DestinationLifestyle

Destination
“ดรีมทริป”
เที่ยวทริปในฝันแบบ Virtual

Virtual Tour หรือ การท่องเที่ยวเสมือนจริงผ่านระบบออนไลน์ กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้หลายกิจกรรมย้ายไปอยู่ที่หน้าจอกันอย่างจริงจัง อันที่จริงเทคโนโลยีดังกล่าวได้เริ่มพัฒนามาสักระยะหนึ่งแล้ว ด้วยเหตุผลหลักๆ คือ มันใช้สำหรับ “ลองก่อนไปที่จริง” อารมณ์เดียวกับการที่ผู้บริโภคได้ดูหนังตัวอย่างก่อนตัดสินใจ และใช้สำหรับ “ไปในที่ที่ไปไม่ได้” อย่างเช่นที่ที่เข้าถึงไม่สะดวก มีความอ่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมหรือวัฒนธรรมต่างๆ นั่นเอง    ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่งเราจะไปไหนไม่ได้เลยขึ้นมาจริงๆ Virtual Tour จึงเป็นเครื่องมือสำหรับ #เที่ยวทิพย์ ชั้นดีของใครหลายคน ที่แม้ว่าในช่วงแรกๆ อาจจะทำได้แค่แก้ขัดไปก่อน แต่พอผ่านไปสักพัก กลับกลายเป็นว่าเริ่มชินกับการเที่ยวผ่านหน้าจอไปเสียแล้ว เพราะในขณะที่มีบางอย่างขาดหายไป Virtual Tour ก็ให้อะไรหลายอย่างที่การเที่ยวจริงให้ไม่ได้เช่นกัน และวันนี้ Power จึงอยากอาสาพาคุณไปเที่ยวทิพย์ในอารมณ์ต่างๆ เป็นทริปในฝันที่รอวันจะเป็นทริปจริงๆ ในไม่ช้านี้  ลุยทิพย์ Great Wall of China เคยมีคำกล่าวว่า “เมื่อมองประเทศจีนจากอวกาศ คุณจะเห็นมังกรนอนขดตัวอยู่ และนั่น คือกำแพงเมืองจีน” แน่นอนว่าความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างที่เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางแห่งนี้ หากได้มองจากด้านบน คงเจอกับภาพที่น่าอัศจรรย์เป็นแน่แท้ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่จำเป็นต้องอิจฉานักบินอวกาศไป เพราะไม่มีสิ่งก่อสร้างใดบนโลกสามารถมองเห็นได้จากอวกาศเลยสักที่เดียว   แนะนำให้เข้าไปที่เว็บไซต์ airpano.com ที่จะพาคุณไปเที่ยวกำแพงเมืองจีนได้แบบเอกซ์คลูซิฟสุดๆ ผ่านมุมมองที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นมุมมองคนเดิน หรือมุมสูงกว่า 700 เมตรจากเฮลิคอปเตอร์ มีฟังก์ชันให้เลือกหลากหลายทั้ง ภาพแบบปกติ, Architectural, Fisheye Stereographic, Little Planet และ Tube View ซึ่งทำให้ภาพที่สุดแสนจะอลังการอยู่แล้วยิ่งพิเศษขึ้นไปอีก นอกจากนั้นยังมีข้อมูล คำบรรยาย และซาวนด์ประกอบที่ได้อารมณ์สุดๆ ไปเลย   เที่ยวกำแพงเมืองจีน https://www.airpano.com/360photo/China-Great-Wall/   Machu Picchu มาชูปิกชู หรือ เมืองสาบสูญแห่งอินคา เป็นซากอารยธรรมโบราณของชาวอินคาที่ตั้งอยู่บนหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ในเทือกเขาแอนดีส ประเทศเปรู ที่ความสูงประมาณ 2,430 เมตร และแม้ว่าจะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าสถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อการใด เป็นเมือง สถานที่บูชายัญ หรือแค่เพียงที่พักตากอากาศของชนชั้นสูง แต่ที่แน่ๆ ความสลับซับซ้อนของสถาปัตยกรรม สิ่งก่อสร้างซึ่งสร้างด้วยหินกว่า 200 หลัง ไล่ลงมาตามความชันของหุบเขา ที่ทั้งหมดเชื่อมกันด้วยขั้นบันไดกว่า 3,000 ขั้นนั้น ก็ทำให้ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เป็นที่เรียบร้อย  หลังจากการล่มสลายของชาวอินคา อารยธรรมแห่งนี้ก็ถูกลืมเป็นเวลาหลายร้อยปี จนกระทั่งมีการค้นพบอีกครั้งในปี ค.ศ. 1911 โดยนักโบราณคดีชาวอเมริกันที่มีชื่อว่า Hiram Bingham จึงเป็นที่รู้จักอีกครั้ง แต่การไปเยือนมาชูปิกชูก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี เพราะต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ด้วยเส้นทางขึ้นไปนั้นเป็นป่าเขา เมื่อไปถึงข้างบนอากาศยิ่งเบาบาง และจะต้องมีไกด์ท้องถิ่นนำทางเท่านั้น ทำให้ Virtual Tour ได้รับความนิยมไม่น้อยสำหรับสถานที่แห่งนี้ ลองเข้าไปสำรวจเรียกน้ำย่อยกันดูก่อน แล้วค่อยหาโอกาสไปเยือนที่จริงกันสักครั้ง   เที่ยวมาชูปิกชู https://fromcusco.com/spheres/mp/index.htm   อาร์ตทิพย์ Louvre Museum ช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมาในปารีส มีผู้คนจำนวนหนึ่งออกมาเรียกร้องกึ่งประท้วงเล็กๆ ให้ทางการทำสิ่งหนึ่งซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นฝรั่งเศสได้ดีมากๆ นั่นคือ “เปิดพิพิธภัณฑ์” ให้เข้าชมเสียที โดยพวกเขาให้เหตุผลว่า กำลังจะทนไม่ไหวแล้ว ไม่ได้ดูงานศิลปะมานานจนทนไม่ไหวแล้ว   ในความเป็นจริงแม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นหรือไม่ ลูฟวร์ ในฐานะพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่หล่อเลี้ยงโลกของศิลปะมายาวนาน ก็มีนโยบายปรับตัวให้เท่าทันโลก และมีการพัฒนาระบบ Virtual Tour ที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกอยู่แล้ว โดยในขณะนี้ได้มีการแบ่งออกเป็น Exhibition ต่างๆ ได้แก่ The Advent of the Artist, Power Plays, The Body in Movement และ Founding Myths: From Hercules to Darth Vader นอกจากนั้นยังใจดีออกฟีเจอร์ที่มีชื่อว่า Louvre Collections ที่รวบรวมผลงานศิลปะมาให้ชมกันแบบชัดๆ กว่า 480,000 ชิ้น เรียกว่าดูกันได้ทั้งปีไม่มีเบื่อกันเลยทีเดียว  เที่ยว Louvre Museum https://www.louvre.fr/en/online-tours ชม Louvre Collections https://collections.louvre.fr/en/  Klimt vs. Klimt ชื่อของ Gustav Klimt อาจไม่เป็นที่รู้จักมากเท่าผลงานของเขา จิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบรูปของคู่รักที่ยืนจูบกันท่ามกลางสีทองมลังเมลือง หรือ The Kiss ผลงานชิ้นเอกที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “โมนาลิซ่าแห่งออสเตรีย” นั้น ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่กรุงเวียนนา ในความครอบครองของหอศิลป์แห่งชาติของออสเตรีย   Gustav Klimt นั่นเริ่มต้นศึกษาศิลปะแบบคลาสสิก ทำให้มีทักษะในเชิงช่างสูง แต่ในเวลาต่อมาด้วยปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต จึงได้ปรับเปลี่ยนแนวทางของตัวเองไปมาก เขากลายเป็นศิลปินหัวก้าวหน้าที่ทำลายเส้นแบ่งระหว่าง งานวิจิตรศิลป์ กับ งานออกแบบตกแต่ง โดยเอกลักษณ์ที่สำคัญของเขาคือการใช้สีทองซึ่งแต่เดิมมักใช้กับงานศิลปะของชนชั้นสูง รวมไปถึงลวดลายประดับประดาและรายละเอียดในแบบศิลปะอาร์ตนูโวที่อลังการ นั่นจึงทำให้ Google Art & Culture ได้ทำการรวบรวมผลงานชิ้นสำคัญของเขาในหลายๆ ยุค มาจัดเป็นนิทรรศการออนไลน์ที่มีชื่อว่า Klimt vs. Klimt ลองไปหาคำตอบดูกันได้ว่า Gustav Klimt เป็นศิลปินหัวโบราณหรือหัวก้าวหน้า เป็นเฟมินิสต์หรือเสือผู้หญิง เป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่หรือช่างฝีมือธรรมดาคนหนึ่ง   ชมนิทรรศการ Klimt vs. Klimt https://artsandculture.google.com/pocketgallery/ เมืองทิพย์ Golden Gate Bridge สัญลักษณ์ของซานฟรานซิสโก สิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมที่เชื่อมระหว่างเขตปกครองมาริน รัฐแคลิฟอร์เนีย กับอ่าวซานฟรานซิสโกแห่งนี้ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1933 และเมื่อเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1937 ก็เป็นสะพานแขวนที่ยาวและสูงที่สุดในโลก และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกาในทันที หลังจากที่ก่อนหน้านี้ใครๆ ต่างก็พูดกันว่า “มันเป็นไปไม่ได้”   ช่องแคบ Golden Gate สถานที่ที่สะพานแห่งนี้ทอดข้ามไปนั้น มีที่มาจากสมัยช่วงต้นศตวรรษที่…
Editor
15 October 2021
DestinationLifestyle

Destination
5 ประเทศ ในบักเก็ตลิสต์ หลังโควิดต้องไปให้ได้

แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่สามารถไปเที่ยวต่างประเทศได้แบบปกติเหมือนเมื่อก่อน ด้วยความคิดถึงก็มีบ้างที่หยิบเอารูปทริปเก่าๆ ขึ้นมาดูแล้วนึกย้อนไปถึงโมเมนต์ที่ไม่ได้สัมผัสมานานเหล่านั้น จนเกือบจำไม่ได้ว่าเก็บพาสปอร์ตไว้ที่ไหน แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลายคนได้เริ่มที่จะวางแผนหรือคิดล่วงหน้ากันไว้บ้างแล้วว่าถ้าสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไร จุดหมายปลายทางที่จะต้องไปให้ได้นั้นจะเป็นที่ไหนบ้าง วันนี้ Power จึงอยากมาชวนคุยถึงประเทศยอดฮิตที่ใครหลายคนคิดถึง เพื่อเพิ่มดีกรีความ “อยากบิน” ให้มากขึ้นไปอีก และเมื่อวันนั้นมาถึง ไม่ว่าคุณตั้งใจจะไปเปิดประสบการณ์ในที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน หรือไปซ้ำที่เก่าที่เคยประทับใจมาแล้วก็ตาม ก็รับประกันได้ว่ามันจะเป็นความรู้สึกใหม่อันมีค่าที่พ่วงมาด้วยความสุขให้กับนักเดินทางเช่นคุณอย่างแน่นอน ญี่ปุ่น นี่คือประเทศจุดหมายปลายทางที่คนไทยรักอีกที่หนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะนอกจากจะอยู่ไม่ไกลจากประเทศไทย ใช้เวลาเดินทางไม่นานมากแล้ว เมื่อไม่กี่ปีมานี้รัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้ประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศให้กับคนไทยที่มีวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวและพำนักที่ประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วันอีกด้วย ทำให้ฝันของหลายๆ คนเป็นจริงได้ง่ายขึ้น ด้วยคนไทยนั้นได้รับวัฒนธรรมจากญี่ปุ่นจนผูกพันมาเป็นเวลายาวนาน โดยเฉพาะพ็อปคัลเจอร์ที่ถูกจริตบ้านเราอย่างเพลง การ์ตูน ของเล่น รวมไปถึงศิลปวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยโบราณอันเป็นเอกลักษณ์เลื่องชื่อมากมาย ความหลากหลาย ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แทบไม่ต้องหาก็พบเจอได้ที่นี่ พูดง่ายๆ ว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวสายไหน ญี่ปุ่นก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี สำหรับสายอาร์ตคุณจะต้องตื่นเต้นไปกับแทบจะเรียกได้ว่าเกือบทุกอย่างของที่นั่น ตั้งแต่ตึกรามบ้านช่อง สถาปัตยกรรม ป้าย ดีไซน์ต่างๆ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่จัดแสดงทั้งงานของญี่ปุ่นเองไปจนถึงงานระดับตำนานจากโลกตะวันตก ถ้าเป็นสายธรรมชาติญี่ปุ่นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวทุกแบบ ทั้งทะเล ภูเขา ไฮกิ้งเบาๆ ไปจนถึงตั้งแคมป์จริงจัง และแน่นอนสายกิน คุณจะต้องเตรียมกระเพาะเอาไว้ให้ดี เพราะอาหารญี่ปุ่นคือสวรรค์ของฟู้ดเลิฟเวอร์อย่างแท้จริง ใครที่เคยไปแล้วจะต้องเข้าใจดีว่าญี่ปุ่นนั้นไปเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ ส่วนคนที่ยังไม่เคยไปอาจจะปักหมุดที่โตเกียวไว้ก่อนก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว เพราะสะดวกสบาย การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะก็ทำได้ไม่ยาก หรือหากอยากจะไปเมืองไหนก็ลองหาข้อมูลล่วงหน้าเอาไว้รับรองว่าไม่ผิดหวัง จนอยากที่จะกลับไปอีกหลายๆ รอบอย่างแน่นอน เหมือนกับที่ป้าย Welcome to Japan ที่สนามบินนาริตะกล่าวต้อนรับเราทุกครั้งที่ไปถึง โดยมีภาษาญี่ปุ่นเขียนด้วยตัวอักษรฮิรางานะทางด้านข้างแปลได้ความว่า “ขอต้อนรับการกลับมาอีกครั้ง” นั่นเอง อิตาลี ไปต่อกันที่ฝั่งยุโรปกันบ้างกับประเทศที่ซ่อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไว้ในทุกซอกหลืบ อิตาลี จะทำให้คุณสัมผัสถึงความเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ในอดีตได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ไปถึง เต็มอิ่มไปกับศิลปกรรมตั้งแต่ยุคโรมันโบราณ ตื่นตาตื่นใจในความอลังการของสถาปัตยกรรมยุคกลางแบบโกทิก เรียนรู้อดีตอันเฟื่องฟูในฐานะศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองแห่งยุโรปสมัยเรเนซองซ์ ไปจนถึงหลงมนตร์เสน่ห์ธรรมชาติที่แสนงดงามของชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในส่วนของอาหารการกิน อิตาลีก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่คนทั่วโลกถามหา ซึ่งนอกจากพิซซ่าหรือพาสตาที่ขึ้นชื่อแล้ว ก็อย่าพลาดโอกาสที่จะลิ้มลองรสชาติของขนมอย่างทิรามิสุจากดินแดนต้นกำเนิด หรือไอศกรีมเจลาโตที่มีรูปลักษณ์และรสสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ ที่คนอิตาเลียนเองมักจะพูดเสมอๆ ว่า เจลาโตคือเจลาโต ไอศกรีมคือไอศกรีม อย่าได้เหมารวมกันเชียว นอกจากนั้น อิตาลียังมีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่าง โคลอสเซียม อดีตสนามกีฬาและลานประลองแห่งจักรวรรดิโรมัน อันเปี่ยมไปด้วยความงามและชั้นเชิงการก่อสร้างทางวิศวกรรมที่มาก่อนกาล หรือหอเอนปิซา หอสูงสีขาวตั้งตระหง่านท้าทายแรงโน้มถ่วงของโลก ที่ทั้งเก่าแก่ งดงาม และเป็นคำถามว่ามันจะไม่ล้มจริงๆ ใช่ไหม ตุรกี ดินแดนสองทวีปที่มีพื้นที่อยู่ทั้งในเอเชียและทวีปยุโรปแห่งนี้ ปัจจุบันได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากมายจนกลายเป็น 1 ใน 10 จุดหมายปลายทางชั้นนำของโลก ความน่าสนใจของตุรกีนั้น มีทั้งในด้านความหลากหลายทางภูมิประเทศ อันมีจุดเด่นจากการเคลื่อนไหวของเปลือกโลก อย่างเช่นที่ Pamukkale น้ำตกหินปูนที่งดงามราวกับภาพความฝัน ส่วนภูมิอากาศจะเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่มีครบถ้วนทุกฤดูให้เที่ยวได้ทั้งปี รวมไปถึงด้านวัฒนธรรมที่ผสมผสานจาก เติร์ก อนาโตเลีย และออตโตมัน ซึ่งยาวนานต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณเลยทีเดียว ด้วยความที่ตุรกีมีประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่หลายพันปีก่อนคริสตกาล ทำให้ประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นหลักแห่งนี้ ยังคงปรากฏให้เห็นถึงความเป็นคริสต์อยู่ไม่น้อย อย่าง Hagía Sophía ศาสนสถานอันยิ่งใหญ่ ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่เมื่อราว ค.ศ. 537 โบสถ์คริสต์ที่ใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิโรมันตะวันออกในเวลานั้น จนกระทั่งประมาณ 1,000 ปี ต่อมา เมื่อจักรวรรดิออตโตมันเรืองอำนาจจึงได้เปลี่ยนเป็นมัสยิด ด้วยเหตุนี้เองเราจึงสามารถเห็นร่องรอยที่สำคัญของทั้งสองศาสนาได้ตั้งแต่โครงสร้างภายนอกไปจนถึงรายละเอียดในการตกแต่งอันวิจิตรที่ข้ามกาลเวลามาจนปัจจุบัน ซึ่งในเชิงสุนทรียศาสตร์ เราอาจรู้จักกับคำว่า Beauty ที่สื่อถึงความงาม แต่กับ Hagía Sophía คุณจะได้สัมผัสกับสภาวะที่เรียกกันว่า Sublime หรือ “ความงามที่ยิ่งใหญ่กว่าความงาม” นั่นคือ การที่มนุษย์ได้เผชิญหน้ากับความยิ่งใหญ่บางอย่างที่มิอาจกลั่นกรองออกมาเป็นภาษาได้ ฝรั่งเศส สมมติว่าคุณกำลังทำข้อสอบแล้วรู้ว่าคำตอบที่ถูกต้องควรจะเป็นอะไร คุณจะตอบข้อนั้นไหม? หรือจะตัดสินใจไปตอบข้ออื่น เพียงเพราะว่าไม่อยากตอบเหมือนคนอื่น เช่นเดียวกัน…
Editor
14 October 2021
DestinationLifestyle

Destination
เที่ยวเมืองไทย ปลายฝนต้นหนาว

แม้ว่าโควิด-19 จะทำให้บรรยากาศของการท่องเที่ยวในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาซบเซาลงไปมาก แต่ล่าสุดด้วยสถานการณ์ในหลายๆ จังหวัดเริ่มฟื้นตัว ประกอบกับมาตรการคลายล็อกดาวน์ที่ทำให้การเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทำได้อย่างสะดวกมากขึ้น สถานที่ท่องเที่ยวที่หลายคนคิดถึงจึงได้ทยอยกลับมาเปิดให้บริการกันอีกครั้ง เรียกว่าทันปลายฝนต้นหนาวย่างเข้าเดือนตุลาคมพอดิบพอดี Power จึงมาแนะนำจุดหมายปลายทางสำหรับทริปต่อไป ให้คุณได้ออกไปสัมผัสอากาศเย็นสบายช่วงปลายปี กลับไปหาความสุขง่ายๆ ที่ห่างหายจากเราไปนาน อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน น่าน จังหวัดที่ขึ้นชื่อในเรื่องธรรมชาติอันสวยสงบ ซึ่ง “เชียงกลาง” อำเภอที่เล็กที่สุดในจังหวัด หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนที่หลายคนมองข้ามไป ด้วยความที่อยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดและถูกล้อมไปด้วยอำเภออื่นๆ ทุกทิศทาง ทำให้เชียงกลางกลายเป็นเพียงแค่ทางผ่านหรือจุดหมายที่ไปไม่ถึงไปโดยปริยาย และนั่นเองทำให้เสน่ห์อันน่าหลงใหลของที่แห่งนี้ คือความสงบเงียบไม่พลุกพล่าน วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน และธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ ความสวยงามของธรรมชาติที่เชียงกลาง โดยเฉพาะวิวทุ่งนาไกลลิบตาที่มีทิวเขาเป็นฉากหลังนับเป็นไฮไลต์ของที่นี่ ซึ่งถ้าไปเยือนในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ทุ่งนาในหน้าฝนกำลังเขียวขจีเต็มที่ เมฆหมอกในบรรยากาศชื้นๆ ช่างดูสดชื่นมีชีวิตชีวา หรือถ้าไปในช่วงปลายฝนต้นหนาวราวเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ที่อากาศกำลังเย็นสบาย ก็จะเจอกับรวงข้าวสุกสกาวสีทอง ยิ่งในยามบ่ายคล้อยที่ต้องกับแสงอาทิตย์ ถือเป็นความงามสั่งลาก่อนที่หลังจากนี้ไม่นานจะถูกเก็บเกี่ยวไปในช่วงปลายปีนั่นเอง *เนื่องจากจังหวัดน่านเป็นพื้นที่ควบคุม การเดินทางเข้าจังหวัดจำเป็นต้องแสดงหลักฐาน (เช่น หลักฐานการได้รับวัคซีน ผลตรวจแบบ RT-PCR หรือ ATK) ต่อเจ้าหน้าที่ในส่วนต่างๆ ทั้งเจ้าหน้าที่ด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ประจำชุมชน หรือพนักงานประจำที่พัก โดยระหว่างอยู่ในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจังหวัดน่าน โทร. 0 5471 6399 อ่างเก็บน้ำวังบอน จังหวัดนครนายก สำหรับสายแคมปิ้งที่ต้องการการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำวังบอน เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจ แถมยังไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก โดยอ่างเก็บน้ำฯ ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ซึ่งอยู่ในเขตรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพราะฉะนั้นถึงแม้จะอยู่รอบนอกของพื้นที่อุทยานฯ แต่รับประกันว่าความสมบูรณ์ของธรรมชาตินั้นไม่แพ้กันเลย ด้วยความที่อ่างเก็บน้ำฯ ไม่มีรถประจำทางผ่าน รวมถึงไม่มีห้องพักหรู มีเพียงสถานที่ให้กางเต็นท์ ห้องอาบน้ำ (มีบริการห้องสุขาสำหรับผู้พิการ) และร้านค้าเล็กๆ อำนวยความสะดวกเท่านั้น ทำให้ที่นี่เหมาะกับคนที่รักความสงบ ทำกับข้าวรับประทานง่ายๆ แล้วหย่อนใจไปกับธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศของภูเขาที่โอบล้อมผืนน้ำ อีกทั้งธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์บริเวณนั้น ทำให้สามารถสนุกไปกับกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ เช่น เดินป่า ดูนก พายเรือแคนูชมความงามของน้ำตกวังบอน รวมไปถึงโรยตัวจากหน้าผาจริงที่มีถึง 4 แห่งผ่านสายน้ำตก 5 แห่งอีกด้วย โดยกิจกรรมอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ติดต่อทางเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามข้อมูลล่วงหน้า การไปพักที่อ่างเก็บน้ำวังบอน สามารถไปกันเป็นกลุ่ม ทำกิจกรรมสนุกสนานกับเพื่อนๆ หรือจะไปพักผ่อนแบบเงียบๆ ก็ได้ เพราะไม่ว่าอย่างไรคุณก็จะได้สัมผัสกับความร่มรื่นของแมกไม้ ได้ยินเสียงน้ำตกแว่วดัง และตื่นมาพบกับอากาศบริสุทธิ์สดชื่น พร้อมเติมพลังชีวิตให้เต็มอีกครั้งอย่างแน่นอน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก เว็บไซต์ http://www.tat8.com/ *เนื่องจากจังหวัดนครนายกเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การเดินทางเข้าจังหวัดจำเป็นต้องแสดงหลักฐาน (เช่น หลักฐานการได้รับวัคซีน ผลตรวจแบบ RT-PCR หรือ ATK) ต่อเจ้าหน้าที่ในส่วนต่างๆ ทั้งเจ้าหน้าที่ด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ประจำชุมชน หรือพนักงานประจำที่พัก โดยระหว่างอยู่ในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจังหวัดนครนายก โทร. 0 3731 4575 จุดชมวิวเขาบ่อเตย จังหวัดจันทบุรี จันทบุรี จุดหมายปลายทางไม่ใกล้ไม่ไกลใช้เวลาขับรถประมาณ 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ จังหวัดที่มีครบทุกอารมณ์ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ ทะเล ภูเขา น้ำตก ร้านกาแฟ คาเฟ่ รวมไปถึงร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย และอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนที่ห้ามพลาดก็คือ จุดชมวิวเขาบ่อเตย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นที่ที่คุณจะได้ชมแสงสุดท้ายของวันได้สวยงามที่สุดในเมืองจันทบุรี จุดชมวิวเขาบ่อเตย อยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน…
Editor
7 October 2021
DestinationLifestyle

Destination
ดื่มด่ำไปกับมนตร์เสน่ห์แห่งภูเก็ต
จุดหมายปลายทางที่ไม่เคยจางไปจากความทรงจำ

การเดินทางครั้งใหม่ของนักล่าแรงบันดาลใจได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งท้องทะเลที่งดงามกว่าเคย พร้อมสูดกลิ่นอายอารยธรรมผ่านกาลเวลาที่ “ภูเก็ต” จุดหมายปลายทางที่รวบรวมคลื่นลมแห่งความสุข ชายหาดแห่งความทรงจำ กับประสบการณ์ที่จะทำให้คุณหลงรักอีกครั้ง เพราะเสน่ห์ของการเดินทางไม่มีคำว่าสิ้นสุด พาเที่ยว 3 หาดภูเก็ตไม่ต้องออกเกาะ! หลงเสน่ห์อันเรียบง่ายในแบบส่วนตัวที่ “หาดยะนุ้ย” หาดยะนุ้ย เป็นหาดเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบเชียบบนเส้นทางระหว่างแหลมพรหมเทพกับหาดในหาน หลายปีก่อนอาจยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก ผิดกับในเวลานี้ที่ใครๆ ต่างก็พากันหลงรักในความสงบเรียบง่าย และเต็มไปด้วยเสน่ห์ในแบบธรรมชาติสรรค์สร้าง ความโค้งสวยของชายหาด เมื่อมาผนวกเข้ากับน้ำทะเลสีฟ้าคราม และเม็ดทรายเนื้อละเอียดนุ่มละมุนเท้า เลือกรองรับผู้คนแบบบางตา จึงให้บรรยากาศนั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งความเป็นส่วนตัว เพียงแค่ได้นอนอาบแดดอ่านหนังสือเล่มโปรด หรือทำกิจกรรมยามว่างสำหรับครอบครัว ก็ทำให้หาดยะนุ้ยกลายเป็นหาดสวรรค์ได้ไม่ยาก การเดินทาง เดินทางโดยใช้เส้นทางแหลมพรหมเทพ ขับรถลงเขาไปประมาณ 2 กิโลเมตร มีบริการจอดรถฟรีบริเวณริมหาด แนะนำให้แวะเที่ยวหาดยะนุ้ยในช่วงเย็น เพื่อพายเรือคายักออกไปชมแสงสุดท้ายของวัน รับรองได้เลยว่า ภาพของพระอาทิตย์สีส้มดวงกลมโตที่ค่อยๆ หย่อนตัวลงสู่ผิวน้ำกลางทะเล จะเป็นซีนสุดประทับใจที่คุณไม่อาจลืมเลือน ปลดปล่อยอะดรีนาลีนไปกับกิจกรรมสุดมันส์ที่ “หาดป่าตอง” หาดป่าตอง เป็นหาดในดวงใจของผู้คนที่รักในแสงสีเสียงและกิจกรรมทางน้ำ ด้วยลักษณะชายหาดโค้งรูปตัว U ยาวประมาณ 9 กิโลเมตร ที่มีแนวภูเขาคั่นหัวและท้ายหาด จึงช่วยบังคลื่นลมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งน้ำทะเลสีเขียวสดใสยังเหมาะมากสำหรับการเล่นน้ำและทำกิจกรรมทางทะเล ไม่ว่าจะเป็น เจ็ตสกี พาราชูต สปีดโบต เรือใบ และอื่นๆ นอกจากนั้นยังเรียงรายไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหาร ทำให้เหล่านักเดินทางจากทั่วสารทิศต่างพร้อมใจกันมาเยือนไม่ได้ขาด จึงไม่น่าแปลกใจที่หาดป่าตองจะเป็นหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของภูเก็ต การเดินทาง หาดป่าตองอยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 15 กิโลเมตร เดินทางโดยใช้ถนนวิชิตสงคราม 4020 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนน 4029 จากนั้นเลี้ยวเข้าถนน 4233 ซึ่งเป็นถนนเลียบหาดป่าตอง จอดรถได้สะดวกสบายตลอดแนว หรือหากอยากเหมาเรือหางยาวไปเที่ยวหาดใกล้ๆ ก็พร้อมอำนวยความสะดวกได้อย่างครบครัน จุดเล่นเซิร์ฟอันน่าหลงใหลที่ “หาดกะตะ” หาดกะตะ เป็นหาดเล็กๆ อยู่ทางภูเก็ตตอนใต้ พื้นที่ชายหาดยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว และมีเกาะปูเป็นสัญลักษณ์อยู่ทางด้านหน้า หาดกะตะจะแบ่งออกเป็น 2 หาดคือ กะตะใหญ่ และ กะตะน้อย อยู่ห่างกันประมาณ 500 เมตร โดยมีแหลมหินคั่นกลาง เมื่อพูดถึงหาดกะตะโดยทั่วไปจะหมายถึงหาดกะตะใหญ่ หาดกะตะนั้นเป็นที่เลื่องลือในแง่งามความใสของน้ำทะเล มีแนวปะการังสวยยาวต่อเนื่องไปจนถึงเกาะปู และคลื่นลมพอเหมาะพอดีที่จะเปลี่ยนหาดแห่งนี้ให้เป็นเกาะสวรรค์ของผู้ที่รักการดำน้ำและเล่นเซิร์ฟ การเดินทาง จากตัวเมืองภูเก็ตใช้ถนน 4021 มาทางทิศใต้ เลี้ยวขวาที่วงเวียนเข้าถนน 4028 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยโคกโตนด ก่อนจะเลี้ยวขวาสั้นๆ เข้าถนนกะตะ และเลี้ยวซ้ายอีกครั้งเข้าซอยปากปางเลียบหาดกะตะ จอดรถได้สะดวกสบายตลอดแนว ชมแสงสุดท้ายที่ดีที่สุดที่ “แหลมกระทิง” แหลมกระทิง เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกสุดอันซีนอีกแห่งหนึ่งของภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต โดดเด่นด้วยก้อนหินไฮไลต์ที่มีลักษณะคล้ายเรือใบยอดแหลมชี้ขึ้นฟ้ายื่นออกไปทางทะเล สัญลักษณ์ของแหลมกระทิงที่ใครมาเห็นเป็นต้องถ่ายภาพ แม้ว่าการเดินทางจะค่อนข้างลำบาก แต่สุดท้ายแล้วเราจะได้ดื่มด่ำไปกับความสวยแบบลืมเหนื่อย เมื่อยามที่ได้นั่งรอชมพระอาทิตย์ตกน้ำบนลานหิน ได้ชมวิวทะเลแบบ 360 องศา วิวทุ่งหญ้าริมหน้าผา รับลมทะเลเย็นๆ ที่พัดผ่าน ได้ปล่อยใจปล่อยกาย คลอเคล้าไปกับเสียงกดชัตเตอร์ถ่ายภาพและผู้คน ก็ให้บรรยากาศที่อบอุ่นดีอยู่ไม่น้อย การเดินทาง เดินทางได้ 2 เส้นทางคือ จากบ้านกระทิง รีสอร์ต สามารถจอดรถได้ทั้งภายในและภายนอกรีสอร์ต จากนั้นเดินเลียบกำแพงรีสอร์ต ลัดเลาะชายหาดสลับโขดหินระยะทางประมาณ 800 เมตร (มีค่าผ่านทาง) และอีกหนึ่งเส้นทางคือ จากลานจอดรถผาหินดำ เส้นทางนี้นั่งรถโฟร์วีลไดรฟ์ไปยังจุดเดินเท้า จากนั้นเดินต่อประมาณ 20 นาที ระยะทางประมาณ 300…
Editor
9 July 2021
DestinationLifestyle

Destination
เที่ยวสายลุยสไตล์แอดเวนเจอร์
กระตุ้นหัวใจให้กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง

การท่องเที่ยว ไม่ว่าแบบไหนก็ช่วยเติมหัวใจของนักเดินทางให้เต็มได้ทั้งนั้น ยิ่งในวันที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ในวันที่สถานการณ์รอบข้างไม่ค่อยเป็นใจ ออกไปมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ สักหน่อยก็ดีเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงชอบที่จะพาตัวเองไปเผชิญหน้ากับความท้าทายและประสบการณ์แปลกใหม่จากการท่องเที่ยวสไตล์แอดเวนเจอร์ สมบุกสมบันไปกับธรรมชาติและกิจกรรมผจญภัยต่างๆ และวันนี้ Power จะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเอาใจขาลุยให้ทดไว้ในใจกันก่อน โอกาสเหมาะเจาะเมื่อไรเก็บกระเป๋าออกไปลุยกันได้เลย ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก ล่องแก่ง กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัยประจำหน้าฝนของเหล่านักท่องเที่ยวสายลุยผู้หลงใหลในความท้าทายที่มาพร้อมกับความชุ่มฉ่ำ และอีกหนึ่งสายน้ำที่พลาดไม่ได้ก็คือลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งได้รับการขนานนามว่าแล่นเรือยางล่องแก่งได้สนุกติดอันดับ 1 ใน 5 ของไทยเลยทีเดียว ลำน้ำเข็กเป็นลำน้ำขนาดกลาง มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ช่วงที่เหมาะสมกับการล่องแก่งมีระยะทางรวม 8 กิโลเมตร ใช้เวลาในการล่องแก่งประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้าไม่ใช่หน้าฝนลำน้ำเข็กจะใสสะอาดสามารถลงไปเล่นได้ ทว่าในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมเช่นนี้ ปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้น ไหลเชี่ยว มีระดับความรุนแรงแตะถึงระดับ 4 – 5 เหมาะแก่การล่องแก่งเป็นอย่างยิ่ง โดยระดับความแรงของกระแสน้ำจะเริ่มที่ระดับ 1 – 2 ก่อน ที่จุดปล่อยตัวบริเวณน้ำตกแก่งซอง จากนั้นจึงค่อยๆ ไล่ระดับไปถึง 3 – 4 หรือ 5 ก่อนที่จะลดดีกรีลงมาให้หายใจหายคอในช่วงท้าย ตลอดเส้นทางจะได้พบกับแก่งต่างระดับ คดเคี้ยวต่างๆ กันถึง 18 แก่ง เรียกว่าเก็บครบทุกรสชาติได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ข้อดีอีกอย่างของที่นี่คือลำน้ำอยู่ไม่ไกลจากถนน ไม่ต้องบุกป่าฝ่าดงแบกเรือเข้าไป การเตรียมตัวจึงไม่ยุ่งยากมาก เพียงแต่เตรียมความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ สวมอุปกรณ์ป้องกัน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำเรืออย่างเคร่งครัด สอบถามสภาพลำน้ำกับทางเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพิษณุโลก ที่ โทร. 0 5525 2742 – 43 ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำปาด อากาศเย็นสบายตลอดปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 27 องศาเซลเซียส และเส้นทางขึ้นภูที่นี่ติด 1 ใน 5 ของเส้นทางพิชิตยอดเขาที่ยากที่สุดในเมืองไทย เมื่อออกสตาร์ตจากที่ทำการอุทยานไม่นานก็จะพบกับความงดงามของน้ำตกภูสอยดาว น้ำตกขนาดกลางที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อสุดไพเราะว่า ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ ต่อด้วยน้ำตกสายทิพย์ น้ำตกขนาดเล็ก มี 7 ชั้น สภาพป่าโดยรอบน้ำตกมีความชุ่มชื้นมาก จึงมีมอสส์สีเขียวงามตาปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ และเมื่อผ่านด่านน้ำตกและเนินวัดใจต่างๆ ไปได้ก็จะพบกับลานสนสามใบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ลานสนสามใบตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,633 เมตร สภาพพื้นที่เป็นเป็นป่าสนสามใบเนินสูงต่ำสลับกันไป อุดมสมบูรณ์ด้วยดอกไม้ป่ามากมายหลายชนิดขึ้นเป็นทิวสวยงามผลัดกันออกดอกหมุนเวียนไปตามช่วงฤดูกาล ที่ขึ้นชื่อมากคือ ดอกหงอนนาคสีม่วงอ่อน ที่ออกดอกในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน การเดินทางไปเที่ยวรวมถึงกางเต็นท์นอนที่ลานฯ ต้องเดินทางเท้าขึ้นไปเป็นระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 4 – 6 ชั่วโมง อาจจะไกลหน่อยแต่วิวพระอาทิตย์ตกสุดสวยรอคุณอยู่ที่นั่น ในขณะที่ยามค่ำคืนท้องฟ้าก็ดารดาษด้วยแสงดาวราวกับจะสอยมาได้จริงๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนจองเข้าอุทยานฯ ล่วงหน้าได้ที่ โทร. 095 629 9528 หรือ https://www.facebook.com/phusoidao07/ Hanuman World Zipline จังหวัดภูเก็ต สำหรับสายแอดเวนเจอร์ขาลุย ต้องไม่พลาดกับกิจกรรมที่อาศัยความกล้าที่กำลังมาแรงอย่าง Zipline เด็ดขาด โดย Zipline…
Editor
25 June 2021
DestinationLifestyle

Destination
ท่องไปในกาลเวลา
เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ผ่านหน้าจอ

ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่องสำหรับกระแส “เที่ยวทิพย์” ในช่วงที่การเดินทางออกไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้สะดวกเช่นนี้ การอยู่กับบ้านแม้จะฟังดูน่าเบื่อ แต่มันมีส่วนสำคัญในการช่วยหยุดยั้งการแพร่กระจายของโรคระบาดได้ โชคยังดีที่ความก้าวหน้าของโลกทุกวันนี้ ยังพอมีช่องทางให้เราเที่ยวผ่านหน้าจอพอแก้เหงาได้ไม่ยาก จริงอยู่ที่การเที่ยวเสมือนจริงอาจทำให้เสน่ห์บางอย่างหล่นหายไป ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สายลม แสงแดด หรือแม้แต่ความเป็นไปของบรรดาผู้คนในสถานที่นั้นๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสียไปทั้งหมด เพราะหลายครั้งการที่เราต้องเผชิญกับอุณหภูมิเกินต้าน ฝนที่เทลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ทำให้การถ่ายรูปสวยๆ กลายเป็นเรื่องยาก รวมไปถึงข้อจำกัดของการเข้าชมหลายๆ อย่าง วันนี้ Power จึงจะมาชวนทุกคนไปออกทริปย้อนเวลา ผ่านทางเว็บไซต์อุทยานประวัติศาสตร์เสมือนจริง (Virtual Historical Park) ที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราว ประวัติความเป็นมา ข้อมูลเชิงลึกต่างๆ พร้อมคำบรรยาย 5 ภาษาให้ได้ศึกษากันอย่างเต็มอิ่ม ในรูปแบบเสมือนจริงกับภาพ 360 องศา ที่รับรองว่าไม่สามารถสัมผัสได้จากที่ไหนนอกจากทางหน้าจอของคุณเองเท่านั้น อุทยานประวัติศาสตร์ หมายถึง บริเวณสถานที่ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี มีองค์ประกอบสำคัญหลักๆ ได้แก่ สถาปัตยกรรม ซากโบราณสถาน สภาพแวดล้อมของโบราณสถาน ตลอดจนการผสมผสานกันระหว่างการก่อสร้างของมนุษย์กับธรรมชาติแวดล้อม โดยจะต้องมีการผสมผสานกันอย่างกลมกลืน และสามารถที่จะรักษาสภาพอันเป็นของแท้และดั้งเดิมนั้นไว้ได้ ปัจจุบันประเทศไทยมีอุทยานประวัติศาสตร์ในการดูแลของกรมศิลปากรทั้งสิ้น 11 แห่งทั่วประเทศ  โดยล่าสุดกรมศิลปากรได้ประกาศจัดตั้งปราสาทสด๊กก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว ขึ้นเป็นอุทยานประวัติศาสตร์แห่งใหม่ แห่งที่ 11 เมื่อปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา และจาก 11 แห่ง มีอุทยานฯ 4 แห่ง ที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ที่เราจะไปทำความรู้จักกันในวันนี้ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัย ราชธานีเก่าซึ่งมีอำนาจอยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18–19 แห่งนี้ มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยม กำแพงเมืองกว้างประมาณ 1,600 เมตร ยาวประมาณ 1,800 เมตร มีโบราณสถานสำคัญตั้งอยู่กลางเมืองและกระจายตัวทั่วทั้งเมือง นอกจากนี้ยังพบโบราณสถานน้อยใหญ่กระจายอยู่ทั่วไปภายนอกกำแพงเมืองทั้งสี่ทิศรวมแล้วมากกว่า 200 แห่งอีกด้วย โบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ มณฑปวัดศรีชุม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปมารวิชัยขนาดใหญ่อันงดงามอ่อนช้อยตามพุทธศิลป์แบบสุโขทัย วัดมหาธาตุ วัดหลวงและสุสานหลวงประจำเมือง ประกอบด้วยเจดีย์ประธาน วิหาร มณฑป โบสถ์ และเจดีย์รายจำนวนมากถึง 200 องค์ วัดช้างล้อม ตั้งอยู่นอกกำแพงเมือง สถานที่พบศิลาจารึกหลักที่ 106 อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย อีกหนึ่งอุทยานประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสุโขทัยแห่งนี้ เป็นแหล่งค้นพบทางโบราณคดีสำคัญถึงการเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่มีการอาศัยต่อเนื่องและพัฒนามาเป็นชุมชนร่วมสมัยทวารวดี ต่อมาได้มีการย้ายศูนย์กลางของเมืองมาทางด้านทิศเหนือ และเรียกชื่อเมืองว่า “ศรีสัชนาลัย” โดยดำรงสถานะเป็นเมืองลูกหลวงที่มีความสำคัญควบคู่กันมากับเมืองสุโขทัยนั่นเอง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏ แสดงให้เห็นถึงผลงานทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น นับเป็นตัวแทนของศิลปกรรมไทยยุคแรก และเป็นต้นกำเนิดของการสร้างประเทศ โบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ วัดเจดีย์เจ็ดแถว ภายในวัดมีเจดีย์ทรงต่างๆ มากถึง 33 องค์ วางตัวอย่างเป็นระเบียบแบบแผนตามคติจักรวาล สันนิษฐานได้ว่าเป็นสุสานหลวง หรือสถานที่บรรจุอัฐิของพระบรมวงศานุวงศ์ในราชวงศ์สุโขทัย วัดนางพญา กับวิหารประธานที่มีผิวปูนฉาบประดับลายปูนปั้น อันเป็นแรงบันดาลใจให้ช่างฝีมือท้องถิ่นนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นลวดลายเครื่องประดับเงินและทองที่รู้จักกันในนาม “ทองโบราณศรีสัชนาลัย” วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง (วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียงหรือวัดพระปรางค์) ปรางค์ประธานขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน ด้านหน้าองค์ปรางค์มีวิหาร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ถัดไปทางด้านขวามีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลาที่มีลักษณะอ่อนช้อยงดงามมาก จนนักประวัติศาสตร์ศิลปะยกย่องให้เป็นมาสเตอร์พีซเทียบเท่าประติมากรรมของ Donatello ศิลปินแห่งยุค Renaissance เลยทีเดียว อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรุงศรีอยุธยา อดีตราชธานีอันยิ่งใหญ่ที่มีอายุยืนยาวถึง 417 ปี มีโบราณสถานมากมาย ทั้งพระราชวังโบราณ…
Editor
14 May 2021
DestinationLifestyle

Destination
Family Trip เที่ยวคูลๆ ในวันครอบครัว

เมษายนอาจจะถือได้ว่าเป็นเดือนแห่งการพักผ่อน ด้วยความที่มีวันหยุดติดกันหลายวัน หลายคนจึงเลือกที่จะจัดทริปไปเที่ยวไกลๆ ในขณะที่อีกหลายคนก็ใช้โอกาสนี้ในการกลับไปเยี่ยมบ้าน ทำให้พ่อ แม่ พี่ น้อง และญาติๆ ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในเดือนที่ร้อนที่สุดของปี ว่าแล้วก็ต้องหากิจกรรมคลายร้อนกันสักหน่อย อย่างในวันที่ 13 เมษายน นอกจากจะเป็นวันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ของไทยแล้ว ก็ยังเป็นวันผู้สูงอายุอีกด้วย เด็กๆ หลังจากสนุกสนานกับการเล่นน้ำก็จะมารดน้ำขอพรผู้ใหญ่กัน พอวันรุ่งขึ้น 14 เมษายน ก็เป็นวันครอบครัวต่อเนื่องกันมา ทำให้ทั้งครอบครัวนิยมพากันไปหาของกินอร่อยๆ ไปเที่ยวตามที่ต่างๆ Power เลยจะมาแนะนำจุดหมายปลายทางสำหรับทริปครอบครัว ตลอดจนกิจกรรมที่น่าสนใจที่จะช่วยลดดีกรีความร้อนของเดือนเมษาฯ ลง ให้เหลือแค่ “อบอุ่น” กำลังดี สิริมหรรณพ กรุงเทพมหานคร ห้องอาหารและบาร์ที่ลอยโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ สร้างขึ้นโดยมี “เรือทูลกระหม่อม” เรือใบสามเสาคล้ายเรือสําเภาซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศเป็นต้นแบบ โดยถือเป็นเรือประวัติศาสตร์ที่ทำหน้าที่เชื่อมสยามกับโลกตะวันตก ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชดําริเรื่องการเปิดการค้าเสรี การทำสนธิสัญญาเบาว์ริง และการเดินเรือกับอังกฤษ กระทั่งในเวลาต่อมาเมื่อถึงคราวจำเป็น เรือทูลกระหม่อมก็ได้เปลี่ยนหน้าที่จากเรือสินค้าไปเป็นเรือรบประจำการป้องกันปากน้ำเจ้าพระยา ก่อนจะถูกปลดระวางในฐานะเรือรบใช้ใบลําสุดท้ายของกองทัพเรือ สิริมหรรณพ พร้อมพาคุณและครอบครัวไปสัมผัสกับประสบการณ์พิเศษ ด้วยอาหารและเครื่องดื่มมากมายทั้งไทยและยุโรป ท่ามกลางบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ณ ท่าเรือของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ท่าเรือขนส่งระหว่างประเทศแห่งแรก อดีตย่านอุตสาหกรรมที่ยังคงความมีชีวิตชีวาไม่เสื่อมคลาย โดยไฮไลต์อยู่ที่บริเวณชั้นดาดฟ้าของเรือ (Upper Deck) ที่รายล้อมไปด้วยทัศนียภาพธรรมชาติอันงดงามและความฉ่ำเย็นของสายน้ำแห่งแผ่นดิน สถาปัตยกรรมสะพานแบบอสมมาตรที่สูงเป็นอันดับ 5 ของโลกของสะพานพระราม 3 ตลอดจนเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตริมฝั่งเจ้าพระยา พอถึงกลางคืนก็ได้เวลาเปลี่ยนบรรยากาศไปสู่การดื่มด่ำแสงไฟแห่งกรุงเทพมหานคร ที่ส่องสว่างตัดกับท้องฟ้าและผืนน้ำอันมืดมิด การเดินทางสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสเชื่อมต่อสถานีสะพานตากสิน ทางออก 2 แล้วต่อ Shuttle Boat ของโครงการ (ให้บริการเวลา 16.00 น. - 23.30 น.) หรือเรือด่วนเจ้าพระยาธงสีส้ม ลงที่ท่าเรือวัดราชสิงขร จากนั้นเดินต่อมาทางถนนเจริญกรุงอีกประมาณ 500 เมตร สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถส่วนตัวก็มีที่จอดรถบริการอำนวยความสะดวก เนื่องด้วยดาดฟ้าของเรือสิริมหรรณพสามารถรองรับได้ประมาณ 100 คน ฉะนั้นควรทำการจองก่อนล่วงหน้า โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทำการจองได้ที่ โทรศัพท์ 0 2059 5999 เว็บไซต์ https://www.asiatiquethailand.com/th/home และ เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/sirimahannop/ สงกรานต์ไทยรามัญ นนทบุรี วันสงกรานต์ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทยรามัญเช่นเดียวกัน โดยจะมีการทำบุญ รักษาศีล และเฉลิมฉลองต้อนรับศกใหม่อย่างยิ่งใหญ่ อย่างงานประจำปีที่เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จะมีการทำบุญสำคัญ 3 วันด้วยกัน เริ่มตั้งแต่วันก่อนสงกรานต์กับประเพณีส่งขนมกะละแม ซึ่งจะต้องเตรียมการล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นขนมที่ต้องใช้เวลาและแรงงานค่อนข้างมากในการทำ ต่อมาในวันสงกรานต์ ชาวบ้านจะเตรียมข้าวแช่ หรือ เปิงด้าจก์ อาหารขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของชาวไทยรามัญ เอกลักษณ์ประจำหน้าร้อนที่ขาดไม่ได้ ไปทำบุญที่วัด โดยในระหว่างวันก็จะมีกิจกรรมต่างๆ เช่น ก่อเจดีย์ทราย การละเล่นสะบ้า สรงน้ำพระ ให้ได้สนุกสนานกัน พอหลังวันสงกรานต์ ก็จะมีการแห่น้ำหวานมาบรรจุขวดไปถวายพระตามวัดต่างๆ อย่างยิ่งใหญ่ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด สงกรานต์ของชาวไทยรามัญนั้นก็ยังคงเสน่ห์เอาไว้ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย การไปสัมผัสวัฒนธรรมแท้ๆ ถึงเกาะเกร็ดนั้น เรียกได้ว่าเป็นทริปที่เหมาะสำหรับครอบครัวในวันหยุดนี้เป็นอย่างยิ่ง ทุกคนจะได้ชิมอาหารคาวหวานขึ้นชื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวแช่ กาละแม ข้าวเหนียวแดงหรือข้าวเหนียวแก้ว ได้ทำบุญสรงน้ำพระให้เย็นไปถึงใจ รวมไปถึงได้เที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวเกาะเกร็ดในบรรยากาศแห่งความคึกคักของวันขึ้นปีใหม่ที่ทำให้คลายร้อนลงไปได้เยอะเลย กุหลาบขาวบาน บนลานร่องกล้า พิษณุโลก อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อำเภอนครไทย…
Editor
12 April 2021
DestinationLifestyle

Destination
พาเที่ยวเทศกาลตรุษจีน
พักผ่อนหย่อนใจ ไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคล

ตรุษจีน หรือเทศกาลขึ้นปีใหม่ของชาวจีนนั้น เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานผ่านกาลเวลานับพันปี ตามธรรมเนียมโบราณจะมีพิธีกรรมที่ปฏิบัติเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเวลานี้หลายวันด้วยกัน แต่ที่คนไทยเรารู้จักกันเป็นอย่างดีก็คือ ‘วันจ่าย’ วันที่ไปจับจ่ายซื้อข้าวของเครื่องใช้ในเทศกาล ซึ่งจะเริ่มก่อนวันตรุษจีน 2 วัน ถัดมาเป็น ‘วันไหว้’ ถือเป็นวันส่งท้ายปีที่ครอบครัวจะกลับมารวมตัวกันพร้อมหน้า รับประทานอาหารร่วมกัน รวมไปถึงกิจกรรมที่หลายคนรอคอยอย่างการแจกอั่งเปาหรือแต๊ะเอีย จนกระทั่งเมื่อวันใหม่ใกล้เข้ามา ชาวจีนจะนิยมอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเพื่อรอรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่จะมาถึงในวันขึ้นปีใหม่ หรือ ‘วันเที่ยว’ นั่นเอง วันเที่ยว เป็นวันที่ทุกคนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีมงคล เดินสายไปสวัสดีปีใหม่ญาติผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลังจากนั้นก็พากันตระเวนไหว้พระทำบุญ ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจตามสถานที่ต่างๆ โดยวันตรุษจีนปีนี้ ตรงกับวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ หลายคนแพลนเที่ยวล่วงหน้าไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่มีไอเดียก็ไม่เป็นไร เพราะ Power จะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เดินทางไปไม่ยาก ให้ได้เลือกสัมผัสบรรยากาศและกลิ่นอายแบบจีนในวันหยุดที่จะถึงนี้ วัดมังกรกมลาวาส กรุงเทพมหานคร วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวัดจีนที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ชาวไทยเชื้อสายจีนตลอดจนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมไปสักการะขอพรกันตลอดทั้งปีโดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องสะเดาะเคราะห์ปีชง เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานของ ไท่ส่วยเอี๊ย เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา ไฉ่สิ่งเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ และเทพเจ้าตามความเชื่ออื่นๆ อีกหลายองค์ แม้ว่าวัดมังกรกมลาวาสจะดูแคบ ทว่าด้านในนั้นกว้างขวางกว่าที่เห็นจากทางเข้าพอสมควร นอกจากพื้นที่ที่โปร่งสบายแล้ว เรื่องผังโครงสร้างและสถาปัตยกรรมก็ยังงดงามตามคติแบบวัดหลวงของจีนอีกด้วย เมื่อเข้าไปจะพบกับวิหารท้าวจตุโลกบาล เทพเจ้าที่คอยปกปักษ์รักษาคุ้มครองทิศทั้งสี่ ถัดไปเป็นพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานของวัดด้วยกัน 3 องค์ ได้แก่ พระโคตมพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธะ และพระไภษัชยคุรุพุทธะ พร้อมด้วย 18 อรหันต์ จากนั้นบริเวณด้านข้างและด้านหลังจะเป็นส่วนของพระวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณที่ผสมผสานศิลปะทั้งแบบไทยและจีนให้ศึกษาและชื่นชมอีกมากมาย การเดินทางไปยังวัดมังกรกมลาวาสสามารถใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมังกร ทางออกหมายเลข 3 จากนั้นเดินต่ออีกไม่ไกล ในขณะที่การเดินทางด้วยรถส่วนตัวอาจจะต้องใช้บริการที่จอดรถในบริเวณใกล้เคียงอย่างอาคารพิชัยญาติ วัดคณิกาผล หรือมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Wat.Mangkonkamalawat.Temple ล้ง 1919 กรุงเทพมหานคร สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่เดิมเป็นท่าเรือของพระยาพิศาลศุภผล (ชื่น) ต้นตระกูลพิศาลบุตร ลูกหลานของชาวจีนโพ้นทะเลที่ได้มาอาศัยร่มพระบรมโพธิสมภารตั้งรกรากบนแผ่นดินสยาม โดยสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2393 มีชื่อว่า “ฮวยจุ่งล้ง” ซึ่งมีความหมายว่า ท่าเรือกลไฟ เนื่องจากเป็นจุดรับส่งสินค้าทางเรือทั้งจากมลายู สิงคโปร์ และจีน ต่อมารับช่วงต่อโดยตระกูลหวั่งหลี ซึ่งได้ทำการปรับพื้นที่ให้กลายเป็นโกดังเก็บสินค้า อาคารสำนักงาน และที่พักอาศัย โดยมีศาลเจ้าแม่หม่าโจ้วประดิษฐานเคียงคู่ตั้งแต่แรกเริ่มมาจนถึงปัจจุบัน ปลายปี พ.ศ. 2559 ตระกูลหวั่งหลีมีโครงการสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสุนทรียศาสตร์แบบจีน จึงได้ทำการปรับปรุงพื้นที่ บูรณะส่วนต่างๆ ทั้งบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นโกดังสินค้า อาคารไม้เก่าแก่ ตลอดจนภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณ ด้วยวิธีการดั้งเดิมเพื่อคงไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมให้ได้มากที่สุด จากนั้นจึงเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนที่ฟื้นคืน ราวกับอัญมณีที่ตื่นขึ้นจากการหลับไหลอันยาวนานอีกครั้ง ล้ง 1919 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 – 20.00 น. โดยนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับสถาปัตยกรรมแบบจีนดั้งเดิมศิลปะสมัยรัชกาลที่ 3 พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ความสัมพันธ์ไทย-จีน แกลเลอรีแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย ร้านอาหาร มุมพักผ่อนหย่อนใจให้ถ่ายรูปเก๋ๆ รวมไปถึงการได้สักการะศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว พร้อมทั้งไฉ่สิ่งเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 3 ปาง ตัวแทนสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของคน 3 วัย วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ และวัยชรา อีกด้วย การเดินทางมายัง ล้ง 1919 สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีกรุงธนบุรี…
Editor
5 February 2021
DestinationLifestyle

Destination
เพลิดเพลินไปกับวิวนอกหน้าต่างจากทั่วโลก

การกักตัวในสถานการณ์โควิด-19 ยังคงดำเนินต่อไป หลายคนกลับมา Work From Home และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับบ้านอีกครั้ง แม้จะปรับตัวได้มากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความน่าเบื่อมันช่างน่าเบื่อจริงๆ นั่นจึงทำให้ Sonali Ranjit และ Vaishnav Balasubramaniam คู่สามีภรรยาครีเอทีฟของบริษัทเอเจนซี่แห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ผุดไอเดียสุดสร้างสรรค์ หลีกหนีความจำเจของวิวนอกหน้าต่างอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของตัวเอง ทำให้ความรู้สึกในแต่ละวันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป Sonali Ranjit และ Vaishnav Balasubramaniam ได้สร้างสถานที่หนึ่งบนอินเทอร์เน็ต ที่สามารถมองผ่านหน้าต่างของคนอื่นๆ ในโลกได้ โดยหวังจะช่วยลดความหดหู่ที่เกิดขึ้นระหว่างล็อกดาวน์ เพราะต้องยอมรับว่าอีกสักพักเลยกว่าที่จะสามารถออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ แล้วตื่นเช้าขึ้นมาเจอวิวนอกหน้าต่างใหม่ๆ ได้ และเมื่อทั้งคู่แชร์ไอเดียนี้ออกไป ต่างก็มีคนแปลกหน้ามากมายจากทั่วโลก หยิบยื่นวิวจากหน้าต่างบ้านตัวเองนำมาแลกเปลี่ยนกับคนอื่นๆ ช่วยเยียวยาความรู้สึกของผู้คน ก่อนที่จะมีโอกาสได้ออกไปสำรวจโลกอันน่าตื่นตาตื่นใจใบนี้อีกครั้งมาร่วมสัมผัสความรู้สึกแปลกใหม่ของบานหน้าต่างสุดสร้างสรรค์นี้ ได้ที่ www.window-swap.com/ ที่ที่จะทำให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศทั้งภาพและเสียงของธรรมชาติ เมือง ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนในแบบต่างๆ ใครจะคิดว่าเมื่อถึงวันหนึ่ง การจราจรคับคั่งในนิวยอร์ก ผู้คนที่จอแจในมุมไบ ฝนปรอยในลอนดอน หรือแม้แต่ทะเลทรายในแอริโซนา จะน่าดูชมและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาถึงเพียงนี้คุณเองก็สามารถแบ่งปันวิวหน้าต่างของตัวเองได้เช่นกัน เพียงตั้งกล้องถ่ายวิดีโอวิวนอกหน้าต่างบ้านของคุณในแนวนอน ที่ความละเอียดสูง ความยาว 10 นาที ระวังอย่าให้กล้องขยับมากเกินไป และที่สำคัญขอให้ติดส่วนใดส่วนหนึ่งของบานหน้าต่างเข้าไปด้วย ตั้งชื่อวิดีโอเป็นชื่อต้นของคุณก็เพียงพอแล้ว พร้อมระบุว่าจากที่ไหนในโลก จากนั้นก็กดอัปโหลดได้เลย แล้วคุณจะพบว่าวิวหน้าต่างที่อาจเคยน่าเบื่อบานนั้น ก็สามารถช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจที่กำลังห่อเหี่ยวของคุณได้  อย่างที่คุณอาจไม่เคยคิดมาก่อนขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.window-swap.com
Editor
21 January 2021
DestinationLifestyle

Destination
สักการะพระบรมสารีริกธาตุทั่วไทย
ไหว้พระขอพรรับปีใหม่เสริมสิริมงคล

เมื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะชาวพุทธมักจะพากันไปไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตกันตั้งแต่ต้นปี ด้วยเชื่อว่าการเริ่มต้นด้วยสิ่งดีๆ จะทำให้ตลอดทั้งปีนั้นมีแต่ความราบรื่น สุขกายสบายใจ และหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต่างให้ความศรัทธา ด้วยมีบทบาททางสังคมและวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ “พระบรมสารีริกธาตุ” ในพระธาตุเจดีย์ ที่ประดิษฐานอยู่ตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศนั่นเอง Power จึงขอหยิบยกบางส่วนมาให้นักเดินทางสายบุญได้ทำความรู้จักและปักหมุดไว้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตในปีใหม่นี้ พระบรมสารีริกธาตุ หรือ กระดูกของพระพุทธเจ้า ถือเป็นวัตถุวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่อย่างสำคัญในทุกๆ ดินแดนที่นับถือพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นดั่งตัวแทนทางด้านกายภาพของพระพุทธเจ้า ประเทศไทยเองก็มีเรื่องเล่าขาน ตำนาน และความเชื่อ เกี่ยวกับพระบรมสารีริกธาตุที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และถึงแม้ว่าจะมีสถานะเป็นสิ่งสูงค่าที่ต้องเก็บรักษาอย่างดี แต่ก็สามารถหาโอกาสไปทำการสักการะได้ไม่ยาก เนื่องจากส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ในพระธาตุเจดีย์ของวัดต่างๆ พร้อมเปิดรับผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวเสมอ ซึ่งนอกจากจะได้อิ่มอกอิ่มใจจากการกราบไหว้สักการะ ได้ร่วมทำบุญทำกุศลต่างๆ กับทางวัดแล้ว ยังได้เรียนรู้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะอันงดงาม อีกทั้งยังเพลิดเพลินไปกับสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย พระธาตุช่อแฮ วัดพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ ปูชนียสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่มาตั้งแต่สมัยโบราณ มีตำนานเล่าขานที่กล่าวถึงการสร้างพระธาตุต่างกันไป โดยหลักฐานที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดนั้นเกี่ยวข้องกับพระราชพงศาวดารว่าด้วยกรุงสุโขทัย ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1879 – 1881 ตั้งแต่สมัยที่ พระมหาธรรมราชา (ลิไท) ยังเป็นพระมหาอุปราชครองเมืองศรีสัชนาลัย พระองค์โปรดให้สร้างสถานที่สำคัญทางศาสนาต่างๆ ตามที่ปรากฏในพุทธประวัติ เมืองแพร่เป็นหนึ่งในนั้น โดยได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุแก่ขุนลัวะอ้ายก้อม ทรงมอบหมายให้หาสถานที่สร้างพระธาตุแล้วนำไปบรรจุไว้ นับตั้งแต่นั้นจึงกลายเป็นธรรมเนียมที่เจ้าครองเมืองแพร่จะต้องให้ความสำคัญกับพระธาตุและบูรณปฏิสังขรณ์ให้งดงามเรื่อยมา พระธาตุช่อแฮ มีความหมายว่า เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและประดับบูชาด้วยผ้าแพรอย่างดี โดยทุกๆ ปีจะมีประเพณีการไหว้พระธาตุ งานจะเริ่มขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 เหนือ เดือน 4 ใต้ (ตรงกับเดือนมีนาคม)  ถือเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัด เชื่อกันว่า อานิสงส์ของการนำผ้าแพรสามสีไปถวาย จะทำให้ชีวิตมีพลังคุ้มครองป้องกันศัตรู พลังบารมีจะดลบันดาลให้มีชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนั้นตามคติความเชื่อของชาวล้านนา พระธาตุช่อแฮ ยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีขาลอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่นๆ – ศูนย์การเรียนรู้ผ้าจกเมืองลองและการย้อมสีธรรมชาติ / พิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุถิ่นแถนหลวง / พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้าน โรงเรียนสองพิทยาคม / แพะเมืองผี / แก่งเสือเต้น อุทยานแห่งชาติแม่ยม พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม “อุรังคนิทาน” ตำนานที่บอกเล่าเรื่องราวการสร้างพระธาตุต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยได้กล่าวไว้ว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าและพระอานนท์ได้เสด็จมายังบริเวณแม่น้ำโขงตามพุทธประเพณี ซึ่งในเวลาต่อมาบริเวณดังกล่าวได้เกิดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง โดยระหว่างนั้นพระองค์ได้โปรดรับสั่งไว้ล่วงหน้าว่า หลังจากเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว เหล่าพระอรหันต์จะนำเอาพระอุรังคธาตุ หรือ กระดูกหน้าอก มาประดิษฐานไว้ที่ “ภูกำพร้า” ริมแม่น้ำโขง  อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุพนมในปัจจุบันนี้ เพื่อให้เหล่าเทวดาและชาวเมืองทั้งหลายได้กระทำการสักการบูชาเป็นมงคลสูงสุดของชีวิตสืบไป พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีวอก ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดแห่งเดียวตามคติความเชื่อของชาวล้านนาที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินที่ราบสูงของไทย และยังเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์อีกด้วย เนื่องมาจากพระพุทธเจ้าทรงประกาศว่า ทั่วบริเวณนี้จะเป็นที่สืบทอดพระพุทธศาสนา โดยมีพื้นที่ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้น เหมือนกับที่วันอาทิตย์เป็นวันเริ่มต้นของสัปดาห์นั่นเอง นอกจากนั้น มีความเชื่อสืบต่อกันว่า หากใครมานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือได้ว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” อันมีอานิสงส์ผลบุญเสริมมงคลเพิ่มพูนบารมีให้ผู้คนเคารพนับถือ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตยิ่งนัก โดยเทศกาลนมัสการพระธาตุนั้นจะจัดขึ้นตั้งแต่วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ในปีนี้ ตรงกับวันที่ 21 – 29 มกราคม 2564 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่นๆ – หาดแห่ ทะเลอีสาน / ต้นไม้ยักษ์…
Editor
5 January 2021