DestinationLifestyle

DESTINATION
World Tourism Day 2022
ฉลองวันท่องเที่ยวโลก
ออกไปเที่ยวโลกกันให้หายอยาก

วันที่ 27 กันยายน ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น World Tourism Day หรือ วันท่องเที่ยวโลก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 1980 โดยองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญของการท่องเที่ยวนั่นเอง หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายลง การเดินทางท่องเที่ยวที่ทุกคนรอคอยก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเทรนด์หนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่น้อยก็คือ “Revenge Travel” พูดง่ายๆ ว่า เที่ยวโหดเหมือนโกรธโควิด ซึ่งเป็นความรู้สึกอัดอั้นหลังจากที่อุดอู้มานาน โดยคอนเซปต์หลักๆ ก็คือการออกไปเที่ยวไกลๆ เที่ยวยากๆ เที่ยวนานๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยด้วย และวันนี้ Power ร่วมฉลองวันท่องเที่ยวโลกด้วยหลากหลายสถานที่ท่องเที่ยวสุดฟินในโลก ให้คุณออกได้ไปเที่ยวโลกกันให้หายอยาก KOTOR – Montenegro มอนเตเนโกร ประเทศเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ที่หลายคนมองข้าม มอนเตเนโกรมีภูมิประเทศอันงดงามอลังการ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมที่ชวนค้นหาและน่าสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง โดยหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ Kotor เมืองที่มีบทบาทสำคัญมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมันโบราณ โดยเมืองเก่าอันเลื่องชื่อแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกในฐานะส่วนหนึ่งของเขตธรรมชาติและประวัติศาสตร์-วัฒนธรรมแห่ง Kotor และงานป้องกันของสาธารณรัฐเวนิสระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 16–17: สตาโตดาแตร์รา–สตาโตดามาร์ตะวันตก การเดินชมเมืองจึงเต็มไปด้วยเสน่ห์และกลิ่นอายศิลปะแบบเวเนเชียนสลับกับธรรมชาติอันตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะวิวจากมุมสูงที่สามารถเห็นเมืองทั้งเมืองและอ่าว Kotor ที่เบื้องล่างนั่น CEARÁ – Brazil อีกหนึ่งเดสทิเนชันด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของบราซิล Ceará เป็นรัฐที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มีชื่อเสียงเรื่องชายหาดที่กว้างขวางตลอดความยาวเกือบ 600 กิโลเมตรที่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก โดยนอกจากความเงียบสงบและความสมบูรณ์ทางธรรมชาติแล้ว ลักษณะอันโดดเด่นของชายหาดที่นี่ คือ เนินทรายขนาดใหญ่ที่ให้อารมณ์คล้ายกับทะเลทรายอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งนักท่องเที่ยวก็นิยมที่จะมาเล่น Sandboarding เดินสำรวจธรรมชาติ ชมความงามของเนินทรายที่บรรจบกับน้ำทะเลสวยแปลกตา หรือจะนั่งชมพระอาทิตย์เพียงเท่านี้ก็ฟินอย่าบอกใคร CAÑO CRISTALES – Colombia โคลอมเบีย ดินแดนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งป่าดิบชื้น ที่ราบสูง ทุ่งหญ้า และทะเลทราย มีแนวชายฝั่งและเกาะต่างๆ ทั้งในมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิก จึงไม่น่าแปลกใจที่ปัจจัยเหล่านี้ก่อให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์อย่าง Caño Cristales หรือที่รู้จักกันในชื่อ แม่น้ำห้าสี อันประกอบไปด้วยสีหลักๆ ได้แก่ สีเหลือง สีเขียว สีฟ้า สีดำ และสีแดง ซึ่งเป็นสีของพืชใต้น้ำนานาพันธุ์ ด้วยความที่ Caño Cristales อยู่บริเวณรอยต่อของเทือกเขาแอนดีสและป่าแอมะซอน ประกอบกับเป็นแม่น้ำที่น้ำใสแจ๋วไม่มีดินและสัตว์น้ำเลย ทำให้สามารถมองเห็นความงดงามของสีสันได้อย่างชัดเจน แน่นอนว่าความงามเช่นนี้การเดินทางเข้าไปจึงไม่ง่ายนัก แต่ก็นับว่าคุ้มค่าหายเหนื่อย GREAT BARRIER REEF – Australia ด้วยเพราะมีความสำคัญทางธรรมชาติและทางวิทยาศาสตร์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิวัฒนาการทั้งทางธรณีวิทยาและชีววิทยา เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามยิ่ง ตลอดจนเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์และพันธุ์พืชหายาก ทำให้ Great Barrier Reef พืดหินปะการังที่ยาวที่สุดในโลกกว่า 2,000 กิโลเมตร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกตั้งแต่ปี 1981 Great Barrier Reef ประกอบไปด้วยแนวปะการังน้อยใหญ่ราว 3,000 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 345,000 ตารางกิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย ถือเป็นโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต แน่นอนว่าสามารถมองเห็นได้จากอวกาศ ในปัจจุบันการท่องเที่ยวต้องเป็นไปในเชิงอนุรักษ์อย่างเต็มที่ ทำให้การนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมความมหัศจรรย์จากด้านบน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการรบกวนให้ได้มากที่สุดเป็นวิธีที่น่าสนใจไม่น้อย M'ZAB VALLEY – Algeria แอลจีเรีย อีกหนึ่งประเทศทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ที่แม้หลายคนจะไม่คุ้นเคยแต่รับรองได้ว่าจะต้องเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจไม่แพ้ทริปไหนๆ และจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาดหากได้ไปเยือนก็คือ M'Zab Valley…
Editor
27 September 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
พาเที่ยวเวียดนาม 3 วัน 2 คืน

เวียดนาม ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมประจำภูมิภาคอาเซียนอยู่เสมอ ด้วยภูมิประเทศที่ทอดยาวตั้งแต่ทางเหนือที่ติดกับประเทศจีน ทางทิศตะวันตกติดกับประเทศลาวและประเทศกัมพูชา ในขณะที่ทางทิศตะวันออกไล่ลงมาถึงทางใต้เป็นอ่าวตังเกี๋ย ทะเลจีนใต้ และอ่าวไทย ทำให้เวียดนามนั้นมีความหลากหลายทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม สภาพอากาศ ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยงทางธรรมชาติครบทุกอารมณ์ แน่นอนว่าจะต้องใช้เวลาไม่น้อยถึงจะเก็บครบทุกเดสทิเนชันของความเป็นเวียดนาม แต่ความโชคดีอีกอย่างก็คือการเดินทางไปเวียดนามนั้นไม่ยาก บินตรงไป-กลับไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง เรียกได้ว่าสามารถใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ไปได้เลย วันนี้ Power จึงมาแนะนำ Route เที่ยวเวียดนามสั้นๆ 3 วัน 2 คืน ที่เน้นใช้เวลากับพื้นที่ตรงนั้นรวมถึงบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับเวียดนามในอารมณ์อุ่นๆ แบบสบายใจไม่เร่งรีบนั่นเอง HOI AN / DA NANG / HUE เส้นทางแรกเราเริ่มกันที่บริเวณตอนกลางของประเทศเวียดนาม “ฮอยอัน” อดีตเมืองท่าริมฝั่งทะเลจีนใต้ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนมาเป็นเวลายาวนานหลายร้อยปี และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฮอยอันผสมผสานไปด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลายดังที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านสถาปัตยกรรมในเมือง กระทั่งได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อ พ.ศ. 2542 อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ที่ฮอยอันนั้นมีสีมัสตาร์ดน่าถ่ายรูป ที่สำคัญอย่าได้พลาดแลนด์มาร์กอย่างสะพานญี่ปุ่นอายุกว่า 400 ปี อันเป็นเอกลักษณ์ของเมือง ถัดขึ้นไปทางเหนืออีกหน่อย “ดานัง” อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเวียดนาม กับไฮไลต์อย่าง Bana Hills หมู่บ้านสไตล์ฝรั่งเศสบนเขา ที่ความสูง 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อากาศจึงเย็นสบาย พร้อมกับวิวของภูเขาและทะเลอันสวยงาม ในอดีตที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนของชาวฝรั่งเศส จึงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นที่พัก รีสอร์ต ร้านอาหาร และแน่นอนมีมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย และสำหรับสายอาร์ตต้องไม่พลาดไปเยือน “เว้” เมืองหลวงเก่าของเวียดนามในสมัยราชวงศ์เหงียน พื้นที่ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่ง ไฮไลต์คือ สุสานจักรพรรดิไคดิงห์ ที่ใช้เวลาสร้างยาวนานถึง 11 ปี มีรูปแบบผสมผสานระหว่างศิลปะแบบตะวันตกอันหลากหลายทั้งบาโรก โกทิก นีโอคลาสสิก เข้ากับแนวทางแบบตะวันออกโดยเฉพาะจีน อันเห็นได้จากรูปมังกร รวมไปถึงประติมากรรมรูปทหารที่เรียงรายอยู่มากมายนั่นเอง HANOI / HA LONG “ฮานอย” เมืองหลวงของประเทศเวียดนาม นครเก่าแก่อายุกว่าพันปีที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งวิถีชีวิต และถึงแม้ว่าความเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ จะทำให้ฮานอยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แต่ท่ามกลางบรรยากาศเร่งรีบของเมืองหลวงก็ยังมีสถานที่เงียบสงบที่ใช้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจได้เป็นอย่างดี นั่นคือ ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม ที่มีความหมายว่า “คืนดาบ” เนื่องจากมีตำนานเล่าว่า จักรพรรดิเล เหล่ย ได้ใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ในการขับไล่ชาวจีนที่รุกราน และได้คืนดาบเล่มนั้นให้กับตะพาบตัวหนึ่งลงสู่ใต้น้ำนั่นเอง ภายในบริเวณทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยมนอกจากจะเป็นสวนสาธารณะอันร่มรื่นแล้ว ยังเต็มไปด้วยมุมสวยงามให้ถ่ายรูปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหอคอยโบราณโผล่ขึ้นพ้นน้ำที่สร้างขึ้นในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18 หรือสะพานเทฮุกสีแดงสดเชื่อมไปสู่วัดหง็อกเซิน หนึ่งในแลนด์มาร์กของฮานอยที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ไปเยือนทางเหนือของเวียดนามทั้งทีก็ต้องไม่พลาดอ่าวที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่าง “ฮาลองเบย์” อีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโก ฮาลองเบย์ หรือ อ่าวมังกร มีเกาะหินปูนจำนวน 1,969 เกาะ โผล่พ้นขึ้นมาจากผิวน้ำทะเล กิจกรรมที่แนะนำคือการนั่งกระเช้าลอยฟ้าชมวิวแบบ 360 องศา และ การล่องเรือท่ามกลางเกาะแก่งชมความงดงามของหินงอกหินย้อยภายในถ้ำ ตลอดจนพายเรือคายักสัมผัสวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ให้ธรรมชาติช่วยเติมพลังให้เต็มอิ่ม DA LAT เมืองสวรรค์กลางหุบเขาทางภาคใต้ของเวียดนาม “ด่าหลัต” ถูกสร้างขึ้นโดยชาวฝรั่งเศสเมื่อกว่า 100 ปีก่อน ได้รับสมญานามว่าปารีสตะวันออก ด้วยตั้งอยู่บนเขาที่มีอากาศเย็นตลอดปี มีพืชเมืองหนาวนานาชนิด ครบครันไปด้วยที่พัก โรงแรม รีสอร์ต รวมไปถึงธรรมชาติอันงดงาม โดยเฉพาะน้ำตกฟงกัว (Pongour Waterfall) อันเลื่องชื่อ ด้วยขนาดและความสูงทำให้สายน้ำของที่นี่รุนแรง เสียงดัง และทรงพลังเป็นอย่างมาก การเดินทางลงมายังน้ำตกถือว่าสะดวกสบาย สามารถเก็บภาพความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติมุมใกล้-ไกลได้ตลอดทาง*กรุณาตรวจสอบวัน-เวลาเปิดให้บริการ และมาตรการทางด้านสาธารณสุขอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม…
Editor
16 September 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
รวมฮิตจุดเช็กอินที่มาเลเซีย

“มาเลเซีย” ประเทศเพื่อนบ้านทางภาคใต้ของไทย ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวครบทุกอารมณ์ การเดินทางก็สะดวกสบาย มีลองวีกเอนด์ 3 – 4 วันก็ไปเที่ยวได้ชิลๆ โดยเฉพาะ กัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงและเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ จุดหมายปลายทางที่ใครหลายคนหลงเสน่ห์ในความหลากหลายทางวัฒนธรรม อาหารการกิน รวมไปถึงสถานที่เช็กอินเก๋ๆ มากมาย ซึ่ง Power ก็ไม่พลาดที่จะมาแนะนำจุดเช็กอินยอดฮิตให้คุณได้ปักหมุดรอทริปมาเลเซียกันได้เลย PETRONAS TWIN TOWERS “ตึกแฝดเปโตรนาส” ตั้งอยู่บริเวณใจกลางย่านธุรกิจของกัวลาลัมเปอร์ ได้ชื่อว่าเป็นอาคารแฝดที่สูงที่สุดในโลกด้วยความสูง 451.9 เมตร อีกทั้งยังมี Skybridge สะพานเชื่อมสองตึกเข้าด้วยกันที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งคุณสามารถขึ้นไปชมวิวจากตรงนั้นได้อีกด้วย อาคารทั้ง 88 ชั้น โดดเด่นด้วยโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมและการตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและแรงบันดาลใจจากเสาหินทั้ง 5 ของศาสนาอิสลามอัตลักษณ์สำคัญของชาติไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะมาตอนกลางวันหรือกลางคืนก็รับรองว่าจะต้องตื่นตะลึงกับความงดงามอันเป็นสัญลักษณ์ของกัวลาลัมเปอร์แห่งนี้อย่างแน่นอน PUTRAJAYA ปูตราจายา เมืองใหม่ของประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่ห่างจากกัวลาลัมเปอร์ไปทางใต้เพียงนั่งรถประมาณ 20 นาที เมืองนี้มีการพัฒนาขึ้นในช่วงยุค 90s เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางราชการแห่งใหม่ เนื่องจากกัวลาลัมเปอร์นั้นแออัดจนเกินไปจากปัญหาการเจริญเติบโตที่รวดเร็วนั่นเอง ในวันนี้นอกจากปูตราจายาจะเป็นที่ตั้งของฝ่ายบริหารอย่างสมบูรณ์แล้ว ก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เพียบพร้อมไปด้วยระบบสาธารณูปโภคชั้นดี มีทะเลสาบ สวนสาธารณะ ละลานตาไปด้วยอาคารสวยๆ ให้คุณเพลิดเพลินไปกับซิตี้สเคปได้อย่างจุใจ ไฮไลต์อย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือ Putra Mosque มัสยิดสไตล์เปอร์เซียบนแหลมปูตราจายาที่สีชมพูของตัวอาคารตัดกับสีฟ้าของน้ำและท้องฟ้าสวยอย่าบอกใคร BATU CAVES ถ้ำบาตู ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกัวลาลัมเปอร์ประมาณ 14 กิโลเมตร เขาหินปูนที่ภายในมีถ้ำและเป็นที่ประดิษฐานของเทวาลัย ศาสนาสถานสำคัญของชาวอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูในประเทศมาเลเซีย เดิมทีถ้ำบาตูเป็นถ้ำธรรมชาติ กระทั่งพ่อค้าชาวทมิฬสังเกตเห็นบริเวณปากถ้ำว่ามีลักษณะคล้ายกับหอก อาวุธโบราณที่มีความสัมพันธ์กับพระขันธกุมาร เทพเจ้าแห่งการสงครามในศาสนาฮินดู จึงสร้างเทวาลัยบูชาพระขันธกุมารขึ้นในปี 1890 การไปเยือนถ้ำบาตูจะต้องเดินขึ้นบันได 272 ขั้นขึ้นไป แม้จะไม่ง่ายนักแต่ก็มีผู้ศรัทธาจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลกันไปขอพรเรื่องลูกและสุขภาพ โดยเฉพาะช่วงเทศกาล Thaipusam ตามความเชื่อของชาวฮินดู ไฮไลต์สำคัญได้แก่ประติมากรรมพระขันธกุมารขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก สูงถึง 43 เมตร สีทองอร่าม ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณทางขึ้นบันไดอย่างยิ่งใหญ่อลังการ SULTAN ABDUL SAMAD BUILDING อาคารสุลต่านอับดุลซาหมัด สร้างขึ้นตั้งแต่ราวปลายศตวรรษที่ 19 เพื่อใช้เป็นที่ทำการของหน่วยงานราชการของอังกฤษในช่วงเวลานั้น แรกเริ่มได้รับการออกแบบในสไตล์นีโอคลาสสิกโดย A.C. Norman สถาปนิกชาวอังกฤษ แต่ภายหนังถูกปรับเปลี่ยน ผสมผสานไปด้วยสถาปัตยกรรมอินโด-ซาราเซนิก โมกุล และมัวร์ ปัจจุบันอาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของศาลสูงและศาลฎีกา โดดเด่นด้วยหอคอยทั้งสามที่มียอดโดมอะลูมิเนียมเคลือบทองแดง อิฐสีน้ำตาลแดงที่ใช้ในการก่อสร้างตัวอาคารเป็นจำนวนหลายล้านก้อน และหอนาฬิกาสูง 41 เมตร สัญลักษณ์ของเมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “บิ๊กเบนแห่งมาเลเซีย”*กรุณาตรวจสอบวัน-เวลาเปิดให้บริการ และมาตรการทางด้านสาธารณสุขอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป การเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย ยกเลิกระบบ Test & Go แล้ว ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวทำได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมพบกับ KING POWER CLICK & COLLECT บริการพิเศษจาก คิง เพาเวอร์ ที่ช่วยให้ช้อปสินค้า ดิวตี้ ฟรี กับ คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ รับของง่ายขึ้นที่สนามบินทั้งขาเข้า-ขาออก รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก #LoveTravellers #PowerTravellers #ชวนไทยเที่ยวโลกชวนโลกเที่ยวไทย #ชวนไทยเที่ยวโลก #KingPower
Editor
2 September 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
เติมเต็มไลฟ์สไตล์คนเมือง
เส้นทางขี่จักรยานที่เหล่านักปั่นต้องไปลอง

ไม่ว่าจะลุยเดี่ยว ลุยคู่ หรือไปกันเป็นหมู่คณะก็สนุก นอกจากนี้การปั่นจักรยานยังเป็นกิจกรรมสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ใครที่ตั้งท่าจะเริ่มออกกำลังกายมานานแต่ก็ยังไม่ได้เริ่มเสียที ลองเริ่มด้วยการปั่นจักรยานก็ไม่เลว เริ่มต้นจากรูทเบาๆ ไม่ต้องวิบากอะไรมากมาย ดูวิวไปชิลๆ เพลินๆ กับ 3 เส้นทางที่เราคัดมาฝากนักปั่นทั้งมือโปรและป้ายแดง สนามเจริญสุขมงคลจิต 1 ใน 5 เส้นทางปั่นจักรยานในสนามบินที่ดีที่สุดในโลก จากรายงานของ CNN Travel สนามเจริญสุขมงคลจิต หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า HAPPY AND HEALTHY BIKE LANE เปิดให้บริการในปี 2557 เป็นความร่วมมือกันระหว่าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่ต้องการสนับสนุนให้ทุกคนสนใจออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน นี่คือสนามปั่นจักรยานที่นักปั่นจักรยานทุกคนฝันถึงอย่างแท้จริง เพราะนอกจากระยะทางกว่า 23.5 กม. มาตรฐานระดับโลก และพื้นผิวพิเศษที่ทำให้จักรยานยืดเกาะพื้นผิวได้ดีแล้ว ยังมีการแบ่งลู่ปั่นสำหรับการปั่นแต่ละประเภท “ลู่ปั่นฟ้า” 2 ช่องทางด้านซ้าย สำหรับนักปั่นมือใหม่ที่เริ่มหัดปั่นหรือต้องการปั่นออกกำลังกายสบายๆ “ลู่ปั่นม่วง” ทางด่วนสำหรับมืออาชีพที่ต้องการปั่นเร็ว นักปั่นสายแข็งผู้มีประสบการ์ณสูง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุการเฉี่ยวชนหรือเกี่ยวกันล้ม และ “ลู่ปั่นเล็กและลู่วิ่งระยะทาง 1.5 กิโลเมตร” ลู่วิ่งสีน้ำตาลแดงขนานไปกับลู่ปั่นฟ้า สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการปั่นระยะทางไกล สำหรับในส่วนของการรักษาความปลอดภัย ที่นี่ก็มีกล้องวงจรปิด หน่วยพยาบาลที่คอยให้บริการอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงระบบไฟฟ้าแสงสว่าง มีเสาไฟโซลาร์เซลล์ส่องสว่างตลอดเส้นทาง จึงมั่นใจได้แม้มาปั่นตอนกลางคืน เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 - 21.00 น. พิกัด https://g.page/hhblbikelane?share รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก สวนรถไฟ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ เพียง 700 เมตร จาก MRT พหลโยธิน สวนรถไฟหรือสวนวชิรเบญจทัศ เดิมเคยใช้เป็นสนามกอล์ฟรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีเนื้อที่กว่า 375 ไร่ สร้างขึ้นตามมติของคณะรัฐมนตรีในช่วงเวลานั้น ที่มีมติให้สร้างสวนสาธารณะขึ้นในส่วนของพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางในการพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายของประชาชนทั่วไป สวนรถไฟแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนที่เอาไว้นั่งเล่น เดินเล่นสบายๆ มีสนามเด็กเล่น มีจุดออกกำลังกาย ในส่วนนี้ไม่สามารถปั่นจักรยานเข้าไปได้ เพื่อความปลอดภัยจะต้องจูง ในขณะที่เลนจักรยานโดยเฉพาะ จะอยู่รอบๆ สวน ซึ่งทางสวนฯ จะมีบริการให้เช่าจักรยานสำหรับขี่ มีให้เลือกหลายแบบ ไม่จำกัดเวลา แต่จะต้องคืนจักรยานภายในวันที่ยืม สวนรถไฟยังมีโซนที่น่าสนใจให้ชมและทำกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ สวนนันทนาการชุมชนสวนรถไฟ ค่ายพักแรม สวนป่าใหญ่ในเมือง ศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพ) และศูนย์อาหาร เป็นต้น นอกจากความร่มรื่นเขียวขจีแล้ว ภายในสวนรถไฟยังมีประติมากรรมหลากหลายขนาดและรูปแบบให้ชมและถ่ายภาพอีกด้วย พิกัด https://goo.gl/maps/LMJayaYkw7QsXuFx6 รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก สวนป่าเบญจกิติ จากโรงงานยาสูบสู่สวนสาธารณะใจกลางกรุงเทพฯ สวนป่าเบญจกิติถือเป็นโครงการสวนสาธารณะระยะต่อเนื่องจากสวนเบญจกิติที่ยึดแนวคิดของ “สวนน้ำ” ซึ่งเปิดใช้อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2547 ในขณะที่สวนป่าเบญจกิติยึดแนวคิดของ “สวนป่า” โดยกรมธนารักษ์ได้จัดสร้างสวนป่า ระยะที่ 1 แล้วเสร็จเมื่อปี 2559 จากนั้นได้จัดสร้างสวนป่า ระยะที่ 2 และ 3 เสร็จสมบูรณ์ในปี 2565 สวนป่าเบญจกิติ ได้รับการออกแบบให้ใช้พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่สำหรับสร้างระบบนิเวศเลียนแบบธรรมชาติที่สมบูรณ์ อาศัยความชุ่มชื้นจากแหล่งน้ำธรรมชาติหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ในสวน…
Editor
18 August 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
พาแม่ไหว้พระขอพร
วัดไหนดีวัดไหนดังต้องไม่พลาด

วันแม่ปีนี้ ถ้าลูกๆ กำลังมองหาทริปพาแม่เที่ยวให้สมกับที่เป็นวันหยุดยาว 3 วัน ศุกร์-อาทิตย์ Power ก็มีตัวเลือกดีๆ มาฝากคุณแม่สายบุญให้ได้ไปเที่ยวไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคล อิ่มบุญ อิ่มใจ ที่สำคัญยังได้ใช้เวลากับครอบครัว จะมีวัดไหนที่น่าไป เดินทางสะดวก แถมไม่ไกลจากกรุงเทพฯ บ้างมาดูกัน วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา ที่นิยมเรียกกันจนติดปากว่า วัดหลวงพ่อโสธร แห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวแปดริ้วและผู้คนทั่วสารทิศมาตั้งแต่อดีต โดยองค์หลวงพ่อนั้นเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร สร้างขึ้นตามแบบศิลปะล้านช้าง กล่าวกันว่าพระพุทธรูปองค์นี้ลอยน้ำมาและมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดโสธรวรารามวรวิหารตั้งแต่ปี พ.ศ. 2313 ซึ่งพระพุทธรูปของจริงนั้นหล่อด้วยสำริด มีพุทธศิลป์งดงามมาก แต่ทางวัดเกรงว่าจะมีผู้คนมาลักขโมยไปจึงได้นำปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้ ผู้คนนิยมมากราบไหว้ ขอพรให้ประสบความสำเร็จในเรื่องการค้าขาย สุขภาพ และโชคลาภ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก วัดจุฬามณี จังหวัดสมุทรสงคราม วัดจุฬามณีเดิมมีชื่อเรียกว่า วัดแม่เจ้าทิพย์ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2172 – 2190 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง วัดโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งคลองอัมพวา ภายในวัดประดิษฐานองค์ท่านพ่อท้าวเวสสุวรรณ ที่ผู้คนนิยมมาสักการบูชา เสริมดวง และเช่าวัตถุมงคลไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งยังมีอุโบสถจตุรมุขหินอ่อนที่มีความสวยงาม ปูพื้นด้วยหินหยกสีเขียวจากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน ภายในประดิษฐานพระประธานบนฐานสูง ฝาผนังโดยรอบพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและนิทานชาดกที่ประณีต ฝีมือของจิตรกรหญิงนิตยา ศักดิ์เจริญ ซึ่งใช้เวลาในการวาดนานถึง 6 ปี ให้ได้ชื่นชมอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก วัดป่าคลอง 11 จังหวัดปทุมธานี วัดดังใกล้กรุงเทพฯ แห่งนี้ ได้รับฉายาว่า คำชะโนด 2 เป็นวัดกลางน้ำที่มีรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่ที่สวยงาม ด้วยเชื่อกันว่ามีพญานาคทำหน้าที่ปกปักรักษาอยู่เช่นเดียวกันกับที่วัดป่าคำชะโนด จึงมีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้ขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย ผู้คนนิยมสักการะหลวงพ่อนาคปรกแก้ว มณีโชติ พระประธานในพระอุโบสถ รวมไปถึงองค์พญานาครอบโบสถ์ 4 องค์ ประกอบไปด้วย พญาอนันตนาคราช พญามุจลินทร์นาคราช พญาภุชงค์นาคราช และพญาศรีสุทโธนาคราช เพื่อขอพรด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ค้าขาย สติปัญญา สุขภาพ และโชคลาภ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก วัดไร่แตงทอง จังหวัดนครปฐม วัดไร่แตงทองเป็นที่ประดิษฐานของรูปเหมือนหลวงปู่หลิว ปณฺณโก นั่งประทับพญาเต่าเรือนองค์ใหญ่ อันเป็นอนุสรณ์แห่งความดีของพระเกจิชื่อดังที่มีผู้นับถือมากมาย โดยผู้คนที่เลื่อมใสศรัทธาต่างพากันไปชมและลอดใต้ท้องเต่า ด้วยเชื่อว่าจะทำให้สมปรารถนา สุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีอายุยืนยาว ทางวัดยังมีรูปหล่อพระอรหันต์กัสสปะเถระปางสังคายนา ขนาดหน้าตักกว้าง 70 นิ้ว พระอานนท์ขนาดหน้าตักกว้าง 60 นิ้ว และพระอุปคุตขนาดหน้าตักกว้าง 60 นิ้ว รวมไปถึงวัตถุมงคลพุทธคุณด้านเมตตามหานิยมและโชคลาภค้าขายให้ลูกศิษย์ลูกหาบูชา รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก วัดบางจาก จังหวัดนนทบุรี วัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี เป็นวัดที่ชาวรามัญร่วมกันสร้างขึ้นในสมัยที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดดเด่นด้วยพระพุทธรูปสีทองอร่ามประดิษฐานริมแม่น้ำชื่อว่า สมเด็จพระพุทธมงคลชัย หรือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรีที่ รวมไปถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น หลวงพ่อดำ พระบรมสารีริกธาตุ รูปหล่อหลวงพ่อบุญยัง จันทสาโร อดีตเจ้าอาวาส ตำหนักพระโพธิสัตว์กวนอิม ตำหนักเทพ ๓ องค์ พระพิฆเนศ พระพรหม และพระนารายณ์ ที่ผู้คนนิยมมาไหว้ขอพรเสริมสิริมงคล…
Editor
10 August 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
สิงหาพาแม่เที่ยว
อาบน้ำแร่แช่น้ำพุร้อนธรรมชาติจากทั่วโลก

ต้อนรับเดือนสิงหาคม ชวนคุณแม่เที่ยวให้สุขใจสบายกายไปกับน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่แม้หลายคนจะนึกถึงประเทศญี่ปุ่นเป็นที่แรก แต่นั่นก็ไม่ใช่ที่เดียว เพราะยังมีน้ำพุร้อนอีกหลายที่ในโลกให้ได้ไปแช่ไปผ่อนคลาย ครบรสทั้งบรรยากาศดีและคุณประโยชน์ จนเรียกได้ว่าเป็นทริปครอบครัวสุดอบอุ่น (จนถึงร้อน) พร้อมทั้งสุขภาพดีไปพร้อมๆ กัน Blue Lagoon – Iceland หลายคนยกให้ Blue Lagoon เป็นสถานที่แห่งแรกที่จะไปเยือนเมื่อเดินทางถึงไอซ์แลนด์ รวมถึงอาจเป็นจุดส่งท้ายทริปก่อนกลับอีกด้วย นี่คือความมหัศจรรย์ที่ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง ทะเลสาบสีฟ้าที่รายล้อมไปด้วยทัศนียภาพแสนตื่นตาตื่นใจแห่งนี้เกิดขึ้นด้วยความไม่ตั้งใจในยุค 70s จากการดำเนินการของโรงพลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ไอซ์แลนด์ใช้ประโยชน์จากน้ำร้อนเดือดใต้ดินนั่นเอง ซึ่งหลังจากนั้นน้ำจะถูกปล่อยทิ้งลงในทุ่งลาวาใกล้ๆ กระทั่งแร่ธาตุในน้ำสะสมจนน้ำไม่สามารถซึมลงไปได้อีก เกิดเป็นทะเลสาบน้ำอุ่นอันงดงามที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อผิว Blue Lagoon ได้รับการปรับปรุงเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ น้ำในทะเลสาบเป็นน้ำที่เวียนเข้ามาใหม่จึงมั่นใจได้ในเรื่องความสะอาด สิ่งก่อสร้างต่างๆ ถูกออกแบบให้เป็นมิตรและรบกวนทัศนียภาพน้อยที่สุด สมกับเป็นสถานที่ในฝันที่รวมความมหัศจรรย์ของพื้นพิภพเบื้องล่างและแสงเหนือของท้องฟ้าดินแดนนอร์ดิกไว้ได้อย่างลงตัว รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก Leukerbad – Switzerland มุ่งหน้าสู่ใจกลางเทือกเขาแอลป์ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ Leukerbad หมู่บ้านเล็กๆ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องบ่อน้ำร้อนธรรมชาติเพื่อสุขภาพท่ามกลางทิวทัศน์ภูเขาตระการตา รวมไปถึงหลากกิจกรรมทั้งอินดอร์และเอาต์ดอร์ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถสนุกด้วยกันได้ทุกฤดูที่ไปเยือน บ่อน้ำพุร้อนแห่ง Leukerbad นั้นได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ ด้วยเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์ในการผ่อนคลายอารมณ์ ลดความตึงเครียด และช่วยฟื้นฟูเอเนอร์จีให้กลับมาเต็มเหมือนเดิม จะมีอะไรดีไปกว่าการได้แช่น้ำร้อนธรรมชาติกลางแจ้งและรับพลังจากภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่รอบตัว รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก Chena Hot Springs – USA น้ำพุร้อนอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี แห่งอะแลสกา ถูกค้นพบโดยพี่น้อง Robert และ Thomas Swan จากการที่พวกเขาสังเกตว่ามีไอน้ำผุดขึ้นมาทางตอนบนของแม่น้ำ Chena จึงได้สันนิษฐานว่าจะต้องมีน้ำพุร้อนอยู่บริเวณนั้นอย่างแน่นอน แต่ก็มิได้ทำการสำรวจเพิ่มเติม จนกระทั่งในปีต่อมา Robert ต้องการที่จะหาทางรักษาโรคไขข้อของเขา การสำรวจจึงถูกสานต่อ และ Chena Hot Springs ก็เริ่มเป็นที่รู้จักนับแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบัน Chena Hot Springs รอต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก ด้วยพลังแห่งการบำบัดจากธรรมชาติ ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมอันงดงาม ณ ดินแดนเฉียดใกล้ขั้วโลกเหนือ ที่ซึ่งคุณจะได้เพลิดเพลินไปกับแสงเหนือ ป่าเขา หิมะ และวัฒนธรรมชาวพื้นเมืองที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก Pamukkale – Turkey ตุรกี ดินแดนสองทวีป จุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ของโลก และหนึ่งในสถานที่ที่ดึงดูดผู้คนให้ไปเยือนได้อย่างไม่ขาดสายก็คือ Pamukkale นครโบราณที่ยังคงไว้ซึ่งร่องรอยของความเจริญทางด้านศิลปวัฒนธรรมในอดีต ไม่ว่าจะเป็นโรงละคร โรงอาบน้ำ รวมไปถึงไฮไลต์อย่าง Pamukkale อันมีความหมายว่า ปราสาทปุยฝ้าย เนินเขาหินปูนสีขาวโพลนความยาวเกือบ 3 กิโลเมตร ที่มีระเบียงน้ำตกงดงาม เปี่ยมไปด้วยสรรพคุณทางการรักษาและบรรยากาศเบื้องหน้าที่ดีต่อใจ น้ำแร่อุณภูมิตั้งแต่ 35°C ไปจนถึงเดือดปุดๆ ไหลลงมาเป็นน้ำตกยังจุดต่างๆ ครอบคลุมทั้งปราสาทปุยฝ้าย บางส่วนเกิดเป็นแอ่งน้ำ ความร้อนกำลังพอดี เชิญชวนให้ลงแช่ผ่อนคลายยิ่ง ทั้งแร่ธาตุในน้ำยังช่วยบรรเทาโรคไขข้อและหอบหืด จึงเป็นที่นิยมมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ จะเรียกที่นี่ว่าสปาที่มาก่อนกาลก็คงจะไม่ผิดนัก รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก Terme Di Saturnia - Italy บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ตั้งอยู่ใน Saturnia เมืองเล็กๆ ในแคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยชื่อ Saturnia นั้นตั้งชื่อตาม Saturn เทพเจ้าของชาวโรมัน ตำนานว่ากันว่าท่านรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการที่มนุษย์เอาแต่ทำสงครามกัน จึงเขวี้ยงสายฟ้าฟาดลงมา บังเกิดเป็นบ่อน้ำพุร้อนอันงดงามที่ช่วยปลอบประโลมมนุษยชาตินั่นเอง Terme di…
Editor
5 August 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
ตะลุยแอฟริกาดินแดนซาฟารี
การผจญภัยครั้งใหม่ที่สายแอดเวนเจอร์ไม่ควรพลาด

แอฟริกา ทวีปที่ได้ชื่อว่า “สุดขีด” ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความสมบูรณ์ของธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงการมีพื้นที่ภูมิอากาศแบบอบอุ่นอยู่ในทั้งซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ที่ทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ นั่นจึงทำให้ดินแดนแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งหนึ่งบนดาวเคราะห์ดวงนี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอันดับ 1 คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากสรรพสัตว์ ทุ่งหญ้า และการผจญภัยสุดมันนั่นเอง เตรียมคอสตูมให้พร้อม เตรียมร่างกายของคุณให้ดี วันนี้ Power มีทริปสนุกๆ มาฝากสายเที่ยวธรรมชาติที่อยากไปดู The Big Five of Africa ให้เห็นกับตา รวมไปถึงทริปท่องเที่ยวแนวผจญภัยสไตล์ซาฟารีที่แอฟริกากันดูสักครั้ง KRUGER NATIONAL PARK – SOUTH AFRICA อุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปแอฟริกา ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศแอฟริกาใต้ ด้วยขนาดและทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ที่นี่เป็นดั่งบ้านหลังใหญ่ของสัตว์ป่านานาชนิด รวมถึงได้รับการประกาศให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย แน่นอนว่าคุณสามารถเจอบิ๊กไฟว์ หรือ สัตว์ป่าแอฟริกาทั้ง 5 ได้ครบ ทั้งสิงโต เสือดาว แรด ช้าง และควายป่า รวมไปถึงบรรดาสัตว์ปีก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์น้ำ และพันธุ์ไม้หายากต่างๆ อีกมากมาย ในขณะที่ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ก็คือ สิงโตขาว สัตว์เฉพาะถิ่นที่จะพบได้เฉพาะอุทยานแห่งชาติครูเกอร์แห่งนี้ที่เดียวเท่านั้น KATAVI NATIONAL PARK – TANZANIA อุทยานแห่งชาติ Katavi ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของทวีปที่ประเทศแทนซาเนีย แม้ที่นี่อาจไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเท่าอุทยานฯ อื่นๆ ในแทนซาเนียด้วยเพราะระยะทางที่ไกล แต่หากมีโอกาสก็นับว่าคุ้มค่าที่ได้ไปเยือน เพราะที่นี่เต็มไปด้วยสัตว์ป่าขนาดใหญ่อยู่กันเป็นฝูง ไม่ว่าจะเป็น ควายป่าแอฟริกา ม้าลาย ยีราฟ ช้างแอฟริกา และฮิปโปโปเตมัส โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งราวเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม ที่บริเวณรอบหนองน้ำจะกลายเป็นจุดรวมตัวของสัตว์ป่านานาชนิด รับรองว่าภาพของบ่อโคลนที่เต็มไปด้วยฝูงฮิปโปฯ นับร้อย จะต้องถูกใจสายธรรมชาติสายลุยตัวจริงอย่างแน่นอน BWINDI IMPENETRABLE FOREST – UGANDA ชื่อ Bwindi เป็นภาษาท้องถิ่นของยูกันดาที่มีความหมายว่า “สถานที่ที่เต็มไปด้วยความมืด” เพียงเท่านี้ก็พอจะทำให้เราจินตนาการถึงความลึกลับ ป่าดงดิบ และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ด้วยความที่ป่า Bwindi มีต้นไผ่ขึ้นแทรกตัวกระจายไปกับไม้ยืนต้นต่างๆ แถมข้างล่างยังปกคลุมไปด้วยเฟิร์น เถาวัลย์ และพืชนานาชนิด มองไปทางไหนจึงมีแต่สีเขียว พร้อมๆ กับบรรยากาศสลัวจากการที่แสงอาทิตย์ส่องลงมาได้ไม่เต็มที่นั่นเอง ที่นี่ยังเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นที่อาศัยของกอริลลาภูเขาถึงครึ่งหนึ่งของสายพันธุ์ที่มีบนโลก รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก ผีเสื้อ กบ ชนิดต่างๆ อีกมากมาย OKAVANGO DELTA – BOTSWANA ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโอคาวังโก ประเทศบอตสวานา ได้รับสมญาว่าเป็นดั่งโอเอซิสแห่งคาลาฮารี ทะเลทรายอันแห้งแล้งทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา Okavango Delta นับเป็นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำในแผ่นดิน หรือพื้นที่ชุ่มน้ำไม่ติดทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยพื้นที่กว่า 15,000 ตารางกิโลเมตร ในฤดูน้ำหลากช่วงต้นปีที่นี่จะกลายเป็นพื้นที่รับน้ำทั้งจากประเทศแองโกลาและแทนซาเนีย น้ำจะใส ปรากฏขึ้นเป็นเกาะแก่งและทะเลสาบที่อุดมสมบูรณ์มากมาย ทำให้มีปลาชุกชุม เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด รวมถึงเป็นแหล่งยังชีพของชาวพื้นเมืองอีกด้วย ก่อนที่ความชุ่มชื้นทั้งหมดจะระเหยไปในอากาศเมื่อฤดูแล้งมาถึง ETOSHA NATIONAL PARK – NAMIBIA นามิเบีย ประเทศทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกาที่เราอาจไม่คุ้นเคยนักแห่งนี้ ได้ชื่อว่ามีการบริหารจัดการดูแลและอนุรักษ์สัตว์ป่าโดยเฉพาะสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยความที่นามิเบียมีพื้นที่กว้างใหญ่และมีประชากรไม่มาก จึงเต็มไปด้วยพื้นที่เวิ้งว้างว่างเปล่าสุดสายตา จึงนำไปสู่แนวคิดการอยู่ร่วมกันของคนกับสัตว์อย่างสันติ ปล่อยให้สัตว์ป่าได้ใช้ชีวิตในธรรมชาติอย่างสงบสุข ไม่เบียดเบียนกัน นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนก็จะได้ขับรถแล้วเฝ้ามองส่องดูสัตว์จากที่ไกลๆ ตอบโจทย์สายอนุรักษ์แบบสุดๆ…
Editor
22 July 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
5 จุดชมทะเลหมอกสุดอันซีนที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง

“ทะเลหมอก” ความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติที่รอให้เราไปสัมผัสเป็นประจำทุกปลายฝนต้นหนาว มวลหมอกสีขาวโพลนงดงามในยามเช้าที่ให้ความรู้สึกนุ่มราวกับปุยนุ่นที่ระดับสายตา ทั้งยังได้สูดอากาศดีๆ สดชื่นจนชุ่มปอด ว่าแล้วก็อย่ารอช้า ออกไปกอดทะเลหมอก กับ 5 จุดชมทะเลหมอกสุดอันซีนที่เราไม่อยากให้คุณพลาดกันเถอะ สกายวอล์คอัยเยอร์เวง จังหวัดยะลา ลงใต้ไปที่อำเภอเบตงกับแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่ตื่นตาตื่นใจไม่แพ้ที่อื่น ที่ความสูง 2,038 ฟุตจากระดับน้ำทะเล คุณจะได้เห็นทะเลหมอกขาวในยามเช้าแบบ 360 องศา ตัวอาคารจุดชมวิวเป็นโครงสร้างเหล็ก สูง 45 เมตร ตั้งอยู่บนยอดเขาไมโครเวฟ โดยมีไฮไลต์เป็นทางเดินชมวิวสกายวอล์คอัยเยอร์เวงที่ยื่นออกไปให้คุณใกล้หมอกมากขึ้น ยังมีส่วนที่พื้นเป็นกระจกใสสามารถมองลงไปเห็นต้นไม้เขียวขจี อากาศที่นี่เย็นสบายตลอดทั้งปี หมอกจะหนาจัดในช่วงเช้ามืดจนถึงสายๆ พอเริ่มจางก็ยังเห็นความงดงามของผืนป่าฮาลา-บาลา เจ้าของสมญานาม Amazon of Asia อีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก   ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเมื่อไปเยือนเชียงใหม่ เดิมดอยอ่างขางเป็นพื้นที่ที่มีการทำไร่เลื่อนลอยและปลูกฝิ่น แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นพื้นที่ทางการเกษตรและค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับพืชเมืองหนาว จึงเต็มไปด้วยพืชผัก ผลไม้ ดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ อย่างดอกนางพญาเสือโคร่ง ไร่สตรอว์เบอร์รี และไร่ชา เป็นต้น ดอยอ่างขางครบครันไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ มีจุดกางเต็นท์ให้คนรักภูเขาและลมเย็นของเมืองหนาวได้สัมผัสบรรยากาศกันได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะจุดชมวิวม่อนสนที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวพระอาทิตย์ขึ้นแบบพาโนรามา และทะเลหมอกกว้างไกลสุดตา รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก ม่อนหมอกตะวัน จังหวัดตาก สถานที่ท่องเที่ยวอันซีนแห่งใหม่ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก จากพื้นที่เกษตรของชาวเขา ถูกปรับให้เป็นสวนดอกไม้และจุดชมวิวธรรมชาติแบบ 360 องศา บนความสูง 1,100 เมตร ทั้งอากาศบริสุทธิ์และไอเย็น ทำให้ม่อนหมอกตะวันคือจุดหมายปลายทางสำหรับช่วงปลายฝนต้นหนาวอย่างแท้จริง นอกจากนี้โดยรอบยังมีทิวทัศน์ของผืนป่าและทิวเขาสลับซับซ้อนสวยงาม หากเข้าหน้าหนาวเต็มตัว หมอกจะจับกลุ่มกันหนาแน่นทางด้านตะวันออกเนื่องจากตรงนั้นมีน้ำตกป่าหวายที่ส่งเสียงความสดชื่นมาให้ได้ยินถึงบนม่อน ตกกลางคืนอย่าลืมดูดาวท่ามกลางอากาศหนาว พอตื่นเช้ามาก็ชมสายหมอกที่อยู่รอบกาย รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก ดอยภูลังกา จังหวัดพะเยา วนอุทยานภูลังกา อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพะเยา มีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขา เหมาะสำหรับสายลุยที่ชอบเดินป่าพิชิตยอดดอยสูง ซึ่งทางวนอุทยานฯ จัดเส้นทางเดินผ่านสันดอยต่างๆ โดยระหว่างทางก็จะได้ชมกับธรรมชาติ นกนานาชนิด รวมไปถึงทุ่งดอกโคลงเคลงที่จะบานสะพรั่งในช่วงปลายฝนต้นหนาว และเมื่อเดินตามสันเขาขึ้นไปอีกจะถึงจุดสูงสุดที่ยอดดอยภูลังกา จะมีบ้านพักบริการนักท่องเที่ยวบนยอดภูประมาณ 5 หลัง มีลานกางเต็นท์ ให้ได้จับจองเฝ้ามองทะเลหมอกยามเช้าและชมทิวทัศน์ได้ไกลถึงฝั่งลาวเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก ยอดดอยผาตั้ง จังหวัดเชียงราย ดอยผาตั้งเป็นยอดดอยอยู่ในเทือกเขาหลวงพระบาง หนึ่งในจุดชมวิวที่สำคัญแห่งพรมแดนไทย-ลาวที่ความสูง 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล นอกจากธรรมชาติอันงดงาม ที่นี่ก็ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวของวิถีชีวิตจากหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า ดอยผาตั้งสามารถเดินขึ้นไปได้ไม่ยาก รวมระยะทางทั้งหมด ประมาณ 950 เมตร เส้นทางลัดเลาะไปตามเนินเขาจะผ่านจุดชมวิวต่างๆ โดยมี “เนิน 103” เป็นจุดสุดท้ายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปให้ถึงเพื่อชมทะเลหมอกในตอนเช้า ชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น รวมไปถึงแม่น้ำโขงและทิวทัศน์ของฝั่งประเทศลาว รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก*กรุณาตรวจสอบวัน-เวลาเปิดให้บริการ และมาตรการทางด้านสาธารณสุขอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป การเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย ยกเลิกระบบ Test & Go แล้ว ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวทำได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมพบกับ KING POWER CLICK & COLLECT บริการพิเศษจาก คิง เพาเวอร์ ที่ช่วยให้ช้อปสินค้า ดิวตี้ ฟรี กับ คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ รับของง่ายขึ้นที่สนามบินทั้งขาเข้า-ขาออก รายละเอียดเพิ่มเติม…
Editor
19 July 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
ออกไปทักทายโลกสีเขียว
เติมความสดชื่นคืนชีวิตชีวาในวันฝนโปรย

เมื่อเริ่มเข้าหน้าฝนก็ถึงเวลาที่หลายคนเริ่มชีพจรลงเท้ากันอีกครั้ง โดยเฉพาะสายท่องเที่ยวธรรมชาติที่อยากออกไปสัมผัสกับความชุ่มฉ่ำเขียวขจี ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ เย็นสบาย อีกหนึ่งเสน่ห์ของ “กรีนซีซัน” ที่ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยละอองฝนโปรยปราย แต่กลับช่วยรีเฟรชเติมความสดชื่นคืนชีวิตชีวาได้ดีอย่าบอกใคร ว่าแล้วก็เตรียมแบกเป้เข้าป่ากันได้เลย อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เบิกบานใจไปกับความเขียวขจีอันชุ่มฉ่ำของอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เดินทางเพียงไม่กี่อึดใจจากกรุงเทพฯ คุณก็จะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งดูนก ดูทะเลหมอกยามเช้าได้เกือบตลอดทั้งปีจากบนยอดเขาพะเนินทุ่งซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งชมทะเลหมอกที่ดีที่สุดของภาคกลางเลยทีเดียว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย รวมไปถึงกิจกรรมใกล้ชิดธรรมชาติอย่างการล่องเรือชมทิวทัศน์เพื่อพักผ่อนหรือตกปลาในทะเลสาบ ชมพระอาทิตย์ตกที่สันเขาตะนาวศรี กางเต็นท์พักแรมที่เขาพะเนินทุ่ง ดูนกและผีเสื้อแคมป์บ้านกร่าง สำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง เป็นต้น รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน แหล่งท่องเที่ยวที่เพิ่งได้รับความนิยมไม่นานมานี้ที่ยังคงเสน่ห์ของธรรมชาติไว้อย่างเต็มเปี่ยม อุทยานฯ ตั้งอยู่บริเวณทางตอนใต้ของจังหวัดน่านติดกับจังหวัดแพร่ ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ปกคลุมด้วยป่าไม้ชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าสนเขา ป่าดิบเขา และป่าดิบแล้ง นักท่องเที่ยวสามารถไปเยือนได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะหน้าฝนช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน – เดือนตุลาคม ต้องไม่พลาด “ดอยแม่จอก” ที่หลายคนติดใจในบรรยากาศสุดแสนอลังการที่มาพร้อมอากาศเย็นสบาย หากคืนไหนมีฝนตกล่ะก็เตรียมพบกับทะเลหมอกตัดกับความงดงามของแสงอาทิตย์ในยามเช้าได้เลย นอกจากนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นดอยธง ดอยผาผึ้ง น้ำตกขุนลี และน้ำตกน้ำลีหลวง รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี สัมผัสผืนป่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ ภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อนแลดูแปลกตาด้วยแนวหน้าผาสูงชัน ทางด้านทิศเหนือคือที่ตั้งของ “เขื่อนรัชชประภา” หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน ที่มีบรรยากาศของทะเลสาบเหนือเขื่อนอันงดงามไม่เป็นสองรองใคร อย่างที่หลายคนเปรียบเปรยว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองไทยให้เราได้ชื่มชมบรรยากาศนอนฟังเสียงฝนชิลๆ หรือจะกระโดดเล่นน้ำ พายเรือคายักที่หน้าที่พักเลยก็ย่อมได้ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมและแลนด์มาร์กสำคัญที่ไม่ควรพลาดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวเขาสก จุดชมวิวไกรสร ชมถ้ำปะการัง ถ้ำน้ำทะลุ ล่องเรือแคนู ล่องแพชมสายนํ้าคลองศก ขี่ช้างล่องไพรเขาสก และสำหรับนักท่องธรรมชาติอย่าลืมไฮไลต์อย่างภารกิจตามหา “บัวผุด” ดอกไม้ขนาดใหญ่พืชพันธุ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของที่นี่ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ความอุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทำให้ไม่ว่าฤดูไหนๆ ก็เที่ยวได้หมด แต่หากอยากเสพความเขียวขจีได้ให้สดชื่นกว่าที่เคยก็ต้องหน้าฝน โดยเฉพาะ “ผาตรอมใจ” ที่มีฝนตกชุกและอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ปกคลุมด้วยป่าดงดิบและพันธุ์ไม้ที่ทนต่อสภาพอากาศหนาวเย็นหลายชนิด รวมไปถึง “น้ำตกเหวสุวัต” ที่มีลักษณะเป็นสายน้ำตกลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร ด้านล่างของน้ำตกเป็นแอ่งน้ำและลำธารเหมาะที่จะลงเล่นน้ำ แต่หน้าฝนที่มีปริมาณน้ำมากอาจจะต้องสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญก่อนเพื่อความปลอดภัย นอกจากนั้นภายในอุทยานฯ ยังสามารถสนุกไปกับเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ชมพรรณไม้ ดูนก ดูผีเสื้อ ส่องสัตว์ ดูดาว ขี่จัรยาน และล่องแก่งได้ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ หน้าฝนอย่างนี้ก็ต้องมาคู่กับดอกไม้ป่า ได้เวลาของฤดูกาลการชมราชินีแห่งมวลไม้ในขุนเขา “ทุ่งดอกกระเจียว” ซึ่งจะบานสะพรั่งสวยงามในเดือนมิถุนายน – สิงหาคมกันแล้ว กระเจียวเป็นพืชล้มลุกจำพวกขิง-ข่า สามารถพบอยู่ทั่วไปขึ้นกระจายตั้งแต่ลานหินงามไปจนถึงจุดชมวิวสุดแผ่นดิน เป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศเย็นสบายเหมาะแก่การมาตั้งแคมป์เป็นอย่างยิ่ง นอนสบายแถมได้ตื่นเช้ามาชมหมอกและทุ่งดอกไม้บานดีต่อใจไปอีก สำหรับ “ลานหินงาม” เป็นลานหินธรรมชาติที่มีรูปร่างสวยงามสมชื่อ เต็มไปด้วยโขดหินใหญ่รูปร่างแปลกตากระจายอยู่เต็มพื้นที่กว่า 10 ไร่ ภายในอุทยานฯ ยังปกคลุมไปด้วยป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ ทำให้มีความหลากหลายของระบบนิเวศ มีกล้วยไม้ขึ้นอยู่จำนวนมาก พร้อมสัตว์ป่านานาพันธุ์ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก *กรุณาตรวจสอบวัน-เวลาเปิดให้บริการ และมาตรการทางด้านสาธารณสุขอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป การเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย ยกเลิกระบบ Test & Go แล้ว ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวทำได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมพบกับ KING POWER…
Editor
12 July 2022
DestinationLifestyle

DESTINATION
ชวนเที่ยวเมืองมรดกโลก
เปิดประสบการณ์สัมผัสวัฒนธรรมอาเซียน

ประเทศเพื่อนบ้านของเราในอาเซียนนั้น นอกจากจะสามารถเดินทางไปได้ไม่ยาก ใช้เวลาไม่นานมากแล้ว ก็ยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายให้ได้ไปเยือนไม่รู้เบื่อ แถมแต่ละที่ล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ที่ยังคงทิ้งร่องรอยให้เห็นในปัจจุบัน ผ่านเมือง สถาปัตยกรรม หรือศาสนสถานที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ กระทั่งได้รับคัดเลือกจากองค์การยูเนสโกให้เป็น “แหล่งมรดกโลก” ที่สำคัญต่อประโยชน์โดยรวมของมนุษยชาติ ในวันนี้ Power จะพาไปเที่ยวเมืองมรดกโลกที่อยู่ใกล้ๆ บินไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็จะได้สัมผัสกับความตื่นตาตื่นใจ อันเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรม ที่สำคัญมีมุมถ่ายรูปสวยมาฝากเพื่อนๆ กันอย่างจุใจแน่นอน หลวงพระบาง ประเทศลาว หลวงพระบาง ราชธานีแห่งแรกของอาณาจักรล้านช้าง เป็นเมืองเอกของแขวงหลวงพระบาง อยู่ทางภาคเหนือของประเทศลาว ความพิเศษคือการที่เมืองหลวงพระบางทั้งเมืองได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของมวลมนุษยชาติเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2538 ในขณะที่มรดกโลกแห่งอื่นอาจจะได้ขึ้นทะเบียนอย่างเฉพาะเจาะจงในโบราณสถานหรือธรรมชาตินั่นเอง หลวงพระบางมีวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย มีบ้านเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งศิลปวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง หากได้ไปเยือนต้องไม่พลาดไฮไลต์อย่าง วัดเชียงทอง พระราชวังหลวงพระบาง น้ำตกตาดกวางสี และตลาดเช้าหลวงพระบาง นอกจากนี้ที่นี่ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่ได้รับการปกปักรักษาที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย มะละกา ประเทศมาเลเซีย มะละกาเป็นเมืองเอกของรัฐมะละกา นครประวัติศาสตร์บนช่องแคบมะละกา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรมลายู ซึ่งเป็นช่องทางการเดินเรือและค้าขายสำคัญทางทะเลระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดียและแอตแลนติกในอดีต พื้นที่บริเวณนี้จึงอยู่ในเส้นทางและคลาคล่ำไปด้วยประเทศมหาอำนาจของโลกในเวลานั้น จนได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างสองซีกโลกมากว่า 500 ปี ปัจจุบันยังคงปรากฏร่องรอยทางประวัติศาสตร์ให้เห็นผ่านสถานที่สำคัญอย่างจัตุรัสแดง หรือจัตุรัสดัตช์ ชุมชนชาวดัตช์ในอดีตที่แวดล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกอันสวยงาม เช่น ลานน้ำพุเก่า โบสถ์คริสต์ และ Stadthuys อาคารดัตช์เก่าแก่ที่สุดในมาเลเซีย โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินหรือนั่งรถชมได้เลย มะละกาได้รับยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกคู่กันกับเมืองจอร์จทาวน์ เมืองเอกของรัฐปีนัง เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2551 ฮอยอัน ประเทศเวียดนาม ฮอยอัน หรือ โห่ยอาน เมืองขนาดเล็กริมฝั่งทะเลจีนใต้ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม โดยมีย่านเมืองเก่าที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ตั้งแต่ พ.ศ. 2542 ด้วยความที่ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาก่อน จึงโดดเด่นไปด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรมทั้งของท้องถิ่นและของต่างชาติโดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่นที่ผสมผสานกันได้อย่างมีเอกลักษณ์ บ้านเมืองส่วนใหญ่ที่ฮอยอันนั้นมีสีมัสตาร์ดคิวต์อย่าบอกใคร เต็มไปด้วยรายละเอียดทางการก่อสร้างที่งดงาม มีจุดแลนด์มาร์กสำคัญหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น สะพานญี่ปุ่นอายุกว่า 400 ปี ตลาดสดฮอยอัน บ้านเก่าฮอยอันเลขที่ 101 รวมไปถึงกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดอย่างนั่งเรือกระด้ง ล่องเรือแม่น้ำทูโบน หรือจะเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟฮอยอันในคืนพระจันทร์เต็มดวงก็สวยงามโรแมนติกสุดๆ มหาสถูปโบโรบูดูร์ ประเทศอินโดนีเซีย โบโรบูดูร์ หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ บุโรพุทโธ ศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในจังหวัดชวากลาง ประเทศอินโดนีเซีย โบโรบูดูร์มีความหมายว่าวัดที่อยู่บนภูเขาสูง สื่อถึงปรินิพพานอันเป็นจุดหมายสูงสุดตามความเชื่อของพุทธศาสนานั่นเอง แม้อินโดนีเซียจะเป็นประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาอิสลามมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่โบโรบูดูร์สร้างขึ้นโดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ไศเลนทร์ซึ่งนับถือศาสนาพุทธ สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อราว พ.ศ. 1393 ด้วยหินภูเขาไฟสีเทาทะมึน บนพื้นที่ประมาณ 2 ล้านตารางฟุต มีฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 121 เมตร สูง 123 เมตร เป็นรูปทรงแบบปิรามิด เต็มไปด้วยรายละเอียดทางศิลปกรรมหลากหลายรูปแบบ ความยิ่งใหญ่อลังการนี้ทำให้ผู้ไปเยือนสามารถสัมผัสได้ถึงศรัทธาอันแรงกล้าที่ผ่านกาลเวลามานับพันปี ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิต นครวัด ประเทศกัมพูชา สถานที่ที่เต็มไปด้วยมนตร์ขลังและความยิ่งใหญ่ ศาสนสถานพราหมณ์-ฮินดูและพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก แรกเริ่มนั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดู ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงกลายเป็นวัดในศาสนาพุทธช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 นครวัดเป็นกลุ่มปราสาทที่ก่อสร้างด้วยหินทรายขนาดมหึมานับไม่ถ้วน ใช้ช่างแกะสลักนับพันคน ประกอบกับการวางแผนผังอันแยบยลบนพื้นที่มหาศาลนี้ ทำให้ใช้เวลาสร้างทั้งหมดร่วม 100 ปี นครวัดและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงในจังหวัดเสียมราฐ ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในนาม “เมืองพระนคร (อังกอร์)” เมื่อ พ.ศ. 2535 โดยได้รับการยกย่องในด้านความงามและความกลมกลืนของสถาปัตยกรรม ตลอดจนภาพสลักฝาผนังอันวิจิตร รูปแกะสลักที่มีชื่อคือกวนเกษียรสมุทร เรื่องราวของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ศาสนาพุทธ…
Editor
30 June 2022