Lifestyle

Lifestyle:
เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ร่างกาย
และจิตใจด้วยต้นไม้บำบัด

ในวันที่ต้องทำงานอยู่กับบ้านในยุคแห่งการ work from home เพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์โรคระบาด ทำให้หลายๆ คนเริ่มหยิบจับสารพัดกิจกรรมขึ้นมาทำกันมากมายเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียด และหนึ่งในนั้นก็คือ การตกแต่งบ้าน ซึ่งเรียกว่าค่อนข้างเป็นเทรนด์เลยทีเดียว เพราะไหนๆ ก็ได้อยู่บ้านแล้ว อะไรที่ผุพังทรุดโทรมไปตามกาลเวลาก็ถึงเวลาได้ซ่อมแซม หรืออะไรที่ดูไม่สบายตาก็ได้หาอะไรมาตกแต่ง  และหนึ่งกิจกรรมที่คนให้ความนิยมกันเป็นอย่างมากในช่วงนี้ ก็คือ การปลูกต้นไม้ เพราะนอกจากจะช่วยให้อารมณ์ดี ช่วยกระตุ้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังช่วยเรื่องการฝึกสมาธิ ให้เราสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างใจเย็นมากขึ้น นอกจากนี้จากหลายๆ งานวิจัยยังบอกเอาไว้ด้วยว่า การปลูกต้นไม้ภายในบ้านจะช่วยปรับสภาพอากาศภายในบ้าน เสมือนเป็นเครื่องฟอกอากาศตามธรรมชาติ ช่วยลดอากาศที่เป็นพิษได้ถึง 87% ในหนึ่งวัน ซึ่งก็ต้องมีจำนวนต้นไม้พอสมควรเมื่อเทียบกับขนาดห้อง นอกจากนี้งานวิจัยในด้านสุขภาพยังพบว่า การได้ปลูกต้นไม้หรือทำสวนเป็นประจำ จะช่วยลดความตึงเครียด อันเกิดจากฮอร์โมน Cortisol ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้สามารถก่อให้เกิดปัญหาความดันสูง คลอเลสเตอรอลที่เพิ่มขึ้น น้ำหนักที่มากขึ้น และเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า การใช้ต้นไม้บำบัด (Horticulture Therapy) จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ชีวิตรื่นรมย์ขึ้นได้ Power จะพาคุณไปทำความรู้จักกับต้นไม้ฟอร์มสวยๆ ที่เหมาะมากที่จะใช้ในการตกแต่งส่วนต่างๆ ของบ้าน ที่สำคัญยังช่วยเรื่องฟอกอากาศได้ดีอีกด้วย ยางอินเดีย เรียกว่าเป็นท็อปลิสต์ของต้นไม้ปลูกในบ้านกันเลยทีเดียว ด้วยฟอร์มสวยๆ ที่ดูลงตัวไปหมด โดยเฉพาะส่วนใบที่เรานึกรักเป็นพิเศษ ยิ่งหากได้มีการดูแลทำความสะอาด เช็ดน้ำ เช็ดโลชั่น กันอย่างสม่ำเสมอ ต้นนี้จะยิ่งสวยและช่วยให้บ้านดูมีระดับมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นต้นไม้ที่ให้ออกซิเจนสูง ช่วยดูดซับสารเคมี รวมถึงช่วยกำจัดแบคทีเรียและสปอร์ของเชื้อราในอากาศได้อีกด้วย ยางอินเดียชอบแสงแดดในปริมาณพอเหมาะ ชอบอยู่ในสภาพอากาศอุ่นชื้น ไม่ต้องการน้ำมาก รดน้ำวันละครั้งก็เพียงพอ และระมัดระวังอย่าปล่อยให้ดินแห้งจนเกินไป มอนสเตอร่า ต้นไม้ฟอกอากาศที่หนึ่งในใจของสายฮิปสเตอร์ ถูกยกให้เป็น “ราชินีแห่งไม้ใบ” ด้วยความที่มีใบขนาดใหญ่ มีรอยแฉกฉลุที่สวยงาม จึงเป็นที่นิยมในหมู่คนชอบแต่งบ้าน และเช่นกันควรหมั่นดูแลเช็ดใบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความสวยงามมันวาว มอนสเตอร่าไม่ค่อยชอบแสงแดดจัด จึงเหมาะที่จะปลูกไว้ในบ้าน ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท แสงแดดส่องถึงรำไร ควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง พอให้ชุ่มชื้น สามารถปลูกในห้องแอร์ได้สมฐานะราชินี คล้า เป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกไว้ประจำบ้าน เชื่อว่าจะช่วยให้ทำมาค้าขายร่ำรวย ช่วยฟอกอากาศได้ดี เหมาะที่จะวางประดับไว้ในบ้านหรือจัดเป็นสวนภายใน โดดเด่นด้วยลักษณะของใบที่เป็นทรงรี มีลวดลายสีสันสวยงามและมีความหลากหลายตามธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอบอุ่น ต้นคล้าไม่ชอบแดดจัดเพราะจะทำให้ใบสีซีด เหมาะที่จะวางไว้ในมุมที่มีแสงแดดรำไร รดน้ำวันละครั้ง หรือวันเว้นวันได้ ลิ้นมังกร อีกหนึ่งไม้มงคลยอดนิยมที่ช่วยดูดซับความชื้น รวมถึงสารพิษในอากาศ เด่นในเรื่องการดูดเอาคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ และคายออกซิเจนออกมาให้เราในตอนกลางคืน เป็นไม้ล้มลุกที่มีลักษณะใบเป็นเหมือนหอก จึงมีความเชื่อว่าเป็นหอกเทวดาที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองให้เราปลอดภัย ต้นลิ้นมังกรไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก เป็นพืชที่ทนความแห้งแล้งได้ แต่ก็ควรรดน้ำทุกเช้า-เย็น เติบโตได้ทุกสภาพอากาศ แต่ควรมีความชื้นพอเหมาะใบถึงจะมีสีสดสวย เขียวหมื่นปี แค่ชื่อก็บ่งบอกว่าอายุยืน เลี้ยงง่ายตายยาก สามารถช่วยดูดสารพิษก่อมะเร็งได้ เรียกได้ว่าเป็นต้นไม้ฟอกอากาศสำหรับสายขี้เกียจ มีสีสันสวยงามในหลายเฉดทั้ง ชมพู แดง ส้ม เหลือง และเทา เขียวหมื่นปีไม่ค่อยชอบแดดจัด ชอบอากาศชื้น ปลูกในร่มเป็นดีที่สุด ควรรดน้ำทุกวันอย่างน้อยวันละครั้ง พอให้ดินชุ่ม พรมน้ำที่ใบได้บ้าง เดหลี นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เพราะนอกจากจะช่วยให้บ้านดูสดชื่นขึ้นแล้ว ยังเป็นไม้มงคลที่เชื่อว่าจะทำให้ผู้ปลูกมีอายุยืนยาว แล้วยังเรียกโชคลาภเข้ามาอีกด้วย สามารถช่วยดูดซับและกำจัดสารพิษต่างๆ ได้ดี นอกจากนี้ยังมีกลิ่นหอม ช่วยให้ผ่อนคลายได้มาก เดหลีชอบแสงแดดอ่อนๆ ชอบความชื้นมาก เติบโตได้ดีที่อุณหภูมิประมาณ 16-32 องศา ควรรดน้ำเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง พอให้หน้าดินชุ่ม เสน่ห์จันทร์แดง นอกจากจะเป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่สามารถดูดซับสารพิษในอากาศประเภทแอมโมเนียได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม มีจุดเด่นที่ใบรูปหัวใจและดอกสีแดงสวย เหมาะที่จะปลูกเป็นต้นไม้มงคลไว้ในบ้าน เสน่ห์จันทร์แดงชอบแสงแบบกึ่งแดดกึ่งร่ม…
Editor
5 August 2021
Lifestyle

Lifestyle:
Cool Japan
ที่สุดแห่งวัฒนธรรมความคิวต์สุดครีเอต

หากใครยังจำพิธีปิดกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 31 ที่ประเทศบราซิลได้ ครั้งนั้นญี่ปุ่นรับไม้ต่อจากเจ้าภาพเดิมด้วยเกม Super Mario และอนิเมชั่นเรื่อง Doraemon ทำให้หลายๆ คนแอบคาดการณ์ไว้ว่าโอลิมปิก โตเกียว 2020 คงจะเต็มไปด้วยวัฒนธรรมสมัยนิยมหรือที่เรียกกันว่า ป๊อปคัลเจอร์ (pop culture) ซึ่งก็ดูเหมือนว่ารัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ พยายามผลักดันวัฒนธรรมสมัยนิยมเหล่านี้เช่นกัน ภายใต้นโยบาย Cool Japan ซึ่งมีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2012 โดยเน้นผลักดันกลุ่มวัฒนธรรมตามสมัยนิยมใหม่ของญี่ปุ่น เช่น มังงะ ภาพยนตร์ ดนตรี เกม โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ผ่านความคูลของญี่ปุ่นนั่นเองและก็เป็นไปตามคาด เราได้เห็นวัฒนธรรมแบบป๊อปคัลเจอร์ทยอยออกมาโปรโมตโอลิมปิกครั้งนี้กันอย่างคึกคัก เรียกได้ว่าเริ่มขยับตัวกันตั้งแต่มีการส่งไม้ต่อในฐานะเจ้าภาพโอลิมปิกครั้งที่ 32 กันเลยทีเดียว ทำเอาเหล่าคนที่ชื่นชอบในความคูลเจแปนยิ้มไม่หุบ ลองไปดูกันหน่อยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง เริ่มที่กลุ่มศิลปินนักวาดการ์ตูนญี่ปุ่นอันเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของประเทศได้รวมตัวกันออกผลงาน เพื่อโปรโมตมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติโอลิมปิก โตเกียว 2020 ด้วยการนำธงชาติของแต่ละประเทศที่เข้าร่วม มานำเสนอในลุค “นักรบญี่ปุ่น” ได้แบบเท่สุดๆ เมื่อผลงานถูกปล่อยออกมาก็เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนมังงะไปตามระเบียบ ชมผลงานการออกแบบชุดอื่นๆ เพิ่มเติม คลิก และในส่วนของปรมาจารย์นักเขียนการ์ตูนชื่อดัง Takehiko Inoue จากผลงานสุดเลื่องชื่ออย่าง Slam Dunk การ์ตูนบาสเกตบอลระดับตำนาน, Vagabond การ์ตูนซามูไรที่เต็มไปด้วยปรัชญาชีวิต และ REAL การ์ตูนบาสเกตบอลวีลแชร์  ก็ไม่พลาดช่วงเวลาสำคัญนี้เช่นกัน เพื่อประชาสัมพันธ์การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิก 2020 ด้วยผลงานอาร์ตเวิร์กผู้เข้าแข่งขันกีฬาพาราลิมปิก จำนวน 4 ภาพ ที่ได้มีการสอดแทรกวัฒนธรรม J-pop เข้าไปได้อย่างมีเอกลักษณ์ และกำลังเป็นกระแสบนโลกโซเชียลอีกครั้งเมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.facebook.com/inouemangaka นอกจากนี้เหล่าศิลปินชื่อดังในด้านต่างๆ ของญี่ปุ่น ต่างพากันจับมือออกแบบโปสเตอร์โตเกียว โอลิมปิก 2020 กันอย่างหลากหลาย ทั้งภาพถ่าย ภาพวาด และภาพการ์ตูน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของป๊อปคัลเจอร์ นำเสนอเรื่องราวการแข่งขันทั้งโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020ออกแบบโดย Hirohiko Araki ศิลปินมังงะชื่อดัง (JoJo's Bizarre Adventure) โปสเตอร์สำหรับพาราลิมปิกภาพนี้เป็นการนำเสนอความเคลื่อนไหวของการแข่งขันพาราลิมปิก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพ The Great Wave off Kanagawa ของ Katsushika Hokusai ศิลปินระดับตำนานของญี่ปุ่น ออกแบบโดย Naoki Urasawa ศิลปินมังงะชื่อดัง (20th Century Boys, Monster, Pluto)โปสเตอร์สำหรับโอลิมปิกภาพนี้ เป็นการนำเสนอความรู้สึกสนุกและตื่นเต้น ไปกับการแข่งขันที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น สื่อสารในแบบหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นสีขาว-ดำออกแบบโดย Akira Yamaguchi ศิลปินร่วมสมัยชาวญี่ปุ่นโปสเตอร์สำหรับพาราลิมปิกภาพนี้ แสดงภาพโตเกียว ฟุกุชิมะ และชีวิตของคนพิการ เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนไม่ลืมจุดเริ่มต้น ดังนั้นภาพ "ยิงธนูบนหลังม้า" ของเขาจึงไม่ได้แสดงให้เห็นเพียงนักธนูหญิงพิการ แต่ยังรวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หมายเลข 1 ฟุกุชิมะและถังเก็บน้ำที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีอีกด้วยออกแบบโดย Tomoko Konoike ศิลปินร่วมสมัยชาวญี่ปุ่นโปสเตอร์สำหรับโอลิมปิกภาพนี้ นำเสนอภาพกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ป่าแบบ Close-Up ที่มาพร้อมมุมมองว่า “ทุกคนมีมุมมองต่อโลกไม่เหมือนกัน เรามองโลกผ่านสิ่งแวดล้อมของเราเอง ซึ่งมีความแตกต่างกัน ไม่มีคำไหนที่เหมือนกัน ไม่มีแสงใดที่คล้ายกัน”ชมผลงานการออกแบบโปสเตอร์ทั้งหมด คลิกแม้กระแสโอลิมปิกครั้งนี้อาจจะแผ่วลงไปอย่างเห็นได้ชัด ด้วยเพราะวิกฤตการณ์โควิดและสารพันปัญหาที่ถาโถม แต่ถึงกระนั้นทั้งรัฐบาลญี่ปุ่นและคณะกรรมการโอลิมปิกก็สามารถฝ่าทุกปัญหาเดินหน้าต่อได้ในที่สุด สถานีโทรทัศน์ทั่วโลกต่างเตรียมถ่ายทอดสดกันอย่างเต็มที่ ในขณะที่ BBC ได้ออกหนังโฆษณาโหมโรงก่อนโอลิมปิกเริ่ม โดยขนความเป็น J-pop มามากมายแบบจัดเต็ม และได้ Kenji Kawai…
Editor
4 August 2021
Lifestyle

Lifestyle:
ญี่ปุ่นชูไอเดียสุดสร้างสรรค์
สานสัมพันธ์เชื่อมโลกผ่าน “ชุดกิโมโน”

KIMONO PROJECT โครงการระดับประเทศกับภารกิจสันติภาพโลก KIMONO PROJECT โครงการระดับประเทศกับภารกิจสันติภาพโลก ยังคงเรียกความตื่นตาตื่นใจได้อย่างไม่ขาดสาย กับมหกรรมกีฬาระดับโลกโอลิมปิก โตเกียว 2020 ที่เจ้าภาพอย่างประเทศญี่ปุ่นกระหน่ำผุดไอเดียสุดสร้างสรรค์ที่ดูอย่างไรก็ญี่ปุ๊นญี่ปุ่นจนเป็นที่กล่าวถึง แม้ว่าการแข่งขันในครั้งนี้จะไร้ผู้ชมในสนามก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ด้วยการทำให้โอลิมปิกครั้งนี้กลายเป็นมหกรรมกีฬารักษ์โลก รวมไปถึงการแสดงสุดครีเอตของจอมขโมยซีนอย่าง Pictogram-san  และครั้งนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของมรดกทางวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่าง "ชุดกิโมโน”  กับบทบาทในการส่งต่อข้อความไปทั่วโลก เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ซึ่งจะน่าประทับใจขนาดไหนนั้นก็ต้องไปชมผลงานกันย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้วที่ประเทศญี่ปุ่นได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ความมุ่งมั่นและตั้งใจอยากให้ “กิโมโน” อันเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ถูกสื่อออกไปเพื่อสันติภาพโลกจึงบังเกิดขึ้นเป็นโครงการ “Imagine One World Kimono Project” โดยองค์กรเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ระดับนานาชาติของญี่ปุ่น Imagine One World Incorporation มีเป้าหมายเพื่อสร้างรูปแบบกิโมโนที่ไม่เหมือนใคร สำหรับทุกประเทศบนโลก โดยการออกแบบจะได้รับการพัฒนาร่วมกับสถานทูตของประเทศนั้นๆ โดยอ้างอิงถึงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และความงามทางธรรมชาติ รวมถึงสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ สื่อให้เห็นถึงศิลปะที่อยู่เหนืออุปสรรคทางภาษา และเพื่อส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมสู่คนรุ่นถัดไป ให้เป็นที่จดจำไปอีก 100 ปีข้างหน้าแต่สุดท้ายแล้ว แม้ความตั้งใจจะบรรลุเป้าหมาย ด้วยการผลิตชุดกิโมโนที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ของนานาประเทศกว่า 200 ชุด เป็นที่เรียบร้อย แต่ภาพการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของชุดกิโมโนเหล่านี้ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว 2020 กลับไม่อาจถูกผลักดันให้เกิดขึ้นได้ จึงเป็นที่น่าเสียดายอยู่ไม่น้อยที่ผู้คนทั่วโลกไม่ได้เห็นโมเมนต์น่าประทับใจนี้  Power จึงขอใช้โอกาสนี้ในการแบ่งปันผลงานอันสุดแสนทุ่มเทของ Kimono Project อีกหนึ่งความประทับใจที่ญี่ปุ่นไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆสร้างสรรค์ได้อย่างน่าทึ่งกับกิโมโนอันเป็นเอกลักษณ์แห่งความเป็นชาติของ ประเทศไทย ผลงานการออกแบบเพื่อระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่ออุทิศให้กับราชอาณาจักรไทยที่กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ด้วยลวดลายของดอกราชพฤกษ์ อันเป็นดอกไม้ประจำชาติ ผสานเข้ากับโคมยี่เป็ง ช้าง และพญานาค เกิดเป็นความลงตัวที่งดงามบนผืนผ้าสีดำกิโมโนที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสบนพื้นหลังสีดำสนิทของ ประเทศจีน  มาพร้อมหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างกำแพงเมืองจีน ที่ถูกจัดวางราวกับเป็นมังกรยักษ์ สัญลักษณ์อันโดดเด่นแห่งจักรพรรดิและวัฒนธรรมจีน เติมแต่งด้วยความงามของดอกโบตั๋น ดอกพลัม กิ่งไผ่ และก้อนเมฆ โดยไม่ลืมความน่ารักของแพนด้ายักษ์สัญลักษณ์ทางการทูตจีนกิโมโนของ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีความหลากหลายเป็นพิเศษ ด้วยสัญลักษณ์ของประเทศอย่างนกอินทรี ประดับประดาด้วยดอกไม้ 50 ชนิด ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำแต่ละรัฐ สอดแทรกด้วยลวดลายจากกีฬายอดนิยม อย่างเบสบอล แผ่นฟิล์มอันสื่อถึงความเป็นฮอลลีวูด เทพีเสรีภาพ และโครงการอวกาศอะพอลโลความเป็นเอกลักษณ์ของ ประเทศแคนาดา ดูเหมือนว่าจะปรับเข้ากับชุดกิโมโนได้ง่ายมาก ด้วยเพราะใบเมเปิลนั้นเป็นทั้งความงามแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น และเป็นสัญลักษณ์ของประเทศในอเมริกาเหนือกิโมโนที่แสดงเอกลักษณ์แสนพิเศษของ ประเทศสิงคโปร์ ด้วยการออกแบบรูปสิงโตทะเลบนแขนเสื้อข้างหนึ่ง เสริมด้วยเส้นขอบฟ้าของเมืองที่เด่นชัด นับเป็นความสมมาตรที่ลงตัวแม้ว่าการออกแบบกิโมโนทั้งหมดจะเต็มไปด้วยสีสัน แต่กิโมโนของ ประเทศเคนยา นั้น เป็นหนึ่งในรูปแบบที่ใช้ด้ายสีต่างๆ เกือบ 200 สี และต้องใช้เวลาในการตัดเย็บมากกว่าหนึ่งปีส่งท้ายด้วยกิโมโนของ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเจ้าภาพที่มาในผืนผ้าสีขาวแบบน้อยแต่มาก งดงามด้วยลวดลายดอกไม้หลากสีสัน สอดแทรกกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นจรดผืน แม้ว่า Kimono Project จะพลาดโอกาสที่จะได้จัดแสดงในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว 2020 แต่ความพยายามในการที่จะเป็นสะพานเชื่อมสู่โลกเพื่อความเป็นหนึ่งเดียว ผ่านกิโมโนอันเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นนั้น ยังคงถูกสานต่อในงานกีฬาระดับนานาชาติ และการประชุมอื่นๆ ที่ประเทศญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพ ด้วยฝีมือ จิตวิญญาณ และความทุ่มเทนั้น ล้วนควรค่าแก่การชื่นชม และเราทุกคนควรมีโอกาสได้เห็นกิโมโนอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติต่างๆ ได้เฉิดฉายอยู่บนเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ เพื่อแสดงให้เห็นว่า THE WORLD CAN UNITE AS ONE  โลกสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวได้ ชมผลงานการออกแบบกิโมโนนานาชาติทั้งหมด คลิกขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก IMAGINE ONE WORLD KIMONO PROJECT Youtube / Facebook https://www.piow.jp…
Editor
3 August 2021
Lifestyle

Lifestyle:
ความญี่ปุ่นนี้ของ Pictogram-san
อีกหนึ่งไฮไลต์ในพิธีเปิดโอลิมปิก โตเกียว 2020

หลังจากต้องเลื่อนจากกำหนดเดิมถึง 1 ปีเต็ม เพลิงโอลิมปิกก็ลุกโชติช่วงขึ้นอีกครั้ง ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น สัญลักษณ์ที่ผู้คนทั่วโลกโดยเฉพาะแฟนกีฬาต่างตั้งตารอ เพราะนั่นหมายถึงว่า มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 32 โตเกียว 2020 ได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมี นาโอมิ โอซากะ นักเทนนิสมือวางอันดับ 2 ของโลกชาวญี่ปุ่น เป็นนักวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกคนสุดท้ายในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยปกติผู้ที่ได้รับเกียรติจุดคบเพลิงโอลิมปิกจะเป็นนักกีฬาหรือผู้มีชื่อเสียงที่เกี่ยวข้องกับประเทศเจ้าภาพ ซึ่งถือได้ว่าเป็น หนึ่งในเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ใครๆ ต่างก็รอชม แน่นอนว่าโอลิมปิกครั้งนี้ก็เช่นกัน ทว่ายังมีอีกการแสดงหนึ่งในพิธีเปิดที่ถูกเรียกว่าเป็นจอมขโมยซีนของค่ำคืน เพราะทั้งสร้างรอยยิ้มและเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ในแบบที่ผู้ชมทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นแฟนกีฬาหรือไม่ก็ตาม ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ญี่ปุ่นก็คือญี่ปุ่น”การแสดงชุด Pictogram ในพิธีเปิดเป็นการนำสัญลักษณ์ประเภทกีฬา จำนวน 50 ภาพ จาก 33 ประเภทกีฬาที่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ มานำเสนอในรูปแบบ Live Action ของพิกโตแกรมซัง โดยเหล่านักแสดงตลกเงียบชื่อดัง Hiro-Pon และดูโอ้ Masa และ Hitoshi ที่มาในบอดี้สูทสีขาวและน้ำเงิน ผลัดเปลี่ยนกันทำท่าตามสัญลักษณ์กีฬาต่างๆ จนครบ เล่นเอาคนดูทั้งลุ้น ทั้งชื่นชม ทั้งเหนื่อยแทน แม้จะมีผิดพลาดไปบ้างแต่ทุกคนก็พร้อมให้อภัยและเต็มใจปรบมือให้กับความจริงจังนี้ดังๆ เลยทีเดียว Pictogram อาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับใครหลายคน เพราะเป็นอะไรที่คุ้นตามาพอสมควร แต่ความน่าสนใจอยู่ที่การนำ Pictogram มาใช้สื่อสารแทนประเภทกีฬาในโอลิมปิกเกมส์นั้น เริ่มต้นครั้งแรกในโอลิมปิก 1964 ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพนั่นเอง ซึ่งเป็นการจัดงานโอลิมปิกครั้งแรกของทวีปเอเชียอีกด้วย และอย่างที่ทราบกันว่าญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการสื่อสาร สิ่งที่จะมาช่วยทลายกำแพงด้านภาษาในฐานะของการเป็นเจ้าบ้านที่ต้องต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก ก็คือ Pictogram ที่ถูกออกแบบมาใช้เป็นสัญลักษณ์การแข่งขันกีฬา รวมไปถึงสัญลักษณ์ของสถานที่และข้อมูลการบริการทั่วไปต่างๆ นั่นเองสำหรับ โตเกียว 2020 Pictogram สัญลักษณ์การแข่งขันกีฬาออกแบบโดย Masaaki Hiromura ดีไซเนอร์ชื่อดังที่ฝากผลงานไว้มากมาย เขาได้ทำการต่อยอดและบูชาครูดีไซน์จากปี 1964 ผสมผสานกับสไตล์ร่วมสมัยจนออกมาเป็นผลงานที่ชวนให้นึกถึงอดีตที่ชาติของตนได้ริเริ่มไว้ โดยการออกแบบจะแบ่งเป็น 2 ชุด คือแบบมีกรอบและไม่มีกรอบ สำหรับนำไปใช้ส่วนงานต่างๆ กัน สีที่ใช้หลักจะเป็นสีน้ำเงินอย่างในโลโก้ของงาน แต่ก็ยังมีดีไซน์อีกชุดที่ใช้สีเก่าแก่อื่นๆ ของญี่ปุ่น 5 สี ได้แก่ kurenai (สีแดงเข้ม) , ai (สีคราม), sakura (สีชมพูดอกซากุระ), fuji (สีม่วงดอกฟูจิ) และ matsuba (สีเขียวใบสน) ซึ่งช่วยเพิ่มความสดใสและความมีชีวิตชีวาให้กับโอลิมปิกครั้งนี้ได้ดีทีเดียวนอกจากการแสดงชุด Pictogram ในพิธีเปิดจะเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมอย่างได้ไม่ขาดสายแล้ว อีกทางหนึ่งมันก็ยังแสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของพวกเขาได้เป็นอย่างดี ญี่ปุ่นในปี 1964 เป็นประเทศที่กำลังฟื้นฟูตัวเองจากการสูญเสียครั้งใหญ่หลังสงคราม การเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกนั้นมาพร้อมกับไฟต์บังคับให้ต้องพัฒนาทุกภาคส่วนอย่างก้าวกระโดด อุตสาหกรรมทุกแขนงตลอดจนศิลปวัฒนธรรมที่ปรากฏสู่สายตาชาวโลก คือการกำหนดอนาคตของประเทศ ซึ่งก็ประจักษ์แก่เราทุกคนแล้วว่าพวกเขาทำได้ โตเกียว 2020 ก็เป็นอีกครั้งที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญปัญหาใหญ่ เพียงแต่ครั้งนี้มันเป็นปัญหาของทุกคนบนโลก ไม่ใช่แค่ของใครคนใดคนหนึ่ง จริงอยู่ที่โอลิมปิกครั้งนี้อาจจะแตกต่างออกไปจากครั้งก่อนๆ แต่ด้วยความตั้งใจและความเอาใจใส่ในแบบญี่ปุ่นๆ เราจึงเห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความประทับใจ เกิดขึ้นมากมายท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ การได้ดูโชว์ที่ทำให้นึกถึงรายการ “เกมซ่าท้ากึ๋น” ในค่ำคืนนั้น ยิ่งตอกย้ำว่าญี่ปุ่นก็คือญี่ปุ่น เราต่างรู้สึกได้ถึงกำลังใจที่ทุกคนมีให้กัน สมกับที่เป็นช่วงเวลาของมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก https://www.olympic-museum.de/ http://www.hiromuradesign.com/ https://twitter.com/gamarjobat_h https://theolympians.co/ https://www.instagram.com/olympics/ https://japan-forward.com/
Editor
2 August 2021
Lifestyle

Lifestyle:
Beauty and the Beast
in Modern Digital Space

Beauty and the Beast แฟนตาซีในโลกเสมือน Beauty and the Beast แฟนตาซีในโลกเสมือน ท่ามกลางกระแสโอลิมปิก โตเกียว 2020​​ Belle คือแอนิเมชันที่ร้อนแรงที่สุดของญี่ปุ่นในชั่วโมงนี้ โดยผู้กำกับ Hosoda Mamoru ที่นำเทพนิยายปรำปราของฝรั่งเศสจากศตวรรษที่ 18 Beauty and the Beast มาผูกเรื่องเข้ากับโลกอินเทอร์เน็ตในศตวรรษที่ 21เมื่อหลายปีก่อน Hosoda เคยได้ชื่อว่าเป็น The New Hayao Miyazaki เทพของวงการแอนิเมะแห่ง Studio Ghibli ซึ่ง Studio Ghibli เองก็เคยทาบทามให้ Hosoda ไปกำกับ Howl’s Moving Castle ในตอนนั้น Hosoda เพิ่งมีงานกำกับแค่เรื่องเดียวเท่านั้น แถมเป็นหนังสั้นอีกด้วย เรื่อง Digimon: Our War Game! แต่ในฐานะแอนิเมเตอร์ Hosoda มีแต่ผลงานดังๆ ทั้งนั้น อาทิ Sailor Moon, Slam Dunk, One Piece และ Dragon Ball เขารับงาน Studio Ghibli แต่ทำได้แค่พักเดียวก็ออกมาปฏิเสธไม่ทำต่อ เพราะทาง Studio Ghibli ไม่ให้อิสระในการทำงาน แต่ยืนกรานที่จะให้เขาทำงานในสไตล์ของ Miyazaki เท่านั้น ตอนนั้นหลายคนคิดว่านั่นคงเป็นจุดจบของ Hosoda แต่ที่ไหนได้ปัจจุบันเขาคือผู้ร่วมก่อตั้ง Studio Chizu เจ้าของผลงานแอนิเมชันเนี้ยบถึง 6 เรื่องรวม Belle งานล่าสุดที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมือง Cannes คนดูลุกขึ้นยืนตบมือให้นานถึงกว่า 14 นาทีเลยทีเดียว รวมทั้งกวาดรายได้วันแรกวันเดียวในญี่ปุ่นไปถึงกว่า 190 ล้านเยน ทำให้ Studio Chizu กลายเป็นสตูดิโอเบอร์ต้นๆ ของวงการไปแล้ว หลังจากที่ผลงานก่อนหน้านี้ Mirai ก็เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Oscar มาแล้วเมื่อปี 2018Belle (ชื่อเรื่องในภาษาญี่ปุ่นแปลตรงตัวว่า มังกรกับเจ้าหญิงหน้าตกกระ) เล่าเรื่องของ Suzu เด็กสาวขี้อายหน้าตกกระ วัย 17 ปี ที่ไม่ได้มีความโดดเด่นอะไรจากชนบทเมือง Kochi ตอนเด็กๆ Suzu เคยมีความสุขที่ได้ร้องเพลงกับคุณแม่ แต่พอคุณแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุก็ไม่มีใครได้ยินเธอร้องเพลงอีกเลย กับคุณพ่อเธอก็ไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ สิ่งเดียวที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจคือการเขียนเพลง จนวันหนึ่งเธอได้ค้นพบ U โลกใหม่บนอินเทอร์เน็ต U คือโลกเสมือนที่บอกว่าทุกคนสามารถเป็น U (เล่นคำกับ You) คนใหม่ ใช้ชีวิตมีตัวตนในแบบฉบับที่เราต้องการได้อย่างแท้จริง ไม่ต้องเก็บกดมันไว้ข้างใน บนโลกของ U มี User จากทั่วโลกกว่า 5 พันล้านคน และที่นี่เอง Suzu ได้ปลดปล่อยและร้องเพลงอย่างมีความสุข เพราะที่ U ตัวตนในโลกความเป็นจริงของแต่ละคนคือความลับสุดยอด เธอดังไปทั่ว U เพียงชั่วข้ามคืน ภายใต้ชื่อ…
Editor
30 July 2021
Lifestyle

Lifestyle:
มหกรรมกีฬารักษ์โลก โอลิมปิก โตเกียว 2020

ในที่สุดมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ โอลิมปิก โตเกียว 2020 ก็ได้เปิดฉากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงค่ำวันที่ 23 กรกฎาคม ที่สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในบทความนี้ Power จะพาคุณไปทำความรู้จักกับสิ่งละอันพันละน้อย แต่เต็มไปด้วยความใส่ใจอันมหาศาล ที่ทางเจ้าภาพได้ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักสากลโลก ภายใต้แนวคิด “Be better, together – for the planet and the people” เหรียญรางวัล ต้องบอกว่าน่าประทับใจทั้งในเรื่องของดีไซน์และแนวคิด กับไอเดียสุดสร้างสรรค์ ด้วยการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาแปรรูปเป็นเหรียญรางวัลอันทรงเกียรติ ที่เหล่านักกีฬาต่างตั้งใจไขว่คว้า เพื่อสร้างชื่อให้กับตนเองและประเทศชาติ นอกเหนือจากการได้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้  โดยเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง จำนวนกว่า 5,000 เหรียญนั้น ถูกทำขึ้นมาจากโทรศัพท์มือถือเก่าๆ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กอื่นๆ จากการบริจาคของประชาชน กว่า 1,621 ชุมชน หรือคิดเป็น 90% ของชุมชนทั้งหมดของญี่ปุ่น ได้วัสดุเกือบ 79,000 ตัน และโทรศัพท์มือถือใช้แล้วจำนวน 6.21 ล้านเครื่อง โดยใช้เวลารวบรวมกว่า 2 ปี เมื่อนำมารีไซเคิลได้เหรียทองประมาณ 32 กิโลกรัม เงิน 3,500 กิโลกรัม และทองแดง 2,200 กิโลกรัม ทั้งนี้เหรียญรางวัลเป็นผลงานการออกแบบของ Junichi Kawanishi ผู้ชนะการประกวดจากทั้งหมด 400 แบบ ซึ่งได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยเน้นที่ความเรียบง่าย มีรูปแกะสลัก Nike – เทพีแห่งชัยชนะของกรีก ยืนอยู่หน้าสนามกีฬาพานาธิไนกอส และสัญลักษณ์วงแหวนโอลิมปิก 5 ห่วง พร้อมชื่อการแข่งขัน โตเกียว 2020 ส่วนของริบบิ้นได้รับการออกแบบให้สะท้อนถึงตัวตนของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในความหลากหลาย ด้วยลวดลายทันสมัยของลายตาหมากรุก “อิชิมัทสึ โมโย” ดั้งเดิมของญี่ปุ่น ทำขึ้นจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลทางเคมี ซึ่งผลิต CO2 น้อยกว่าวัสดุโพลีเอสเตอร์อื่นๆ ในระหว่างกระบวนการผลิต และแต่งสีกราฟิกหลักของโตเกียว 2020 ทั้งหมดถูกบรรจุอยู่ในกล่องที่ออกแบบโดย Shinya Yoshida ทำขึ้นจากไม้แอชญี่ปุ่นย้อม โดยช่างฝีมือชาวญี่ปุ่น Yamagami Mokko ที่ใช้เทคนิคแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่มาผสมผสานกัน ทำให้แต่ละเหรียญมีลวดลายที่แตกต่างกันไป โพเดียมรับรางวัล อีกหนึ่งผลงานจากการรีไซเคิลขยะพลาสติกจำนวน 24.5 ตัน ที่ได้จากการรวบรวมขยะพลาสติกจากบ้านเรือน ร้านค้า โรงเรียน องค์กรต่างๆ รวมถึงขยะในท้องทะเล โดยบริษัท P&G ได้ให้การสนับสนุนในการเก็บรวบรวมตลอดระยะเวลา 9 เดือน จากการบริจาคของประชาชนชาวญี่ปุ่น เพื่อนำมาทำโพเดียมรับเหรียญรางวัลกว่า 98 แท่น  โดยโพเดียมรับรางวัลนี้เป็นผลงานการออกแบบของ Asao Tokolo ศิลปินชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่ออกแบบตราสัญลักษณ์โอลิมปิก 2020  ที่เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมต่อกันเป็นฟอร์มวงกลม และการเชื่อมโยงกันของทรงลูกบาศก์เหล่านั้นได้แฝงความหมายถึงความสามัคคี โพเดียมรับรางวัลจึงเกิดจากการนำลูกบาศก์ที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิลหลายลูกมาเรียงต่อกัน โดยแต่ละลูกรับน้ำหนักได้ 1.5 กิโลกรัม ในส่วนของด้านข้างของแท่นโพเดียมจะเป็นรูปคล้ายตาหมากรุกสีคราม จัดเรียงแบบสามมิติสไตล์เรขาคณิต ส่วนสัญลักษณ์โอลิมปิก 5 ห่วง ทำมาจากขยะอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบของบ้านพักชั่วคราว จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตะวันออกของประเทศเมื่อปี 2011 นอกจากนี้ยังได้มีการตั้งเป้าหมายที่จะนำขยะกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้ร้อยละ 65…
Editor
29 July 2021
Lifestyle

Lifestyle:
5 เคล็ดลับการจัดดอกไม้
สร้างบรรยากาศให้บ้านน่าอยู่

ขอบคุณรูปภาพจาก instagram.com/mossandstonefloraldesign ดอกไม้ เป็นอีกหนึ่งตัวแทนของภาษาที่ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูด ไม่ว่าจะเป็นความโรแมนติก หรือสื่อถึงอารมณ์ในโอกาสต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม ยิ่งช่วงสภาวะตึงเครียดแบบนี้ Power ชวนคุณมาสร้างบรรยากาศให้บ้านของคุณดูรื่นรมย์ มีชีวิตชีวาในช่วงเวลาที่ต้องกักตัว ด้วยกิจกรรมที่ช่วยบำบัดจิตใจให้แจ่มใสอย่าง “การจัดดอกไม้” ซึ่งเรามีทริกง่ายๆ ในการจัดมาบอกกัน รับรองผลลัพธ์อย่างน่าอัศจรรย์ 1. การเลือกดอกไม้ตามฤดูกาล การที่เราเลือกใช้ดอกไม้ตามฤดูกาลจะทำให้เราได้ดอกไม้ที่ทั้งสวยและสดที่สุด สามารถอยู่ในแจกันได้นานขึ้น แถมราคายังถูกกว่าดอกไม้นอกฤดูกาลหรือดอกไม้หายากนานาชนิด ช่วยให้เราประหยัดงบไปได้เยอะ ดอกไม้ที่แนะนำอยากให้เป็นดอกไม้ที่หาได้ตลอดทั้งปี เช่น กุหลาบ เยอบีร่า คาร์เนชั่น ยิบโซ หน้าวัว ส่วนไฮเดรนเยียร์ที่กำลังเป็นที่นิยมนั้น ปัจจุบันก็มีแพร่หลายในไทย ออกดอกมากในช่วงเดือนกันยายนเป็นต้นไป แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบลิลลี่ก็คงต้องรอนานกันหน่อย เพราะจะมาในช่วงฤดูหนาว ขอบคุณรูปภาพจาก instagram.com/wonderland_botanicals 2. จับดอกไม้มามิกซ์แอนด์แมตช์กับใบไม้ การจัดดอกไม้แบบเดิมๆ ดูแล้วคงจะน่าเบื่อเกินไป การนำดอกไม้มามิกซ์แอนด์แมตช์กับสารพันใบไม้น้อยใหญ่ จะให้ความเก๋ไก๋ได้มากขึ้น อีกทั้งใบไม้ยังอยู่ได้คงทนกว่าเพราะโดยปกติดอกไม้ที่ตกแต่งในแจกันส่วนมากจะอยู่ได้ประมาณ 5 - 7 วัน เราก็ต้องทิ้งแล้ว แต่ใบไม้ที่เอามาแซมนั้นยังคงใช้ชีวิตต่อไปได้แบบเขียวๆ ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ จะย้ายไปตกแต่งบนโต๊ะเครื่องแป้ง หรือเคาน์เตอร์ในครัวก็ไม่เสียหาย ให้ความคลาสสิกอยู่ไม่น้อย ขอบคุณรูปภาพจาก instagram.com/wonderland_botanicals 3. เลือกจุดจัดวางดอกไม้ให้เหมาะสม การจัดดอกไม้ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว ไม่จำเป็นต้องจัดตามแพตเทิร์นทุกครั้งไป และใช่ว่าจะต้องเป็นเฉพาะห้องรับแขกเท่านั้นที่จะได้รับความสดชื่น การสร้างบรรยากาศให้รื่นรมย์นั้น เราเริ่มได้ตั้งแต่โถงทางเดินในบ้าน ห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือแม้แต่ห้องครัว ตลอดจนพื้นที่บนโต๊ะรับประทานอาหาร การสลับสับเปลี่ยนจุดการจัดวางดอกไม้จะช่วยลดความจำเจ เพิ่มสีสันให้สดใส แถมยังได้โชว์ผลงานอย่างไม่กำจัดสไตล์ ในแบบที่คุณชอบได้อีกด้วย ขอบคุณรูปภาพจาก instagram.com/wonderland_botanicals/ 4. เลือกแจกันดี มีชัยไปกว่าครึ่ง การสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้สวยงามและมีสีสันสดใส ส่วนหนึ่งอาจมาจากแจกันที่เราเลือกใช้ ยิ่งเพิ่มการจัดตกแต่งด้วยดอกไม้แล้วนั้น จะช่วยเติมเต็มความสดชื่นให้บ้านของเราได้อย่างมีชีวิตชีวา น่าอยู่อาศัยมากยิ่งขื้น ซึ่งการจะเลือกซื้อแจกันสักใบนั้น เราต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ก่อนว่าจะนำไปวางตกแต่งในบริเวณใดของบ้าน ส่วนวัสดุหลักของแจกันก็ลองเลือกเอาตามแบบที่ชอบ ซึ่งก็มีค่อนข้างหลากหลายชนิดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ดินเผา เชื่อว่าเราน่าจะคุ้นเคยกับพวกเครื่องปั้นดินเผากันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องครัวหรือแจกันที่ทำมาจากดินเผา ซึ่งส่วนมากเครื่องปั้นดินเผามักจะเหมาะสำหรับพื้นที่กว้างๆ อย่างการจัดสวนมากกว่า และด้วยมีตัวเลือกสีน้อย ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางสีธรรมชาติ จึงอาจไม่เหมาะนักสำหรับคนที่ชื่นชอบสีสันสดใส อีกทั้งยังมีน้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายลำบาก ทำความสะอาดก็ยาก และเสี่ยงต่อการแตกหักได้ง่าย เซรามิก นับเป็นหนึ่งในตัวเลือกของใครหลายๆ คน ด้วยเพราะสีสันและลวดลายที่น่าดึงดูดมีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นแบบขึ้นเงา เคลือบด้าน หรือเมทัลลิก ซึ่งความหลากหลายนี้ก็โดนใจสาวกนักจัดดอกไม้ให้ได้ใช้เป็นตัวเลือกกันอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะนำไปแมตช์กับเครื่องประดับ หรืออยู่โดดๆ ก็ยังคงความคลาสสิก อีกทั้งคุณสมบัติยังแข็งแรงทนทาน ทำความสะอาดง่าย เพียงใช้ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดเช็ดเบาๆ ก็กลับมาสวยงามดังเดิมแล้ว พลาสติก แจกันลักษณะนี้หาซื้อง่ายแถมมีราคาถูก ใครที่เป็นคนขี้เบื่อ วัสดุจากพลาสติกก็เป็นช้อยส์ที่เหมาะสม เพราะสามารถเปลี่ยนได้บ่อยตามต้องการ น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายเปลี่ยนสถานที่จัดวางได้ง่ายสะดวก ทนทานไม่แตกหักง่ายอย่างแน่นอน แต่มีข้อควรระวังคือ เนื่องจากแจกันมีน้ำหนักเบา หากเราใส่ดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่เกินไป จะทำให้แจกันคว่ำตกหกเลอะเทอะพื้นได้ และหากล้างทำความสะอาดไม่ดี อาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา นำมาซึ่งความสกปรก ไม่น่าชมเอาเสียเลย แก้ว ความใสและความแวววาวของแก้ว สามารถนำมาตกแต่งได้ทุกส่วนทุกห้องของบริเวณบ้าน มิหนำซ้ำไอเดียของหลายๆ คนก็บรรเจิด อาจนำเม็ดคริสตัลหรือเม็ดมุกมาใส่ให้แจกันแก้วใสแบบนี้ก็ช่วยให้ดูสะดุดตา ไม่จำเจซ้ำแบบของใคร หรือใครที่ชอบแนวธรรมชาติก็อาจจะใช้ก้อนกรวดหรือกิ่งไม้มาใช้ตกแต่งได้เช่นกัน อีกทั้งแจกันแก้วยังหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง มีหลายสีให้เลือกใช้แต่อย่าลืมทำความสะอาดแจกันให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่อย่างนั้นจากที่จะช่วยเพิ่มลูกเล่นให้บ้านน่าอยู่ กลับจะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ยิ่งเวลามีตะไคร่น้ำ และสิ่งสกปรกเกาะอยู่ภายในคงเป็นภาพที่ไม่น่าดูสักเท่าไหร่ ขอบคุณรูปภาพจาก instagram.com/wonderland_botanicals/ 5. การยืดอายุดอกไม้ให้อยู่ในแจกันได้นานขึ้น ก่อนอื่นเราควรล้างทำความสะอาดภาชนะที่เราจะนำมาจัดดอกไม้ให้สะอาดเสียก่อน เด็ดใบส่วนล่างทิ้งออกให้หมด จากนั้นตัดก้านด้วยกรรไกรคมๆ เพื่อลดการบอบช้ำโดยทำมุมเฉียง 45 องศาเสมอ เติมน้ำตาลและพาราเซตามอลช่วยเพิ่มอายุของดอกไม้ได้อย่างดี และไม่ลืมเปลี่ยนน้ำในแจกันอยู่เสมอ…
Editor
28 July 2021
HighlightLifestyle

Lifestyle:
10 สนีกเกอร์กันน้ำที่ดีที่สุด!
สำหรับสายลุย ในปี 2021

PHOTOGRAPHY: COURTESY OF BRANDS PHOTOGRAPHY: COURTESY OF BRANDS และแล้วก็มาถึงคิวของ ‘สนีกเกอร์กันน้ำ’ ไอเทมเด็ดสำหรับหนุ่มสาวสายลุย ที่ต้องบอกเลยว่าต่อให้ฝนจะตกอย่างบ้าคลั่ง หรือต้องบุกป่าลุยน้ำอย่างไร ก็ไม่อาจทำให้เท้าของคุณเปียกปอนได้อีกต่อไป และต่อไปนี้คือสนีกเกอร์กันน้ำที่ดีที่สุด ที่ควรมีติดไว้เป็นไอเทมเด็ดช่วยให้เท้าแห้งสบาย กันน้ำได้ 100% ปลอดกลิ่น ปลอดแบคทีเรีย และบางแบรนด์ยังมีการผลิตแบบยั่งยืน โดยเน้นใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติอีกด้วย Loom Waterproof Sneaker M/W (Vegan) สนีกเกอร์กันน้ำที่เหมาะกับคนเมือง เท่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง Sketchers (Leather) สนีกเกอร์กันน้ำสำหรับผู้ชาย เหมาะที่จะใช้ในสนามกอล์ฟ Columbia Outdry Mid Shoe สนีกเกอร์กันน้ำสำหรับผู้ชาย ตัวช่วยยอดเยี่ยมในการเดินป่า Merrell Icepack Guide Moc Polar Waterproof สนีกเกอร์กันน้ำสำหรับผู้หญิง ใช้ได้ทุกสถานการณ์ แม้ในวันที่มีหิมะตก Forsake Range Low M/W สนีกเกอร์กันน้ำสำหรับผู้ชาย ซัพพอร์ตได้ในทุกสภาพอากาศ On Cloud Waterproof สนีกเกอร์กันน้ำสำหรับผู้หญิง เหมาะกับทุกกิจกรรมและทุกสภาพอากาศ Under Armour Men’sVerge 2.0 Low GORE-TEX สนีกเกอร์กันน้ำสำหรับผู้ชาย มาพร้อมการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม Adidas Terrex Skychaser LT GORE-TEX สนีกเกอร์กันน้ำสำหรับผู้ชาย ที่ชื่นชอบการผจญภัยกลางแจ้ง Salomon Men’s XA Pro 3D CS Waterproof สนีกเกอร์กันน้ำสำหรับผู้ชาย ทนทานทุกการเดินป่าและการปีนเขา Brooks Ghost 12 GTX สนีกเกอร์กันน้ำสำหรับผู้ชาย สวมใส่นุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดี Tips สำหรับการเลือกสนีกเกอร์กันน้ำที่ใช่ วัสดุที่ดีที่สุดสำหรับสนีกเกอร์กันน้ำก็คือ GORE-TEX เพราะนอกจากจะกันน้ำได้อย่างใจแล้วยังช่วยระบายอากาศได้ดีอีกด้วย ความสบายในขณะสวมใส่ เลือกสนีกเกอร์ที่กระชับกำลังดี มีกันกระแทกที่ปลายเท้า ส้นเท้าและหุ้มข้อ น้ำหนักเบากำลังดี สนีกกอร์ที่กันน้ำได้จะช่วยไม่ให้ความชื้นเพิ่มน้ำหนักให้กับรองเท้า ความทนทานต้องดีเยี่ยม มองหาพื้นรองเท้าชั้นนอกที่ทำจาก PU หรือยางคาร์บอน จะช่วยให้สวมใส่สบายแม้เดินบนพื้นผิวที่ขรุขระ รวมไปถึงผลิตจากผ้าตาข่ายที่ทนทานต่อการขีดข่วน เพื่อช่วยปกป้องเท้าและทำให้รองเท้าไม่เก่าง่าย สไตล์ที่ใช่ หากคุณต้องการใช้สนีกเกอร์กันน้ำสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งวัน ให้มองหาดีไซน์ที่เรียบง่าย รองเท้าที่มีสีเดียวหรือสองสีจะง่ายต่อการแต่งกายในทุกประเภท ราคาที่สูงไม่ได้การันตีความสบายหรือทนทานเสมอไป สนีกเกอร์กันน้ำระดับไฮเอนด์บางรุ่นแม้จะเป็นไอคอนแฟชั่น แต่กลับไม่ขึ้นชื่อในเรื่องของความคงทน เพราะฉะนั้นคุณสมบัติที่สนีกเกอร์ของคุณพึงมีก็คือ ความยืดหยุ่น ความทนทาน และความสบาย นั่นเอง KEEN M-Newport H2 SHOP NOW TEVA Hurricane Verge SHOP NOW KEEN M-Uneek SHOP NOW TEVA Hurricane Drift SHOP NOW ADIDAS Stan Smith J SHOP NOW ADIDAS X9000L2 M Shoes…
Editor
27 July 2021
Lifestyle

Lifestyle:
Reading Therapy
ชุบชูใจในช่วงกักตัวด้วยนานาหนังสือน่าอ่าน

จากสถานการณ์ที่ทำให้เราออกไปพบเจอผู้คนได้เท่าที่จำเป็น และการปรับวิถีชีวิตให้ต้องใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น อาจทำให้ใครหลายคนตกอยู่ในภาวะเครียดและไม่สดใสร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน กิจกรรมที่ช่วยฟื้นฟูจิตใจมากมายต่างพากันตบเท้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรา มองๆ ไปอาจจะเห็นแป้งโดและอุปกรณ์ทำอาหารชุดใหม่กวักมือเรียก เสื่อโยคะที่ไม่เปื้อนเหงื่อมาสักพัก หรือรายชื่อกลุ่มเพื่อนตัวแสบที่เมาท์กันจนแสบคอเมื่อวันก่อน อย่างไรก็ตามในช่วงที่เวลาเดินช้าแบบนี้ อีกกิจกรรมที่ช่วยให้คุณผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้ดีไม่แพ้อย่างอื่น นั่นก็คือการอ่านหนังสือ กิจกรรมสุดคลาสสิกที่ก่อนหน้านี้หลายคนอาจจะยุ่งจนไม่มีเวลาหยิบเล่มโปรดจาก “กองดอง” ขึ้นมาอ่าน แต่สำหรับใครที่ยังไม่มีเล่มไหนเล็งไว้เป็นพิเศษ วันนี้ Power จะมาแนะนำหนังสือน่าอ่านที่ทั้งสนุกและมีประโยชน์ ให้คุณผ่อนคลายรวมถึงสามารถนำข้อคิดไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย Quiet: The Power of Introverts in a World That Can't Stop Talking โดย Susan Cain ทุกวันนี้ไม่ว่าคุณจะมีบุคลิกค่อนไปทาง Introvert หรือ Extrovert ก็ไม่ใช่ปัญหาอย่างที่มันเคยเป็นเมื่อหลายปีก่อนอีกต่อไป ในอดีตเรื่องบุคลิกภาพเคยเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวางว่าแบบไหนดีกว่ากัน แต่ปัจจุบันมีงานวิจัยมากมายที่ออกมายืนยันแล้วว่า นิสัยชอบเก็บตัว ชอบทำอะไรคนเดียว ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือการมีภาวะผู้นำแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามอาจจะพูดได้ว่า สถานการณ์ตอนนี้คล้ายๆ จะบีบให้เราทุกคนเป็นคน Introvert ก็ไม่ผิดนัก ซึ่งหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณใช้เวลาเงียบๆ เหงาๆ ได้อย่างมีประโยชน์มากทีเดียว Quiet: The Power of Introverts in a World That Can't Stop Talking ได้รับยกย่องจาก The Guardian ให้เป็นหนังสือ 1 ใน 10 เล่มที่ดีต่อสมองแห่งทศวรรษ เมื่อปี ค.ศ. 2018 มันทำให้เรามองเห็นความแตกต่างของผู้คน รวมไปถึงเข้าใจและยอมรับที่จะเป็น “ตัวเอง” โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองมากเช่นนี้ คนเราไม่ว่าจะชอบอยู่กับคนอื่นหรือไม่ แต่ในยามที่ต้องอยู่คนเดียวก็มักที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ดี ได้โฟกัสสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างมีสมาธิ อีกทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงที่จะคล้อยตามความคิดของคนอื่นโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย ซึ่งไอเดียบรรเจิดทั้งหลายก็มักจะมาในช่วงเวลาแบบนี้นี่เอง ข้อดีของการอยู่คนเดียวอีกอย่างคือคุณไม่จำเป็นต้องตะโกนเพื่อให้ได้อะไรดีๆ รวมไปถึงมีเวลามากพอให้กับสิ่งที่ควรจะให้เวลา อย่างที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยกล่าวไว้ว่า “ผมไม่ใช่คนฉลาดหรอก ผมแค่อยู่กับปัญหานั้นนานพอ” Eat That Frog! โดย Brian Tracy สำหรับใครที่กำลังไม่แน่ใจว่า Work from Home ทั้งที นี่ไม่ได้ทำให้มีงานน้อยลงเลยหรือ ก็ต้องบอกว่า “ใช่” ซึ่งในความเป็นจริงไม่ว่าจะทำงานที่ไหน คุณก็มักจะพบว่าปริมาณงานนั้นดูเหมือนจะมากกว่าเวลาที่มีเสมอ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สามารถทำได้และควรจะทำคือการตั้งธงของความคิดเสียใหม่ และรับมือกับงานกองพะเนินนั้นด้วยการโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน Eat That Frog! ได้เปรียบเทียบ “กบ” ว่าเป็นเสมือนงานที่ต้องทำ โดยเฉพาะงานที่คุณรู้สึกขยาดที่จะทำมันจนเสร็จได้นั่นเอง ยิ่งถ้ามีงานที่เข้าข่ายแนวนี้มากกว่า 1 งาน ก็ให้เริ่มต้นลงมือจัดการกับงานที่ยากและสำคัญกว่าก่อนเลย โดยจะต้องทำในทันทีอย่างไม่มีอิดออด เพราะมันไม่มีประโยชน์ถ้าจะต้องนั่งจ้องกบตัวนั้นนานๆ จริงไหม? เลือกกบให้ดีก่อนจะกิน การวางแผนนั้นสำคัญเสมอ หลายคนขยันปีนบันไดแทบขาดใจ โดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าบันไดนั้นพาดไปถูกที่หรือเปล่า หนังสือเล่มนี้จะช่วยย้ำเตือนในเรื่องการลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ในชีวิต โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน ที่ที่เป็นเซฟโซนจนบางครั้งเผลอใจไปกับความสบายนั้น เพราะยิ่งสบาย ยิ่งต้องมีวินัย ซึ่งนั่นหมายถึงความสามารถที่จะลงมือทำในสิ่งที่ควรทำ ในเวลาที่สมควร ไม่ว่าตอนนั้นจะรู้สึกอยากทำหรือไม่ก็ตามนั่นเอง Daring Greatly โดย Brené Brown อีกหนึ่งหนังสือขายดีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ที่ยังคงนำข้อคิดมาปรับใช้ได้ดีในสถานการณ์ปัจจุบัน ท่ามกลางปัจจัยหลายๆ อย่างที่ส่งผลให้เราต่างเกิดความรู้สึกว่าตัวเองนั้นกำลังไม่มีความสุข Dr. Brené Brown ผู้เขียน…
Editor
26 July 2021
Lifestyle

Lifestyle:
9 Adrenaline-Pumping Activities
To Quench Your Thirst of Adventure

We are still not leaving Phuket – the pearl of Andaman Sea – where there is no shortage of things to do and see. Fresh off the heels of giving you a lowdown on beach hopping and local eats on the island, we now present you with some outdoor activities to get your heart thumping. Whether you come here alone, with your partner or in big group of family/friends, read on for an edit of awesome things to do for thrill seekers. Photography Courtesy of facebook.com/amazingthaitay Photography Courtesy of facebook.com/amazingthaitay 1. Go snorkelling and discover the beauty of the underwater world Phuket is definitely home to pristine pearlescent sandy beaches surrounded by azure blue waters but not all are ideal for snorkelling to catch a close up glimpse of rich marine life that populate the reefs. We recommend these secluded havens of peace that are simply a snorkeller’s dream –…
Editor
23 July 2021