DestinationLifestyle

Destination:
ท่องไปในกาลเวลา
เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ผ่านหน้าจอ

ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่องสำหรับกระแส “เที่ยวทิพย์” ในช่วงที่การเดินทางออกไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้สะดวกเช่นนี้ การอยู่กับบ้านแม้จะฟังดูน่าเบื่อ แต่มันมีส่วนสำคัญในการช่วยหยุดยั้งการแพร่กระจายของโรคระบาดได้ โชคยังดีที่ความก้าวหน้าของโลกทุกวันนี้ ยังพอมีช่องทางให้เราเที่ยวผ่านหน้าจอพอแก้เหงาได้ไม่ยาก จริงอยู่ที่การเที่ยวเสมือนจริงอาจทำให้เสน่ห์บางอย่างหล่นหายไป ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สายลม แสงแดด หรือแม้แต่ความเป็นไปของบรรดาผู้คนในสถานที่นั้นๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสียไปทั้งหมด เพราะหลายครั้งการที่เราต้องเผชิญกับอุณหภูมิเกินต้าน ฝนที่เทลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ทำให้การถ่ายรูปสวยๆ กลายเป็นเรื่องยาก รวมไปถึงข้อจำกัดของการเข้าชมหลายๆ อย่าง วันนี้ Power จึงจะมาชวนทุกคนไปออกทริปย้อนเวลา ผ่านทางเว็บไซต์อุทยานประวัติศาสตร์เสมือนจริง (Virtual Historical Park) ที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราว ประวัติความเป็นมา ข้อมูลเชิงลึกต่างๆ พร้อมคำบรรยาย 5 ภาษาให้ได้ศึกษากันอย่างเต็มอิ่ม ในรูปแบบเสมือนจริงกับภาพ 360 องศา ที่รับรองว่าไม่สามารถสัมผัสได้จากที่ไหนนอกจากทางหน้าจอของคุณเองเท่านั้น อุทยานประวัติศาสตร์ หมายถึง บริเวณสถานที่ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี มีองค์ประกอบสำคัญหลักๆ ได้แก่ สถาปัตยกรรม ซากโบราณสถาน สภาพแวดล้อมของโบราณสถาน ตลอดจนการผสมผสานกันระหว่างการก่อสร้างของมนุษย์กับธรรมชาติแวดล้อม โดยจะต้องมีการผสมผสานกันอย่างกลมกลืน และสามารถที่จะรักษาสภาพอันเป็นของแท้และดั้งเดิมนั้นไว้ได้ ปัจจุบันประเทศไทยมีอุทยานประวัติศาสตร์ในการดูแลของกรมศิลปากรทั้งสิ้น 11 แห่งทั่วประเทศ  โดยล่าสุดกรมศิลปากรได้ประกาศจัดตั้งปราสาทสด๊กก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว ขึ้นเป็นอุทยานประวัติศาสตร์แห่งใหม่ แห่งที่ 11 เมื่อปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา และจาก 11 แห่ง มีอุทยานฯ 4 แห่ง ที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ที่เราจะไปทำความรู้จักกันในวันนี้ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัย ราชธานีเก่าซึ่งมีอำนาจอยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18–19 แห่งนี้ มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยม กำแพงเมืองกว้างประมาณ 1,600 เมตร ยาวประมาณ 1,800 เมตร มีโบราณสถานสำคัญตั้งอยู่กลางเมืองและกระจายตัวทั่วทั้งเมือง นอกจากนี้ยังพบโบราณสถานน้อยใหญ่กระจายอยู่ทั่วไปภายนอกกำแพงเมืองทั้งสี่ทิศรวมแล้วมากกว่า 200 แห่งอีกด้วย โบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ มณฑปวัดศรีชุม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปมารวิชัยขนาดใหญ่อันงดงามอ่อนช้อยตามพุทธศิลป์แบบสุโขทัย วัดมหาธาตุ วัดหลวงและสุสานหลวงประจำเมือง ประกอบด้วยเจดีย์ประธาน วิหาร มณฑป โบสถ์ และเจดีย์รายจำนวนมากถึง 200 องค์ วัดช้างล้อม ตั้งอยู่นอกกำแพงเมือง สถานที่พบศิลาจารึกหลักที่ 106 อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย อีกหนึ่งอุทยานประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสุโขทัยแห่งนี้ เป็นแหล่งค้นพบทางโบราณคดีสำคัญถึงการเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่มีการอาศัยต่อเนื่องและพัฒนามาเป็นชุมชนร่วมสมัยทวารวดี ต่อมาได้มีการย้ายศูนย์กลางของเมืองมาทางด้านทิศเหนือ และเรียกชื่อเมืองว่า “ศรีสัชนาลัย” โดยดำรงสถานะเป็นเมืองลูกหลวงที่มีความสำคัญควบคู่กันมากับเมืองสุโขทัยนั่นเอง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏ แสดงให้เห็นถึงผลงานทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น นับเป็นตัวแทนของศิลปกรรมไทยยุคแรก และเป็นต้นกำเนิดของการสร้างประเทศ โบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ วัดเจดีย์เจ็ดแถว ภายในวัดมีเจดีย์ทรงต่างๆ มากถึง 33 องค์ วางตัวอย่างเป็นระเบียบแบบแผนตามคติจักรวาล สันนิษฐานได้ว่าเป็นสุสานหลวง หรือสถานที่บรรจุอัฐิของพระบรมวงศานุวงศ์ในราชวงศ์สุโขทัย วัดนางพญา กับวิหารประธานที่มีผิวปูนฉาบประดับลายปูนปั้น อันเป็นแรงบันดาลใจให้ช่างฝีมือท้องถิ่นนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นลวดลายเครื่องประดับเงินและทองที่รู้จักกันในนาม “ทองโบราณศรีสัชนาลัย” วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง (วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียงหรือวัดพระปรางค์) ปรางค์ประธานขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน ด้านหน้าองค์ปรางค์มีวิหาร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ถัดไปทางด้านขวามีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลาที่มีลักษณะอ่อนช้อยงดงามมาก จนนักประวัติศาสตร์ศิลปะยกย่องให้เป็นมาสเตอร์พีซเทียบเท่าประติมากรรมของ Donatello ศิลปินแห่งยุค Renaissance เลยทีเดียว อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรุงศรีอยุธยา อดีตราชธานีอันยิ่งใหญ่ที่มีอายุยืนยาวถึง 417 ปี มีโบราณสถานมากมาย ทั้งพระราชวังโบราณ…
Editor
14 May 2021
Lifestyle

Travel in Style:
Rainy Day

PHOTOGRAPHY COURTESY OF BRANDS แต่งตัวให้สนุกไปกับทุกลุค แม้ในวันที่ฝนโปรยปราย ด้วยหลากหลายไอเทมรับหน้าฝนสุดเท่ ให้ลุคแบบคูลกายคูลเกิร์ล ที่สุดแห่งเสน่ห์กระชากใจสไตล์อาร์มีกรีน นาฬิกาข้อมือ จาก Gucci ต่างหู จาก Prada แว่นตา จาก  Gucci หมวก จาก Burberry ร่ม จาก Burberry รองเท้า จาก Alexandermcqueen กระเป๋าสะพาย จาก Prada ชุดเดรส จาก Gucci Fail-Proof นาฬิกาข้อมือ จาก Panerai แว่นตา จาก Prada กระเป๋าสะพาย จาก Balenciaga ร่ม จาก Balenciaga เสื้อแจ็กเก็ต จาก Gucci รองเท้า จาก Gucci กางเกงขาสั้น จาก Gucci
Editor
11 May 2021
Food & DrinksLifestyle

Food & Drinks:
เรื่องราวของสตรีตฟู้ด
เสน่ห์แห่งรสชาติที่ไม่เคยเลือนหายไปจากกรุงเทพมหานคร

สตรีตฟู้ด หรือ อาหารริมทาง นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง “ของดี” ประจำประเทศไทยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในปี 2018 ที่ทาง CNN ได้ยกให้ย่านเยาวราชเป็นที่ 1 ในการจัดอันดับเมืองแห่งสตรีตฟู้ดที่ดีที่สุดในโลก ทำให้การตระเวนชิมสตรีตฟู้ดได้กลายมาเป็นกิจกรรมระดับแม่เหล็กที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและจากทั่วโลกจำนวนมาก สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็น “มหานคร” ของกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี อันที่จริงสตรีตฟู้ดไม่ใช่ของใหม่ เพราะหลักฐานทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า มีการขายอาหารริมถนนตั้งแต่เมื่อหลายพันปีก่อนในสมัยกรีกโบราณและปอมเปอี แน่นอนว่าที่ใดมีผู้คน ที่นั่นย่อมมีอาหาร โดยเฉพาะกับเมืองใหญ่ๆ เช่นนี้ อย่างเมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นได้ย้ายเมืองหลวงจากเกียวโตไปสู่เอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) ด้วยความหนาแน่นของประชากรที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความความรีบเร่ง อาหารจานด่วนอย่าง ซูชิ จึงกลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในเวลาอันรวดเร็ว สำหรับประเทศไทยเราที่มีความหลากหลายของผู้คน วัฒนธรรม และอาหารการกินสูง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สิ่งเหล่านี้จะสะท้อนออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนผ่าน “สตรีตฟู้ด” ที่ถูกอกถูกใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาโดยตลอด แม้ว่าบางช่วงบางเวลาการรับประทานอาหารริมทางนอกบ้านจะเป็นเพียงค่านิยมของคนบางกลุ่มโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย แต่เมื่อสังคมเกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา อาหารริมทางจึงกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่แทบจะขาดไม่ได้ไปในที่สุด ก็ทั้งรสชาติ ทั้งราคา หรือลองจินตนาการเล่นๆ ถึงบรรยากาศของทุ่งภูเขาทอง ท่าช้าง ไปจนถึงย่านบางลำพูสมัยก่อน  เป็นใครก็คงต้องติดใจ จริงไหม? The Capital of Street Food เสน่ห์ของสตรีตฟู้ดของไทยอยู่ที่ “ความเป็นกันเอง” ทั้งในเรื่องของราคาที่สมเหตุสมผล รสชาติและเมนูที่หลากหลาย ไปจนถึงการที่สามารถหารับประทานได้ในทุกช่วงเวลาของวัน นั่นจึงทำให้กรุงเทพมหานครเปรียบได้ดั่งเมืองหลวงของสตรีตฟู้ดอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับเมนูสตรีตฟู้ดขึ้นชื่อที่หลายคนนึกออกเป็นอันดับต้นๆ เห็นจะเป็น “ผัดไทย” เมนูที่ครองใจไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติเสมอมา ด้วยความลงตัวของรสสัมผัสจากเส้นจันท์ที่มีความเหนียวนุ่ม คลุกเคล้ากับซอสผัดที่ปรุงมาโดยเฉพาะ กลิ่นหอมของกระทะไหม้เล็กน้อย และรสชาติเข้มข้นจัดจ้านของบรรดากุ้ง หมูย่าง หรือหมูกรอบที่ถูกผัดจนเข้าเนื้อ เพียงแค่คิดตามก็ทำเอาน้ำลายสอได้ง่ายๆ ตามมาด้วย “ก๋วยเตี๋ยว” นานาเมนูเส้นที่อร่อยเด็ดไม่แพ้ผัดไทย ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อซุปกลมกล่อมทั้งน้ำข้นน้ำใส ลูกชิ้นเนื้อ ลูกชิ้นเอ็น เนื้อสด เนื้อเปื่อย รับประทานกับลูกชิ้นปิ้งน้ำจิ้มรสเด็ด ก๋วยเตี๋ยวปลา เกี๊ยวปลา ลูกชิ้นปลาลวกจิ้ม ก๋วยจั๊บเส้นเหนียวนุ่มกับน้ำซุปกลมกล่อมหอมพริกไทยซดคล่องคอ หรือบะหมี่เกี๊ยว ซุปกระดูกหมู พร้อมหมูย่างที่จะรับประทานกับซีอิ๊วหวานหรือน้ำจิ้มซีฟู้ดก็เข้ากันและที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ “ส้มตำ” อาหารอีสานคู่บ้านคู่เมืองของไทย รับประทานกับไก่ย่าง คอหมูย่าง เนื้อนุ่ม กลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม อย่าลืมตบท้ายด้วยขนมหวานอย่างหม้อแกง ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวถั่วดำ ตะโก้ สังขยา ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง มิเช่นนั้นเดี๋ยวกระเพาะของหวานจะน้อยใจเอาได้ แน่นอนว่าสำหรับใครหลายคน นอกจากรสชาติของอาหารแล้ว การได้เดินทางไปหาของอร่อยตามที่ต่างๆ ถือเป็นเสน่ห์อันน่าหลงใหลอีกอย่างของสตรีตฟู้ดก็ว่าได้ ทว่าด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จึงทำให้ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน แต่อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า สตรีตฟู้ดนั้นเกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน ต่อให้อะไรจะเปลี่ยนไป ขอเพียงปรับตัวให้เท่าทันด้วยความเข้าใจ ความมีชีวิตชีวาของสตรีตฟู้ดนั้นย่อมยังคงอยู่ให้รู้สึกเสมอ ไทย เทสต์ ฮับ มหานคร คิวบ์ (Thai Taste Hub Mahanakhon CUBE) ศูนย์รวมสตรีตฟู้ดแห่งใหม่ใจกลางเมืองย่านสาทร–สีลม พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ใหม่แห่งรสชาติ ไปกับสุดยอดร้านอาหารระดับตำนานของเมืองไทยมากมายในราคาที่ทุกคนสัมผัสได้ มั่นใจในสุขอนามัยและความปลอดภัยด้วยมาตรการดูแลป้องกันที่เข้มงวด เน้นย้ำกำกับใช้มาตรการ D-M-H-T-T เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด ตลอดจนสามารถสั่งอาหารผ่าน โรบินฮู้ด (Robinhood) แอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่สัญชาติไทย ให้ส่งตรงความอร่อยถึงหน้าบ้านได้อีกด้วย
Editor
7 May 2021
Lifestyle

Lifestyle:
Vichy – a Story of Beauty and Sustainability

‘วิชี่’ กับความงามที่ยั่งยืนในแบบฉบับของตัวเอง ‘วิชี่’ กับความงามที่ยั่งยืน ในแบบฉบับของตัวเอง วิชี่และจุดกำเนิดแห่งเวชสำอาง แบรนด์สัญชาติฝรั่งเศส วิชี่ (Vichy) ถือกำเนิดขึ้นในปี 1931 โดย ดร.พรอสเปอร์ ฮอลเลอร์ ที่ได้ค้นพบความพิเศษของน้ำแร่วิชี่ที่มีความสามารถในการรักษาแผล จึงได้ทำการศึกษาคุณสมบัติของแร่ธาตุต่างๆ ที่อยู่ในน้ำแร่วิชี่อย่างจริงจัง จนนำไปสู่การเป็นส่วนผสมหลักอันทรงพลังในทุกผลิตภัณฑ์ของวิชี่ เพื่อคำตอบของผิวแข็งแรงสุขภาพดี และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอด 90 ปี ที่วิชี่สร้างชื่อในธุรกิจเวชสำอาง เพื่อดูแลผิวบอบบางของผู้หญิงที่ต้องการการดูแลอย่างอ่อนโยน จนได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง ในขณะเดียวกันก็ปกป้องสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมความยั่งยืนควบคู่กันไป ซึ่งภารกิจนี้มีความเป็นรูปธรรมและมีแนวทางในการปฏิบัติที่ยั่งยืนครอบคลุมทุกขั้นตอนในกระบวนการผลิต ตั้งแต่การจัดหาส่วนผสมเครื่องสำอาง ไปจนถึงการนำเสนอสูตรสำเร็จรูปในบรรจุภัณฑ์ที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืนของน้ำแร่วิชี่ วิชี่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านสูตรที่ใช้ประโยชน์จากน้ำแร่จากแหล่งภูเขาไฟธรรมขาติ เพื่อการบำรุงดูแลและให้ความสำคัญกับผิวบอบบาง โดยเฉพาะ Vichy Minéral 89 พรีเซรั่มน้ำแร่เข้มข้น ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของความบางเบาแต่ให้การฟื้นฟูได้อย่างล้ำลึก อย่างไรก็ดีอีกด้านหนึ่งของวิชี่ที่ผู้บริโภคไม่ได้เห็น นั่นก็คือโรงงานของแบรนด์ที่ซ่อนตัวอยู่ในโอแวงก์ (Auvergne) ซึ่งเป็นพื้นที่ในแหล่งภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส โดยใช้เป็นฐานการผลิตที่เดียวมาตั้งแต่ปี 1969 ซึ่งที่นั่นวิชี่ได้อุทิศตัวอย่างเงียบๆ ในการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน โดยอยู่ห่างจากน้ำพุธรรมชาติเพียง 3 ไมล์ จากแหล่งกำเนิดของน้ำแร่ที่ผ่านความร้อนกว่า 140 องศาเซลเซียส น้ำแร่วิชี่จึงอุดมไปด้วยแร่ธาตุหายากถึง 15 ชนิด ซึ่งในจำนวนนี้มีแคลเซียม โพแทสเซียมและแมงกานีส ที่ช่วยเสริมการป้องกันตามธรรมชาติของผิวด้วย น้ำร้อนนี้มีแหล่งที่มาในพื้นที่คุ้มครองซึ่งได้รับการอนุรักษ์ให้ปราศจากจากมลภาวะต่างๆ มาตั้งแต่ปี 1874 ซึ่งก็ต้องขอบคุณในความทุ่มเทของวิชี่ ในการปกป้องและรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ในปี 2559 ที่วิชี่ร่วมมือกับโปรเจก Auverwatch เพื่อสังเกตวิวัฒนาการในระยะยาวของน้ำพุร้อนเหล่านี้ นอกจากนั้นวิชี่ยังโปร่งใสมากพอสำหรับการตรวจสอบกระบวนการซื้อส่วนผสมในทุกแง่มุม สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แบรนด์จึงปฏิบัติตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งปกป้องการอนุรักษ์และการใช้ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน จุดยืนของวิชี่ในการทดสอบกับสัตว์ เมื่อปัญหาในการทดสอบกับสัตว์นั้นมีการเร่งเร้ามากขึ้น กลุ่มความงามของฝรั่งเศส L’Oréal ซึ่งเป็นเจ้าของ Vichy ได้ตระหนักถึงความน่ากังวลนี้มาเนิ่นนานแล้ว ในปี พ.ศ. 2522 ลอรีอัลเริ่มที่จะใช้ผิวหนังมนุษย์ที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อการทดสอบความปลอดภัยในหลอดทดลอง เป้าหมายเพื่อการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากความโหดร้ายทารุณต่อสัตว์ ตอบสนองมาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยแบรนด์นี้ได้ยกเลิกการทดสอบกับสัตว์ในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปโดยสิ้นเชิงในปี 1989 และสำหรับในส่วนผสมเครื่องสำอางเพิ่งดำเนินการในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากวิชี่ตั้งอยู่ในฝรั่งเศสซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรปจึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งห้ามของยุโรปในการทดสอบกับสัตว์ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปี 2547 ทั้งนี้กลุ่ม L’Oréal ยังได้ดำเนินการเพื่อปกป้องการนำวิธีการทดสอบอื่นมาใช้ในประเทศจีนด้วย ถึงแม้กฎหมายจีนจะกำหนดให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทั้งหมดต้องผ่านกระบวนการทดสอบกับสัตว์เพื่อจำหน่ายในประเทศ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ลอรีอัลได้พยายามส่งเสริมวิธีการทดสอบในแบบอื่นๆ ในการทำงานร่วมกับทางการจีน และแน่นอนว่าเป้าหมายสำคัญก็คือการยกเลิกการทดสอบใดๆ ในสัตว์นั่นเอง สูตรและแพ็กเกจจิ้งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจในความยั่งยืนและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของสูตร วิชี่ประสบความสำเร็จในการรับรองอัตราการย่อยสลายทางชีวภาพโดยเฉลี่ย 91% สำหรับสูตรล้างออก ซึ่งรวมถึงแชมพูและเจลอาบน้ำ เป้าหมายสุดท้ายคือการจำกัดผลกระทบต่อสัตว์น้ำ โดยใช้ส่วนผสมที่ย่อยสลายได้อย่างรวดเร็วแทนที่จะสะสมในที่อยู่อาศัยของพวกมัน รวมถึงการกำจัดจุลินทรีย์ด้วยเช่นกัน เนื่องจากสิ่งตกค้างและจุลินทรีย์ต่างๆ อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับสัตว์น้ำนั่นเอง และถึงแม้ว่าเรื่องของแพ็กเกจจิ้งจะยังคงหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกไม่ได้ แต่วิชี่ยังคงพยายามรักษามาตรฐานของตัวเองในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการใช้พลาสติกรีไซเคิล 25% ในการผลิตหลอด Vichy Dercos Aminexil ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ก่อนจะขยายไลน์มาที่แพ็กเกจจิ้งของผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายด้วย ทำให้วิชี่สามารถประหยัดพลาสติกได้ถึง 22 ตันภายในปีเดียว ด้วยการลดการใช้พลาสติกต่อผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้น ลงเพียง 2 กรัมเท่านั้น ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ยังคงใช้กล่องกระดาษอยู่ วิชี่ใช้กระดาษแข็งที่ได้รับการรับรอง FSC® 100% จากแหล่งที่มาที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน และนี่คือการยืนหยัดเพื่อความยั่งยืนในแบบของวิชี่ ที่ยังคงย้ำและตระหนักถึงความต้องการที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรอันมีค่าของโลกสำหรับคนรุ่นต่อๆ ไปในอนาคตขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก https://blog.caretobeauty.com/vichy-sustainability-animal-testing/ https://vichy-th.com/thebrand/mineral-water https://vichy-th.com/thebrand/origins
Editor
30 April 2021
Food & DrinksLifestyle

Food & Drinks:
เครื่องดื่มเรียกความสดชื่น

ว่ากันว่าความสุขนั้นหาไม่ยากอย่างที่คิด การได้รับประทานอาหารอร่อยๆ ได้พักผ่อนเต็มที่หลังจากทำงานมาทั้งวัน หรือจริงๆ เพียงแค่ได้ละเลียดจิบเครื่องดื่มสดชื่นสักแก้ว ท่ามกลางอากาศร้อนอ่อนระโหยของเดือนเมษา ก็นับว่าดีต่อใจและกายยิ่งนักแล้ว เมื่อร่างกายของเราสูญเสียน้ำจากการขับเหงื่อมากเข้าก็จะทำการส่งสัญญาณออกมา จับใจความสั้นๆ ได้ว่า “คอแห้งแล้วนะ” จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องหาเครื่องดื่มดับกระหายคลายร้อน มาคืนความสดชื่นให้กับร่างกายกันสักหน่อย และ Power ก็ไม่พลาด ที่จะมาแนะนำเครื่องดื่มชื่นใจให้คุณผ่อนคลายในวันที่ร้อนจนไม่ไหวจะเพลียแบบนี้ กาแฟ กาแฟ เครื่องดื่มยอดนิยมอันดับสองของโลกรองจากน้ำเปล่า สิ่งที่หลายคนขาดไม่ได้ในทุกๆ วัน ครั้งหนึ่งกาแฟถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของเช้าวันใหม่ เพราะฤทธิ์ของคาเฟอีนจะช่วยกระตุ้นระบบประสาท ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น และตื่นตัว แต่ทุกวันนี้กาแฟไม่ได้ถูกจำกัดช่วงเวลาการดื่มอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าตอนไหนก็เป็น Coffee O’clock ได้ทั้งนั้น รวมไปถึงยังมีการพัฒนาสูตรต่างๆ อย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้กาแฟกลายเป็นหนึ่งใน “น้ำสดชื่น” ที่มาพร้อมกับไลฟ์สไตล์สุดเก๋ก็ว่าได้ อย่างที่บอกว่าเครื่องดื่มอารมณ์เข้มๆ อย่างกาแฟสามารถต่อยอดสูตร นำไปจับคู่กับส่วนผสมอื่นๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น กาแฟอัญชันมะนาว ที่ให้ทั้งความสดชื่นพร้อมกับประโยชน์มากมาย เนื่องจากมะนาวสามารถลดอาการวิงเวียนหรือปวดศีรษะ ในขณะที่อัญชันมีสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้นั่นเอง รวมไปถึงยังสามารถเพิ่มอรรถรสด้วยซินนามอน หรือ อบเชย ที่ทั้งหอมแถมยังช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองได้ดี นอกจากนั้น หลายคนยังนิยมนำกาแฟไปผสมกับ ยูสุไซรัป หรือ น้ำมะพร้าว อาจจะเพิ่มความซ่าด้วยโทนิกตามแต่สูตรและการประยุกต์เฉพาะตัว ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของความสดชื่นในหน้าร้อน แถมยังช่วยบูสต์เอเนอร์จียามบ่าย หลังจากเพิ่งรับประทานข้าวเที่ยงมาหมาดๆ ให้พร้อมลุยงานแบบแรงไม่มีตกได้อีกด้วย ชา ถ้าโลกนี้มีกาแฟ ก็ต้องมีชา เครื่องดื่มที่อยู่เคียงคู่มนุษยชาติมายาวนานหลายพันปี โดยปัจจุบันมีชาหลากชนิดหลายรสชาติ ผ่านกรรมวิธีการปรุงต่างๆ ให้เลือกดื่มกันอย่างมากมาย และนอกจากความโดดเด่นในเรื่องกลิ่นหรือรสชาติแล้ว วัฒนธรรมของการดื่มชาก็ยังมีเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนหลงใหลไม่แพ้กัน ชาเป็นเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกฤดูกาล ดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าร้อนแบบนี้ สำหรับใครที่ชอบดื่มชาร้อนรับรองว่าไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน เพราะชาร้อนมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ร่างกายเกิดความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และลดความเครียดได้ ซึ่งนอกจากประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว การได้นั่งจิบชายามบ่ายที่เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมที่เข้ากันในบรรยากาศดีๆ ยังมีส่วนช่วยผ่อนคลายอารมณ์ รวมไปถึงทำให้จิตใจสงบลงได้อีกด้วย น้ำหมักผักและผลไม้ Infused Water หรือ น้ำหมักผักและผลไม้ ถือเป็นเทรนด์เครื่องดื่มที่คนรักสุขภาพนิยมกันเป็นอย่างมาก เพราะทำได้ง่าย มีประโยชน์ แถมยังสามารถดื่มคลายร้อนให้ความสดชื่นได้ทั้งวันโดยไม่ต้องกลัวอ้วน หลักการก็คือนำผัก ผลไม้ หรือสมุนไพรที่ต้องการ 2 – 3 อย่าง มาหั่นเป็นชิ้นแล้วใส่ลงไปในน้ำเปล่า น้ำแร่ หรือ Sparkling Water จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นหมักไว้ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เพียงเท่านี้ก็พร้อมดื่ม แน่นอนว่าสิ่งที่จะได้มาพร้อมกับความสดชื่นก็คือ สรรพคุณของผักผลไม้ที่ใส่ลงไป อย่างถ้าใส่ผลไม้จำพวกแอปเปิล ส้ม หรือแคนตาลูป ก็จะให้รสชาติที่หอมหวานดื่มง่าย แถมด้วยประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระ ส่วนถ้าใส่สตรอว์เบอร์รี สับปะรด ก็จะได้รสชาติอารมณ์แบบทรอปิคัลสไตล์ ในขณะที่พืชผักอย่างแตงกวา เซเลอรี จะให้ความรู้สึกชุ่มชื่นดับกระหายคลายร้อนได้เป็นอย่างดี หรือใครที่ไม่กลัวรสชาติจากสมุนไพร สามารถลองขยับเลเวลใส่ใบสะระแหน่ ใบโรสแมรี ขิง หรืออบเชยแท่ง แซมๆ ลงไปกับผลไม้ด้วยก็ได้ ที่สำคัญอย่าลืมใส่ใจเรื่องความสะอาดในทุกวัตถุดิบทุกขั้นตอนให้ดีคิง เพาเวอร์ พร้อมเสิร์ฟเมนูเครื่องดื่มสดชื่นคลายร้อนในบรรยากาศสุดพิเศษหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Other Café คาเฟ่สไตล์มินิมัลที่โดดเด่นทั้งการตกแต่งและเครื่องดื่มซิกเนเจอร์สูตรพิเศษ รวมไปถึงเซ็ตน้ำชายามบ่ายที่ The Junction โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ พร้อมทั้งโปรโมชั่นดีๆ เพื่อคุณตลอดหน้าร้อนนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Kingpowerofficial/ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก https://www.westernhealth.com/
Editor
29 April 2021
Lifestyle

Lifestyle:
ผ่อนคลายในช่วงกักตัวด้วย โสตบำบัด
ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนโสด

เคยฟังเสียงประหลาดๆ อะไรแล้วรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูกไหม? เสียงที่ว่าประหลาดในที่นี้ หมายถึงไม่ใช่เสียงที่ฟังเพื่อความบันเทิงจำพวกเสียงดนตรีอะไรแบบนั้น อย่างที่ผู้หญิงชาวอังกฤษคนหนึ่งบอกว่า เธอรู้สึกดีเวลาได้ยินเสียงคนกระซิบกระซาบกัน เธอจึงแบ่งปันประสบการณ์ด้วยการอัปโหลดคลิปเสียงที่มีชื่อว่า “Whisper-1 hello!” บนยูทูบ และนั่นอาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาและพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า Autonomous Sensory Meridian Response (ASMR) หรือ อาการตอบสนองต่อประสาทรับความรู้สึกอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมโดยเฉพาะในช่วงเวลากักตัวแบบนี้ แน่นอนว่าเมื่อการใช้เวลาอยู่กับบ้านให้มากที่สุดกลายเป็นเรื่องจำเป็น การหาวิธีผ่อนคลายอารมณ์ไม่ให้เกิดความเครียดจึงเป็นเรื่องที่ตามมา อันที่จริง ASMR ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรนัก เพราะในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมานี้ ได้มีการใช้ประโยชน์จาก ASMR กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะวงการโฆษณาที่มีการให้ความสำคัญกับ “เสียง” มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเสียงเปิดขวด เสียงซ่าของโซดา เสียงกลืนน้ำลาย หรือเสียงจอแจของถนนในชั่วโมงเร่งด่วนOddly IKEA ปี 2017 แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่อย่าง IKEA ได้ทำคลิปโฆษณาความยาวกว่า 25 นาทีออกมา ปรากฏว่าจากปกติที่คนเราเจอโฆษณาแค่ 5 วินาทีก็แทบจะรอกดข้ามไม่ไหว กลับสามารถที่จะนั่งดูหรือฟังไปได้เรื่อยๆ เกือบครึ่งชั่วโมงจนจบ ส่งผลให้ยอดขายของ IKEA ทั้งหน้าร้านและออนไลน์สูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย ในวิดีโอจะพบกับการจัดห้องพร้อมกับเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่พูดขายของอย่างตรงไปตรงมา ในบรรยากาศและโทนสีที่สบายตา แต่ไฮไลต์จริงๆ อยู่ที่เสียงที่มีการอัดอย่างพิเศษ โดยเสียงบรรยายจะเป็นการพูดแบบมนุษย์พูดจริงๆ มีเสียงแหบเสียงหลงบ้าง ไม่ได้ชัดถ้อยชัดคำหรือมีน้ำเสียงแบบการลงเสียงโฆษณาตามปกติแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันเธอก็จะลูบไล้ สัมผัส ไปบนวัสดุต่างๆ และเสียงที่ได้ยินทำให้รู้สึกตามถึงสัมผัสของผ้าปูที่นอน ความนุ่มของผ้านวม ชั้นวางของ โคมไฟ ไปจนถึงไม้แขวนเสื้อกระทบราวในตู้ ไปตลอดทั้งวิดีโอ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้หลายคนที่ได้ดูเกิดความคิดอย่างหนึ่งขึ้นมาว่า “ใครจะไปคิดว่าเสียงพวกนี้จะทำให้รู้สึกดีได้ขนาดนี้”     อะไรๆ ก็ “ทิพย์” นอกจากวงการโฆษณา ASMR ยังได้ถูกนำไปต่อยอดเพื่อจุดประสงค์ในการช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด อันเกิดจากการกักตัวอยู่แต่กับบ้านในช่วงที่ไวรัสแพร่ระบาดอย่างนี้ ในเมื่อออกไปไหนก็ไม่ได้ จะให้คุยกับเพื่อนผ่าน Zoom ทุกวันก็ไม่ไหว ยิ่งใครโสดก็ต้องมีเหงากันบ้างล่ะงานนี้ Erkam Şeker นักศึกษาปริญญาโทในมิวนิก จึงได้สร้างเว็บไซต์ Drive and Listen ขึ้นมา เพื่อจำลองภาพและเสียงที่สื่อถึง “การเดินทาง” คุณจะได้พบกับบรรยากาศท้องถนนของเมืองใหญ่ต่างๆ ในโลกถึง 38 ที่ ไม่ว่าจะเป็นอัมสเตอร์ดัม ปักกิ่ง โตเกียว เดลี โซล ซานฟรานซิสโก ปารีส ฮาวานา หรือแม่แต่อู่ฮั่น ผ่านกระจกหน้าของรถยนต์ พร้อมกับเสียงจากรถรา ผู้คน และบรรยากาศโดยรอบ รวมไปถึงสามารถเปิดฟังวิทยุท้องถิ่นของแต่ละที่ฟังได้อีกด้วย ซึ่งต้องบอกว่าเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละประเทศที่เห็นและได้ยินนั้น ได้อารมณ์ขับรถเที่ยวสุดๆ http://driveandlisten.herokuapp.com/ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนเราต้องปรับตัวกันยกใหญ่ ต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ส่วนอะไรที่เคยทำก็กลายเป็นทำไม่ได้ บางทีสิ่งที่เราต้องการจริงๆ อาจเป็นแค่ “ความธรรมดา” อย่างที่มันเคยเป็นเท่านั้นเอง นั่นจึงทำให้ Volt เอเจนซี่จากสวีเดนได้นำ ASMR มาช่วยผ่อนคลายผู้คนผ่านเสียงของ “ซูเปอร์มาร์เก็ต” สมัยก่อนเราสามารถหาเสียงธรรมชาติอย่างฝน ลม หรือทะเล ฟังเพื่อผ่อนคลายได้ง่ายๆ โดยไม่จำเป็นต้องไปถึงที่จริง แต่ดูเหมือนตอนนี้ อย่าว่าแต่ไปเที่ยวไกลๆ เลย แค่ไปซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน ก็ยากพอๆ กับไปน้ำตกไนแอการาเลยทีเดียว ทำให้ Lidl ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีมากกว่า 12,000 สาขาในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ต้องการที่จะนำ Everyday Life นี้กลับคืนมาสู่ทุกคน ผ่านเสียงอันคุ้นเคยที่เคยคุ้น อย่างเสียงยิงบาร์โค้ด…
Editor
27 April 2021
Lifestyle

Lifestyle:
‘รักโลก’ ให้ ‘รักษ์โลก’
ทำทุกวันให้เป็นวันเอิร์ธเดย์

นับตั้งแต่ ค.ศ. 1962 เกย์ลอร์ด เนลสัน (Gaylord Nelson) สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา ได้ผลักดันให้เกิดกระแสความห่วงใยในวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ของสังคมอเมริกันในขณะนั้น จวบจนถึงปัจจุบันที่เทรนด์การ “รักษ์โลก” ยังเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เราจะเห็นได้จากในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวกันอย่างจริงจัง จัดแคมเปญรณรงค์งดแจกถุงพลาสติก หลอดพลาสติก เลือกใช้กล่องข้าวจากวัสดุธรรมชาติ หรือแม้แต่วงการแฟชั่นเองก็มีเทรนด์แฟชั่นรักษ์โลก Sustainable Fashion เช่นเดียวกันในบ้านเราก็มีแบรนด์แฟชั่นที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ หนึ่งในนั้นก็คือ มหานคร แบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ ชูเอกลักษณ์ความเป็นไทย โดดเด่น ไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตระหนักถึงความเป็นจริงที่ว่า ในเมื่อโลกของเรายังหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกไม่ได้ และขยะพลาสติกก็ยังมีอยู่อย่างมากมายมหาศาล จึงหยิบยกเอาเทรนด์รักษ์โลกอย่าง Upcycling มาใช้ ซึ่งก็คือกระบวนการแปลงวัสดุเหลือใช้จากขยะ โดยเลือกใช้พลาสติก ถุงปุ๋ยและถุงกระสอบใส่ปูนซิเมนต์ ผสมผสานกับการออกแบบที่เรียบง่าย แฝงความเป็นไทยเข้าไป นับเป็นการเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นกระเป๋าใบเก๋ที่มีมูลค่าอีกครั้ง ร่วมลดขยะ รักษ์โลก กับผลิตภัณฑ์ Zero Waste คลิก! แล้วเราสามารถช่วยโลกได้อย่างไรบ้าง? เมื่อคนทำลายยังมีสัดส่วนมากกว่าคนอนุรักษ์ แต่ใครเลยจะรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กๆ น้อยๆ ของคุณ อาจสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรอบข้างหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้าสักวัน เริ่มจากเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัว เช่น รักโลกไม่รับถุง ปฏิเสธการขอถุงพลาสติกเวลาไปซื้อของ หรือหากมีความจำเป็นต้องใช้พลาสติก การนำกลับมาใช้ใหม่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หรือวิธีที่ง่ายกว่านั้นก็แค่หันมาเลือกสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการ Upcycling เพราะยิ่งใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มากเท่าไหร่ จำนวนขยะก็ลดลงตามไปด้วยขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แบรนด์มหานคร 
Editor
22 April 2021
Lifestyle

Lifestyle:
กีฬาสุดฮิตหน้าร้อน

ว่ากันว่าสิ่งที่เหมือนกันระหว่าง หน้าร้อน กับ วัยเยาว์ ก็คือ พอรู้ตัวอีกทีมันก็มักจะผ่านพ้นไปเสียแล้ว น่าเสียดายที่เราเรียกวันเวลาเก่าๆ กลับคืนมาไม่ได้ แต่อย่างน้อยเราก็เรียกหน้าร้อนกลับมาได้ทุกปี และช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานภายใต้ท้องฟ้าอันสดใสนี้เอง ช่างเหมาะนักที่เราจะได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง Power จึงไม่รีรอที่จะแนะนำกีฬาสุดฮิตต่างๆ ในหน้าร้อน ทั้งที่ทำให้ร่างกายหลั่งอะดรีนาลีนเลือดสูบฉีดหัวใจเต้นแรง ไปจนถึงกิจกรรมเบาๆ สุดชิล ที่จะทำให้หน้าร้อนของคุณสดใสกว่าที่เคย SURFING หนึ่งใน “กีฬาแห่งหน้าร้อน” ที่ขาดไม่ได้เลย เซิร์ฟ หรือ โต้คลื่น ถือว่าเป็นกิจกรรมประจำซัมเมอร์ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก อย่างในประเทศไทยเองก็เริ่มมีคนสนใจกันมากขึ้น มีการเรียนการสอน กลายเป็นเทรนด์ที่เริ่มจริงจังขึ้นเรื่อยๆ สำหรับใครที่ร้อนนี้ร่างกายต้องการการปะทะ (คลื่น) ก็บุกไปที่ทะเลได้เลย ถึงไม่มีประสบการณ์มาก่อนก็สามารถเรียนรู้และฝึกฝนในเบื้องต้น จากนั้นลองเล่นได้ทันที สำหรับสถานที่เล่นก็มีให้เลือกค่อนข้างเยอะ ถ้าใกล้ๆ กรุงเทพฯ หน่อยก็หาดแม่รำพึง จังหวัดระยอง หาดคุ้งวิมาน หาดเจ้าหลาว จังหวัดจันทบุรี หรือจะลงใต้ไปที่ เกาะพยาม จังหวัดระนอง หาดปะการัง จังหวัดพังงา รวมไปถึงหาดยอดนิยมของนักโต้คลื่นอย่างหาดกะตะ และหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ก็สะดวกสบายครบครัน สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทะเลแต่ละที่จะมีจุดของน้ำทะเลที่คลื่นแตกตัวต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศใต้น้ำเป็นหลัก ซึ่งก็จะเหมาะกับแต่ละระดับของผู้เล่นนั่นเอง อย่าง Beach Break จะเหมาะกับมือใหม่ ในขณะที่ Reef Break และ Point Break ก็จะยากและท้าทายขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตาม อย่าลืมศึกษาลักษณะเฉพาะของทะเลที่จะไปกันสักหน่อย จะได้เซิร์ฟอย่างปลอดภัยและสนุกกันได้เต็มที่นั่นเอง SUP SUP หรือ Stand-up Paddleboarding คือ กีฬาพายเรือแบบยืน ที่กำลังเป็นที่นิยมไม่แพ้กิจกรรมทางน้ำอื่นๆ โดยผู้เล่นจะยืนบนบอร์ดรูปร่างหน้าตาคล้ายกับเซิร์ฟบอร์ดแต่มีขนาดใหญ่กว่า มีเชือกรัดข้อเท้า และไม้พายในการควบคุมทิศทาง แม้จะมีการแข่งขันโต้คลื่นเล่นท่าเก็บคะแนนคล้ายกีฬาเอ็กซ์ตรีมอื่นๆ แต่ SUP ก็ยังเป็นกิจกรรมสุดชิลสำหรับหลายคน เพราะไม่ผาดโผนมาก แถมยังใช้กำลังจากกล้ามเนื้อหลายส่วน จึงสามารถเล่นเพื่อออกกำลังกายได้ทุกเพศทุกวัย ด้วยความที่บอร์ดมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ทำให้การพายและบังคับทิศทางนั้นไม่ยากจนเกินไปนัก SUP จึงเรียกว่าเป็นกิจกรรมสำหรับครอบครัวก็ว่าได้ อีกทั้งการทรงตัวและการควบคุมต้องอาศัยการโฟกัสทำให้ช่วยฝึกสมาธิได้ดี นอกจากนั้นยังช่วยบริหาร Core Muscles หรือ กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวไปในตัว ส่งผลให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง เสริมสร้างบุคลิกที่ดี รวมไปถึงช่วยลดอาการบาดเจ็บในการขยับร่างกายในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย สำหรับที่เล่น SUP นั้น มีทั้งในกรุงเทพฯ ถัดออกไปใกล้ๆ ก็ปทุมธานี พัทยา กาญจนบุรี หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ รวมไปถึงทะเลใต้อีกเพียบ สะดวกที่ไหนไปที่นั่นเลย FRISBEE Frisbee หรือ จานร่อน ไม่เคยห่างหายไปจากวงการชายหาดตลอดหลายสิบปีมานี้ จากจุดเริ่มต้นของการเป็นกิจกรรมสำหรับเด็กๆ กระทั่งปัจจุบัน Frisbee ได้กลายมาเป็นอุปกรณ์กีฬาอย่างหนึ่งเป็นที่เรียบร้อย อันที่จริงเจ้าจานร่อนนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นในยามที่ต้องแพ็กกระเป๋าไปเที่ยวเลยทีเดียว เพราะมันตอบโจทย์ในทุกระดับความจริงจังของกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานประจำทริปเลยก็ว่าได้ ร่างกายต้องทะเล แต่บางทีก็ไม่ได้อยากลงน้ำตลอดเวลา Frisbee คือคำตอบที่คุณต้องการ คุณสามารถสร้างกิจกรรมบนหาดได้อย่างหลากหลายด้วยเจ้าพลาสติกหน้าตาเชยๆ นี้ มันสามารถทำให้เดอะแก๊งสนุกได้มากกว่าที่คิด ยิ่งถ้าสมาชิกมากพอจะแบ่งได้สัก 2 ทีม ทีมละ 3 – 4 คน คุณอาจจะจำลองกีฬาที่ชื่อว่า Ultimate Frisbee ขึ้นมา กติกาหลักๆ ก็คือจะต้องมีพื้นที่พอประมาณ กำหนดขอบเขตคล้ายสนามฟุตบอลหรือเทนนิส ฝ่ายรุกจะร่อนจานส่งต่อกันไปให้ถึงด้านหลังของอีกฝ่ายเพื่อทำแต้ม อารมณ์เดียวกับฟุตบอลหรือรักบี้นั่นเอง ในกรณีที่สมาชิกมีไม่มากขนาดนั้น ตัวเลือกอื่นๆ ก็เช่น Frisbee…
Editor
19 April 2021
Lifestyle

Travel in Style:
Dreamy Summertime

PHOTOGRAPHY COURTESY OF BRANDS เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้วันพักร้อน ด้วยการใช้เวลาไปกับสิ่งที่ชอบและคนที่ใช่ ตามสไตล์คนชิคๆ นาฬิกาข้อมือ จาก Hermès ต่างหู จาก Saint Laurent แว่นตา จาก Bottega Veneta หมวก จาก Chloé เครื่องประดับ จาก Prada รองเท้า จาก Tory Burch กระเป๋าสาน จาก Chloé ชุดเดรส จาก Fendi Cool Cute Casual นาฬิกาข้อมือ จาก IWC เครื่องประดับ จาก Salvatore Ferragamo แว่นตา จาก Balenciaga กางเกงขายาว จาก Bottegaveneta กระเป๋าสะพาย จาก Tom Ford เสื้อไหมพรหม จาก Salvatore Ferragamo รองเท้า จาก Burberry
Editor
16 April 2021
Lifestyle

Lifestyle:
La Mer กับการสร้างคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลง
และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับท้องทะเล

หากให้นึกถึงแบรนด์สกินแคร์อันดับต้นๆ เชื่อว่า La Mer สกินแคร์แบรนด์คลาสสิกแบรนด์นี้ จะต้องมีอยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน ด้วยความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของ Cream de la Mer ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวแห้งด้วยคุณค่าความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก ที่ได้มาจากสารสกัดที่สมบูรณ์แบบและทรงคุณค่า อันเป็นหัวใจสำคัญของลาแมร์ อย่าง Miracle Broth ที่ได้จากการหลอมรวมแรงบันดาลใจแห่งท้องทะเล อย่างสาหร่ายซีเคลป์ นำมาผสมผสานเข้ากับกรรมวิธีสุดล้ำสมัยที่ไม่เหมือนใครในการหมักบ่ม จนได้เป็นส่วนผสมเอกสิทธิ์สำคัญ นั่นก็คือ Miracle Broth ด้วยแรงบันดาลใจจากความรักที่มีต่อท้องทะเล จากความหวังอันยิ่งใหญ่ ความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูผิว และการค้นพบครั้งสำคัญในพลังแห่งท้องทะเล เรื่องราวของลาแมร์จึงถือกำเนิดขึ้น เมื่อ ดร. แมกซ์ ฮูเบอร์ ค้นพบสิ่งมีชีวิตอันทรงพลัง ที่ถือกำเนิดขึ้นในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ นั่นคือ สาหร่ายซีเคลป์ พืชทะเลที่สามารถฟื้นตัวได้เอง และเจริญเติบโตได้ถึงวันละครึ่งเมตร ผลิตผลจากความอุดมสมบูรณ์ของป่าใต้ทะเลอันเป็นแหล่งพลังงานเข้มข้น ที่มีคุณประโยชน์เพื่อฟื้นบำรุงผิว ผสานด้วยวิตามินและน้ำมันสกัดอันทรงคุณค่า โดยสาหร่ายซีเคลป์จะถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือแบบยั่งยืนจากท้องทะเลที่เกาะแวนคูเวอร์ นำมาผสมผสานกับกระบวนการหมักบ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของลาแมร์ ทำให้ส่วนผสมอันทรงคุณค่ากลายมาเป็นสารสกัดอันทรงพลัง ที่ผ่านการหมักบ่มในกระบอกสูญญากาศ คลื่นเสียงจากแผ่นทองแดง และคลื่นแสงสเปคตรัมจากดวงอาทิตย์ เป็นเวลาสามถึงสี่เดือน จนเกิดเป็นสารสกัดที่สมบูรณ์แบบและทรงคุณค่าอย่าง Miracle Broth อันเป็นหัวใจหลักของทุกผลิตภัณฑ์ของลาแมร์ จากแบรนด์สกินแคร์สุดคลาสสิกสู่โครงการอนุรักษ์มหาสมุทรทั่วโลก ด้วยจุดเริ่มต้นของหลากหลายชีวิตและดินแดนแห่งการค้นพบอันไม่มีที่สิ้นสุด ลาแมร์จึงมีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องท้องทะเล แหล่งทรัพยากรล้ำค่าอันเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำทั่วโลก และช่วยดูแลเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้แก่มหาสมุทรให้คงอยู่ยาวนาน เพื่อคนรุ่นต่อๆ ไป จึงมีความตั้งใจในการสนับสนุนโครงการอนุรักษ์มหาสมุทรผ่านกองทุน La Mer Blue Hearts Oceans Fund เพื่อสร้างคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับท้องทะเล ซึ่งลาแมร์ก่อตั้งกองทุนนี้ขึ้นเพื่อต่อยอดการสนับสนุนโครงการอนุรักษ์มหาสมุทรทั่วโลก และในปีนี้ลาแมร์เลือกที่จะสนับสนุนองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านการให้ความรู้แก่เยาวชน เพื่อผลักดันให้เยาวชนเป็นกำลังสำคัญของชุมชน ในการร่วมกันอนุรักษ์ท้องทะเลเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนต่อไป LA MER BLUE HEARTS OCEANS FUND COASTAL RESTORATION โครงการอนุรักษ์ The Nature Conservancy สนับสนุนโครงการอนุรักษ์ The Nature Conservancy ในแถบแคริบเบียน มุ่งสร้างความเข้มแข็ง ให้แก่ชุมชนใกล้ชายฝั่ง พร้อมฟื้นฟูป่าชายเลน และดูแลรักษาระบบนิเวศน้ำจืดในพื้นที่ COASTAL RESTORATION โครงการอนุรักษ์ The Nature Conservancy สนับสนุนโครงการอนุรักษ์ The Nature Conservancy ในแถบแคริบเบียน มุ่งสร้างความเข้มแข็ง ให้แก่ชุมชนใกล้ชายฝั่ง พร้อมฟื้นฟูป่า ชายเลน และดูแลรักษาระบบนิเวศน้ำจืดในพื้นที่ YOUTH EMPOWERMENT โครงการอนุรักษ์ EarthEcho International สนับสนุนโครงการอนุรักษ์ EarthEcho OceanEcho 30x30 เพื่อสร้างการตระหนักและรับรู้แก่เยาวชน ในการปกป้องที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ในแถบหมู่เกาะกาลาปากอส, แอนตาร์กติกา, หมู่เกาะแคลิฟอร์เนีย ฟลอริดาฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ มุ่งปกป้องที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำครอบคลุมพื้นที่ 30% ของมหาสมุทรในแถบนี้ภายในปี 2030 YOUTH EMPOWERMENT โครงการอนุรักษ์ EarthEcho International สนับสนุนโครงการอนุรักษ์ EarthEcho OceanEcho 30x30 เพื่อสร้างการตระหนักและรับรู้แก่เยาวชน ในการปกป้องที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ในแถบหมู่เกาะกาลาปากอส, แอนตาร์กติกา, หมู่เกาะแคลิฟอร์เนีย ฟลอริดาฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ มุ่งปกป้องที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ครอบคลุมพื้นที่ 30% ของมหาสมุทร ในแถบนี้ภายในปี 2030 OCEAN EDUCATION โครงการอนุรักษ์…
Editor
16 April 2021