BeautyBeauty InsiderFeature

Beauty Insider:
THE SHROOM BOOM

ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.instagram.com/pluk.de.dag.nu/ ทำไมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากเห็ดจึงเป็นเทรนด์ความงามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด? หลังจากมีกระแสผลิตภัณฑ์มากมายจากเห็ดออกมาให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องประดับที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเห็ด เสื้อโค้ตปักเห็ด หรือหลอดไฟเห็ดมูราโนที่เข้าครอบครองฟีดใน Instagram ของผู้มีอิทธิพลหลายสิบคน ทำให้เกิดกระแสความคลั่งไคล้เชื้อราที่ร้านของตกแต่งบ้าน มีแม้กระทั่งนิทรรศการฟรีที่ Somerset House ในลอนดอน ซึ่งอุทิศให้กับงานศิลปะและการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเชื้อราเห็ด และร้านค้าที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เกี่ยวโยงกับเห็ด แต่ไม่มีสิ่งไหนที่จะถ่ายทอดความรุ่งเรืองของเห็ดให้เกิดแรงสั่นสะทือนได้มากไปกว่าในอุตสาหกรรมความงามอีกแล้ว ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.instagram.com/mushroom___queen/ ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.instagram.com/shroom_momma/ เมื่อแนวโน้มด้านสุขภาพกำลังหวนคืนอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน ตั้งแต่เซรั่มต่อต้านวัยไปจนถึงอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ด้วย “เห็ด” หนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมตะวันออก โดยเฉพาะเห็ดหลินจือที่มีคุณสมบัติพิเศษในการทำยาจีนโบราณ ให้สรรพคุณสูงในการรักษามายาวนานหลายศตวรรษ จึงเป็นหนึ่งในการเรียกความเชื่อมั่นในคุณสมบัติของเห็ดได้เป็นอย่างดี ดังที่ Gabe Kennedy ผู้ก่อตั้ง Plant People ได้อธิบายถึงคุณสมบัตินานับปการของเห็ดไว้ว่า “เห็ดมีพลังทั้งภายในและภายนอก จึงสนับสนุนทั้งภูมิคุ้มกันโดยธรรมชาติและการปรับตัวเมื่อกลืนกิน และเมื่อทาเฉพาะที่ สารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมากที่มาพร้อมคุณสมบัติต้านการอักเสบจะสามารถช่วยในการต่อต้านริ้วรอยของผิวได้" หรือ Michael Ahmad ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการศึกษาระดับโลกของ Herbivore ก็กล่าวไว้ว่า “เห็ดหลายชนิดจัดเป็น adaptogens ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ใช้ในการรักษาสมุนไพรเพื่อฟื้นฟูสภาวะสมดุลในร่างกาย พูดง่ายๆ ก็คือ เห็ดสามารถช่วยปกป้องผิวจากการรุกรานของสิ่งแวดล้อม มลภาวะต่างๆ และช่วยฟื้นฟูผิวที่มีปัญหาให้กลับมาเป็นผิวสุขภาพดีได้อีกครั้ง” นอกจากนี้ยังมีเสียงสนับสนุนจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และการทดลองทางคลินิกจำนวนหนึ่งในการศึกษาปี 2016 ซึ่งแพทย์พบว่าเห็ดช่วยต่อต้านความชรา ลดความรุนแรงของโรคผิวหนังอักเสบและแก้ไขรอยดำ ส่วนการศึกษาอื่นที่ตีพิมพ์ในปี 2019 แพทย์ค้นพบว่าเบต้ากลูแคนที่พบในเห็ดช่วยปรับปรุงเกราะป้องกันผิวหนัง ทำให้เป็นที่หลงรักของคนที่มีผิวแพ้ง่าย ปัจจุบันมีเห็ดมากกว่า 14,000 สายพันธุ์ แต่ไม่ทั้งหมดที่จะปลอดภัยสำหรับการบริโภคหรือการใช้เฉพาะที่ เห็ดบางชนิดเป็นอันตรายถึงชีวิต ในขณะที่เห็ดบางชนิดรักษาและบำรุงร่างกาย ด้วยความหลากหลายทางพันธุกรรม และสารสกัดต่างๆ ก็มีความเป็นเลิศในคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป บางส่วนให้ความชุ่มชื้น บางส่วนช่วยปรับสภาพผิวให้สว่างกระจ่างใส และบางส่วนช่วยบรรเทาอาการอักเสบหรือลดเลือนริ้วรอย จึงเกิดการนำมาใช้เป็นส่วนผสมสำคัญเพื่อปรับให้เข้ากับสภาพผิวที่เกิดปัญหา เพื่อคลายความกังวลได้อย่างตรงจุด หลังจากหลายปีของการวิจัยและการศึกษาทางคลินิก นักวิทยาศาสตร์สามารถกำหนดประเภทที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผิวของเรา และประโยชน์หลักที่ได้จากสิ่งเหล่านั้น ดังที่แพทย์ผิวหนังผู้มีชื่อเสียงอย่าง ดร.เดนนิส กรอสส์ ได้กล่าวไว้ว่า “สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ควรมองหาในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ใช้เห็ดเป็นส่วนผสมคือระบบการจัดส่ง หมายความว่า เห็ดจะต้องสร้างสูตรที่สามารถเจาะหรือซึมซาบลงสู่ผิวหนังได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ถูเห็ดไมตาเกะบนใบหน้าแล้วจะได้รับการบำรุง  แต่ต้องอาศัยกระบวนการห่อหุ้มเพื่อเพิ่มการแทรกซึมเข้าไปในชั้นลึกของผิวหนังและการดูดซึมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ จึงจะได้ผลลัพธ์ของสกินแคร์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” และต่อไปนี้คือเห็ด 6 สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ดูแลผิวภูมิใจนำเสนอ พร้อมประโยชน์ด้านความงามอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อมอบผิวสวยสุขภาพดีให้กับทุกคน เห็ดชากา เป็นหนึ่งในพันธุ์ที่นิยมใช้กันมากที่สุดในอุตสาหกรรมความงามในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลที่ดีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่าผลอาซาอิถึง 3 เท่า เชื้อราที่มีศักยภาพเหล่านี้ เป็นหนึ่งในอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดในโลกและอยู่ในระดับสูง จึงทำให้ได้สารอนุมูลอิสระเป็นกลางและมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอและเพิ่มการส่งสารอาหารไปยังผิว เห็ดถั่งเช่า เห็ดโบราณที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระเมื่อทาเฉพาะที่เรียกได้ว่าเป็นเห็ดเอนกประสงค์ที่ส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน โดยการต่อสู้กับความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ด้วยเหตุนี้จึงถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายชนิดในปัจจุบัน โดยเฉพาะเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว เพิ่มการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน และบรรเทาสภาพผิวที่อักเสบ เห็ดหลินจือ เห็ดหลินจือเป็นราชินีแห่งเห็ด ในอดีตมีการใช้เพื่อส่งเสริมการมีอายุยืนยาว แต่เมื่อทาเฉพาะที่จะช่วยลดการอักเสบและรอยแดงด้วยคุณสมบัติต้านการอักเสบ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติต่อต้านริ้วรอยที่แข็งแกร่งอีกด้วย ดังนั้นใครก็ตามที่มีภาวะความเครียดและผิวแพ้ง่าย คุณประโยชน์จากเห็ดหลินจือสามารถตอบโจทย์คุณได้ เห็ดหอม เป็นหนึ่งในเห็ดที่รับประทานได้ง่ายที่สุด มีประโยชน์ด้านความงามมากมาย ประกอบด้วยกรดโคจิกระดับสูง จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในการปรับสภาพผิว จึงมักใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม ช่วยให้ผิวกระจ่างใส รักษาจุดด่างดำและรอยแผลเป็นจากสิวให้จางลง เห็ดหูหนู หรือรู้จักกันในนาม “เห็ดหิมะ” และ “เห็ดหูเงินทรีเมลล่า” มีคุณประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้น ด้วยเห็ดหูหนูเงินสามารถดึงดูดและกักเก็บน้ำไว้ในผิวหนัง โดยสร้างเกราะป้องกันเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ เพราะโครงสร้างโมเลกุลขนาดเล็กจึงทำให้สามารถซึมลึกสู่ผิวได้ โดยให้ความชุ่มชื้นยาวนานและให้ผิวที่อวบอิ่ม เราจึงใช้เห็ดหูเงินในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเฉพาะและสูตรเสริม เพื่อช่วยให้ความชุ่มชื้นและลดริ้วรอย เห็ดหลากสี หรือที่เรียกกันว่า “หางไก่งวง” เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในแวดวงสุขภาพแบบองค์รวม ว่าเป็นสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าอาจจะไม่ได้ใช้บ่อยในผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม แต่ก็กระตุ้นความน่าสนใจได้ดีมาก ด้วยยาวิเศษอย่างสารประกอบ polysaccharide…
Editor
27 July 2021
BeautyBeauty InsiderFeature

Beauty Insider:
Skincare Routine Step by Step

นับเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับผู้ใช้สกินแคร์ในเรื่องของลำดับการใช้ก่อนหลัง ด้วยแต่ก่อนขั้นตอนการดูแลบำรุงที่สำคัญอย่างมากก็ไม่เกิน 4 ขั้นตอน แต่ในยุคที่เทคโนโลยีล้ำหน้าในการดูแลเช่นนี้ บรรดาแบรนด์ต่างๆ ได้คิดค้นนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาผิวพรรณมาอย่างหลากหลาย มีการลงรายละเอียดในการดูแลไปตามสภาพผิว เราจึงได้เห็นทั้ง Essence, Serum, Lotion, Emulsion และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้คุณใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น POWER จึงจัดลำดับการใช้ผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิวแบบ Step by Step เรียกว่าง่ายแสนง่าย ให้คุณๆ ได้หายข้องใจกัน หมดปัญหาการใช้ผลิตภัณฑ์ผิดลำดับ ช่วงเช้า ในช่วงเช้าหลังจากที่เราตื่นนอน ให้ใช้ผลิตภัณฑ์เรียงไปตามลำดับดังนี้ 1. Cleanser 2. Toner 3. Essence 4. Serum 5. Lotion 6. Sunscreen ORIGINS Origins Mega-Mushroom Face Cleanser (150 มล. 1,570 บาท) SHOP NOW FRESH Rose Deep Hydration Facial Toner (250 มล. 1,490 บาท) SHOP NOW 111SKIN Antioxidant Energising Essence (100 มล. 2,295 บาท) SHOP NOW EVIDENS DE BEAUTÉ The Serum (30 มล. 10,880 บาท) SHOP NOW CLÉ DE PEAU BEAUTÉ Hydro-Softening Lotion (170 มล. 3,250 บาท) SHOP NOW ANESSA Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+ PA++++ (90 มล. 995 บาท) SHOP NOW แต่ถ้าวันไหนคุณไม่ต้องออกจากบ้าน อาจจะใช้เพียงน้ำเปล่าในการล้างหน้า เพื่อรักษาน้ำมันธรรมชาติใต้ผิวก็สามารถทำได้ หรืออาจลดขั้นตอนบางอย่าง เหลือเพียงเซรั่มบางเบาเพื่อลดการอุดตัน แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ Sunscreen หรือครีมกันแดด ขั้นตอนนี้ถือว่าจำเป็นที่สุด อาจจะเลือกครีมกันแดดที่มีสารป้องกันแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ อย่าง คอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ตโฟน พร้อมป้องกันรังสี UVA UVB ที่สะท้อนมาได้ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการดูแลผิวในวันที่ต้องอยู่บ้านช่วงกลางคืน ก่อนเข้านอนทุกคืนต้องไม่ละเลยการดูแลผิวหน้า  โดยเริ่มจากขั้นตอนต่างๆ ดังนี้ 1. Makeup Remover 2. Cleanser 3. Toner 4. Essence 5. Acne Spot 6. Serum 7. Sheet Mask 8. Eye Cream 9. Moisturizer 10. Sleeping Mask…
Editor
23 July 2021
BeautyBeauty InsiderFeature

Beauty Insider:
7 วิธีลดปัญหารูขุมขนกว้าง
เพื่อผิวเนียนกระชับน่าสัมผัส

เคยเดินผ่านใครสักคนแล้วหลงเสน่ห์ความเรียบเนียนบนใบหน้าที่ดูสดใสเปล่งประกายดูมีออร่ากันหรือไม่?  เชื่อว่าหลายคนเคยเป็นและแอบคิดอิจฉาเบาๆ หลังจากที่กลับมาส่องดูผิวหน้าของตัวเอง แล้วต้องพบกับสภาพผิวหน้าที่ไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง ไม่กระชับ เรียกได้ว่าสู้ไม่ไหว จนต้องพยายามสรรหาสารพัดวิธีเพื่อมาดูแลแก้ปัญหาผิวหน้า และหนึ่งในปัญหาหลักของผิวที่คนให้ความสนใจเป็นพิเศษในการดูแลก็คือ ‘รูขุมขนกว้าง’ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณทีโซน โดยเฉพาะคนที่มีผิวมัน ถึงแม้อาการที่ปรากฏจะไม่ได้สร้างความเจ็บปวดทางร่างกาย แต่ก็สร้างความเสียหายทางจิตใจอยู่ไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะเรื่องของการสูญเสียความมั่นใจ ดังนั้นเพื่อการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดมากขึ้น เราจึงควรทำความเข้าใจถึงสาเหตุต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดปัญหารูขุมขนกว้าง ควบคู่ไปกับวิธีการรับมือหรือหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจทำให้เกิดปัญหาได้อย่างมืออาชีพ ซึ่ง Power ได้รวบรวมไว้ที่นี่แล้ว สาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้รูขุมขนกว้าง พันธุกรรม ปัจจัยภายในที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะพันธุกรรมคือปัจจัยสำคัญที่สามารถส่งผลถึงสมาชิกในครอบครัว ว่าอาจ ‘เป็น’ หรือ ‘ไม่เป็น’ อะไรได้ เช่นเดียวกันกับปัญหาเรื่องผิวพรรณ ที่ได้รับมาจากพันธุกรรมของพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็น ลักษณะผิวพรรณ ปริมาณของต่อมไขมัน หรือฮอร์โมน ที่ล้วนส่งผลต่อรูขุมขนที่กว้างขึ้นได้ ดังนั้นหากสมาชิกในครอบครัวมีปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง  จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะประสบปัญหานี้ด้วยเช่นกัน ฮอร์โมนหนึ่งในตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น อันเป็นช่วงวัยที่มีการผลิตฮอร์โมนมาก มีการกระตุ้นต่อมไขมัน การผลิตน้ำมันที่มากเกินไป ก็จะเกิดการขยายของรูขุมขนเพื่อขับความมันออกมา คนที่มีผิวมันจึงประสบปัญหารูปขุมขนกว้างกว่าผิวแบบอื่นๆ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงที่มีประจำเดือน การตั้งครรภ์ หรือเข้าสู่วัยทอง ก็เป็นตัวแปรสำคัญด้วยเช่นกัน เรื่องสิวที่ไม่สิว เรียกได้ว่า ยืนหนึ่งเรื่องตัวการสำคัญในการทำให้รูขุมขนกว้าง โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาสิวอุดตัน สิวหัวดำ รวมไปถึงคนที่นิยมชมชอบการบีบสิว การดูแลผิวแบบผิดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการล้างหน้าที่ไม่สะอาดเพียงพอ หรือการเลือกใช้สกินแคร์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว อาจทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน ตามมาด้วยปัญหาของสิว และรูขุมขนที่กว้างขึ้นได้ แสงแดดและอายุที่เพิ่มมากขึ้น เรียกว่าเป็น ‘คู่หู’ ในการทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวให้เสื่อมลง จึงทำให้ผิวเกิดริ้วรอยหย่อนคล้อย หยาบกระด้าง ไม่ยืดหยุ่นกระชับ และรูขุมขนที่กว้างขึ้น พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มน้ำน้อย ล้วนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมลงเช่นกัน การพักผ่อนน้อยหรือการดื่มน้ำน้อย อาจทำให้ผิวแห้ง ไม่แจ่มใส ผิวขาดการฟื้นฟู ทำให้ผิวต้องขับน้ำมันออกมาเยอะขึ้น รูขุมขนจึงอาจกว้างขึ้นได้ วิธีดูแลแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง 1. เปิดด้วยน้ำอุ่น ปิดด้วยน้ำเย็น เริ่มจากการดูแลทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก ด้วยการใช้น้ำอุ่นล้างหน้าก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้รูขุมขนเปิด จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกตกค้างได้อย่างล้ำลึกมากขึ้น ลดการอุดตันของผิว จากนั้นปิดท้ายด้วยการล้างน้ำเย็น เพื่อปิดกระชับรูขุมขน หลังล้างหน้าเสร็จอาจประคบผิวหน้าด้วยน้ำแข็งหรือแผ่นเจลเย็นฉ่ำ เพื่อช่วยกระชับรูขุมขนได้ โดยใช้ผ้าห่อไว้ อย่าให้โดนผิวโดยตรง เพราะอาจทำให้ผิวไหม้ได้ ORIGINS Checks and Balances™ Frothy Face Wash (150 มล. 990 บาท) SHOP NOW CLINIQUE Liquid Facial Soap Oily Skin Formula (200 มล. 935 บาท) SHOP NOW KIEHL'S Rare Earth Deep Pore Daily Cleanser (150 มล. 840 บาท) 2. เลือกใช้สกินแคร์ให้เหมาะกับสภาพผิว อย่าปล่อยให้ความขี้เกียจทำให้ละเลยการบำรุง เพราะสกินแคร์คือตัวช่วยที่ดีสำหรับคนที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง หน้ามัน โดยเฉพาะครีมหรือเซรั่มที่มีส่วนผสมหลักในการช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่แข็งแรงแลดูสุขภาพดี ช่วยลดการอุดตันในรูขุมขน เพื่อให้รู้ขุมขนที่เล็กลงดูกระชับขึ้น ให้ผิวเรียบเนียนน่าสัมผัส FRESH Rose Deep Hydration Facial Toner…
Editor
22 June 2021
BeautyBeauty InsiderFeature

Beauty Insider:
Makeup Survival Tips for Rainy Season

เพราะความสวยนั้นสร้างได้ให้พร้อมเฉิดฉายในทุกสถานการณ์ แม้ในช่วงปลายฤดูร้อนต้นฤดูฝนอย่างนี้ ที่ต้องเจอทั้งเหงื่อไคล ทั้งสายฝน จนอาจพาให้ละเหี่ยใจ แต่อย่างไรเสียผู้หญิงก็ไม่ควรหยุดสวย  Power จึงมีเคล็ดลับในการเมกอัพลุครับหน้าฝน ที่บอกได้เลยว่ายืนหนึ่งแบบสวยๆ ได้ตลอดทั้งซีซั่น 1. ลดขั้นตอนการดูแลผิวในยามเช้าให้น้อยที่สุด แต่ต้องไม่ละเลยการบำรุง ด้วยการบำรุงนั้นยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับผิวพรรณในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพอากาศช่วงนี้ที่เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัว ทำให้อากาศค่อนข้างชื้น  แนะนำว่าควรให้ความสำคัญกับการดูแลผิวในยามค่ำคืน ให้มากกว่าจดจ่อกับการประโคมทุกการบำรุงในยามเช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีผิวมัน เพราะในระหว่างวันที่ต้องเจอทั้งเหงื่อทั้งฝนนั้น การดูแลผิวด้วยเจลหรือโลชั่นชนิดบางเบา และดูดซึมได้เร็ว ไม่ทิ้งคราบหรือความเหนียวเหนอะหนะไว้บนใบหน้า หรือการใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของ SPF ไปในตัว โดยไม่จำเป็นต้องใช้สกินแคร์ในทุกขั้นตอนการบำรุงนั้น ถือว่ากำลังพอเหมาะพอดีในการเตรียมผิวรับหน้าฝน ข้อแนะนำ  มอยซ์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับอากาศชื้น คือมอยซ์เจอไรเซอร์สูตรน้ำที่มีน้ำหนักเบา ซึมซาบสู่ผิวได้ง่าย ช่วยให้ผิวดูดซับน้ำมันตามธรรมชาติ ในขณะที่ยังคงให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้อย่างสม่ำเสมอ GUERLAIN Super Aqua Balm in Water (30 มล. 2,420 บาท) SHOP NOW SK-II Mid-Day Miracle Essence (50 มล. 2,000 บาท) SHOP NOW LANEIGE Perfect Renew Regenerator (40 มล. 1,820 บาท) SHOP NOW 2. การรองพื้นเป็นสิ่งจำเป็น สาวๆ หลายคนอาจจะมองข้ามการใช้ไพรเมอร์ แต่ในภาวะที่เดี๋ยวฝนตกเดี๋ยวแดดออกเช่นนี้ ไพรเมอร์ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้หน้าของคุณไม่ละลาย ช่วยเตรียมความพร้อมให้กับผิวก่อนแต่งหน้าได้ดี ซึ่งนอกจากจะทำให้ผิวหน้าของคุณเรียบเนียนขึ้นแล้ว ยังช่วยล็อกเมกอัพให้ติดทนนานยิ่งขึ้นด้วย จากนั้นตามด้วยรองพื้นที่แน่นแต่ไม่หนา ให้ความรู้สึกเหมือน Make Up No Make Up เพื่อผิวที่ดูสวยเป็นธรรมชาติ ข้อแนะนำ  เลี่ยงรองพื้นที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพราะมีแนวโน้มที่จะละลายออกจากผิวได้ง่าย อีกทั้งยังอุดตันรูขุมขนอีกด้วย เพื่อผิวที่ไม่หนักจนเกินไปอาจเปลี่ยนมาใช้คอนซีลเลอร์แบบปกปิดสูง บีบีหรือซีซีครีมแทนได้ หรืออาจเลือกใช้รองพื้นชนิดแป้งซึ่งติดทนได้ดีกว่าในสภาพอากาศชื้น BENEFIT The POREfessional Face Primer (22 มล. 1,230 บาท) SHOP NOW HOURGLASS Veil Mineral Primer (30 มล. 1,920 บาท) SHOP NOW JUNGSAEMMOOL Skin Nuder Foundation (Light) (30 มล. 1,530 บาท) SHOP NOW 3. แป้งฝุ่นช่วยคุณได้ แป้งคืออีกหนึ่งไอเทมที่ขาดไม่ได้ ยิ่งในช่วงฤดูมรสุมแบบนี้ เราอาจต้องหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นครีมแล้วทาแป้งแทน เพื่อให้ได้ผิวหน้าแบบแมตต์ เพราะแป้งจะช่วยดูดซับความมันบนใบหน้า ช่วยไม่ให้รองพื้นไหลเยิ้มระหว่างวัน ที่สำคัญอย่าทารองพื้นและคอนซีลเลอร์มากเกินไป แต่ให้ใช้แป้งเป็นเบสในการแต่งหน้า โดยเฉพาะจุดทีโซน ข้อแนะนำ  สามารถผสมครีมและแป้งแต่งหน้าเข้าด้วยกันได้ เพื่อการเกาะติดผิวหน้าที่ดีกว่า ให้ผลลัพธ์เสมือนเป็นไพรเมอร์ LANCÔME Long Time No Shine Loose Setting Power – Translucent (15 กรัม 1,700…
Editor
24 May 2021
BeautyBeauty InsiderFeature

Beauty Insider:
For a Younger-Looking Neck

แม้ใบหน้าจะควรค่าแก่การบำรุงในระดับสูงสุด แต่อย่าลืมว่าส่วนของคอหรือบริเวณเนินอกก็ไม่ควรถูกมองข้ามในขั้นตอนการบำรุงผิวเช่นกัน เพราะนั่นคือหนึ่งในสัญญาณเตือนแห่งวัยที่สามารถฟ้องสายตาใครๆ ได้ไม่ยาก หากปล่อยให้เต็มไปด้วยริ้วรอยและความหย่อนคล้อย  Power จึงได้รวบรวมสกินแคร์ที่เน้นชะลอวัยของผิวที่บริเวณคอเป็นพิเศษ เพื่อผิวสวยเนียนกระชับแลดูอ่อนเยาว์ มานำเสนอคุณสาวๆ ที่ไม่อยากประสบปัญหาผิวหน้าเต่งตึงแต่ผิวคอหย่อนคล้อย ให้อารมณ์เสีย EVIDENS DE BEAUTÉ The Extreme Neck & Decollete Solution (60 มล. 19,550 บาท) SHOP NOW ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่พัฒนามาเพื่อดูแลปัญหาผิวบริเวณลำคอและเนินอกที่ให้สัมผัสแห้งกร้าน เริ่มหย่อนคล้อย ริ้วรอยแห่งวัยเริ่มปรากฎ ด้วยส่วนผสมที่เข้มข้นของ 360° Skin Perfecting Complex® และ Triple Collagen® ช่วยคืนความชุ่มชื้น สัมผัสที่นุ่มเนียน ตึงกระชับ ดูเปล่งปลั่งสุขภาพดี ESTÉE LAUDER Re-Nutriv Ultimate Lift Age-Correcting Décolletage ทรีตเมนต์ต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย ช่วยปกป้องคอลลาเจนตามธรรมชาติของผิวจากความเสียหายภายนอก ช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณลำคอและหน้าอกให้ผิวกระชับเรียบเนียน ลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย เสริมความแข็งแรงด้วย Life Re-Newing Molecules กรดไฮยาลูโรนิกและวิตามินอี ช่วยให้ผิวสดชื่นและอ่อนเยาว์ ESTÉE LAUDER Re-Nutriv Ultimate Lift Age-Correcting Décolletage ทรีตเมนต์ต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย ช่วยปกป้องคอลลาเจนตามธรรมชาติของผิวจากความเสียหายภายนอก ช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณลำคอและหน้าอกให้ผิวกระชับเรียบเนียน ลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย เสริมความแข็งแรงด้วย Life Re-Newing Molecules กรดไฮยาลูโรนิกและวิตามินอี ช่วยให้ผิวสดชื่นและอ่อนเยาว์ VICHY Neovadiol Phytosculpt Neck & Face Contours บาล์มกระชับต่อต้านริ้วรอยแห่งวัยจาก Vichy สำหรับผิววัยหมดประจำเดือน เพื่อเสริมสร้างและกระชับผิวหย่อนคล้อยบริเวณคอและแนวกราม ด้วยคุณสมบัติเฉพาะของเนื้อบาล์มที่พร้อมจะละลายทันทีเมื่อสัมผัสผิวหนังช่วยเรื่องการนวดกระชับก่อนจะเปลี่ยนเป็นฟิล์มที่ช่วยให้ผิวเต่งตึงขึ้นเมื่อเนื้อบาล์มเย็นลง SISLEY Neck Cream (50 มล. 4,600 บาท) SHOP NOW ครีมบำรุงผิวบริเวณลำคอที่ผิวค่อนข้างบอบบาง และเกิดริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อยก่อนวัยได้ง่าย เนื้อครีมให้สัมผัสเบาสบายไม่เหนอะหนะ ไม่อุดตันรูขุมขน เพื่อผลลัพธ์ในการดูแลผิวสวยได้อย่างครบถ้วน แลดูอ่อนเยาว์เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง SISLEY Neck Cream (50 มล. 4,600 บาท) SHOP NOW ครีมบำรุงผิวบริเวณลำคอที่ผิวค่อนข้างบอบบาง และเกิดริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อยก่อนวัยได้ง่าย เนื้อครีมให้สัมผัสเบาสบายไม่เหนอะหนะ ไม่อุดตันรูขุมขน เพื่อผลลัพธ์ในการดูแลผิวสวยได้อย่างครบถ้วน แลดูอ่อนเยาว์เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง CLARINS Super Restorative Décolleté & Neck Concentrate (75 มล. 4,160 บาท) SHOP NOW ฟื้นบำรุงผิวบริเวณลำคอและเนินอกที่เริ่มสูญเสียความตึงกระชับ ริ้วรอยแห่งวัยเริ่มปรากฏ ด้วยสารสกัดจากพืชธรรมชาติที่มุ่งต่อต้านความร่วงโรย ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติให้ผิว หมดกังวลเรื่องปัญหาริ้วรอย ผิวที่หย่อนคล้อย หยาบกร้าน และสีผิวที่ดูไม่สม่ำเสมอ ESTÉE LAUDER Resilience Multi-Effect Tri-Peptide Face and Neck Crème SPF15/PA+++ (Dry) (50…
Editor
19 May 2021
BeautyBeauty InsiderFeature

Beauty Insider:
8 วิธีบำรุงผิวสวยท้าแดด

เพราะฤดูร้อนคือความสดใสแห่งวัยเยาว์ หากสาวๆ คนไหนกำลังเจอกับปัญหาผิวพรรณในวันร้อนๆ แบบนี้ โดยเฉพาะผิวหน้าที่อาจมีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ความหมองคล้ำต่างๆ ทำให้ผิวหน้าใสๆ อาจไม่สดสวยอย่างที่เคย Power มี 8 เคล็ดลับในการบำรุงผิวให้สวยสู้แดด พร้อมอวดความใสในทุกซีซั่น มาฝากกันที่นี่แล้ว 1. หยุดขี้เกียจที่จะทาครีมกันแดด แสงแดดแม้จะมีประโยชน์ในแง่ของการช่วยสร้างวิตามินดี หรือใช้อาบแดดให้ผิวเป็นสีแทนสวย แต่ก็เป็นอันตรายต่อผิวหนังด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผลข้างเคียงระยะสั้นอย่าง ผิวหนังแดง แสบไหม้  ดำคล้ำ หรือผลข้างเคียงระยะยาวอย่าง ริ้วรอยแห่งวัย รอยเหี่ยวย่นต่างๆ รวมไปถึงความเสี่ยงที่อาจจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังด้วยเช่นกัน เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุผลที่มากพอจะให้เราใส่ใจและดูแลปกป้องผิวให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นนอกจากการพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลาสิบโมงเช้าถึงสี่โมงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าคลื่นแสงยูวีสูงที่สุดแล้ว ไม่ว่าตอนนั้นจะแดดร่ม ลมตก หรือเมฆมาก แต่พึงจำไว้ว่า คลื่นแสงยังคงแรงดีไม่มีตก การมีตัวช่วยที่ดีอย่างครีมกันแดด จึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ในการช่วยดูแลปกป้องผิวสวยๆ ได้เป็นอย่างดี หยุดหาข้ออ้างในการไม่ทาครีมกันแดดด้วยคำว่า เหนอะหนะ ไม่สบายผิว ยิ่งหน้าร้อนแบบนี้อาจทำให้ผิวของคุณยิ่งแห้งและคล้ำเสียได้ง่ายนั่นเอง ดังนั้นหลังอาบน้ำ นอกจากหมั่นบำรุงผิวเช้า-เย็น เป็นประจำแล้ว ควรทาครีมกันแดดด้วย ยิ่งถ้ามีคุณสมบัติป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB โดยมีค่า SPF 30 หรือ 50 ขึ้นไป รวมถึงมี PA+++ จะยิ่งช่วยได้มาก สำหรับผิวหน้า หากกลัวว่าจะหนักหน้ามากเกินไป ลองเลือกเนื้อกันแดดแบบน้ำหรือมูสมาใช้ ก็ช่วยให้สบายผิวหน้ามากขึ้น Tips: ครีมกันแดดที่ดีควรเป็นแบบ Physical Sunscreens ที่มีส่วนผสมอย่าง Zinc Oxide และ Titanium Dioxide ทำหน้าที่เหมือนเป็นกระจกเงาสะท้อนหรือหักเหรังสีออกไปจากผิว ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA-I, UVA-II และ UVB ที่สามารถทำลายผิวชั้นหนังกำพร้าไปจนถึงชั้นผิวหนังแท้ได้ อีกทั้งยังไม่ทิ้งสารตกค้างหรือดูดซึมเข้าสู่ผิวอีกด้วย หลีกเลี่ยงสูตรที่ผสมแอลกอฮอล์ หรือน้ำหอม โดยเฉพาะน้ำมันจากลาเวนเดอร์ น้ำมันจากพืชตระกูลซิตรัส เพราะจะทำให้ผิวระคายเคืองง่าย ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระกับผิวได้ DEAR DAHLIA Skin Paradise Pure Moisture Sun Lotion Face & Body (35 มล. 1,700 บาท) SHOP NOW ELIZABETH ARDEN Prevage® City Smart(40 มล. 1,735 บาท) SHOP NOW 2. ไม่ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์แบบหักโหม เพราะอากาศร้อนจะเร่งให้ผิวหนังของเราผลิตน้ำมันออกมามาก ไหนจะเหงื่อที่หลั่งไหลดั่งสายน้ำ การทามอยส์เจอร์ไรเซอร์แบบจัดหนักจัดเต็ม จึงเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวแบบเกินจำเป็น โดยเฉพาะผิวหน้าที่อาจนำมาซึ่งการกักเก็บน้ำมัน ทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขน และนำไปสู่การเป็นสิวในที่สุด มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่ดีจึงควรเป็นแบบ Oil-free หรือมาในรูปแบบของเซรั่ม เนื้อบางเบา ไม่อุดตันรูขุมขน และมีความเข้มข้นของน้ำสูง จึงจะเหมาะกับอากาศร้อนๆ แบบบ้านเรา SISLEY Hydra Global Serum (30 มล. 7,220 บาท) SHOP NOW JURLIQUE Moisture Plus Rare Rose Serum…
Editor
26 April 2021
BeautyBeauty InsiderFeature

Beauty Insider:
Beauty Saves the World

จากปัญหามลพิษต่างๆ ที่เราต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปัจจุบัน ทำให้เราตระหนักและย้อนคิดไปถึงผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์หรือเครื่องสำอางต่างๆ เหล่านั้นว่าจะมีผลกระทบทำให้เกิดมลภาวะเป็นพิษหรือไม่ ซึ่งจะว่าไปจนถึงตอนนี้ ทั้งเราและแบรนด์ต่างก็ตื่นตัวไม่แพ้กัน วันนี้ Power จึงไปตามเก็บตกอีกหลากหลายแบรนด์ดังที่เรานิยมใช้ ซึ่งล้วนมีแนวทางในการช่วยรักษ์โลก อีกทั้งยังได้ดูแลปรนนิบัติผิวพรรณไปพร้อมๆ กัน เมื่อพูดถึงแนวทางในการรักษ์โลกจะเห็นได้ว่า แบรนด์ต่างๆ ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ที่เห็นชัดๆ คือเรื่องของการพัฒนาแพ็กเกจจิ้ง ด้วยวิธีการรีไซเคิลหรือรีฟิล เป็นต้นว่า แบรนด์ดังอย่าง L’OCCITANE เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ยอดนิยม ที่ใช้พลาสติกที่ผ่านการรีไซเคิล 100% ในขวดบรรจุภัณฑ์ทุกขวด และเตรียมเปิดให้บริการรีไซเคิลที่ร้านค้าของ L’occitane ทุกสาขาภายในปี 2025 ซึ่งลักษณะเด่นของแบรนด์นี้คือ ขวดบรรจุภัณฑ์ส่วนมากจะเป็นสีเขียว เพื่อยืนหยัดว่าเรารักษ์โลกจริง ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ได้รับการการันตีด้วยคุณภาพแบรนด์ที่หลายๆ คนต่างให้การยอมรับ L'OCCITANE Repairing Haircare Set SHOP NOW ตามมาด้วยแบรนด์ Kiehl’s ที่มีชื่อเสียงโด่งกับการออกแคมเปญรักษ์โลกมาให้แฟนคลับได้ติดตามและร่วมสนุกอยู่เสมอ โดยจะใช้นโยบายนำกลับมาใช้ซ้ำและรีไซเคิลที่ร้านของ Kiehl’s ในสาขาต่างๆ กับโปรแกรม Recycle & Be Rewarded ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ถึง 95% ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติหรือเป็นวัตถุดิบที่มีต้นกำเนิดจากธรรมชาติผสมอยู่อย่างน้อย 1 ชนิด อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือชุมชนในสามด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ความเป็นอยู่ของเด็ก สิ่งแวดล้อม และโครงการวิจัยเกี่ยวกับโรค HIV/AIDS และคงไว้ซึ่งความมุ่งมั่นในการสรรหาส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติอย่างยั่งยืน และเลือกบรรจุภัณฑ์รวมถึงกระบวนการผลิตอย่างรอบคอบเพื่อลดการทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย KIEHL'S 12.5% Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate 100 มล. SHOP NOW KIEHL'S Butterstick Rose ขนาด 4 กรัม SHOP NOW ปิดท้ายด้วย Origins แบรนด์ดังจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ยึดมั่นต่อการรักษ์โลกและคืนชีวิตให้ธรรมชาติ ตั้งแต่ปี 2009 ทางแบรนด์ได้จัดตั้งโครงการ Plant A Tree ขึ้น เป็นการร่วมมือกันกับหน่วยงาน American Forests’ Global Releaf™ มีเป้าหมายที่จะส่งเสริมการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว พร้อมรณรงค์ให้ทุกคนแสดงพลัง และมีส่วนร่วมต่อการรักษ์โลกมากยิ่งขึ้น จนถึงปัจจุบันได้มีการปลูกต้นไม้ทดแทนไปแล้วกว่า 1.3 ล้านต้นทั่วโลก ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยฟื้นฟูพื้นที่ป่า รวมทั้งยังช่วยลดมลพิษทางอากาศอีกด้วย ซึ่งผลิตภัณฑ์จากทางแบรนด์จะโดดเด่นไปทางสกินแคร์ โดยได้ค้นคว้าวิจัยพืชพรรณธรรมชาติที่ดีที่สุดทั่วโลก เพื่อมอบผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพในการดูแลปัญหาผิวได้ตามความต้องการ ที่สำคัญต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลิตขึ้นจากส่วนผสมของธรรมชาติเท่านั้น ORIGINS Dr. Andrew Weil for Origins™ Mega Mushroom Relief & Resilience Advanced Face Serum 100 มล. SHOP NOW *ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
Editor
22 April 2021
BeautyBeauty InsiderFeature

Beauty Insider:
The Best Sustainable
Beauty Products of 2021

THE BEST SUSTAINABLE BEAUTY PRODUCTS OF 2021 ในยุคที่กระแสรักษ์โลกขยายเป็นวงกว้าง ส่งผลไปถึงแนวคิดในด้านความงามอย่างยั่งยืนที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคต่างตระหนักถึงผลกระทบของพฤติกรรมการจับจ่ายที่มีต่อโลก ในขณะที่แบรนด์ความงามต่างตื่นตัว และหันมาใส่ใจกับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ทรัพยากรมากเกินไป หรือไม่สามารถรีไซเคิลได้ ตลอดจนส่วนผสมที่อาจเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศ ต่างๆ เหล่านี้ถูกนำมาพัฒนาและปรับปรุง เพื่อลดการทำร้ายโลก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผิว เส้นผม การแต่งหน้าและน้ำหอม ความก้าวหน้าในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของแบรนด์ต่างๆ จึงเริ่มมีออกมาให้เราได้เห็นกันมากขึ้น เช่น การใช้พลาสติกรีไซเคิลสำหรับบรรจุภัณฑ์ การออกแบบขวดที่รีไซเคิลได้ง่ายขึ้น การเพิ่มวัสดุที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพมากขึ้น และการคำนึงถึงการจัดหาส่วนผสมมากขึ้น เพื่อช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นโดยบังเอิญต่อธรรมชาตินั่นเอง และต่อไปนี้คือผลิตภัณฑ์ไฮไลต์จากแบรนด์ต่างๆ ที่ได้รับการการันตีว่าเราไม่จำเป็นต้องลดทอนคุณภาพ เพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่มุ่งเน้นพัฒนาในด้านอื่นๆ ทดแทนอย่างยั่งยืน และพร้อมส่งต่อคุณประโยชน์อย่างเต็มที่ให้กับผู้บริโภคได้อย่างน่าประทับใจเช่นเคยBest Serum: YSL Pure Shots Night Reboot Resurfacing Serum เซรั่มยืนหนึ่งในใจอย่าง Pure Shots จาก YSL ยังคงโดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิว โดยกรดไกลโคลิกที่อ่อนโยนจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป พร้อมเผยผิวใหม่เนียนสวยเปี่ยมคุณค่าการบำรุง จากการผสมผสานของน้ำมันอาร์แกนและดอกกระบองเพชร  การันตีความสวยลุคใหม่ ด้วยแพ็กเกจจิ้งแบบรีฟิล ความสุขที่แท้จริงสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน SHOP NOWBest Lipstick: Hermès Rouge Hermes Lipstick ลิปสติกเนื้อแมตต์ของ Hermès รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นนี้ โดดเด่นด้วยดีไซน์ปลอกแบบคัลเลอร์บล็อก ที่มาพร้อมลิปสติกถึงสามสีในแท่งเดียว อีกทั้งแพ็กเกจจิ้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถรีฟิลนำกลับมาใช้ได้อีก บอกได้เลยว่า Must-haveBest Shampoo & Conditioner: Nutriplenish Shampoo & Conditioner Moisture แชมพูและครีมนวดจาก Aveda ให้เส้นผมนุ่มสลวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราวกับเพิ่งได้รับการปรับสภาพอย่างล้ำลึกจากซาลอน พร้อมผสมผสานกับกลิ่นหอมสดชื่นให้ความรู้สึกเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ยิ่งไปกว่านั้นบรรจุภัณฑ์และส่วนผสมทั้งหมดยังเป็นไปอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้ขวดที่รีไซเคิลได้ 100% และสูตรอาหารผมแบบมังสวิรัติ การันตีความมุ่งมั่นที่จะเป็นแถวหน้าของสายผลิตภัณฑ์รักษ์โลก SHOP NOWBest Fragrance: Lancôme Idôle L’Intense Eau de Parfum Lancôme ยังคงเป็นแบรนด์ที่เรียกความโปรดปรานได้อย่างไม่เสื่อมคลาย และ Idôle L’Intense ยังเป็นไอเท็มชิ้นเด็ดที่ควรต้องมี ด้วยกลิ่นหอมบางเบาของซิตรัสสดใหม่ ผสานเข้ากับกลิ่นกุหลาบสะอาดๆ ที่ผ่านกรรมวิธีคัดสรรมาอย่างยั่งยืน และแพ็กเกจจิ้งที่ยังคงสถานะขวดน้ำหอมที่บางที่สุดในโลก ก็พร้อมจะทำให้ผู้หญิงยุคใหม่อย่างคุณมีความสุขไปตลอดทั้งวัน
Editor
19 April 2021
BeautyFeatureGrooming Story

Grooming Story:
5 ความหอมเบาสบายสไตล์ยูนีค
เติมเสน่ห์แห่งวันใหม่ให้ชายหนุ่ม

FASHION EDITOR SANSHAI JIRAT SUBPISANKUL PHOTOGRAPHER ONG-ON UPA-IN 5 ความหอมเบาสบายสไตล์ยูนีค เติมเสน่ห์แห่งวันใหม่ให้ชายหนุ่ม เริ่มวันใหม่ของปี 2021 ด้วยความหอมสดชื่นเบาสบายของน้ำหอมที่ให้กลิ่นสไตล์ยูนีค สร้างคาแรกเตอร์หล่อเหลาแบบไม่จำเจ ดึงเสน่ห์แห่งความเป็นชายหนุ่มที่น่าหลงใหลได้ในทุกวัน จนยากจะลืมเลือนBottega Veneta Parco Palladiano II Cipresso เรียกได้ว่าหลงรักตั้งแต่เห็นดีไซน์ขวดกันเลยทีเดียว ไหนจะสีของน้ำที่เพียงแค่เห็นก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที ด้วยกลิ่นหลักเป็นแนวกรีนวู้ดดี้ที่ไม่ชวนให้เวียนหัว เป็นความสดชื่นแบบบาลานซ์ ด้วยการทำให้ความกรีน ไม้หอม ความเผ็ดร้อนต่างๆ เกิดความสมดุล กลิ่นไม่อบอวลจนเกินไป เพียงแค่สเปรย์แรกก็บอกได้เลยว่าผู้ชายคนนี้ โคตรหล่อแต่แอบติดเฟลิร์ตเบาๆ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยความหอมแบบนุ่มนวลละมุนละไมคล้ายนมหรือมะพร้าวเบาๆ หักมุมจนกลายเป็นผู้ชายแสนดีผู้มีรักเดียวไปเลยBottega Veneta Parco Palladoano VII EDP ความหอมหมายเลข 7 ในโทน Flower Fresh ขวดนี้ ถือเป็นตัวที่ฮอตและหรูที่สุดในไลน์เลยก็ว่าได้ ให้กลิ่นที่มีความเป็นยูนิเซ็กส์ ด้วยกลิ่นหอมฟุ้งๆ เหมือนเดินอยู่ในทุ่งไลแลคที่ออกมาค่อนข้างชัด คลอเคล้าไปกับกลิ่นฟีลทะเลบางๆ จึงทำให้ผู้ชายก็สามารถใช้ได้ ด้วยกลิ่นที่ออกมาในไสตล์เรียบหรู เบาสบาย ให้ลุคชายหนุ่มเชิ้ตขาวสายชิลที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบโอปป้าเกาหลี ถ้าสาวๆ จะพากันคลั่งใคล้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกBottega Veneta Parco Palladoano VII EDP ความหอมหมายเลข 7 ในโทน Flower Fresh ขวดนี้ ถือเป็นตัวที่ฮอตและหรูที่สุดในไลน์เลยก็ว่าได้ ให้กลิ่นที่มีความเป็นยูนิเซ็กส์ ด้วยกลิ่นหอมฟุ้งๆ เหมือนเดินอยู่ในทุ่งไลแลคที่ออกมาค่อนข้างชัด คลอเคล้าไปกับกลิ่นฟีลทะเลบางๆ จึงทำให้ผู้ชายก็สามารถใช้ได้ ด้วยกลิ่นที่ออกมาในไสตล์เรียบหรู เบาสบาย ให้ลุคชายหนุ่มเชิ้ตขาวสายชิลที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบโอปป้าเกาหลี ถ้าสาวๆ จะพากันคลั่งใคล้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกSisley Eau De Campagne บอกเลยว่าขวดนี้เป็นน้ำหอมที่มีความลักซ์ชัวรี่และหอมมากๆ สเปรย์ปุ๊บความกรีนลอยมาปั๊บ เหมือนได้รับออกซิเจนหลังฝนตก ด้วยกลิ่นที่สดชื่นและเหมือนมีความฉ่ำของฝน ด้วยส่วนผสมหลักๆ ของลาเวนเดอร์ โอ๊คมอส และเจอราเนียมต่างๆ  จึงทำให้ได้อารมณ์เหมือนอยู่ในสวน มีความเฟรชตลอดเวลา ให้กลิ่นเหมือนหญ้าตัดใหม่ในตอนเช้า ยิ่งทิ้งไว้นานยิ่งหอม แต่ด้วยความที่กลิ่นค่อนข้างมีความยูนีคไม่ซ้ำแบบใคร หากบางคนไม่เก็ทก็อาจไม่เก็ทไปเลยเหมือนกันLe Labo Santal 33 ความพิเศษของแบรนด์นี้คือ การปรุงสดแบบขวดต่อขวด สำหรับกลิ่นนี้ค่อนข้างมีความน่าสนใจและค่อนข้างแปลกไปพร้อมๆ กัน ด้วยกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในป่า เป็นกลิ่นที่ดูมีมิติและเหมือนจริงมากๆ เด่นด้วยกลิ่นไม้หอมๆ ฟุ้งๆ อย่างดอกไม้จันทน์ ต้นสน ไอริส และเครื่องเทศ ผสมผสานกันจนได้กลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น เบาสบาย สไตล์ผู้ชายแมนๆ ติดหรูดูเซ็กซี่ น่าค้นหา เพียงสเปรย์เบาๆ ในวันทำงาน หรือสเปรย์เข้มหน่อยในยามค่ำคืน ก็ฮอตเกินต้านLe Labo Santal 33 ความพิเศษของแบรนด์นี้คือ การปรุงสดแบบขวดต่อขวด สำหรับกลิ่นนี้ค่อนข้างมีความน่าสนใจและค่อนข้างแปลกไปพร้อมๆ กัน ด้วยกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในป่า เป็นกลิ่นที่ดูมีมิติและเหมือนจริงมากๆ เด่นด้วยกลิ่นไม้หอมๆ ฟุ้งๆ อย่างดอกไม้จันทน์ ต้นสน ไอริส และเครื่องเทศ ผสมผสานกันจนได้กลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น เบาสบาย สไตล์ผู้ชายแมนๆ ติดหรูดูเซ็กซี่ น่าค้นหา เพียงสเปรย์เบาๆ ในวันทำงาน หรือสเปรย์เข้มหน่อยในยามค่ำคืน ก็ฮอตเกินต้านAtelier Cologne Musc Imperial ปิดท้ายด้วยความเก๋ไก๋แบบยูนิเซ็กส์ ของความหอมที่เป็นเอกลักษณ์อย่างไม่น้อยหน้าใคร สำหรับสายเรียบหรูดูมีระดับแต่กลับเข้าถึงง่าย…
Editor
4 January 2021
BeautyBeauty InsiderFeature

Beauty Insider:
ไม่ว่าจะกี่ปาร์ตี้ผิวนี้ก็ไม่สะเทือน

ไม่ว่าจะกี่ปาร์ตี้ผิวนี้ก็ไม่สะเทือน ใกล้เทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เข้ามาทุกทีแล้ว เชื่อว่าคงหนีไม่พ้นการนัดเพื่อนพ้องน้องพี่เพื่อปาร์ตี้กันให้สาแก่ใจ หลังจากที่เคร่งเครียดกับบรรดาภารกิจต่างๆ มาตลอดทั้งปี ด้วยความห่วงใยและอยากให้คุณดูดีในทุกกิจกรรม Power จึงมีเคล็ดลับในการรับมือกับปาร์ตี้ซีซั่น เพื่อให้คุณสาวๆ มั่นใจได้ว่าหลังจากสนุกสนานไปกับวันหยุดเทศกาลกันอย่างสุดเหวี่ยงแล้ว คุณจะยังคงกลับมายืนหนึ่งเรื่องความสวยกันได้อย่างมั่นใจ ตามสไตล์ผู้หญิงยุคใหม่ใจต้องนิ่ง หน้าต้องนิ้ง ผิวต้องเนียน  คอนเฟิร์ม! ดริ๊งก์อย่างชาญฉลาด การดื่มน้ำเปล่าคั่นการดื่มแอลกอฮอล์เป็นระยะๆ จะทำให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์ได้น้อยลง และเพื่อป้องกันอาการแฮงค์ที่อาจตามมาในภายหลัง ก่อนนอนควรดื่มน้ำสะอาดให้มากเข้าไว้ และควรดื่มน้ำผสมมะนาวหลังตื่นนอนอีกครั้ง เพื่อให้ตับและไตสามารถขับพิษออกจากร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ต่อให้เมาแค่ไหนก็อย่าหยุดสวย ข้อนี้จำให้ขึ้นใจ ต่อให้เมาหรือง่วงแค่ไหนก็ต้องไม่ลืมที่จะทำความสะอาดผิวหน้า หรือลบเมกอัพให้หมดก่อนที่จะเข้านอนทุกครั้ง เพราะลำพังแค่ปาร์ตี้ทุกคืนหรือการพักผ่อนน้อยก็ทำให้ผิวพรรณแย่พออยู่แล้ว หากยังปล่อยให้เมกอัพ สิ่งสกปรกต่างๆ ตกค้างอยู่บนผิวหน้า ทิ้งให้อุดตันรูขุมขน ผิวคงโทรมจนหมดสวย ดีไม่ดีจะได้สิวอักเสบมาเป็นที่ระลึก แต่ถ้าหมดพลังจนถึงขั้นล้างหน้าไม่ไหวจริงๆ ให้ใช้เมกอัพรีมูฟเวอร์แบบทิชชู่เช็ดทำความสะอาดเมกอัพ แล้วโปะตามด้วยไนต์ครีมช่วยเติมความชุ่มชื่นให้กับผิวอย่างล้ำลึก ถือเป็นการช่วยต่อชีวิตให้ผิวได้เช่นกัน อย่าเอะอะสครับผิว ยังมีบางคนที่เข้าใจผิดคิดว่า ตื่นเช้ามาควรสครับผิวเพื่อให้ใบหน้าที่ดูโทรมๆ กลับสดใสขึ้น ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะการพักผ่อนน้อยจะทำให้ผิวอยู่ในช่วงวิกฤต ผิวจะแห้งกร้านขาดน้ำ และอยู่ในช่วงที่อ่อนแอ เกิดการระคายเคืองได้ง่าย ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการ สครับผิวอย่างรุนแรง ทางที่ดีคือ นอนเถอะ ปล่อยให้ผิวได้พักผ่อน และรบกวนผิวให้น้อยที่สุดจะดีกว่า งานด่วนไว้ใจมาสก์ ถ้าต้องออกงานด่วน ในขณะที่หน้ายังดูเหนื่อยล้า ผิวยังดูโทรม มาสก์จะช่วยกู้วิกฤตผิวขาดน้ำบนใบหน้าและรอบดวงตาได้ ด้วยมาสก์สูตรบำรุงความชุ่มชื้นผิวอย่างล้ำลึก จะเลือกใช้แบบเนื้อครีมหรือทิชชู่ก็ได้ไม่ว่ากัน ขอเพียงให้ได้นอนพักไปด้วยระหว่างที่มาสก์หน้า เพื่อให้สารบำรุงเข้าฟื้นฟูผิวได้อย่างล้ำลึก และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กฏเหล็กในการแต่งหน้าวันที่ผิวแย่ อย่าประโคมเมกอัพเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยใดๆ ในวันที่ผิวแย่เด็ดขาด เพราะแทนที่จะกลมกลืนจะกลับกลายเป็นลอยล่องเสียมากกว่า สิ่งที่ควรทำคือ ต้องบำรุงผิวก่อน ด้วยการทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรเติมความชุ่มชื่นให้ผิว และควรแต่งหน้าให้น้อยที่สุด สำหรับผิวที่ไม่มีปัญหา อาจใช้แค่ไพรเมอร์แบบมีสีหรือทินต์มอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อปรับผิวให้ดูสดใสขึ้นก็พอ แต่หากผิวต้องการการปกปิด ให้ใช้รองพื้นสูตรน้ำโดยไม่ต้องทาแป้งฝุ่นตาม หลีกเลี่ยงสูตรออยล์ฟรีและเมกอัพเนื้อแมตต์ทุกชนิด เพราะผิวที่แห้งขาดน้ำนั้น ถ้ายิ่งทาแป้งฝุ่นหรือแป้งผสมรองพื้นจะยิ่งเน้นให้เห็นริ้วรอยและความแห้งของผิวมากขึ้นไปอีกถุงใต้ตาบวมต้องทำอย่างไร การพักผ่อนไม่เพียงพอและการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักหน่วงนั้น เป็นสาเหตุให้ระบบไหลเวียนในร่างกายขาดประสิทธิภาพ ทำให้ถุงใต้ตาดูบวมขึ้นมาได้ หากลองโปะถุงชา แตงกวา หรือช้อนโลหะ สารพัดวิธีตามตำราแล้วไม่ได้ผล ให้ลองใช้สำลีจุ่มกาแฟที่พักไว้จนเย็น ประคบบริเวณเปลือกตาประมาณ 10 นาที กาเฟอีนในกาแฟจะช่วยลดอาการตาบวมได้ หรือจะลองยืดเหยียดทำโยคะ เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนในร่างกาย ก็ช่วยลดอาการตาบวมได้เช่นกัน แต่ถ้าไม่ไหวจะเคลียร์ คงต้องพึ่งพามาสก์สำหรับดวงตา และคอนซีลเลอร์เข้าช่วยอีกทางหนึ่ง เมกอัพลวงตา ถ้าอยากให้หน้าตาดูสดใสแต่ไม่มีเวลาบำรุง เรามีเคล็ดลับเฉพาะหน้านั่นคือ การใช้เมกอัพลวงตาให้ดูเหมือนนอนเต็มอิ่ม 8 ชั่วโมง ด้วยการปัดมาสคาร่าและวาดอายไลเนอร์ เพื่อเปิดดวงตาให้ดูสดใสเป็นประกาย แนะนำว่าต้องเป็นสีดำเข้มเท่านั้นจึงจะเวิร์ก และควรหลีกเลี่ยงการแต่งตาด้วยอายแชโดว์สีพาสเทลและเนื้อชิมเมอร์ทั้งหลาย เพราะจะยิ่งเน้นให้ตาดูบวมและบอบช้ำหนักขึ้น อยากตาสวยขยี้ใจ ต้องไม่ขยี้ตา หลังจากผจญภัยในกลุ่มม่านหมอกควันบุหรี่และท่องราตรีมาทั้งคืน ตาของคุณจะแห้งแดงระคายเคือง และจะยิ่งหนักขึ้นถ้าสวมคอนแท็กเลนส์ หรือทำงานที่ต้องใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์ทั้งวัน วิธีแก้ง่ายๆ คือ หยดน้ำตาเทียมบ่อยๆ เพิ่มความชุ่มฉ่ำให้ดวงตา และขอย้ำว่า...อย่าขยี้ตา เพราะจะทำให้ดวงตายิ่งบอบช้ำไปกว่าเดิม
Editor
30 December 2020