Lifestyle

Lifestyle:
เทรนด์คนรักสุขภาพ 2021

สถานการณ์ต่างๆ ทั้งฝุ่น PM 2.5 และโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ล้วนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสภาพจิตใจของเราเป็นอย่างยิ่ง หากจะพูดว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนตระหนัก และหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพความเป็นอยู่กันมากที่สุดในรอบหลายปีก็คงจะไม่ผิดนัก แน่นอนว่าการมีร่างกายที่แข็งแรงยังคงเป็นนิยามพื้นฐานของการดูแลสุขภาพ ทว่าเทรนด์ที่มาแรงสุดๆ ในปีนี้ เห็นจะเป็นการใช้ชีวิตอย่างไรให้ปลอดภัยจากมลพิษและเชื้อโรค ตลอดจนการมีสภาวะจิตที่ผ่อนคลายจากความวิตกกังวลกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั่นเอง ไม่รอช้า Power จะพาไปรู้จักกับเทรนด์สุขภาพที่น่าสนใจในปี 2021 นี้ Respiratory Wellness ฝุ่น PM 2.5 และ โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจโดยตรงนั้น ทำให้เทรนด์ “คนรักปอด” มาแรงแซงทุกโค้ง ผู้คนเริ่มระมัดระวังในเรื่องของการสูดดมอะไรก็ตามที่มองไม่เห็นเข้าไปในร่างกายกันมากขึ้น การสวมหน้ากากอนามัยกลายเป็นเรื่องพื้นฐานที่ไม่จำเป็นต้องบอกกันอีกต่อไป ต้นไม้และเครื่องฟอกอากาศเป็นดั่งของขวัญแทนความรักความห่วงใยที่มีให้กัน รวมไปถึงพฤติกรรมการกินที่เน้นไปที่อาหารร้อนอย่างซุปหรือชามากขึ้น เพื่อเคลียร์คอให้โล่งและช่วยละลายเสมหะ การจิบน้ำอุ่นตลอดทั้งวันยังมีส่วนช่วยทำให้โพรงจมูกโล่งขึ้น ช่วยลดโอกาสการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียต่างๆ ถือเป็นวิธีสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายที่ทำได้ไม่ยากและกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ Home Wellness ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาที่หลายคนต้องใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น การล็อกดาวน์ทำให้เกิดการปรับตัวในหลากหลายมิติ บ้านแทบจะกลายเป็นศูนย์รวมทุกกิจกรรมไปโดยปริยาย ไม่เว้นแม้แต่การออกกำลังกาย ในวันที่การออกไปฟิตเนสกลายเป็นความเสี่ยง หรือการไปสวนสุขภาพที่เคยไปเป็นประจำ อาจทำให้ไม่รู้สึกปลอดภัยเหมือนเช่นเคย สายสุขภาพย่อมจะไม่ทนกับเรื่องนี้ ลู่วิ่งไม่ใช่ราวตากผ้าฉันใด การออกกำลังกายก็ไม่ใช่เรื่องยากฉันนั้น เราจึงได้เห็นบรรดาเครื่องออกกำลังกายที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน เทียบเท่าการไปฟิตเนส เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อสร้างบรรยากาศให้สมจริงที่สุด แอปพลิเคชันฟิตเนสออนไลน์เร่งพัฒนา เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่กำลังเปลี่ยนไป มีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่าง Virtual Run ต่างๆ ให้เข้าร่วม มี Virtual Class เทรนเนอร์ส่วนตัวบนแพลตฟอร์มออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย จะเห็นได้ว่า “บ้าน” ได้ยกระดับขึ้นมากกว่าการเป็นแค่ที่อยู่อาศัยไปแล้ว เพราะไม่เพียง ‘อยู่ได้’ เท่านั้น แต่จะต้อง ‘อยู่ได้ดี’ และมีส่วนช่วยทำให้ชีวิตปลอดภัยและยืนยาวอีกด้วย Emotional Wellness จากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าเราต่างได้รับผลกระทบทางอารมณ์กันถ้วนหน้า หลายคนต้องเผชิญกับความวิตกกังวล ต้องใช้ชีวิตบนความเครียดและความหวาดกลัว ซึ่งเมื่อสะสมมากเข้า ย่อมส่งผลต่อสุขภาพ ภูมิต้านทาน รวมไปถึงระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย อาจก่อให้เกิดความเจ็บป่วยที่รุนแรงอย่างโรคหัวใจหรือโรคซึมเศร้าได้ เทรนด์สุขภาพในปีนี้จึงมุ่งไปที่การแสวงหา “ความมั่นคงทางอารมณ์” ซึ่งในเบื้องต้นก็คือการตั้ง Mindset ไว้ก่อนว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอเพียงให้เราได้ลองสู้กับปัญหา พยายามทำความเข้าใจ เรียนรู้ และแสดงศักยภาพในตัวเองออกมา นอกจากนั้นเรื่องร้ายๆ ยังทำหน้าที่เสมือนเป็นตัวปลดล็อกพื้นที่ชีวิตของเราอีกด้วย เพราะในช่วงเวลานี้เองที่ทำให้เรามองเห็นว่า รอบๆ ตัวยังมีคนที่เรารัก ซึ่งถือเป็นกำลังของหัวใจที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง รวมไปถึงการเข้ามามีบทบาทของเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ที่ทั้งสะดวกสบายและดีต่อใจ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันที่ให้คำปรึกษาด้านปัญหาสุขภาพจิต หรือการปรึกษาแพทย์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น อย่าลืมหาเวลาสปาอารมณ์ของตัวเอง ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพร่างกายกันด้วย Intuitive Eating สูตรการกินเพื่อสุขภาพนั้นมีอยู่มากมาย ทว่าในช่วงเวลาของการกักตัวนี้ เทรนด์การกินอย่างหนึ่งได้กลับมาฮิตอีกครั้ง นั่นก็คือ Intuitive Eating หรือ “การกินได้ตามใจอยาก” ซึ่งฟังดูแล้วตรงข้ามกับการมีสุขภาพดีเหลือเกิน เพราะ Intuitive Eating กำลังบอกให้เราลืมเรื่องแคลอรี่ ตารางการกิน อาหารคลีน หรืออาหารขยะไปก่อน แล้วหันมาฟังเสียงของร่างกายตัวเอง การที่ร่างกายส่งสัญญาณว่าอยากกินอะไร อาจเป็นไปได้ว่าร่างกายกำลังขาดสารอาหารประเภทนั้นอยู่ แน่นอนว่ามันไม่ได้โฟกัสไปที่การลดน้ำหนัก แต่เน้นในเรื่องของการมีสติ เรียนรู้ที่จะให้เกียรติความหิว นักโภชนาการที่ทำการวิจัยบอกว่า คุณสามารถกินอะไรก็ได้ที่อยากจะกิน จะกินตอนไหนก็ได้ ตราบใดที่คุณยังคงเงี่ยหูฟังร่างกายของคุณ โดยหลักการง่ายๆ สามารถสรุปได้ดังนี้ หิวก็กิน เพราะร่างกายและระบบทางชีววิทยาอยากให้คุณรับรู้ รวมถึงอยากให้คุณเชื่อด้วย อาหารขยะไม่ได้อร่อยและอาหารคลีนไม่ได้สูงส่งขนาดนั้น เลิกตัดสินพฤติกรรมการกินของตัวเอง อิ่มคืออิ่ม ไม่ต้องกินจนหมดก็ได้ (ข้อนี้ฟังดูง่ายแต่ไม่ง่าย) เคารพในร่างกายของตัวเอง อย่างที่คนเท้าใหญ่ไม่ใส่รองเท้าไซซ์เล็ก…
Editor
25 February 2021
Lifestyle

Lifestyle:
เมื่อความคิดสร้างสรรค์
มีส่วนช่วยทำให้ชีวิตปลอดภัย

หลายต่อหลายครั้งที่ศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม บทเพลง บทกวี รวมถึงงานดีไซน์ต่างๆ สามารถเป็นกระบอกเสียงอันทรงพลังจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ครั้งนี้ก็เช่นกัน โควิด-19 บังคับให้พวกเราใช้เวลาอยู่กับบ้าน หลีกเลี่ยงการพบเจอผู้คนให้ได้มากที่สุด ซึ่งทำให้เกิด “ผลข้างเคียง” ในเชิงบวกอย่างหนึ่ง นั่นคือมีคนมากมายต่างลุกขึ้นมาทำสิ่งที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ระหว่างการกักตัว เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สถานการณ์ที่เป็นดั่งฝันร้ายนี้สิ้นสุดในเร็ววัน The Spoiler Billboard ในฐานะประชาชนทั่วไป แม้ไม่ใช่บุคลการทางการแพทย์ก็สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้เช่นกัน ทั้งจากการเว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หรือง่ายที่สุด ไม่ออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น แต่ขนาดว่าง่ายแล้ว หลายคนก็ยังละเลยอยู่ดี เพราะคิดแต่เพียงว่า แค่ออกไปเดินเล่นชิลๆ เองไม่เห็นเป็นอะไร ไวรัสหรือจะน่ากลัวเท่าจิตใจที่เหี่ยวเฉา นั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้ครีเอทีฟชาวไทย 2 คน ต้องใช้ยาแรงมาจัดการกับเรื่องนี้ แซนด์-ภัคณิชา กองเรืองกิจ และ เบรฟ–มติธร ประจวบเหมาะ ชัยมังคโล สองนักศึกษาจาก Miami Ad School เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ซึ่งได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยเมื่อช่วงกลางปีที่แล้วพบว่าหลายคนยังไม่ตระหนักถึงการปฏิบัติตามมาตรการกักตัวอยู่บ้านมากเท่าที่ควร จึงเกิดไอเดียที่สุดแสนจะเรียบง่าย แต่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ โดยทั้งคู่มองว่ากลุ่มเป้าหมายที่พวกเขาต้องการจะสื่อสารด้วยเป็นพิเศษนั้นคือหนุ่มสาวยุค Millennial เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีไลฟ์สไตล์และความคิดที่ค่อนข้างเป็นตัวของตัวเอง ตลอดจนมีความเชื่อว่าร่างกายที่แข็งแรงกว่าเด็กเล็กๆ และผู้สูงอายุของพวกเขาจะไม่เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตอย่างแน่นอน จากไอเดียเริ่มต้น ค่อยๆ พัฒนาต่อยอดจนกลายเป็น Spec Ads หรือ โฆษณาที่สร้างขึ้นเองโดยไม่ได้รับการว่าจ้างจากแบรนด์ ในกรณีนี้คือ เมื่อใดที่ก้าวออกจากบ้าน คุณจะเจอกับข้อความสปอยล์หนังและซีรีส์เรื่องดังของ NETFLIX อย่าง Stranger Things, Love is Blind, Narcos รวมถึง Kingdom ไม่กี่วันต่อมาแคมเปญสุดโหดร้ายนี้กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก แพร่กระจายเร็วกว่าไวรัสโคโรนาเสียอีก หลายคนเชื่อจริงๆ ว่านี่เป็นโฆษณาของ NETFLIX จนกระทั่งทางแบรนด์ต้องออกมาชี้แจงว่าพวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง มันเป็นงานของนักศึกษากลุ่มหนึ่งเท่านั้น ซึ่งแซนด์และเบรฟก็ได้นำไอเดียนี้ไปขายกับทาง NETFLIX สิงคโปร์จริงๆ ด้วย เพียงแต่มันยังไม่ผ่าน เนื่องจากทาง NETFLIX ไม่มีนโยบายสปอยล์ซีรีส์ของตัวเอง อย่างไรก็ตามแซนด์และเบรฟยังคงเดินหน้าพัฒนาไอเดียนี้ต่อไป โดยลึกๆ แล้วเบรฟเชื่อว่า ถ้า NETFLIX กลับลำนโยบายหลักของแบรนด์ แล้วหันมา “สปอยล์เพื่อช่วยโลก” ผู้คนจะชื่นชมและให้การสนับสนุนมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน สุดท้ายทั้งคู่อยากขอโทษทุกคนที่ถูกผลงานของพวกเขาเฉลยตอนจบของซีรีส์ พวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายจิตใจใครเลยจริงๆ Art of Quarantine แคมเปญนี้สร้างสรรค์ขึ้นโดย Looma ครีเอทีฟโปรดักชั่นเอเจนซี่แห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมฯ แห่งยูเครน (Ministry of Culture and Information Policy of Ukraine) โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อย้ำเตือนให้ผู้คนตระหนักว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรท่ามกลางสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสทุกวันนี้ Looma เชื่อว่า การใช้ชีวิตในช่วงการกักตัวเพื่อควบคุมโรคถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง นั่นจึงเป็นที่มาของแคมเปญ “Art of Quarantine” ที่นำผลงานมาสเตอร์พีซระดับโลกมาปรับโฉมใหม่ เพื่อแนะนำวิธีที่จะช่วยหยุดการระบาดของโควิด-19 เพราะถึงแม้ว่าจะมีคำแนะนำหรือการรณรงค์ให้เห็นอยู่ทั่วไป แต่ก็ดูเหมือนว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังปฏิบัติไม่ถูกต้อง ดังนั้น เพื่อที่จะเป็นจุดสนใจ เพื่อที่จะให้ง่ายต่อการจดจำ ศิลปะที่หลายคนคุ้นตาจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ งานจิตรกรรมสุดคลาสสิกจากหลากหลายศิลปินหลากหลายยุคทั้ง 9 ภาพ ถูกนำมาแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์ ฉาบเคลือบด้วยอารมณ์ขันบางๆ ให้เข้าถึงง่าย อย่างเช่น “SOCIAL DISTANCING” ซึ่งต้นฉบับเป็นผลงานของ Leonardo da Vinci จิตรกรเอกของโลกจากยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) ที่มีชื่อว่า The…
Editor
15 February 2021
Food & DrinksLifestyle

Food & Drinks:
เมนูเติมหวานเทศกาลแห่งความรัก

วันวาเลนไทน์ หรือ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีนั้น เป็นที่รู้กันดีว่าบรรยากาศโดยรอบจะอบอวลไปด้วยมวลแห่งความสุข ความห่วงใย และความปรารถนาดีที่ใครต่อใครต่างส่งให้กันในนามของ “ความรัก” หนึ่งในสิ่งที่นามธรรมที่สุดในโลกที่แม้แต่นักปรัชญาก็หานิยามไม่ได้ แต่เราทุกคนก็ยินดีที่จะใช้โอกาสนี้มอบช่วงเวลาสุดพิเศษให้กับคนที่เรารัก ที่มาที่ไปของวันวาเลนไทน์ไม่มีบันทึกไว้อย่างแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อใด ที่ไหน หรือ เพราะอะไร บ้างก็เชื่อว่าเกิดจากนักบุญวาเลนไทน์ นักบวชในคริสต์ศาสนาที่ยอมฝืนคำสั่งของจักรพรรดิแห่งโรมันที่ประกาศห้ามให้มีการจัดงานแต่งงานในช่วงสงคราม แต่ท่านก็แอบจัดพิธีให้กับคู่รักมากมาย บ้างก็เชื่อว่าเป็นเรื่องราวของนายแพทย์ที่ไปมีความรักต้องห้ามกับหญิงสาวตาบอดจนต้องโทษประหาร โดยที่ก่อนตายได้ทำการอธิษฐานและเขียนโน้ตถึงนาง กระทั่งเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นทำให้นางมองเห็นและได้อ่านข้อความสุดท้ายจากเขาว่า “From your Valentine” อย่างไรก็ตามวันวาเลนไทน์ได้กลายมาเป็นวันที่เราจะมอบของขวัญให้กับคนสำคัญข้างกาย นอกเหนือไปจากความรู้สึกดีๆ ที่ให้อยู่แล้วทุกวัน เพื่อให้วันนี้กลายเป็นวันพิเศษขึ้นกว่าเดิม อาจจะเป็นดอกกุหลาบสักดอก การ์ดน่ารักๆ สักใบ หรือ อาหารอร่อยๆ ที่มาพร้อมกับบรรยากาศแสนพิเศษสักมื้อ Power จึงไม่รอช้าที่จะพาไปทำความรู้จักกับขนมและอาหารที่ จะช่วยเติมความหวานให้กับความสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์นี้ของคุณ The Happiness That You Can Eat ทำไมช็อกโกแลตถึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของวันแห่งความรัก ตอบง่ายๆ ว่า มันอร่อย เพราะฉะนั้นการมอบของอร่อยๆ ให้กับคนรักมันก็สมเหตุสมผลดี นอกจากนั้นการรับประทานช็อกโกแลตแบบเข้มข้นยังมีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยลดความเครียด อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจึงช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ มีธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด รวมไปถึงฟลาโวนอยด์ที่ช่วยบำรุง “หัวใจ” ว่ากันว่ารสชาติดุจดั่งสวรรค์และสัมผัสของช็อกโกแลตชั้นดี ไม่เพียงแต่จะละลายในปากเท่านั้น แต่ยังละลายไปถึงหัวใจ อย่างที่ใครหลายคนเชื่อว่า ช็อกโกแลต ไม่ต่างอะไรจากความสุขที่มาในรูปของกิน The Language of Flowers ราวปลายศตวรรษที่ 17 ความนิยมเรื่องแนวคิดของ “ภาษาดอกไม้” หรือการใช้ดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ในการแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึกกำลังเป็นที่นิยมไปทั่วทั้งยุโรป อย่างที่ดอกคาร์เนชั่นสีเหลืองแสดงถึงความผิดหวัง ดอกผักตบสีม่วงนั้นร้องขอการให้อภัย และแน่นอนดอกกุหลาบสีแดงแทนความรักจากหัวใจ ดอกกุหลาบนั้นเกี่ยวข้องกับวีนัส เทพีแห่งความรักของชาวโรมัน ตามตำนานเล่าว่าเมื่ออดอนิสคนรักของวีนัสตาย เลือดของเขาเมื่อรวมเข้ากับหยดน้ำตาอันเกิดจากความเสียใจของนาง ที่บริเวณนั้นได้เกิดเป็นพุ่มดอกไม้สีแดงเข้มขึ้นมา นั่นคือดอกกุหลาบ หรืออย่างของไทยก็มี มัทนะพาธา บทละครพูดคำฉันท์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ตำนานดอกกุหลาบกับความรักอันเจ็บปวดนั่นเอง นอกจากความสวยงามแล้ว กลีบกุหลาบก็ยังนำมารับประทานได้ แถมยังมีประโยชน์มากเสียด้วย เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินบี วิตามินเค แคลเซียม โพแทสเซียม รวมไปถึงแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่างๆ สามารถนำมาทำเป็นอาหารและเครื่องดื่มได้หลากหลาย เช่น ชาดอกกุหลาบ สลัดดอกกุหลาบ เค้กกุหลาบ หรือจะจิ้มกินกับน้ำพริกแบบไทยๆ ก็เก๋ไปอีกแบบ The Fruit of Love สตรอว์เบอร์รี ผลไม้ที่โดดเด่นที่สุดในวันแห่งความรัก เจ้าผลไม้สีแดงรูปหัวใจนี้มีความเกี่ยวข้องกับเทพีวีนัส ตามตำนานถือเป็นญาติห่างๆ ของดอกกุหลาบ และด้วยรูปร่างหน้าตารวมไปถึงรสชาติของมัน หลายคนจึงเปรียบเปรยเอาไว้ว่า หากถามว่าความรักรสชาติเป็นอย่างไร ก็ให้สตรอว์เบอร์รีแทนคำตอบนั้นได้เลย นอกจากนั้นมันยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย ยังมีเรื่องเล่าอีกว่า ถ้าคุณเจอผลสตรอว์เบอร์รีแฝด แล้วได้ทำการแบ่งมันให้ใครสักคนกิน ทั้งสองก็จะตกหลุมรักซึ่งกันและกัน สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าผลไม้อย่างส้ม องุ่น และกีวีหลายเท่า มีวิตามิน เส้นใยอาหาร และกรดโฟลิกที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและมะเร็ง นิยมรับประทานสดๆ หรือจะนำไปจับคู่กับของหวานอย่างช็อกโกแลตก็อร่อย รวมไปถึงนำไปเป็นส่วนผสมตัดรสชาติกับอาหารคาวอย่างฟัวกราส์ย่างก็ช่วยชูรสให้ความรู้สึกสดชื่นเข้ากันลงตัว I Herb You เมื่อพูดถึงสมุนไพรก็มักจะชวนให้นึกถึงยา จริงอยู่ที่สรรพคุณทางการรักษาเหล่านั้น ดูจะห่างไกลจากคำว่าโรแมนติกอยู่พอสมควร แต่ถึงอย่างไรสมุนไพรก็ยังส่งผลดีต่ออารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ใจอุ่น เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่รับประทานร่วมกับคนรักในวันวาเลนไทน์นี้ โรสแมรี่ ในสมัยโบราณใช้เป็นสัญลักษณ์ของความรู้เนื่องจากมีสรรพคุณช่วยให้ความจำดี เป็นสมุนไพรที่มีความโดดเด่นเรื่องกลิ่นและน้ำมันในตัว นิยมนำไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย มีสารที่มีประโยชน์ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง เสริมสร้างการผลิตคอลลาเจนช่วยให้ผิวกระชับ ที่สำคัญโรสแมรี่ยังเป็นสมุนไพรที่เชฟขาดไม่ได้ อันที่จริงแค่นึกถึงสเต็กเนื้อหรือปลาที่มีกลิ่นของโรสแมรี่บางๆ ก็สุขใจแล้ว ลาเวนเดอร์ กลิ่นที่เหมือนน้ำหอมจากธรรมชาติของลาเวนเดอร์ช่วยได้เสมอในเรื่องความโรแมนติก หนึ่งในน้ำมันหอมระเหยที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดที่จะช่วยสะกิดความรู้สึกของความสุขให้เคลิบเคลิ้มในอารมณ์แห่งเดือนกุมภาพันธ์…
Editor
12 February 2021
HighlightLifestyle

Travel in Style:
Alfresco Date Night

PHOTOGRAPHY COURTESY OF BRANDS จับมิกซ์แอนด์แมทช์ ไลฟ์สไตล์เก๋ไก๋ได้ลุคสบายตา แล้วพากันไปสร้างบรรยากาศโรแมนติก ให้การเดตในวันวาเลนไทน์นี้พิเศษกว่าใคร ด้วยดินเนอร์แบบเอาต์ดอร์ คลอเคล้าสายลมและเสียงเพลง พร้อมเติมเต็มความอิ่มเอมด้วยทิวทัศน์ ตระการตาในยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร  นาฬิกาข้อมือ จาก Omega ต่างหูรูปหัวใจ จาก Balenciaga เครื่องประดับ จาก Prada เครื่องประดับ จาก Bottega Veneta กระเป๋าหนัง จาก Burberry เสื้อเชิ้ต จาก Gucci รองเท้า จาก Gucci เข็มขัด จาก Gucci กางเกงขายาว จาก Gucci นาฬิกาข้อมือ จาก Panerai หมวก จาก Balenciaga เครื่องประดับ จาก  Bottega Veneta เครื่องประดับ จาก Prada กระเป๋าสะพาย จาก  Gucci กางเกงขายาว จาก Burberry รองเท้า จาก Valentino เสื้อยืด จาก Burberry
Editor
12 February 2021
HighlightLifestyle

Lifestyle:
ชวนคู่รักปักหมุด
สู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก

คิง เพาเวอร์ มหานคร ความงดงามของกรุงเทพมหานครในมุมมองใหม่ ใกล้วันวาเลนไทน์เข้ามาทุกที คงมีคู่รักหลายคู่รอเวลาที่จะได้ออกเดตในวันพิเศษ ซึ่งหากยังไม่รู้ว่าจะพาคนรักไปเดตที่ไหน Power ขอนำเสนอความโรแมนติกในบรรยากาศสูงเสียดฟ้า ที่ที่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์เหนือคำบรรยาย อีกทั้งยังมีกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์อีกมากมาย เพื่อให้วาเลนไทน์นี้เป็นอีกปีที่น่าจดจำ และนั่นก็คือสถานที่แห่งนี้ ‘คิง เพาเวอร์ มหานคร’ แลนมาร์คด้านการท่องเที่ยวระดับโลก หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ต้องปักหมุดแน่นๆ ของเหล่านักเดินทางทั้งชาวไทยและต่างประเทศ บอกได้เลยว่าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในที่เดียว‘มหานคร สกายวอล์ค’ จุดท่องเที่ยวชั้นเยี่ยมที่ดีที่สุด ชมวิวสุดตระการตาท่ามกลางบรรยากาศเหนือคำบรรยาย (อาคารคิง เพาเวอร์ มหานคร ชั้น 1, 74, 75 และ 78) เมื่อก้าวเข้าสู่ ล็อบบี้ ชั้น 1 คุณจะได้พบกับพื้นที่รับรองอันกว้างขวางหรูหราเป็นจุดแรก ซึ่งคุณสามารถซื้อบัตรเข้าชม มหานคร สกายวอล์ค ได้ที่นี่ โดยตลอดทางเดินจะตกแต่งด้วยกำแพงดิจิทัลเรื่องราวของกรุงเทพมหานคร ไปจนถึงเพดานที่สะท้อนภาพในมุมกลับหัว ไม่ว่าใครเดินผ่านเป็นอดใจไม่ไหวที่จะต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ก่อนจะขึ้นจุดชมวิว อยากให้คุณได้ลองอุ่นเครื่อง เปิดประสบการณ์กับ มหานคร สกายไรด์ เครื่องเล่น VR (Virtual Reality) ที่พร้อมจะพาให้คุณโลดแล่นไปกับวิวเหนือท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร ให้ความรู้สึกตื่นเต้นเสมือนจริงทั้งการเคลื่อนไหว เสียง และกระแสลม นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด จากนั้นเดินทางไปยังชั้น 74 ด้วยลิฟต์มัลติมีเดียความเร็วสูง (ใช้เวลาเพียง 50 วินาทีเท่านั้น) ซึ่งตลอดระยะเวลาโดยสารคุณจะได้เพลิดเพลินไปกับภาพกราฟิกบนจอแอนิเมชั่นขนาดใหญ่เมื่อถึงชั้น 74 จุดชมวิวภายในอาคาร เบื้องหน้าของคุณจะถูกรายล้อมไปด้วยวิวทิวทัศน์อันตระการตา นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพมหานครผ่านระบบเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) กับมุมมองในแบบ 360 องศา ก่อนจะขึ้นไปชมวิวชั้นดาดฟ้า อย่าลืมแวะส่งโปสการ์ดจากตู้ที่สูงที่สุดในกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างความทรงจำที่แสนประทับใจ ให้จดจำไม่รู้ลืม สำหรับผู้เข้าชมที่ซื้อบัตรชั้นดาดฟ้า สามารถขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้น 75 เพื่อต่อไปยังลิฟต์แก้ว ที่จะพาคุณไปยังชั้น 78 ชั้นดาดฟ้า (Rooftop) จุดชมวิวภายนอกอาคาร ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของ มหานคร สกายวอล์ค ประกอบไปด้วย พื้นกระจกลอยฟ้า (Glass Floor) พื้นกระจกลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่ความสูงเหนือพื้นดิน 310 เมตร เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการผจญภัยและถ่ายภาพ จุดนี้คุณสามารถมองเห็นวิวเมืองเบื้องล่าง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เดอะ พีค (The Peak) จุดชมวิวชั้นดาดฟ้าแบบ 360 องศา ที่ความสูงเหนือระดับพื้น 314 เมตร ที่สุดแห่งความตระการตาเหนือคำบรรยาย  ถือเป็นจุดสูงสุดที่ยืนได้ในกรุงเทพมหานคร รูฟท็อปบาร์ (Rooftop Bar) ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังมีค็อกเทลสูตรพิเศษ เพื่อให้คุณได้ดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาสุดโรแมนติกกับคนที่คุณรัก สำรองบัตรเข้าชม มหานคร สกายวอล์ค คลิก!‘มหานคร แบงค็อก สกายบาร์’ ความอิ่มเอมแห่งสุนทรียรสของอาหาร (อาคาร คิง เพาเวอร์ มหานคร ชั้น 76-77) ห้องอาหารและบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย พื้นที่ครอบคลุมทั้งในร่ม กลางเเจ้ง รวมทั้งเลานจ์วีไอพี ได้รับการออกเเบบอย่างหรูหราทันสมัย โดยเป็นผลงานชิ้นเอกของทีมนักตกแต่งภายในระดับโลก Tristan Auer จาก Wilson Associates ให้คุณเพลิดเพลินกับบรรยากาศ ควบคู่ไปกับการลิ้มรสอาหารตะวันตกและเอเชียที่มีเอกลักษณ์อย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน เปิดให้บริการทั้งอาหารกลางวันและอาหารค่ำ สำรองที่นั่ง มหานคร แบงค็อก สกายบาร์ คลิก!‘ไทย เทสต์…
Editor
11 February 2021
DestinationLifestyle

Destination:
พาเที่ยวเทศกาลตรุษจีน
พักผ่อนหย่อนใจ ไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคล

ตรุษจีน หรือเทศกาลขึ้นปีใหม่ของชาวจีนนั้น เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานผ่านกาลเวลานับพันปี ตามธรรมเนียมโบราณจะมีพิธีกรรมที่ปฏิบัติเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเวลานี้หลายวันด้วยกัน แต่ที่คนไทยเรารู้จักกันเป็นอย่างดีก็คือ ‘วันจ่าย’ วันที่ไปจับจ่ายซื้อข้าวของเครื่องใช้ในเทศกาล ซึ่งจะเริ่มก่อนวันตรุษจีน 2 วัน ถัดมาเป็น ‘วันไหว้’ ถือเป็นวันส่งท้ายปีที่ครอบครัวจะกลับมารวมตัวกันพร้อมหน้า รับประทานอาหารร่วมกัน รวมไปถึงกิจกรรมที่หลายคนรอคอยอย่างการแจกอั่งเปาหรือแต๊ะเอีย จนกระทั่งเมื่อวันใหม่ใกล้เข้ามา ชาวจีนจะนิยมอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเพื่อรอรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่จะมาถึงในวันขึ้นปีใหม่ หรือ ‘วันเที่ยว’ นั่นเอง วันเที่ยว เป็นวันที่ทุกคนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีมงคล เดินสายไปสวัสดีปีใหม่ญาติผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลังจากนั้นก็พากันตระเวนไหว้พระทำบุญ ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจตามสถานที่ต่างๆ โดยวันตรุษจีนปีนี้ ตรงกับวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ หลายคนแพลนเที่ยวล่วงหน้าไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่มีไอเดียก็ไม่เป็นไร เพราะ Power จะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เดินทางไปไม่ยาก ให้ได้เลือกสัมผัสบรรยากาศและกลิ่นอายแบบจีนในวันหยุดที่จะถึงนี้ วัดมังกรกมลาวาส กรุงเทพมหานคร วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวัดจีนที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ชาวไทยเชื้อสายจีนตลอดจนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมไปสักการะขอพรกันตลอดทั้งปีโดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องสะเดาะเคราะห์ปีชง เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานของ ไท่ส่วยเอี๊ย เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา ไฉ่สิ่งเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ และเทพเจ้าตามความเชื่ออื่นๆ อีกหลายองค์ แม้ว่าวัดมังกรกมลาวาสจะดูแคบ ทว่าด้านในนั้นกว้างขวางกว่าที่เห็นจากทางเข้าพอสมควร นอกจากพื้นที่ที่โปร่งสบายแล้ว เรื่องผังโครงสร้างและสถาปัตยกรรมก็ยังงดงามตามคติแบบวัดหลวงของจีนอีกด้วย เมื่อเข้าไปจะพบกับวิหารท้าวจตุโลกบาล เทพเจ้าที่คอยปกปักษ์รักษาคุ้มครองทิศทั้งสี่ ถัดไปเป็นพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานของวัดด้วยกัน 3 องค์ ได้แก่ พระโคตมพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธะ และพระไภษัชยคุรุพุทธะ พร้อมด้วย 18 อรหันต์ จากนั้นบริเวณด้านข้างและด้านหลังจะเป็นส่วนของพระวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณที่ผสมผสานศิลปะทั้งแบบไทยและจีนให้ศึกษาและชื่นชมอีกมากมาย การเดินทางไปยังวัดมังกรกมลาวาสสามารถใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมังกร ทางออกหมายเลข 3 จากนั้นเดินต่ออีกไม่ไกล ในขณะที่การเดินทางด้วยรถส่วนตัวอาจจะต้องใช้บริการที่จอดรถในบริเวณใกล้เคียงอย่างอาคารพิชัยญาติ วัดคณิกาผล หรือมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Wat.Mangkonkamalawat.Temple ล้ง 1919 กรุงเทพมหานคร สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่เดิมเป็นท่าเรือของพระยาพิศาลศุภผล (ชื่น) ต้นตระกูลพิศาลบุตร ลูกหลานของชาวจีนโพ้นทะเลที่ได้มาอาศัยร่มพระบรมโพธิสมภารตั้งรกรากบนแผ่นดินสยาม โดยสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2393 มีชื่อว่า “ฮวยจุ่งล้ง” ซึ่งมีความหมายว่า ท่าเรือกลไฟ เนื่องจากเป็นจุดรับส่งสินค้าทางเรือทั้งจากมลายู สิงคโปร์ และจีน ต่อมารับช่วงต่อโดยตระกูลหวั่งหลี ซึ่งได้ทำการปรับพื้นที่ให้กลายเป็นโกดังเก็บสินค้า อาคารสำนักงาน และที่พักอาศัย โดยมีศาลเจ้าแม่หม่าโจ้วประดิษฐานเคียงคู่ตั้งแต่แรกเริ่มมาจนถึงปัจจุบัน ปลายปี พ.ศ. 2559 ตระกูลหวั่งหลีมีโครงการสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสุนทรียศาสตร์แบบจีน จึงได้ทำการปรับปรุงพื้นที่ บูรณะส่วนต่างๆ ทั้งบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นโกดังสินค้า อาคารไม้เก่าแก่ ตลอดจนภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณ ด้วยวิธีการดั้งเดิมเพื่อคงไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมให้ได้มากที่สุด จากนั้นจึงเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนที่ฟื้นคืน ราวกับอัญมณีที่ตื่นขึ้นจากการหลับไหลอันยาวนานอีกครั้ง ล้ง 1919 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 – 20.00 น. โดยนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับสถาปัตยกรรมแบบจีนดั้งเดิมศิลปะสมัยรัชกาลที่ 3 พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ความสัมพันธ์ไทย-จีน แกลเลอรีแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย ร้านอาหาร มุมพักผ่อนหย่อนใจให้ถ่ายรูปเก๋ๆ รวมไปถึงการได้สักการะศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว พร้อมทั้งไฉ่สิ่งเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 3 ปาง ตัวแทนสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของคน 3 วัย วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ และวัยชรา อีกด้วย การเดินทางมายัง ล้ง 1919 สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีกรุงธนบุรี…
Editor
5 February 2021
HighlightLifestyle

Food Adventure:
อาหารมงคลรับตรุษจีน อิ่มอร่อยโชคดีตลอดปี

วันตรุษจีน เป็นวันที่ชาวจีนได้กำหนดให้เป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ ตามจันทรคติเป็นวันเฉลิมฉลองใหญ่ หลังจากผ่านพ้นความหนาวเหน็บของฤดูหนาวมาได้ โดยถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ที่ทั้งครอบครัวจะอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน รับประทานอาหารร่วมกัน พร้อมทั้งทำความสะอาดตกแต่งบ้านเรือนให้สวยงาม ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อเริ่มต้นด้วยสิ่งมงคล ปีทั้งปีก็จะอยู่ดีมีสุขไปตลอด จีนถือเป็นดินแดนที่โดดเด่นในเรื่องอาหารการกินที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะนอกจากวัตถุดิบและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว อาหารจีนยังแฝงความหมายอันเป็นสิริมงคล รวมทั้งเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีที่มาพร้อมกับเทศกาลแห่งความสุขอีกด้วย ทำให้การรับประทานอาหารมงคลกับครอบครัวในเทศกาลตรุษจีน จึงเปรียบได้กับการรับพรอันศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่ชีวิตนั่นเอง สำหรับตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง Power อาสาพาทุกคนไปรู้จักกับความหมายที่ซ่อนอยู่ในอาหารมงคลยอดนิยมซึ่งหารับประทานได้ไม่ยาก ทั้ง 8 อย่าง เพื่อให้คุณได้อิ่มอร่อยพร้อมทั้งอิ่มใจในเทศกาลแห่งความสุขสุดพิเศษนี้ ปลา ปลาถือเป็นหนึ่งในอาหารจานสำคัญสัญลักษณ์ของเทศกาลปีใหม่จีนเลยก็ว่าได้ มีความเชื่อว่าลักษณะที่เป็นมันวาวส่องแสงของเกล็ดปลานั้นจะนำมาซึ่งโชคดี ความมั่งคั่ง และความเจริญรุ่งเรือง ปลาเป็นสัตว์ที่มีไข่จำนวนมากจึงแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนั้นคำว่า ปลา ในภาษาจีนยังพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่า ส่วนที่เหลือ อีกด้วย สื่อถึงการมีเงินเหลือเก็บเพื่อนำไปใช้ในอนาคตต่อไปได้นั่นเอง ไก่ เนื้อไก่นั้นมีโปรตีนสูงแต่ไขมันน้อย อีกหนึ่งวัตถุดิบยอดนิยมของอาหารจีนที่รับประทานกันในหลายเทศกาลมงคล รวมไปถึงใช้ไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับเพื่อขอให้ท่านปกป้องคุ้มครองครอบครัว การนำไก่ทั้งตัวไปต้มหรือนึ่งนั้นแทนความหมายถึงการรวมกันของครอบครัว บ้างเชื่อว่าการรับประทานซุปไก่เป็นมื้อแรกของวันปีใหม่จะนำสันติสุขมาให้ ในขณะที่ส่วนเท้าจะให้หัวหน้าครอบครัวรับประทานเพื่อความมั่งคั่ง กระดูกสื่อถึงความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ไข่ไก่สื่อถึงเงินและทอง เมนูยอดนิยมก็คือ ไก่ต้ม ไก่นึ่งซีอิ๊ว ข้าวมันไก่ ไก่ เนื้อไก่นั้นมีโปรตีนสูงแต่ไขมันน้อย อีกหนึ่งวัตถุดิบยอดนิยมของอาหารจีนที่รับประทานกันในหลายเทศกาลมงคล รวมไปถึงใช้ไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับเพื่อขอให้ท่านปกป้องคุ้มครองครอบครัว การนำไก่ทั้งตัวไปต้มหรือนึ่งนั้นแทนความหมายถึงการรวมกันของครอบครัว บ้างเชื่อว่าการรับประทานซุปไก่เป็นมื้อแรกของวันปีใหม่จะนำสันติสุขมาให้ ในขณะที่ส่วนเท้าจะให้หัวหน้าครอบครัวรับประทานเพื่อความมั่งคั่ง กระดูกสื่อถึงความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ไข่ไก่สื่อถึงเงินและทอง เมนูยอดนิยมก็คือ ไก่ต้ม ไก่นึ่งซีอิ๊ว ข้าวมันไก่ เป็ด หนึ่งในเมนูเนื้อสัตว์ 3 ชนิดที่นิยมใช้ไหว้เจ้าของชาวจีน จานโปรดประจำโต๊ะอาหารช่วงเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากสื่อความหมายถึงความสุข การมีสุขภาพที่ดี และปีที่มั่งคั่งที่กำลังจะมาถึง คนจีนถือว่าเป็ดเป็นสัญลักษณ์ของการมีความสามารถ การรับประทานเป็ดจึงเชื่อว่าจะทำให้หน้าที่การงานเจริญรุ่งเรืองตามไปด้วย เมนูยอดนิยมก็คือ เป็ดพะโล้ เป็ดย่าง ข้าวหน้าเป็ด บะหมี่เป็ด เกี๊ยว เกี๊ยวถือเป็นเมนูคลาสสิกที่นิยมรับประทานกันในเทศกาลมงคลมานานหลายพันปี เนื่องจากรูปทรงของมันละม้ายคล้ายคลึงกับเงินที่ใช้ในสมัยจีนโบราณ มันจึงแทนความหมายถึงความมั่งมี โดยคำว่า เกี๊ยว ในภาษาจีน ยังพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่า การแลกเปลี่ยน อีกด้วย สมาชิกในครอบครัวจึงมักจะห่อแป้งเกี๊ยวกันเองตอนเวลาเที่ยงคืน การรับประทานเกี๊ยวจึงแฝงความหมายของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ปีที่ร่ำรวย โดยเชื่อกันว่า ยิ่งกินมาก ก็ยิ่งรวยมาก เกี๊ยว เกี๊ยวถือเป็นเมนูคลาสสิกที่นิยมรับประทานกันในเทศกาลมงคลมานานหลายพันปี เนื่องจากรูปทรงของมันละม้ายคล้ายคลึงกับเงินที่ใช้ในสมัยจีนโบราณ มันจึงแทนความหมายถึงความมั่งมี โดยคำว่า เกี๊ยว ในภาษาจีน ยังพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่า การแลกเปลี่ยน อีกด้วย สมาชิกในครอบครัวจึงมักจะห่อแป้งเกี๊ยวกันเองตอนเวลาเที่ยงคืน การรับประทานเกี๊ยวจึงแฝงความหมายของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ปีที่ร่ำรวย โดยเชื่อกันว่า ยิ่งกินมาก ก็ยิ่งรวยมาก เส้นบะหมี่ บ่อยครั้งเมนูเกี๊ยวจะมาพร้อมกับเส้นบะหมี่ ดุจดั่งทองแท่งที่คู่กับเส้นไหมทองคำ แม้ว่าที่มาของเส้นบะหมี่จะไม่แน่ชัด แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือเมนูเส้นคืออาหารจานสำคัญของจีน และโดยเฉพาะในเทศกาลตรุษจีนแบบนี้ ชาวจีนนิยมรับประทานบะหมี่ที่เส้นยาวๆ โดยที่ไม่ตัด เพราะเชื่อว่าจะทำให้อายุยืนยาวนั่นเอง  กุ้ง โต๊ะอาหารในเทศกาลตรุษจีนจะขาดสีแดงไปไม่ได้ นอกจากเป็ดปักกิ่งแล้ว กุ้งก็ยังเป็นอีกเมนูสีแดงยอดนิยมมาโดยตลอด กุ้งเป็นตัวแทนของความมีชีวิตชีวาและความสุข เนื่องจากคำว่า กุ้ง ในภาษาจีนกวางตุ้ง พ้องกับเสียงหัวเราะนั่นเอง และ สีแดง ก็ยังไปพ้องกับคำว่า โชคดี อีกด้วย  ปอเปี๊ยะทอด อาหารยอดนิยมในเทศกาลต้อนรับฤดูใบไม้ผลิโดยเฉพาะทางแถบตอนใต้ของประเทศจีน คำว่า ปอเปี๊ยะ ในภาษาจีนนั้น พ้องกับคำว่า ฤดูใบไม้ผลิ และคำว่า ม้วน ชาวจีนจึงรับประทานในวันแรกของปีใหม่ ปอเปี๊ยะทอดนั้นมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับทองคำแท่ง แน่นอนว่ามันจึงแทนความหมายถึงความมั่งคั่งและโชคดี ทั้งยังสามารถเสิร์ฟเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือของว่างก็ได้ รวมถึงไส้ที่เปลี่ยนแปลงได้ตามใจชอบ ปอเปี๊ยะทอดไส้ผักจึงเป็นขวัญใจของผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ประจำเทศกาลตรุษจีน ผลไม้มงคล นอกเหนือจากความมั่งคั่งร่ำรวยแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของวันตรุษจีนก็คือครอบครัว การกลับมาเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้งของลูกหลานและญาติผู้ใหญ่ แสดงถึงความสามัคคี เป็นหนึ่งเดียว…
Editor
1 February 2021
Lifestyle

Lifestyle:
ใช้ชีวิตให้สนุกในยุค COVID-19

นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เราได้รู้จักกับไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 ที่มีการตรวจพบการแพร่ระบาดที่ตลาดอาหารทะเลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการค้าขายสัตว์หลากหลายชนิดรวมไปถึงสัตว์ป่า ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน เมื่อประมาณกลางเดือนธันวาคม 2562 มาจนถึงวันนี้ เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักโรคโควิด-19 อีกทั้งยังน่าจะคุ้นเคยกับวิถีชีวิตแนวใหม่แบบ New Normal ไปแล้วไม่น้อย และคาดว่าจะยังคงดำเนินไปเช่นนี้อีกพักใหญ่ๆ กว่าที่สถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น ดังนั้นแล้วในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ ก็จงใช้ชีวิตอยู่กับมันไปด้วยความแฮปปี้ ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้างควบคู่กันไป  และเพื่อไม่ให้โควิด-19 ทำให้การใช้ชีวิตของเราน่าเบื่อจนเกินไป Power มีไอเดียมานำเสนอให้ลองทำกันดู เผื่อชีวิตนี้จะสนุกขึ้นได้อีกนิด 1. เข้าใจและยอมรับ ก่อนที่จะไปหาอะไรทำแก้เบื่อ เราต้องทำใจยอมรับให้อยู่กับโควิด-19 ให้ได้ก่อน เมื่อเรายอมรับได้ จะทำให้เราสามารถเห็นมุมมองต่างๆ ในรูปแบบที่ต่างออกไปได้ และสามารถปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างใส่ใจสุขภาพมากขึ้นนั่นเอง 2. หาอะไรทำในวันที่อยู่บ้าน การนั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในบ้านนั้น นานวันเข้าก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย และจะกลายเป็นพาลพาโลไปเสียทุกอย่าง เพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่านไปวันๆ แนะนำว่าควรหาอะไรที่ชอบทำจะดีกว่า เป็นต้นว่า หัดทำอาหาร ทำขนม ทำงานฝีมือ วาดรูป ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ หรือแม้แต่เล่นเกม มีอะไรให้ทำมากมายขนาดนี้นอกจากจะแก้เบื่อได้แล้ว ยังอาจเป็นช่องทางในการสร้างงานสร้างอาชีพได้อีกด้วย 3. หาเวลาไปผ่อนคลายนอกบ้านบ้าง ในสถานการณ์เช่นนี้ การอยู่บ้านเป็นเรื่องดี แต่ก็ใช่ว่าจะออกไปผ่อนคลายนอกบ้านไม่ได้ เราจึงควรหาเวลาออกไปสัมผัสบรรยากาศข้างนอกบ้านบ้าง เพื่อเติมความสดชื่นให้กับชีวิต แนะนำว่าควรจะเป็นที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ผู้คนไม่แออัด เช่น สวนสาธารณะ สถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ เป็นต้น และต้องไม่ลืมรักษาระยะห่าง สวมใส่มาสก์ พกเจลหรือแอลกอฮอล์ล้างมืออยู่เสมอ ก็จะทำให้การออกไปผ่อนคลายนอกบ้านมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น4. ใช้ชีวิตแบบออนไลน์ให้คุ้นชิน เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆ เราต่างก็ได้เห็นในช่วง Work from home นี่แหละ ซึ่งทำให้เราสะดวกสบายขึ้นมาก ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่หรือติดเชื้อที่จะต้องออกไปนอกบ้านปะปนกับฝูงชนด้วย 5. หาคอร์สลงเรียนออนไลน์เพิ่มพูนความรู้ให้กับตัวเอง ในยุคที่โลกหมุนเร็วแบบไม่แคร์เราเช่นนี้ การได้เรียนรู้ ได้พัฒนาทักษะของตัวเองให้เท่าทัน เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก คุณควรใช้เวลาช่วงนี้ในการเพิ่มขีดความสามารถของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา ศิลปะ ถ่ายภาพ ตัดต่อ งานดีไซน์ การเขียนโปรแกรมต่างๆ การต่อยอดการเรียนรู้จากการทำงานด้านต่างๆ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในวันที่กลับเข้าทำงานให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม 6. เพราะเราคือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ นี่คือโอกาสที่หนุ่มสาวสายเอน (เตอร์เทน) ไม่น่าพลาด ลองเอาความชอบหรือความถนัดต่างๆ มาสร้างสรรค์คอนเทนต์ดีๆ นำเสนอผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ให้เข้ากับยุคสมัยดู นอกจากจะได้ฝึกสมองคิดไอเดียใหม่ๆ แล้ว ยังถือเป็นการช่วยแก้เหงา อาจได้เพื่อนเพิ่มขึ้น หรืออาจหารายได้เข้ากระเป๋าได้อีกทางหนึ่งด้วย7. ได้เวลาเคลียร์หนังสือกองโตที่ซื้อมาแล้วยังไม่ได้อ่าน หลังจากที่เที่ยวตระเวณเดินงานสัปดาห์หนังสือจนได้เล่มที่ชอบมาล็อตใหญ่ จนบัดนี้ก็ยังอ่านไม่หมด จะมีเวลาไหนเหมาะไปกว่าเวลานี้ไม่มีอีกแล้ว หยิบมาอ่านให้หนำใจไปให้ครบทุกเล่ม การอ่านจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดต่างๆ ได้อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะในการสื่อสาร ช่วยในเรื่องของการทำสมาธิ กระตุ้นการทำงานของสมอง พัฒนาความจำ ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วย 8. ปลุกความเป็นพ่อบ้านแม่เรือนในตัวคุณ เพราะมัวแต่ทำงานนอกบ้าน จนอาจละเลยความเรียบร้อยในบ้านไปบ้าง ช่วงนี้เป็นโอกาสที่คุณจะได้แก้ตัวด้วยการทำบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูครั้งใหญ่ เก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ อะไรที่ไม่ได้ใช้แล้วแต่ยังสภาพดี อาจเอาไปขายเป็นสินค้ามือสอง หารายได้พิเศษเล็กๆ น้อยๆ ให้กับตัวเอง ในยุคที่เศรษฐกิจยังไม่น่าไว้วางใจ หรือถ้าใครเป็นสายบุญอาจเก็บรวบรวมไปบริจาคให้ตามมูลนิธิต่างๆ ก็ยิ่งดีใหญ่ ถือโอกาสนี้ในการแบ่งปันให้คนอื่น แถมบ้านก็ยังรกน้อยลงอีกด้วย 9. อยู่บ้านอย่าหยุดสวย ให้เวลาปรณนิบัติร่างกายและผิวพรรณของตัวเองกันบ้าง หลังจากที่ต้องออกไปทำงาน เผชิญมลภาวะนอกบ้านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลผิวพรรณ ความสวยความงามต่างๆ สารพันปัญหาผิวก็อาจเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นใช้ช่วงเวลานี้ทำสปาให้ตัวเอง ไม่ว่าจะขัดผิว มาสก์หน้า สปาผม…
Editor
27 January 2021
DestinationLifestyle

Destination:
Beat COVID-19 Blues
with Window Swap

The pandemic and urgent need to stay inside obviously put us back to work from home and isolation mode. We all seem to get a hang of it better than the first outbreak but at the end of the day, the fact that we have to be contained in our house takes its toll at least mentally. Sonali Ranjit and her husband, Vaishnav Balasubramaniam - creatives based in Singapore – come up with this Window Swap idea to beat the lockdown blues. The couples set up an interactive website offering users the opportunity to swap new window views to stare out through the windows of others from another corner of the world. This is a simple, yet, sweet escape to let you travel without moving physically anywhere during this isolation. No one knows when the pandemic would end but it will be a long while before we could actually take…
Editor
21 January 2021
DestinationLifestyle

Destination:
สักการะพระบรมสารีริกธาตุทั่วไทย
ไหว้พระขอพรรับปีใหม่เสริมสิริมงคล

เมื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะชาวพุทธมักจะพากันไปไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตกันตั้งแต่ต้นปี ด้วยเชื่อว่าการเริ่มต้นด้วยสิ่งดีๆ จะทำให้ตลอดทั้งปีนั้นมีแต่ความราบรื่น สุขกายสบายใจ และหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต่างให้ความศรัทธา ด้วยมีบทบาททางสังคมและวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ “พระบรมสารีริกธาตุ” ในพระธาตุเจดีย์ ที่ประดิษฐานอยู่ตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศนั่นเอง Power จึงขอหยิบยกบางส่วนมาให้นักเดินทางสายบุญได้ทำความรู้จักและปักหมุดไว้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตในปีใหม่นี้ พระบรมสารีริกธาตุ หรือ กระดูกของพระพุทธเจ้า ถือเป็นวัตถุวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่อย่างสำคัญในทุกๆ ดินแดนที่นับถือพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นดั่งตัวแทนทางด้านกายภาพของพระพุทธเจ้า ประเทศไทยเองก็มีเรื่องเล่าขาน ตำนาน และความเชื่อ เกี่ยวกับพระบรมสารีริกธาตุที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และถึงแม้ว่าจะมีสถานะเป็นสิ่งสูงค่าที่ต้องเก็บรักษาอย่างดี แต่ก็สามารถหาโอกาสไปทำการสักการะได้ไม่ยาก เนื่องจากส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ในพระธาตุเจดีย์ของวัดต่างๆ พร้อมเปิดรับผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวเสมอ ซึ่งนอกจากจะได้อิ่มอกอิ่มใจจากการกราบไหว้สักการะ ได้ร่วมทำบุญทำกุศลต่างๆ กับทางวัดแล้ว ยังได้เรียนรู้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะอันงดงาม อีกทั้งยังเพลิดเพลินไปกับสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย พระธาตุช่อแฮ วัดพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ ปูชนียสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่มาตั้งแต่สมัยโบราณ มีตำนานเล่าขานที่กล่าวถึงการสร้างพระธาตุต่างกันไป โดยหลักฐานที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดนั้นเกี่ยวข้องกับพระราชพงศาวดารว่าด้วยกรุงสุโขทัย ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1879 – 1881 ตั้งแต่สมัยที่ พระมหาธรรมราชา (ลิไท) ยังเป็นพระมหาอุปราชครองเมืองศรีสัชนาลัย พระองค์โปรดให้สร้างสถานที่สำคัญทางศาสนาต่างๆ ตามที่ปรากฏในพุทธประวัติ เมืองแพร่เป็นหนึ่งในนั้น โดยได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุแก่ขุนลัวะอ้ายก้อม ทรงมอบหมายให้หาสถานที่สร้างพระธาตุแล้วนำไปบรรจุไว้ นับตั้งแต่นั้นจึงกลายเป็นธรรมเนียมที่เจ้าครองเมืองแพร่จะต้องให้ความสำคัญกับพระธาตุและบูรณปฏิสังขรณ์ให้งดงามเรื่อยมา พระธาตุช่อแฮ มีความหมายว่า เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและประดับบูชาด้วยผ้าแพรอย่างดี โดยทุกๆ ปีจะมีประเพณีการไหว้พระธาตุ งานจะเริ่มขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 เหนือ เดือน 4 ใต้ (ตรงกับเดือนมีนาคม)  ถือเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัด เชื่อกันว่า อานิสงส์ของการนำผ้าแพรสามสีไปถวาย จะทำให้ชีวิตมีพลังคุ้มครองป้องกันศัตรู พลังบารมีจะดลบันดาลให้มีชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนั้นตามคติความเชื่อของชาวล้านนา พระธาตุช่อแฮ ยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีขาลอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่นๆ – ศูนย์การเรียนรู้ผ้าจกเมืองลองและการย้อมสีธรรมชาติ / พิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุถิ่นแถนหลวง / พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้าน โรงเรียนสองพิทยาคม / แพะเมืองผี / แก่งเสือเต้น อุทยานแห่งชาติแม่ยม พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม “อุรังคนิทาน” ตำนานที่บอกเล่าเรื่องราวการสร้างพระธาตุต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยได้กล่าวไว้ว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าและพระอานนท์ได้เสด็จมายังบริเวณแม่น้ำโขงตามพุทธประเพณี ซึ่งในเวลาต่อมาบริเวณดังกล่าวได้เกิดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง โดยระหว่างนั้นพระองค์ได้โปรดรับสั่งไว้ล่วงหน้าว่า หลังจากเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว เหล่าพระอรหันต์จะนำเอาพระอุรังคธาตุ หรือ กระดูกหน้าอก มาประดิษฐานไว้ที่ “ภูกำพร้า” ริมแม่น้ำโขง  อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุพนมในปัจจุบันนี้ เพื่อให้เหล่าเทวดาและชาวเมืองทั้งหลายได้กระทำการสักการบูชาเป็นมงคลสูงสุดของชีวิตสืบไป พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีวอก ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดแห่งเดียวตามคติความเชื่อของชาวล้านนาที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินที่ราบสูงของไทย และยังเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์อีกด้วย เนื่องมาจากพระพุทธเจ้าทรงประกาศว่า ทั่วบริเวณนี้จะเป็นที่สืบทอดพระพุทธศาสนา โดยมีพื้นที่ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้น เหมือนกับที่วันอาทิตย์เป็นวันเริ่มต้นของสัปดาห์นั่นเอง นอกจากนั้น มีความเชื่อสืบต่อกันว่า หากใครมานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือได้ว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” อันมีอานิสงส์ผลบุญเสริมมงคลเพิ่มพูนบารมีให้ผู้คนเคารพนับถือ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตยิ่งนัก โดยเทศกาลนมัสการพระธาตุนั้นจะจัดขึ้นตั้งแต่วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ในปีนี้ ตรงกับวันที่ 21 – 29 มกราคม 2564 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่นๆ – หาดแห่ ทะเลอีสาน / ต้นไม้ยักษ์…
Editor
5 January 2021