว้ก่อนก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว เพราะสะดวกสบาย การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะก็ทำได้ไม่ยาก หรือหากอยากจะไปเมืองไหนก็ลองหาข้อมูลล่วงหน้าเอาไว้รับรองว่าไม่ผิดหวัง จนอยากที่จะกลับไปอีกหลายๆ รอบอย่างแน่นอน เหมือนกับที่ป้าย Welcome to Japan ที่สนามบินนาริตะกล่าวต้อนรับเราทุกครั้งที่ไปถึง โดยมีภาษาญี่ปุ่นเขียนด้วยตัวอักษรฮิรางานะทางด้านข้างแปลได้ความว่า “ขอต้อนรับการกลับมาอีกครั้ง” นั่นเอง อิตาลี ไปต่อกันที่ฝั่งยุโรปกันบ้างกับประเทศที่ซ่อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไว้ในทุกซอกหลืบ อิตาลี จะทำให้คุณสัมผัสถึงความเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ในอดีตได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ไปถึง เต็มอิ่มไปกับศิลปกรรมตั้งแต่ยุคโรมันโบราณ ตื่นตาตื่นใจในความอลังการของสถาปัตยกรรมยุคกลางแบบโกทิก เรียนรู้อดีตอันเฟื่องฟูในฐานะศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองแห่งยุโรปสมัยเรเนซองซ์ ไปจนถึงหลงมนตร์เสน่ห์ธรรมชาติที่แสนงดงามของชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในส่วนของอาหารการกิน อิตาลีก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่คนทั่วโลกถามหา ซึ่งนอกจากพิซซ่าหรือพาสตาที่ขึ้นชื่อแล้ว ก็อย่าพลาดโอกาสที่จะลิ้มลองรสชาติของขนมอย่างทิรามิสุจากดินแดนต้นกำเนิด หรือไอศกรีมเจลาโตที่มีรูปลักษณ์และรสสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ ที่คนอิตาเลียนเองมักจะพูดเสมอๆ ว่า เจลาโตคือเจลาโต ไอศกรีมคือไอศกรีม อย่าได้เหมารวมกันเชียว นอกจากนั้น อิตาลียังมีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่าง โคลอสเซียม อดีตสนามกีฬาและลานประลองแห่งจักรวรรดิโรมัน อันเปี่ยมไปด้วยความงามและชั้นเชิงการก่อสร้างทางวิศวกรรมที่มาก่อนกาล หรือหอเอนปิซา หอสูงสีขาวตั้งตระหง่านท้าทายแรงโน้มถ่วงของโลก ที่ทั้งเก่าแก่ งดงาม และเป็นคำถามว่ามันจะไม่ล้มจริงๆ ใช่ไหม ตุรกี ดินแดนสองทวีปที่มีพื้นที่อยู่ทั้งในเอเชียและทวีปยุโรปแห่งนี้ ปัจจุบันได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากมายจนกลายเป็น 1 ใน 10 จุดหมายปลายทางชั้นนำของโลก ความน่าสนใจของตุรกีนั้น มีทั้งในด้านความหลากหลายทางภูมิประเทศ อันมีจุดเด่นจากการเคลื่อนไหวของเปลือกโลก อย่างเช่นที่ Pamukkale น้ำตกหินปูนที่งดงามราวกับภาพความฝัน ส่วนภูมิอากาศจะเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่มีครบถ้วนทุกฤดูให้เที่ยวได้ทั้งปี รวมไปถึงด้านวัฒนธรรมที่ผสมผสานจาก เติร์ก อนาโตเลีย และออตโตมัน ซึ่งยาวนานต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณเลยทีเดียว ด้วยความที่ตุรกีมีประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่หลายพันปีก่อนคริสตกาล ทำให้ประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นหลักแห่งนี้ ยังคงปรากฏให้เห็นถึงความเป็นคริสต์อยู่ไม่น้อย อย่าง Hagía Sophía ศาสนสถานอันยิ่งใหญ่ ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่เมื่อราว ค.ศ. 537 โบสถ์คริสต์ที่ใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิโรมันตะวันออกในเวลานั้น จนกระทั่งประมาณ 1,000 ปี ต่อมา เมื่อจักรวรรดิออตโตมันเรืองอำนาจจึงได้เปลี่ยนเป็นมัสยิด ด้วยเหตุนี้เองเราจึงสามารถเห็นร่องรอยที่สำคัญของทั้งสองศาสนาได้ตั้งแต่โครงสร้างภายนอกไปจนถึงรายละเอียดในการตกแต่งอันวิจิตรที่ข้ามกาลเวลามาจนปัจจุบัน ซึ่งในเชิงสุนทรียศาสตร์ เราอาจรู้จักกับคำว่า Beauty ที่สื่อถึงความงาม แต่กับ Hagía Sophía คุณจะได้สัมผัสกับสภาวะที่เรียกกันว่า Sublime หรือ “ความงามที่ยิ่งใหญ่กว่าความงาม” นั่นคือ การที่มนุษย์ได้เผชิญหน้ากับความยิ่งใหญ่บางอย่างที่มิอาจกลั่นกรองออกมาเป็นภาษาได้ ฝรั่งเศส สมมติว่าคุณกำลังทำข้อสอบแล้วรู้ว่าคำตอบที่ถูกต้องควรจะเป็นอะไร คุณจะตอบข้อนั้นไหม? หรือจะตัดสินใจไปตอบข้ออื่น เพียงเพราะว่าไม่อยากตอบเหมือนคนอื่น เช่นเดียวกัน…
Editor
14 October 2021
DestinationLifestyle

Destination
เที่ยวเมืองไทย ปลายฝนต้นหนาว

แม้ว่าโควิด-19 จะทำให้บรรยากาศของการท่องเที่ยวในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาซบเซาลงไปมาก แต่ล่าสุดด้วยสถานการณ์ในหลายๆ จังหวัดเริ่มฟื้นตัว ประกอบกับมาตรการคลายล็อกดาวน์ที่ทำให้การเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทำได้อย่างสะดวกมากขึ้น สถานที่ท่องเที่ยวที่หลายคนคิดถึงจึงได้ทยอยกลับมาเปิดให้บริการกันอีกครั้ง เรียกว่าทันปลายฝนต้นหนาวย่างเข้าเดือนตุลาคมพอดิบพอดี Power จึงมาแนะนำจุดหมายปลายทางสำหรับทริปต่อไป ให้คุณได้ออกไปสัมผัสอากาศเย็นสบายช่วงปลายปี กลับไปหาความสุขง่ายๆ ที่ห่างหายจากเราไปนาน อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน น่าน จังหวัดที่ขึ้นชื่อในเรื่องธรรมชาติอันสวยสงบ ซึ่ง “เชียงกลาง” อำเภอที่เล็กที่สุดในจังหวัด หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนที่หลายคนมองข้ามไป ด้วยความที่อยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดและถูกล้อมไปด้วยอำเภออื่นๆ ทุกทิศทาง ทำให้เชียงกลางกลายเป็นเพียงแค่ทางผ่านหรือจุดหมายที่ไปไม่ถึงไปโดยปริยาย และนั่นเองทำให้เสน่ห์อันน่าหลงใหลของที่แห่งนี้ คือความสงบเงียบไม่พลุกพล่าน วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน และธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ ความสวยงามของธรรมชาติที่เชียงกลาง โดยเฉพาะวิวทุ่งนาไกลลิบตาที่มีทิวเขาเป็นฉากหลังนับเป็นไฮไลต์ของที่นี่ ซึ่งถ้าไปเยือนในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ทุ่งนาในหน้าฝนกำลังเขียวขจีเต็มที่ เมฆหมอกในบรรยากาศชื้นๆ ช่างดูสดชื่นมีชีวิตชีวา หรือถ้าไปในช่วงปลายฝนต้นหนาวราวเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ที่อากาศกำลังเย็นสบาย ก็จะเจอกับรวงข้าวสุกสกาวสีทอง ยิ่งในยามบ่ายคล้อยที่ต้องกับแสงอาทิตย์ ถือเป็นความงามสั่งลาก่อนที่หลังจากนี้ไม่นานจะถูกเก็บเกี่ยวไปในช่วงปลายปีนั่นเอง *เนื่องจากจังหวัดน่านเป็นพื้นที่ควบคุม การเดินทางเข้าจังหวัดจำเป็นต้องแสดงหลักฐาน (เช่น หลักฐานการได้รับวัคซีน ผลตรวจแบบ RT-PCR หรือ ATK) ต่อเจ้าหน้าที่ในส่วนต่างๆ ทั้งเจ้าหน้าที่ด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ประจำชุมชน หรือพนักงานประจำที่พัก โดยระหว่างอยู่ในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจังหวัดน่าน โทร. 0 5471 6399 อ่างเก็บน้ำวังบอน จังหวัดนครนายก สำหรับสายแคมปิ้งที่ต้องการการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำวังบอน เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจ แถมยังไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก โดยอ่างเก็บน้ำฯ ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ซึ่งอยู่ในเขตรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพราะฉะนั้นถึงแม้จะอยู่รอบนอกของพื้นที่อุทยานฯ แต่รับประกันว่าความสมบูรณ์ของธรรมชาตินั้นไม่แพ้กันเลย ด้วยความที่อ่างเก็บน้ำฯ ไม่มีรถประจำทางผ่าน รวมถึงไม่มีห้องพักหรู มีเพียงสถานที่ให้กางเต็นท์ ห้องอาบน้ำ (มีบริการห้องสุขาสำหรับผู้พิการ) และร้านค้าเล็กๆ อำนวยความสะดวกเท่านั้น ทำให้ที่นี่เหมาะกับคนที่รักความสงบ ทำกับข้าวรับประทานง่ายๆ แล้วหย่อนใจไปกับธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศของภูเขาที่โอบล้อมผืนน้ำ อีกทั้งธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์บริเวณนั้น ทำให้สามารถสนุกไปกับกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ เช่น เดินป่า ดูนก พายเรือแคนูชมความงามของน้ำตกวังบอน รวมไปถึงโรยตัวจากหน้าผาจริงที่มีถึง 4 แห่งผ่านสายน้ำตก 5 แห่งอีกด้วย โดยกิจกรรมอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ติดต่อทางเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามข้อมูลล่วงหน้า การไปพักที่อ่างเก็บน้ำวังบอน สามารถไปกันเป็นกลุ่ม ทำกิจกรรมสนุกสนานกับเพื่อนๆ หรือจะไปพักผ่อนแบบเงียบๆ ก็ได้ เพราะไม่ว่าอย่างไรคุณก็จะได้สัมผัสกับความร่มรื่นของแมกไม้ ได้ยินเสียงน้ำตกแว่วดัง และตื่นมาพบกับอากาศบริสุทธิ์สดชื่น พร้อมเติมพลังชีวิตให้เต็มอีกครั้งอย่างแน่นอน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก เว็บไซต์ http://www.tat8.com/ *เนื่องจากจังหวัดนครนายกเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การเดินทางเข้าจังหวัดจำเป็นต้องแสดงหลักฐาน (เช่น หลักฐานการได้รับวัคซีน ผลตรวจแบบ RT-PCR หรือ ATK) ต่อเจ้าหน้าที่ในส่วนต่างๆ ทั้งเจ้าหน้าที่ด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ประจำชุมชน หรือพนักงานประจำที่พัก โดยระหว่างอยู่ในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจังหวัดนครนายก โทร. 0 3731 4575 จุดชมวิวเขาบ่อเตย จังหวัดจันทบุรี จันทบุรี จุดหมายปลายทางไม่ใกล้ไม่ไกลใช้เวลาขับรถประมาณ 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ จังหวัดที่มีครบทุกอารมณ์ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ ทะเล ภูเขา น้ำตก ร้านกาแฟ คาเฟ่ รวมไปถึงร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย และอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนที่ห้ามพลาดก็คือ จุดชมวิวเขาบ่อเตย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นที่ที่คุณจะได้ชมแสงสุดท้ายของวันได้สวยงามที่สุดในเมืองจันทบุรี จุดชมวิวเขาบ่อเตย อยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน…
Editor
7 October 2021
DestinationLifestyle

Destination
Feel the charms of Phuket,
the destination that never fades away from memories

An inspiration seeker’s quest has started. Feel the charms of the beaches that are more beautiful than ever. Feel the touch of civilisation through the course of time in “Phuket”, the destination with the breeze of joy, memorable beaches, and the experience that will make you fall in love over and again. The appeal of a journey will never end. Visit three beaches in Phuket without leaving the mainland! Get lost by the simplicity and privacy at “Yanui Beach”. Yanui Beach is a hidden and serene beach on the way from Laem Phromthep to Nai Lan Beach. Years ago, this beach would not have been known by many. Apart from its simplicity and pristine nature, this fine sandy beach with its splendid curve, coupled with the surrounding indigo blue sea, has captured everyone’s heart these days. With a handful of tourists, this beach offers you with privacy. What could be…
Editor
9 July 2021
DestinationLifestyle

Destination
เที่ยวสายลุยสไตล์แอดเวนเจอร์
กระตุ้นหัวใจให้กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง

การท่องเที่ยว ไม่ว่าแบบไหนก็ช่วยเติมหัวใจของนักเดินทางให้เต็มได้ทั้งนั้น ยิ่งในวันที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ในวันที่สถานการณ์รอบข้างไม่ค่อยเป็นใจ ออกไปมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ สักหน่อยก็ดีเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงชอบที่จะพาตัวเองไปเผชิญหน้ากับความท้าทายและประสบการณ์แปลกใหม่จากการท่องเที่ยวสไตล์แอดเวนเจอร์ สมบุกสมบันไปกับธรรมชาติและกิจกรรมผจญภัยต่างๆ และวันนี้ Power จะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเอาใจขาลุยให้ทดไว้ในใจกันก่อน โอกาสเหมาะเจาะเมื่อไรเก็บกระเป๋าออกไปลุยกันได้เลย ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก ล่องแก่ง กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัยประจำหน้าฝนของเหล่านักท่องเที่ยวสายลุยผู้หลงใหลในความท้าทายที่มาพร้อมกับความชุ่มฉ่ำ และอีกหนึ่งสายน้ำที่พลาดไม่ได้ก็คือลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งได้รับการขนานนามว่าแล่นเรือยางล่องแก่งได้สนุกติดอันดับ 1 ใน 5 ของไทยเลยทีเดียว ลำน้ำเข็กเป็นลำน้ำขนาดกลาง มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ช่วงที่เหมาะสมกับการล่องแก่งมีระยะทางรวม 8 กิโลเมตร ใช้เวลาในการล่องแก่งประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้าไม่ใช่หน้าฝนลำน้ำเข็กจะใสสะอาดสามารถลงไปเล่นได้ ทว่าในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมเช่นนี้ ปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้น ไหลเชี่ยว มีระดับความรุนแรงแตะถึงระดับ 4 – 5 เหมาะแก่การล่องแก่งเป็นอย่างยิ่ง โดยระดับความแรงของกระแสน้ำจะเริ่มที่ระดับ 1 – 2 ก่อน ที่จุดปล่อยตัวบริเวณน้ำตกแก่งซอง จากนั้นจึงค่อยๆ ไล่ระดับไปถึง 3 – 4 หรือ 5 ก่อนที่จะลดดีกรีลงมาให้หายใจหายคอในช่วงท้าย ตลอดเส้นทางจะได้พบกับแก่งต่างระดับ คดเคี้ยวต่างๆ กันถึง 18 แก่ง เรียกว่าเก็บครบทุกรสชาติได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ข้อดีอีกอย่างของที่นี่คือลำน้ำอยู่ไม่ไกลจากถนน ไม่ต้องบุกป่าฝ่าดงแบกเรือเข้าไป การเตรียมตัวจึงไม่ยุ่งยากมาก เพียงแต่เตรียมความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ สวมอุปกรณ์ป้องกัน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำเรืออย่างเคร่งครัด สอบถามสภาพลำน้ำกับทางเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพิษณุโลก ที่ โทร. 0 5525 2742 – 43 ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำปาด อากาศเย็นสบายตลอดปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 27 องศาเซลเซียส และเส้นทางขึ้นภูที่นี่ติด 1 ใน 5 ของเส้นทางพิชิตยอดเขาที่ยากที่สุดในเมืองไทย เมื่อออกสตาร์ตจากที่ทำการอุทยานไม่นานก็จะพบกับความงดงามของน้ำตกภูสอยดาว น้ำตกขนาดกลางที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อสุดไพเราะว่า ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ ต่อด้วยน้ำตกสายทิพย์ น้ำตกขนาดเล็ก มี 7 ชั้น สภาพป่าโดยรอบน้ำตกมีความชุ่มชื้นมาก จึงมีมอสส์สีเขียวงามตาปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ และเมื่อผ่านด่านน้ำตกและเนินวัดใจต่างๆ ไปได้ก็จะพบกับลานสนสามใบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ลานสนสามใบตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,633 เมตร สภาพพื้นที่เป็นเป็นป่าสนสามใบเนินสูงต่ำสลับกันไป อุดมสมบูรณ์ด้วยดอกไม้ป่ามากมายหลายชนิดขึ้นเป็นทิวสวยงามผลัดกันออกดอกหมุนเวียนไปตามช่วงฤดูกาล ที่ขึ้นชื่อมากคือ ดอกหงอนนาคสีม่วงอ่อน ที่ออกดอกในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน การเดินทางไปเที่ยวรวมถึงกางเต็นท์นอนที่ลานฯ ต้องเดินทางเท้าขึ้นไปเป็นระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 4 – 6 ชั่วโมง อาจจะไกลหน่อยแต่วิวพระอาทิตย์ตกสุดสวยรอคุณอยู่ที่นั่น ในขณะที่ยามค่ำคืนท้องฟ้าก็ดารดาษด้วยแสงดาวราวกับจะสอยมาได้จริงๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนจองเข้าอุทยานฯ ล่วงหน้าได้ที่ โทร. 095 629 9528 หรือ https://www.facebook.com/phusoidao07/ Hanuman World Zipline จังหวัดภูเก็ต สำหรับสายแอดเวนเจอร์ขาลุย ต้องไม่พลาดกับกิจกรรมที่อาศัยความกล้าที่กำลังมาแรงอย่าง Zipline เด็ดขาด โดย Zipline…
Editor
25 June 2021
DestinationLifestyle

Destination
ท่องไปในกาลเวลา
เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ผ่านหน้าจอ

ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่องสำหรับกระแส “เที่ยวทิพย์” ในช่วงที่การเดินทางออกไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้สะดวกเช่นนี้ การอยู่กับบ้านแม้จะฟังดูน่าเบื่อ แต่มันมีส่วนสำคัญในการช่วยหยุดยั้งการแพร่กระจายของโรคระบาดได้ โชคยังดีที่ความก้าวหน้าของโลกทุกวันนี้ ยังพอมีช่องทางให้เราเที่ยวผ่านหน้าจอพอแก้เหงาได้ไม่ยาก จริงอยู่ที่การเที่ยวเสมือนจริงอาจทำให้เสน่ห์บางอย่างหล่นหายไป ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สายลม แสงแดด หรือแม้แต่ความเป็นไปของบรรดาผู้คนในสถานที่นั้นๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสียไปทั้งหมด เพราะหลายครั้งการที่เราต้องเผชิญกับอุณหภูมิเกินต้าน ฝนที่เทลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ทำให้การถ่ายรูปสวยๆ กลายเป็นเรื่องยาก รวมไปถึงข้อจำกัดของการเข้าชมหลายๆ อย่าง วันนี้ Power จึงจะมาชวนทุกคนไปออกทริปย้อนเวลา ผ่านทางเว็บไซต์อุทยานประวัติศาสตร์เสมือนจริง (Virtual Historical Park) ที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราว ประวัติความเป็นมา ข้อมูลเชิงลึกต่างๆ พร้อมคำบรรยาย 5 ภาษาให้ได้ศึกษากันอย่างเต็มอิ่ม ในรูปแบบเสมือนจริงกับภาพ 360 องศา ที่รับรองว่าไม่สามารถสัมผัสได้จากที่ไหนนอกจากทางหน้าจอของคุณเองเท่านั้น อุทยานประวัติศาสตร์ หมายถึง บริเวณสถานที่ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี มีองค์ประกอบสำคัญหลักๆ ได้แก่ สถาปัตยกรรม ซากโบราณสถาน สภาพแวดล้อมของโบราณสถาน ตลอดจนการผสมผสานกันระหว่างการก่อสร้างของมนุษย์กับธรรมชาติแวดล้อม โดยจะต้องมีการผสมผสานกันอย่างกลมกลืน และสามารถที่จะรักษาสภาพอันเป็นของแท้และดั้งเดิมนั้นไว้ได้ ปัจจุบันประเทศไทยมีอุทยานประวัติศาสตร์ในการดูแลของกรมศิลปากรทั้งสิ้น 11 แห่งทั่วประเทศ  โดยล่าสุดกรมศิลปากรได้ประกาศจัดตั้งปราสาทสด๊กก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว ขึ้นเป็นอุทยานประวัติศาสตร์แห่งใหม่ แห่งที่ 11 เมื่อปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา และจาก 11 แห่ง มีอุทยานฯ 4 แห่ง ที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ที่เราจะไปทำความรู้จักกันในวันนี้ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัย ราชธานีเก่าซึ่งมีอำนาจอยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18–19 แห่งนี้ มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยม กำแพงเมืองกว้างประมาณ 1,600 เมตร ยาวประมาณ 1,800 เมตร มีโบราณสถานสำคัญตั้งอยู่กลางเมืองและกระจายตัวทั่วทั้งเมือง นอกจากนี้ยังพบโบราณสถานน้อยใหญ่กระจายอยู่ทั่วไปภายนอกกำแพงเมืองทั้งสี่ทิศรวมแล้วมากกว่า 200 แห่งอีกด้วย โบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ มณฑปวัดศรีชุม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปมารวิชัยขนาดใหญ่อันงดงามอ่อนช้อยตามพุทธศิลป์แบบสุโขทัย วัดมหาธาตุ วัดหลวงและสุสานหลวงประจำเมือง ประกอบด้วยเจดีย์ประธาน วิหาร มณฑป โบสถ์ และเจดีย์รายจำนวนมากถึง 200 องค์ วัดช้างล้อม ตั้งอยู่นอกกำแพงเมือง สถานที่พบศิลาจารึกหลักที่ 106 อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย อีกหนึ่งอุทยานประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสุโขทัยแห่งนี้ เป็นแหล่งค้นพบทางโบราณคดีสำคัญถึงการเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่มีการอาศัยต่อเนื่องและพัฒนามาเป็นชุมชนร่วมสมัยทวารวดี ต่อมาได้มีการย้ายศูนย์กลางของเมืองมาทางด้านทิศเหนือ และเรียกชื่อเมืองว่า “ศรีสัชนาลัย” โดยดำรงสถานะเป็นเมืองลูกหลวงที่มีความสำคัญควบคู่กันมากับเมืองสุโขทัยนั่นเอง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏ แสดงให้เห็นถึงผลงานทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น นับเป็นตัวแทนของศิลปกรรมไทยยุคแรก และเป็นต้นกำเนิดของการสร้างประเทศ โบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ วัดเจดีย์เจ็ดแถว ภายในวัดมีเจดีย์ทรงต่างๆ มากถึง 33 องค์ วางตัวอย่างเป็นระเบียบแบบแผนตามคติจักรวาล สันนิษฐานได้ว่าเป็นสุสานหลวง หรือสถานที่บรรจุอัฐิของพระบรมวงศานุวงศ์ในราชวงศ์สุโขทัย วัดนางพญา กับวิหารประธานที่มีผิวปูนฉาบประดับลายปูนปั้น อันเป็นแรงบันดาลใจให้ช่างฝีมือท้องถิ่นนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นลวดลายเครื่องประดับเงินและทองที่รู้จักกันในนาม “ทองโบราณศรีสัชนาลัย” วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง (วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียงหรือวัดพระปรางค์) ปรางค์ประธานขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน ด้านหน้าองค์ปรางค์มีวิหาร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ถัดไปทางด้านขวามีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลาที่มีลักษณะอ่อนช้อยงดงามมาก จนนักประวัติศาสตร์ศิลปะยกย่องให้เป็นมาสเตอร์พีซเทียบเท่าประติมากรรมของ Donatello ศิลปินแห่งยุค Renaissance เลยทีเดียว อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรุงศรีอยุธยา อดีตราชธานีอันยิ่งใหญ่ที่มีอายุยืนยาวถึง 417 ปี มีโบราณสถานมากมาย ทั้งพระราชวังโบราณ…
Editor
14 May 2021
DestinationLifestyle

Destination
Family Trip เที่ยวคูลๆ ในวันครอบครัว

เมษายนอาจจะถือได้ว่าเป็นเดือนแห่งการพักผ่อน ด้วยความที่มีวันหยุดติดกันหลายวัน หลายคนจึงเลือกที่จะจัดทริปไปเที่ยวไกลๆ ในขณะที่อีกหลายคนก็ใช้โอกาสนี้ในการกลับไปเยี่ยมบ้าน ทำให้พ่อ แม่ พี่ น้อง และญาติๆ ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในเดือนที่ร้อนที่สุดของปี ว่าแล้วก็ต้องหากิจกรรมคลายร้อนกันสักหน่อย อย่างในวันที่ 13 เมษายน นอกจากจะเป็นวันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ของไทยแล้ว ก็ยังเป็นวันผู้สูงอายุอีกด้วย เด็กๆ หลังจากสนุกสนานกับการเล่นน้ำก็จะมารดน้ำขอพรผู้ใหญ่กัน พอวันรุ่งขึ้น 14 เมษายน ก็เป็นวันครอบครัวต่อเนื่องกันมา ทำให้ทั้งครอบครัวนิยมพากันไปหาของกินอร่อยๆ ไปเที่ยวตามที่ต่างๆ Power เลยจะมาแนะนำจุดหมายปลายทางสำหรับทริปครอบครัว ตลอดจนกิจกรรมที่น่าสนใจที่จะช่วยลดดีกรีความร้อนของเดือนเมษาฯ ลง ให้เหลือแค่ “อบอุ่น” กำลังดี สิริมหรรณพ กรุงเทพมหานคร ห้องอาหารและบาร์ที่ลอยโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ สร้างขึ้นโดยมี “เรือทูลกระหม่อม” เรือใบสามเสาคล้ายเรือสําเภาซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศเป็นต้นแบบ โดยถือเป็นเรือประวัติศาสตร์ที่ทำหน้าที่เชื่อมสยามกับโลกตะวันตก ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชดําริเรื่องการเปิดการค้าเสรี การทำสนธิสัญญาเบาว์ริง และการเดินเรือกับอังกฤษ กระทั่งในเวลาต่อมาเมื่อถึงคราวจำเป็น เรือทูลกระหม่อมก็ได้เปลี่ยนหน้าที่จากเรือสินค้าไปเป็นเรือรบประจำการป้องกันปากน้ำเจ้าพระยา ก่อนจะถูกปลดระวางในฐานะเรือรบใช้ใบลําสุดท้ายของกองทัพเรือ สิริมหรรณพ พร้อมพาคุณและครอบครัวไปสัมผัสกับประสบการณ์พิเศษ ด้วยอาหารและเครื่องดื่มมากมายทั้งไทยและยุโรป ท่ามกลางบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ณ ท่าเรือของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ท่าเรือขนส่งระหว่างประเทศแห่งแรก อดีตย่านอุตสาหกรรมที่ยังคงความมีชีวิตชีวาไม่เสื่อมคลาย โดยไฮไลต์อยู่ที่บริเวณชั้นดาดฟ้าของเรือ (Upper Deck) ที่รายล้อมไปด้วยทัศนียภาพธรรมชาติอันงดงามและความฉ่ำเย็นของสายน้ำแห่งแผ่นดิน สถาปัตยกรรมสะพานแบบอสมมาตรที่สูงเป็นอันดับ 5 ของโลกของสะพานพระราม 3 ตลอดจนเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตริมฝั่งเจ้าพระยา พอถึงกลางคืนก็ได้เวลาเปลี่ยนบรรยากาศไปสู่การดื่มด่ำแสงไฟแห่งกรุงเทพมหานคร ที่ส่องสว่างตัดกับท้องฟ้าและผืนน้ำอันมืดมิด การเดินทางสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสเชื่อมต่อสถานีสะพานตากสิน ทางออก 2 แล้วต่อ Shuttle Boat ของโครงการ (ให้บริการเวลา 16.00 น. - 23.30 น.) หรือเรือด่วนเจ้าพระยาธงสีส้ม ลงที่ท่าเรือวัดราชสิงขร จากนั้นเดินต่อมาทางถนนเจริญกรุงอีกประมาณ 500 เมตร สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถส่วนตัวก็มีที่จอดรถบริการอำนวยความสะดวก เนื่องด้วยดาดฟ้าของเรือสิริมหรรณพสามารถรองรับได้ประมาณ 100 คน ฉะนั้นควรทำการจองก่อนล่วงหน้า โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทำการจองได้ที่ โทรศัพท์ 0 2059 5999 เว็บไซต์ https://www.asiatiquethailand.com/th/home และ เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/sirimahannop/ สงกรานต์ไทยรามัญ นนทบุรี วันสงกรานต์ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทยรามัญเช่นเดียวกัน โดยจะมีการทำบุญ รักษาศีล และเฉลิมฉลองต้อนรับศกใหม่อย่างยิ่งใหญ่ อย่างงานประจำปีที่เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จะมีการทำบุญสำคัญ 3 วันด้วยกัน เริ่มตั้งแต่วันก่อนสงกรานต์กับประเพณีส่งขนมกะละแม ซึ่งจะต้องเตรียมการล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นขนมที่ต้องใช้เวลาและแรงงานค่อนข้างมากในการทำ ต่อมาในวันสงกรานต์ ชาวบ้านจะเตรียมข้าวแช่ หรือ เปิงด้าจก์ อาหารขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของชาวไทยรามัญ เอกลักษณ์ประจำหน้าร้อนที่ขาดไม่ได้ ไปทำบุญที่วัด โดยในระหว่างวันก็จะมีกิจกรรมต่างๆ เช่น ก่อเจดีย์ทราย การละเล่นสะบ้า สรงน้ำพระ ให้ได้สนุกสนานกัน พอหลังวันสงกรานต์ ก็จะมีการแห่น้ำหวานมาบรรจุขวดไปถวายพระตามวัดต่างๆ อย่างยิ่งใหญ่ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด สงกรานต์ของชาวไทยรามัญนั้นก็ยังคงเสน่ห์เอาไว้ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย การไปสัมผัสวัฒนธรรมแท้ๆ ถึงเกาะเกร็ดนั้น เรียกได้ว่าเป็นทริปที่เหมาะสำหรับครอบครัวในวันหยุดนี้เป็นอย่างยิ่ง ทุกคนจะได้ชิมอาหารคาวหวานขึ้นชื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวแช่ กาละแม ข้าวเหนียวแดงหรือข้าวเหนียวแก้ว ได้ทำบุญสรงน้ำพระให้เย็นไปถึงใจ รวมไปถึงได้เที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวเกาะเกร็ดในบรรยากาศแห่งความคึกคักของวันขึ้นปีใหม่ที่ทำให้คลายร้อนลงไปได้เยอะเลย กุหลาบขาวบาน บนลานร่องกล้า พิษณุโลก อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อำเภอนครไทย…
Editor
12 April 2021
DestinationLifestyle

Destination
พาเที่ยวเทศกาลตรุษจีน
พักผ่อนหย่อนใจ ไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคล

ตรุษจีน หรือเทศกาลขึ้นปีใหม่ของชาวจีนนั้น เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานผ่านกาลเวลานับพันปี ตามธรรมเนียมโบราณจะมีพิธีกรรมที่ปฏิบัติเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเวลานี้หลายวันด้วยกัน แต่ที่คนไทยเรารู้จักกันเป็นอย่างดีก็คือ ‘วันจ่าย’ วันที่ไปจับจ่ายซื้อข้าวของเครื่องใช้ในเทศกาล ซึ่งจะเริ่มก่อนวันตรุษจีน 2 วัน ถัดมาเป็น ‘วันไหว้’ ถือเป็นวันส่งท้ายปีที่ครอบครัวจะกลับมารวมตัวกันพร้อมหน้า รับประทานอาหารร่วมกัน รวมไปถึงกิจกรรมที่หลายคนรอคอยอย่างการแจกอั่งเปาหรือแต๊ะเอีย จนกระทั่งเมื่อวันใหม่ใกล้เข้ามา ชาวจีนจะนิยมอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเพื่อรอรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่จะมาถึงในวันขึ้นปีใหม่ หรือ ‘วันเที่ยว’ นั่นเอง วันเที่ยว เป็นวันที่ทุกคนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีมงคล เดินสายไปสวัสดีปีใหม่ญาติผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลังจากนั้นก็พากันตระเวนไหว้พระทำบุญ ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจตามสถานที่ต่างๆ โดยวันตรุษจีนปีนี้ ตรงกับวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ หลายคนแพลนเที่ยวล่วงหน้าไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่มีไอเดียก็ไม่เป็นไร เพราะ Power จะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เดินทางไปไม่ยาก ให้ได้เลือกสัมผัสบรรยากาศและกลิ่นอายแบบจีนในวันหยุดที่จะถึงนี้ วัดมังกรกมลาวาส กรุงเทพมหานคร วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวัดจีนที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ชาวไทยเชื้อสายจีนตลอดจนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมไปสักการะขอพรกันตลอดทั้งปีโดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องสะเดาะเคราะห์ปีชง เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานของ ไท่ส่วยเอี๊ย เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา ไฉ่สิ่งเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ และเทพเจ้าตามความเชื่ออื่นๆ อีกหลายองค์ แม้ว่าวัดมังกรกมลาวาสจะดูแคบ ทว่าด้านในนั้นกว้างขวางกว่าที่เห็นจากทางเข้าพอสมควร นอกจากพื้นที่ที่โปร่งสบายแล้ว เรื่องผังโครงสร้างและสถาปัตยกรรมก็ยังงดงามตามคติแบบวัดหลวงของจีนอีกด้วย เมื่อเข้าไปจะพบกับวิหารท้าวจตุโลกบาล เทพเจ้าที่คอยปกปักษ์รักษาคุ้มครองทิศทั้งสี่ ถัดไปเป็นพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานของวัดด้วยกัน 3 องค์ ได้แก่ พระโคตมพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธะ และพระไภษัชยคุรุพุทธะ พร้อมด้วย 18 อรหันต์ จากนั้นบริเวณด้านข้างและด้านหลังจะเป็นส่วนของพระวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณที่ผสมผสานศิลปะทั้งแบบไทยและจีนให้ศึกษาและชื่นชมอีกมากมาย การเดินทางไปยังวัดมังกรกมลาวาสสามารถใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมังกร ทางออกหมายเลข 3 จากนั้นเดินต่ออีกไม่ไกล ในขณะที่การเดินทางด้วยรถส่วนตัวอาจจะต้องใช้บริการที่จอดรถในบริเวณใกล้เคียงอย่างอาคารพิชัยญาติ วัดคณิกาผล หรือมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Wat.Mangkonkamalawat.Temple ล้ง 1919 กรุงเทพมหานคร สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่เดิมเป็นท่าเรือของพระยาพิศาลศุภผล (ชื่น) ต้นตระกูลพิศาลบุตร ลูกหลานของชาวจีนโพ้นทะเลที่ได้มาอาศัยร่มพระบรมโพธิสมภารตั้งรกรากบนแผ่นดินสยาม โดยสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2393 มีชื่อว่า “ฮวยจุ่งล้ง” ซึ่งมีความหมายว่า ท่าเรือกลไฟ เนื่องจากเป็นจุดรับส่งสินค้าทางเรือทั้งจากมลายู สิงคโปร์ และจีน ต่อมารับช่วงต่อโดยตระกูลหวั่งหลี ซึ่งได้ทำการปรับพื้นที่ให้กลายเป็นโกดังเก็บสินค้า อาคารสำนักงาน และที่พักอาศัย โดยมีศาลเจ้าแม่หม่าโจ้วประดิษฐานเคียงคู่ตั้งแต่แรกเริ่มมาจนถึงปัจจุบัน ปลายปี พ.ศ. 2559 ตระกูลหวั่งหลีมีโครงการสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสุนทรียศาสตร์แบบจีน จึงได้ทำการปรับปรุงพื้นที่ บูรณะส่วนต่างๆ ทั้งบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นโกดังสินค้า อาคารไม้เก่าแก่ ตลอดจนภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณ ด้วยวิธีการดั้งเดิมเพื่อคงไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมให้ได้มากที่สุด จากนั้นจึงเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนที่ฟื้นคืน ราวกับอัญมณีที่ตื่นขึ้นจากการหลับไหลอันยาวนานอีกครั้ง ล้ง 1919 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 – 20.00 น. โดยนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับสถาปัตยกรรมแบบจีนดั้งเดิมศิลปะสมัยรัชกาลที่ 3 พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ความสัมพันธ์ไทย-จีน แกลเลอรีแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย ร้านอาหาร มุมพักผ่อนหย่อนใจให้ถ่ายรูปเก๋ๆ รวมไปถึงการได้สักการะศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว พร้อมทั้งไฉ่สิ่งเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 3 ปาง ตัวแทนสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของคน 3 วัย วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ และวัยชรา อีกด้วย การเดินทางมายัง ล้ง 1919 สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีกรุงธนบุรี…
Editor
5 February 2021
DestinationLifestyle

Destination
Beat COVID-19 Blues
with Window Swap

The pandemic and urgent need to stay inside obviously put us back to work from home and isolation mode. We all seem to get a hang of it better than the first outbreak but at the end of the day, the fact that we have to be contained in our house takes its toll at least mentally. Sonali Ranjit and her husband, Vaishnav Balasubramaniam - creatives based in Singapore – come up with this Window Swap idea to beat the lockdown blues. The couples set up an interactive website offering users the opportunity to swap new window views to stare out through the windows of others from another corner of the world. This is a simple, yet, sweet escape to let you travel without moving physically anywhere during this isolation. No one knows when the pandemic would end but it will be a long while before we could actually take…
Editor
21 January 2021
DestinationLifestyle

Destination
สักการะพระบรมสารีริกธาตุทั่วไทย
ไหว้พระขอพรรับปีใหม่เสริมสิริมงคล

เมื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะชาวพุทธมักจะพากันไปไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตกันตั้งแต่ต้นปี ด้วยเชื่อว่าการเริ่มต้นด้วยสิ่งดีๆ จะทำให้ตลอดทั้งปีนั้นมีแต่ความราบรื่น สุขกายสบายใจ และหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต่างให้ความศรัทธา ด้วยมีบทบาททางสังคมและวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ “พระบรมสารีริกธาตุ” ในพระธาตุเจดีย์ ที่ประดิษฐานอยู่ตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศนั่นเอง Power จึงขอหยิบยกบางส่วนมาให้นักเดินทางสายบุญได้ทำความรู้จักและปักหมุดไว้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตในปีใหม่นี้ พระบรมสารีริกธาตุ หรือ กระดูกของพระพุทธเจ้า ถือเป็นวัตถุวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่อย่างสำคัญในทุกๆ ดินแดนที่นับถือพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นดั่งตัวแทนทางด้านกายภาพของพระพุทธเจ้า ประเทศไทยเองก็มีเรื่องเล่าขาน ตำนาน และความเชื่อ เกี่ยวกับพระบรมสารีริกธาตุที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และถึงแม้ว่าจะมีสถานะเป็นสิ่งสูงค่าที่ต้องเก็บรักษาอย่างดี แต่ก็สามารถหาโอกาสไปทำการสักการะได้ไม่ยาก เนื่องจากส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ในพระธาตุเจดีย์ของวัดต่างๆ พร้อมเปิดรับผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวเสมอ ซึ่งนอกจากจะได้อิ่มอกอิ่มใจจากการกราบไหว้สักการะ ได้ร่วมทำบุญทำกุศลต่างๆ กับทางวัดแล้ว ยังได้เรียนรู้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะอันงดงาม อีกทั้งยังเพลิดเพลินไปกับสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย พระธาตุช่อแฮ วัดพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ ปูชนียสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่มาตั้งแต่สมัยโบราณ มีตำนานเล่าขานที่กล่าวถึงการสร้างพระธาตุต่างกันไป โดยหลักฐานที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดนั้นเกี่ยวข้องกับพระราชพงศาวดารว่าด้วยกรุงสุโขทัย ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1879 – 1881 ตั้งแต่สมัยที่ พระมหาธรรมราชา (ลิไท) ยังเป็นพระมหาอุปราชครองเมืองศรีสัชนาลัย พระองค์โปรดให้สร้างสถานที่สำคัญทางศาสนาต่างๆ ตามที่ปรากฏในพุทธประวัติ เมืองแพร่เป็นหนึ่งในนั้น โดยได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุแก่ขุนลัวะอ้ายก้อม ทรงมอบหมายให้หาสถานที่สร้างพระธาตุแล้วนำไปบรรจุไว้ นับตั้งแต่นั้นจึงกลายเป็นธรรมเนียมที่เจ้าครองเมืองแพร่จะต้องให้ความสำคัญกับพระธาตุและบูรณปฏิสังขรณ์ให้งดงามเรื่อยมา พระธาตุช่อแฮ มีความหมายว่า เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและประดับบูชาด้วยผ้าแพรอย่างดี โดยทุกๆ ปีจะมีประเพณีการไหว้พระธาตุ งานจะเริ่มขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 เหนือ เดือน 4 ใต้ (ตรงกับเดือนมีนาคม)  ถือเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัด เชื่อกันว่า อานิสงส์ของการนำผ้าแพรสามสีไปถวาย จะทำให้ชีวิตมีพลังคุ้มครองป้องกันศัตรู พลังบารมีจะดลบันดาลให้มีชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนั้นตามคติความเชื่อของชาวล้านนา พระธาตุช่อแฮ ยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีขาลอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่นๆ – ศูนย์การเรียนรู้ผ้าจกเมืองลองและการย้อมสีธรรมชาติ / พิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุถิ่นแถนหลวง / พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้าน โรงเรียนสองพิทยาคม / แพะเมืองผี / แก่งเสือเต้น อุทยานแห่งชาติแม่ยม พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม “อุรังคนิทาน” ตำนานที่บอกเล่าเรื่องราวการสร้างพระธาตุต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยได้กล่าวไว้ว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าและพระอานนท์ได้เสด็จมายังบริเวณแม่น้ำโขงตามพุทธประเพณี ซึ่งในเวลาต่อมาบริเวณดังกล่าวได้เกิดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง โดยระหว่างนั้นพระองค์ได้โปรดรับสั่งไว้ล่วงหน้าว่า หลังจากเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว เหล่าพระอรหันต์จะนำเอาพระอุรังคธาตุ หรือ กระดูกหน้าอก มาประดิษฐานไว้ที่ “ภูกำพร้า” ริมแม่น้ำโขง  อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุพนมในปัจจุบันนี้ เพื่อให้เหล่าเทวดาและชาวเมืองทั้งหลายได้กระทำการสักการบูชาเป็นมงคลสูงสุดของชีวิตสืบไป พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีวอก ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดแห่งเดียวตามคติความเชื่อของชาวล้านนาที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินที่ราบสูงของไทย และยังเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์อีกด้วย เนื่องมาจากพระพุทธเจ้าทรงประกาศว่า ทั่วบริเวณนี้จะเป็นที่สืบทอดพระพุทธศาสนา โดยมีพื้นที่ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้น เหมือนกับที่วันอาทิตย์เป็นวันเริ่มต้นของสัปดาห์นั่นเอง นอกจากนั้น มีความเชื่อสืบต่อกันว่า หากใครมานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือได้ว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” อันมีอานิสงส์ผลบุญเสริมมงคลเพิ่มพูนบารมีให้ผู้คนเคารพนับถือ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตยิ่งนัก โดยเทศกาลนมัสการพระธาตุนั้นจะจัดขึ้นตั้งแต่วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ในปีนี้ ตรงกับวันที่ 21 – 29 มกราคม 2564 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่นๆ – หาดแห่ ทะเลอีสาน / ต้นไม้ยักษ์…
Editor
5 January 2021