Food & DrinksLifestyle

Food & Drinks
ยกความอร่อยมาทั้งทะเล
บุฟเฟต์ซีฟู้ดและบาร์บีคิวมื้อค่ำ
จากห้องอาหารควิซีน อันปลั๊ก

ห่างหายไปนานสำหรับช่วงเวลาแสนพิเศษที่หลายคนคิดถึง เพราะบุฟเฟต์เลิฟเวอร์ทุกคนต่างรู้ดีว่า หัวใจของบุฟเฟต์คือการได้นั่งรับประทานที่ร้านในบรรยากาศสบายๆ พร้อมเมนูอาหารสุดโปรดคุณภาพพรีเมียมที่จัดเต็มมาแบบไม่อั้น รวมไปถึงความมั่นใจในสุขอนามัยครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้มื้อสำคัญของคุณและครอบครัวคือรางวัลของค่ำคืนนั้นอย่างแท้จริง ห้องอาหารควิซีน อันปลั๊ก โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ เชิญชวนทุกท่านมาลิ้มลองและสัมผัสประสบการณ์อาหารจากทั่วทุกมุมโลกไปกับ บุฟเฟต์อาหารทะเลและบาร์บีคิวมื้อค่ำ ที่ได้ยกมาทั้งทะเลด้วยหลากหลายเมนูซีฟู้ดให้ได้เลือกรับประทานกันแบบสดใหม่ในแต่ละวัน ทั้งปูอลาสก้า ปูทะเลสีน้ำตาล กั้งทะเล หอยนางรม และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ รวมไปถึงมุมบาร์บีคิวที่ให้คุณเต็มอิ่มกับ กุ้งแม่น้ำเผา เนื้อวากิวย่าง และไก่ย่างออร์แกนิกยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะคุณจะได้พบกับอาหารเลิศรสอีกมากกว่า 50 เมนู จากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นโซนอาหารญี่ปุ่น ซูชิหน้าปลาแซลมอน ไข่หวาน และซาซิมิ ที่มีทั้งปลาแซลมอน ปลาโทโร่ ปลาหมึก พร้อมข้าวปั้น ข้าวห่อสาหร่าย โซนอาหารอิตาเลียน ทั้งพิซซ่าอบร้อนๆ จากเตาและพาสต้าทำสดใหม่ รวมไปถึงอาหารไทย อาหารอีสาน อาหารจีน และอาหารนานาชาติ ก่อนจะปิดท้ายด้วยขนมหวาน เค้กนานาชนิด ไอศกรีม ผลไม้ตามฤดูกาลและอีกมากมายห้องอาหารควิซีน อันปลั๊ก โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ เปิดให้บริการเฉพาะวันพฤหัสบดี - วันอาทิตย์ 17.00 – 20.00 น. พิเศษ สมาชิก คิง เพาเวอร์ และผู้ที่ทำการจองออนไลน์ล่วงหน้า รับส่วนลดทันที 30% เหลือเพียง 1,050 บาท สุทธิ/ท่าน จากราคาเต็ม 1,499 บาท เด็กอายุไม่เกิน 5 ปี รับประทานอาหารฟรี และเด็กอายุ 6-11 ปี รับส่วนลด 50% จากราคาเต็ม ทั้งนี้ ความปลอดภัยและความสบายใจของลูกค้าคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ทางห้องอาหารจึงได้มีมาตรการป้องกันและข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัย มีการตรวจสอบอุณหภูมิ ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ปฏิบัติตามนโยบาย Social Distancing ตลอดจนดูแลความสะอาดและสุขอนามัยขั้นสูงสุดในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติการทั้งหมด จองออนไลน์ล่วงหน้า คลิก ติดต่อห้องอาหาร โทร. 0 2680 9999
Editor
29 September 2021
Food & DrinksLifestyle

Food & Drinks
A Touch of Epicurean Delights Awaits in Phuket

Phuket is the destination that is always worth a wander despite being Thailand’s smallest province. Everytime you come to visit the island, you are bound to find something new. Phuket has always been a melting pot of eclectic cultures since the previous era when it was a well-known trading port and served as a meeting point among travellers who made their way to and from South Asia and the Far East. A natural masterpiece of dramatic landscapes aside, a myriad of wonders nestled on the island awaits your exploration and this edition of Power is taking you to experience one of those - Phuket’s epicurean delights. L'Arôme by the Sea Captivated by the magic of starlit dinner by the sea This contemporary French dining venue enjoys its prime location on Kalim Beach known for its unspoiled nature. Find yourself transported to France with its ambiance and cuisine. High quality kitchen…
Editor
24 September 2021
Food & DrinksLifestyle

Food & Drinks
ดงบุริ เสน่ห์แห่งความเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อในเรื่องวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แสดงออกอย่างโดดเด่นในหลายๆ มิติ โดยเฉพาะ “อาหาร” ที่ในทุกวันนี้อาจเรียกได้ว่ากลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ซึ่งนอกจากรสชาติจะถูกปากผู้คนได้อย่างไม่ยากเย็นนัก อาหารญี่ปุ่นก็ยังมีความหลากหลายให้ได้เลือกลิ้มลองกันตามสะดวก อย่างเมนูข้าวที่รู้จักกันในชื่อ “ดงบุริ” ที่หลายคนคุ้นเคย ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ถูกอกถูกใจใครหลายคน มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ และเต็มไปด้วยเสน่ห์บนความเรียบง่าย อย่างที่เราอยากพาคุณไปทำความรู้จักให้มากขึ้นในวันนี้ ดงบุริ (Donburi) หรือในบางที่เรียกว่า ดมบุริ (Domburi) มีความหมายตรงตัวว่า ชาม ซึ่งในที่นี้ก็จะเป็นที่เข้าใจว่ากำลังพูดถึง ชามที่ใส่ข้าวญี่ปุ่นแล้วท็อปด้วยหน้าต่างๆ นั่นเอง โดยในส่วนของหน้าก็จะมีความหลากหลายแตกต่างกันไปอย่างที่เราเห็นกันบ่อยๆ จนชินตาในปัจจุบัน แต่หากสืบสาวไปยังที่มาที่ไปก็ต้องบอกว่า เมนูดงบุรินั้นเก่าแก่ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะถือกำเนิดขึ้นมาครั้งแรกในช่วงเวลาที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่สมัยใหม่ นั่นคือการที่ได้ย้ายเมืองหลวงจากเกียวโตมาสู่เอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) เมื่อราว 400 ปีที่แล้ว แน่นอนว่าเมื่อมีเมืองหลวงแห่งใหม่ สิ่งที่ตามมาก็คือผู้คนจำนวนมาก นำไปสู่ความเจริญและการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมต่างๆ โดยเฉพาะในแบบฉบับของ “คนเมือง” ที่มีความเร่งรีบและต้องการความคล่องตัว ในขณะเดียวกันกิจกรรมที่ขาดไม่ได้ก็คือ ความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงละคร เทศกาลรื่นเริง และสถานที่แฮงเอาต์หลังเลิกงานที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายดงบุริ เมนูอาหารที่ทั้งทำง่าย รับประทานง่าย จึงเข้ามามีบทบาทและแพร่หลายได้ในเวลาอันสั้น โดยเริ่มต้นจากเมนูข้าวหน้าปลาไหล หรือ Unagi Don ซึ่งเสิร์ฟมาในชามเล็กๆ ถือสะดวก ราคาย่อมเยา นิยมเสิร์ฟให้ผู้ชมละครคาบูกิที่ต้องการความเพลิดเพลินในขณะที่ดูละคร ก่อนที่จะพัฒนาประยุกต์สูตรไปเป็นหน้าต่างๆ ที่หลากหลายขึ้น รวมไปถึงเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามขึ้นชื่อว่าอาหารญี่ปุ่นถึงจะเป็นเมนูง่ายๆ แต่เคล็ดลับความอร่อยนั้นไม่ใช่อะไรก็ได้ เพราะส่วนประกอบหลักๆ ของดงบุริก็คือข้าวและตัวท็อปปิ้ง ทำให้สองสิ่งนี้จะต้องมีความสัมพันธ์กัน  โดยเฉพาะคุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาทำท็อปปิ้งหน้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปลาไหล เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ หรือซีฟู้ด ก็จะต้องมีความสดใหม่และคัดสรรมาเป็นอย่างดี ในขณะที่รสชาติจะเน้นให้มีความเข้มข้นจากการปรุงรสด้วยซอส น้ำราด และเครื่องปรุงต่างๆ เพื่อให้พอดีเมื่อรับประทานกับข้าวนั่นเองเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเอาใจคนรักอาหารญี่ปุ่น ห้องอาหารเท็นชิโนะ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ ขอชวนคุณมาสัมผัสกับ ดงบุริ ข้าวกล่องญี่ปุ่นหน้าโปรดของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ปลาไหล กุ้ง แซลมอน และอีกมากมายในราคาเริ่มต้นที่ 190 บาท โดยสามารถเลือกและสั่งอาหารพร้อมชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ของโรงแรมฯ หรือใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี Robinhood (โรบินฮู้ด) และ LINE MAN (ไลน์แมน) นอกจากนี้ยังมีบริการให้คุณเลือกรับด้วยตนเองได้ที่จุด Drive Thru สะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องลงจากรถ เมนูดงบุริ คลิก! สั่งอาหารได้ทุกวันที่นี่! ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2680 9999
Editor
10 September 2021
Food & DrinksLifestyle

Food & Drinks
Casual Eats or Fine Dining
Phuket makes perfect gourmet getaway

Phuket is definitely one of the world-class holiday destinations in Thailand as the whole island is teeming with numerous different attractions. Stunning beaches may be the main draw but its vibrant food scene also earns a serious reputation befitting a place on the famous Michelin Guide. With its broad and sophisticated range of eateries, travellers enjoy exploring a wide range of cuisines and ambiance from fiery southern Thai flavours, charming restaurants that let you come into close contact with lush green forest to posh dining venues perfect for special days with your loved ones. Eat Your Way Through Downtown Phuket Retro Chinese Café - Kopitiam Phuket This café & restaurant has been a popular dining spot for tourists and locals over a decade. They specialise in Thai style Hokkien dishes and authentic Phuket soul food. The place has kept an atmospheric old feel making it look like a scene straight…
Editor
9 July 2021
Food & DrinksLifestyle

Food & Drinks
เพราะความสุขนั้นไม่มีขาย
แต่โชคดีที่เรายังกินซูชิได้

ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้ “ปลาดิบ” ไม่ใช่อาหารที่ทุกคนจะสบายใจที่ต้องรับประทานเท่าไรนัก แต่ในช่วง 20 – 30 ปี มานี้ กลับกลายเป็นว่าการรวมตัวกันของข้าวญี่ปุ่นและวัตถุดิบหน้าต่างๆ โดยเฉพาะปลาดิบ ได้ครองใจเหล่าฟู้ดเลิฟเวอร์ทั่วโลก จนอาจกล่าวได้ว่า มีคนจำนวนไม่น้อยฝึกใช้ตะเกียบเพียงเพื่อเอาไว้คีบซูชิเข้าปากก็ว่าได้ และความนิยมนั้นมากถึงขนาดมีการกำหนดให้วันที่ 18 มิถุนายน ของทุกปี เป็น International Sushi Day หรือ วันซูชิสากล เลยทีเดียว ต้นกำเนิดของซูชิอาจจะต้องย้อนกลับไปเป็นพันปี โดยไอเดียแรกเริ่มของการนำข้าวและปลามารวมกันนั้น มีจุดประสงค์เพื่อการถนอมอาหารของชาวญี่ปุ่นและอีกหลายๆ ประเทศบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งจะใช้เวลาหมักตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปจนเกิดรสเปรี้ยว ให้อารมณ์คล้ายกับปลาส้ม อาหารในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา จากนั้นจึงนำส่วนของข้าวออกแล้วรับประทานแต่เนื้อปลา เรียกว่า นาเระซูชิ ต่อมาจึงพัฒนาสูตรให้ใช้เวลาหมักน้อยลง และสามารถรับประทานข้าวหมักนั้นไปด้วยกันได้ เรียกว่า นามะนาเระซูชิ ซึ่งซูชิอย่างหลังนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นบรรพบุรุษสายตรงของซูชิที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบันอันที่จริงหัวใจสำคัญของซูชินั้นไม่ใช่ปลาแต่เป็นข้าวหมักกับเกลือ โดยในเวลาต่อมาช่วงสมัยเอโดะ ได้มีการนำน้ำส้มสายชูมาใช้แทนการหมักแบบเดิม จึงได้รสเปรี้ยวกลมกล่อมในระยะเวลาที่สั้นลงมากๆ นั่นเอง ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการที่เอโดะ หรือโตเกียวในปัจจุบัน เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของญี่ปุ่นในเวลานั้น แน่นอนว่าธรรมชาติของเมืองใหญ่ไม่ว่ายุคสมัยใดก็จะมีความเร่งรีบและความวุ่นวายสูง หากมีอะไรที่ช่วยประหยัดเวลาได้ สิ่งนั้นย่อมได้รับความนิยมได้ไม่ยาก อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญคือเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโตเมื่อปี ค.ศ. 1923 ที่ทำให้คนญี่ปุ่นจำนวนมากต้องพลัดถิ่นไปยังที่ต่างๆ ของโลก พร้อมๆ กับ “ฟาสต์ฟู้ด” ที่ฟาสต์แต่ไม่ฉาบฉวย แถมยังเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์และวัฒนธรรมการกินอย่างซูชิ ซึ่งความนิยมของซูชิในโลกตะวันตกนั้นว่ากันว่าในสหรัฐอเมริกาซูชิกลายเป็นอาหารสุดเก๋ที่เหล่าดาราฮอลลีวู้ดคลั่งไคล้ จนเกิดเมนูฟิวชั่นอย่างแคลิฟอร์เนียโรลขึ้นในยุคเซเวนตีส์เลยทีเดียวปัจจุบันมีซูชิมากมายหลากหลายประเภทในเลือกรับประทาน ไม่ว่าจะเป็น นิกิริซูชิ ข้าวปั้นขนาดพอดีคำที่มีหน้าต่างๆ ที่เราคุ้นเคย มากิซูชิ ข้าวปั้นห่อสาหร่าย ชิราชิซูชิ ข้าวหน้าปลาดิบที่รวมไปถึงวัตถุดิบอื่นๆ อย่าง หมึก หอย หรือไข่หวาน ทั้งนี้แม้ว่าซูชิจะได้ชื่อว่าเป็นอาหารยอดนิยมอันดับต้นๆ ของโลก แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เฉกเช่นสิ่งที่ได้รับความนิยมอื่นๆ การจะเข้าใจในสิ่งนั้นได้มีทางเดียวคือต้องลองด้วยตัวเอง เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกร้านที่ดี ร้านที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง และรังสรรค์โดยเชฟที่เปี่ยมล้นไปด้วยจิตวิญญาณของการทำอาหารญี่ปุ่น เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพและประสบการณ์ในการรับประทานที่ดีที่สุด
Editor
18 June 2021
Food & DrinksLifestyle

Food & Drinks
เรื่องราวของสตรีตฟู้ด
เสน่ห์แห่งรสชาติที่ไม่เคยเลือนหายไปจากกรุงเทพมหานคร

สตรีตฟู้ด หรือ อาหารริมทาง นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง “ของดี” ประจำประเทศไทยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในปี 2018 ที่ทาง CNN ได้ยกให้ย่านเยาวราชเป็นที่ 1 ในการจัดอันดับเมืองแห่งสตรีตฟู้ดที่ดีที่สุดในโลก ทำให้การตระเวนชิมสตรีตฟู้ดได้กลายมาเป็นกิจกรรมระดับแม่เหล็กที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและจากทั่วโลกจำนวนมาก สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็น “มหานคร” ของกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี อันที่จริงสตรีตฟู้ดไม่ใช่ของใหม่ เพราะหลักฐานทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า มีการขายอาหารริมถนนตั้งแต่เมื่อหลายพันปีก่อนในสมัยกรีกโบราณและปอมเปอี แน่นอนว่าที่ใดมีผู้คน ที่นั่นย่อมมีอาหาร โดยเฉพาะกับเมืองใหญ่ๆ เช่นนี้ อย่างเมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นได้ย้ายเมืองหลวงจากเกียวโตไปสู่เอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) ด้วยความหนาแน่นของประชากรที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความความรีบเร่ง อาหารจานด่วนอย่าง ซูชิ จึงกลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในเวลาอันรวดเร็ว สำหรับประเทศไทยเราที่มีความหลากหลายของผู้คน วัฒนธรรม และอาหารการกินสูง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สิ่งเหล่านี้จะสะท้อนออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนผ่าน “สตรีตฟู้ด” ที่ถูกอกถูกใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาโดยตลอด แม้ว่าบางช่วงบางเวลาการรับประทานอาหารริมทางนอกบ้านจะเป็นเพียงค่านิยมของคนบางกลุ่มโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย แต่เมื่อสังคมเกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา อาหารริมทางจึงกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่แทบจะขาดไม่ได้ไปในที่สุด ก็ทั้งรสชาติ ทั้งราคา หรือลองจินตนาการเล่นๆ ถึงบรรยากาศของทุ่งภูเขาทอง ท่าช้าง ไปจนถึงย่านบางลำพูสมัยก่อน  เป็นใครก็คงต้องติดใจ จริงไหม? The Capital of Street Food เสน่ห์ของสตรีตฟู้ดของไทยอยู่ที่ “ความเป็นกันเอง” ทั้งในเรื่องของราคาที่สมเหตุสมผล รสชาติและเมนูที่หลากหลาย ไปจนถึงการที่สามารถหารับประทานได้ในทุกช่วงเวลาของวัน นั่นจึงทำให้กรุงเทพมหานครเปรียบได้ดั่งเมืองหลวงของสตรีตฟู้ดอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับเมนูสตรีตฟู้ดขึ้นชื่อที่หลายคนนึกออกเป็นอันดับต้นๆ เห็นจะเป็น “ผัดไทย” เมนูที่ครองใจไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติเสมอมา ด้วยความลงตัวของรสสัมผัสจากเส้นจันท์ที่มีความเหนียวนุ่ม คลุกเคล้ากับซอสผัดที่ปรุงมาโดยเฉพาะ กลิ่นหอมของกระทะไหม้เล็กน้อย และรสชาติเข้มข้นจัดจ้านของบรรดากุ้ง หมูย่าง หรือหมูกรอบที่ถูกผัดจนเข้าเนื้อ เพียงแค่คิดตามก็ทำเอาน้ำลายสอได้ง่ายๆ ตามมาด้วย “ก๋วยเตี๋ยว” นานาเมนูเส้นที่อร่อยเด็ดไม่แพ้ผัดไทย ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อซุปกลมกล่อมทั้งน้ำข้นน้ำใส ลูกชิ้นเนื้อ ลูกชิ้นเอ็น เนื้อสด เนื้อเปื่อย รับประทานกับลูกชิ้นปิ้งน้ำจิ้มรสเด็ด ก๋วยเตี๋ยวปลา เกี๊ยวปลา ลูกชิ้นปลาลวกจิ้ม ก๋วยจั๊บเส้นเหนียวนุ่มกับน้ำซุปกลมกล่อมหอมพริกไทยซดคล่องคอ หรือบะหมี่เกี๊ยว ซุปกระดูกหมู พร้อมหมูย่างที่จะรับประทานกับซีอิ๊วหวานหรือน้ำจิ้มซีฟู้ดก็เข้ากันและที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ “ส้มตำ” อาหารอีสานคู่บ้านคู่เมืองของไทย รับประทานกับไก่ย่าง คอหมูย่าง เนื้อนุ่ม กลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม อย่าลืมตบท้ายด้วยขนมหวานอย่างหม้อแกง ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวถั่วดำ ตะโก้ สังขยา ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง มิเช่นนั้นเดี๋ยวกระเพาะของหวานจะน้อยใจเอาได้ แน่นอนว่าสำหรับใครหลายคน นอกจากรสชาติของอาหารแล้ว การได้เดินทางไปหาของอร่อยตามที่ต่างๆ ถือเป็นเสน่ห์อันน่าหลงใหลอีกอย่างของสตรีตฟู้ดก็ว่าได้ ทว่าด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จึงทำให้ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน แต่อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า สตรีตฟู้ดนั้นเกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน ต่อให้อะไรจะเปลี่ยนไป ขอเพียงปรับตัวให้เท่าทันด้วยความเข้าใจ ความมีชีวิตชีวาของสตรีตฟู้ดนั้นย่อมยังคงอยู่ให้รู้สึกเสมอ ไทย เทสต์ ฮับ มหานคร คิวบ์ (Thai Taste Hub Mahanakhon CUBE) ศูนย์รวมสตรีตฟู้ดแห่งใหม่ใจกลางเมืองย่านสาทร–สีลม พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ใหม่แห่งรสชาติ ไปกับสุดยอดร้านอาหารระดับตำนานของเมืองไทยมากมายในราคาที่ทุกคนสัมผัสได้ มั่นใจในสุขอนามัยและความปลอดภัยด้วยมาตรการดูแลป้องกันที่เข้มงวด เน้นย้ำกำกับใช้มาตรการ D-M-H-T-T เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด ตลอดจนสามารถสั่งอาหารผ่าน โรบินฮู้ด (Robinhood) แอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่สัญชาติไทย ให้ส่งตรงความอร่อยถึงหน้าบ้านได้อีกด้วย
Editor
7 May 2021
Food & DrinksLifestyle

Food & Drinks
เครื่องดื่มเรียกความสดชื่น

ว่ากันว่าความสุขนั้นหาไม่ยากอย่างที่คิด การได้รับประทานอาหารอร่อยๆ ได้พักผ่อนเต็มที่หลังจากทำงานมาทั้งวัน หรือจริงๆ เพียงแค่ได้ละเลียดจิบเครื่องดื่มสดชื่นสักแก้ว ท่ามกลางอากาศร้อนอ่อนระโหยของเดือนเมษา ก็นับว่าดีต่อใจและกายยิ่งนักแล้ว เมื่อร่างกายของเราสูญเสียน้ำจากการขับเหงื่อมากเข้าก็จะทำการส่งสัญญาณออกมา จับใจความสั้นๆ ได้ว่า “คอแห้งแล้วนะ” จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องหาเครื่องดื่มดับกระหายคลายร้อน มาคืนความสดชื่นให้กับร่างกายกันสักหน่อย และ Power ก็ไม่พลาด ที่จะมาแนะนำเครื่องดื่มชื่นใจให้คุณผ่อนคลายในวันที่ร้อนจนไม่ไหวจะเพลียแบบนี้ กาแฟ กาแฟ เครื่องดื่มยอดนิยมอันดับสองของโลกรองจากน้ำเปล่า สิ่งที่หลายคนขาดไม่ได้ในทุกๆ วัน ครั้งหนึ่งกาแฟถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของเช้าวันใหม่ เพราะฤทธิ์ของคาเฟอีนจะช่วยกระตุ้นระบบประสาท ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น และตื่นตัว แต่ทุกวันนี้กาแฟไม่ได้ถูกจำกัดช่วงเวลาการดื่มอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าตอนไหนก็เป็น Coffee O’clock ได้ทั้งนั้น รวมไปถึงยังมีการพัฒนาสูตรต่างๆ อย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้กาแฟกลายเป็นหนึ่งใน “น้ำสดชื่น” ที่มาพร้อมกับไลฟ์สไตล์สุดเก๋ก็ว่าได้ อย่างที่บอกว่าเครื่องดื่มอารมณ์เข้มๆ อย่างกาแฟสามารถต่อยอดสูตร นำไปจับคู่กับส่วนผสมอื่นๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น กาแฟอัญชันมะนาว ที่ให้ทั้งความสดชื่นพร้อมกับประโยชน์มากมาย เนื่องจากมะนาวสามารถลดอาการวิงเวียนหรือปวดศีรษะ ในขณะที่อัญชันมีสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้นั่นเอง รวมไปถึงยังสามารถเพิ่มอรรถรสด้วยซินนามอน หรือ อบเชย ที่ทั้งหอมแถมยังช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองได้ดี นอกจากนั้น หลายคนยังนิยมนำกาแฟไปผสมกับ ยูสุไซรัป หรือ น้ำมะพร้าว อาจจะเพิ่มความซ่าด้วยโทนิกตามแต่สูตรและการประยุกต์เฉพาะตัว ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของความสดชื่นในหน้าร้อน แถมยังช่วยบูสต์เอเนอร์จียามบ่าย หลังจากเพิ่งรับประทานข้าวเที่ยงมาหมาดๆ ให้พร้อมลุยงานแบบแรงไม่มีตกได้อีกด้วย ชา ถ้าโลกนี้มีกาแฟ ก็ต้องมีชา เครื่องดื่มที่อยู่เคียงคู่มนุษยชาติมายาวนานหลายพันปี โดยปัจจุบันมีชาหลากชนิดหลายรสชาติ ผ่านกรรมวิธีการปรุงต่างๆ ให้เลือกดื่มกันอย่างมากมาย และนอกจากความโดดเด่นในเรื่องกลิ่นหรือรสชาติแล้ว วัฒนธรรมของการดื่มชาก็ยังมีเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนหลงใหลไม่แพ้กัน ชาเป็นเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกฤดูกาล ดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าร้อนแบบนี้ สำหรับใครที่ชอบดื่มชาร้อนรับรองว่าไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน เพราะชาร้อนมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ร่างกายเกิดความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และลดความเครียดได้ ซึ่งนอกจากประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว การได้นั่งจิบชายามบ่ายที่เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมที่เข้ากันในบรรยากาศดีๆ ยังมีส่วนช่วยผ่อนคลายอารมณ์ รวมไปถึงทำให้จิตใจสงบลงได้อีกด้วย น้ำหมักผักและผลไม้ Infused Water หรือ น้ำหมักผักและผลไม้ ถือเป็นเทรนด์เครื่องดื่มที่คนรักสุขภาพนิยมกันเป็นอย่างมาก เพราะทำได้ง่าย มีประโยชน์ แถมยังสามารถดื่มคลายร้อนให้ความสดชื่นได้ทั้งวันโดยไม่ต้องกลัวอ้วน หลักการก็คือนำผัก ผลไม้ หรือสมุนไพรที่ต้องการ 2 – 3 อย่าง มาหั่นเป็นชิ้นแล้วใส่ลงไปในน้ำเปล่า น้ำแร่ หรือ Sparkling Water จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นหมักไว้ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เพียงเท่านี้ก็พร้อมดื่ม แน่นอนว่าสิ่งที่จะได้มาพร้อมกับความสดชื่นก็คือ สรรพคุณของผักผลไม้ที่ใส่ลงไป อย่างถ้าใส่ผลไม้จำพวกแอปเปิล ส้ม หรือแคนตาลูป ก็จะให้รสชาติที่หอมหวานดื่มง่าย แถมด้วยประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระ ส่วนถ้าใส่สตรอว์เบอร์รี สับปะรด ก็จะได้รสชาติอารมณ์แบบทรอปิคัลสไตล์ ในขณะที่พืชผักอย่างแตงกวา เซเลอรี จะให้ความรู้สึกชุ่มชื่นดับกระหายคลายร้อนได้เป็นอย่างดี หรือใครที่ไม่กลัวรสชาติจากสมุนไพร สามารถลองขยับเลเวลใส่ใบสะระแหน่ ใบโรสแมรี ขิง หรืออบเชยแท่ง แซมๆ ลงไปกับผลไม้ด้วยก็ได้ ที่สำคัญอย่าลืมใส่ใจเรื่องความสะอาดในทุกวัตถุดิบทุกขั้นตอนให้ดีคิง เพาเวอร์ พร้อมเสิร์ฟเมนูเครื่องดื่มสดชื่นคลายร้อนในบรรยากาศสุดพิเศษหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Other Café คาเฟ่สไตล์มินิมัลที่โดดเด่นทั้งการตกแต่งและเครื่องดื่มซิกเนเจอร์สูตรพิเศษ รวมไปถึงเซ็ตน้ำชายามบ่ายที่ The Junction โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ พร้อมทั้งโปรโมชั่นดีๆ เพื่อคุณตลอดหน้าร้อนนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Kingpowerofficial/ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก https://www.westernhealth.com/
Editor
29 April 2021
Food & DrinksLifestyle

Food & Drinks
อร่อยชื่นใจกับเมนูคลายร้อน

ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้จะเป็นเมืองร้อน (มาก) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสามเดือนต่อจากนี้คือช่วงเวลาทองของการออกไปข้างนอก สนุกสนานไปกับสีสันของชีวิต รวมไปถึงการลิ้มลองรสชาติแห่งคิมหันตฤดูอันเป็นเอกลักษณ์ จากเมนูอาหารที่ไม่เพียงอร่อยชื่นใจคลายร้อน แต่ยังช่วยปรับสมดุลร่างกายจากภายในทำให้รู้สึกสบายเนื้อตัวอีกด้วย อาหารคลายร้อนนั้นไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นของหวานหรือเสิร์ฟมาแบบเย็นๆ เสมอไป เพราะอาหารคาว รสจัด และอุ่นร้อนหลายชนิด กลับมีสรรพคุณเย็นที่ช่วยให้ร่างกายเย็นและสดชื่นได้ หลักการง่ายๆ เบื้องต้นก็คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบมากๆ เพื่อคงความชุ่มชื้นให้กับร่างกายที่ต้องเสียเหงื่อ อาหารย่อยง่ายต่างๆ ที่ทำให้ร่างกายไม่ต้องใช้พลังงานในการเผาผลาญมากจนเกินไป รวมถึงอาหารสรรพคุณเย็นต่างๆ นั่นเอง Power จะพาไปทำความรู้จักกับอาหารและเมนูดับร้อน ที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ พร้อมต้อนรับอุณหภูมิร้อนชวนปรอทแตกที่กำลังมาเยือนในเร็ววันนี้ ข้าวแช่ หนึ่งในเมนูอาหารประจำฤดูร้อนที่ขาดไม่ได้ในบ้านเรา แต่เดิมเป็นอาหารที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมขอพรบูชาเทวดาของชาวมอญในช่วงสงกรานต์ จึงไม่แปลกที่จะมีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยพิธีรีตองมากมายทั้งขั้นตอนการทำและการรับประทาน กระทั่งในเวลาต่อมากลายเป็นอาหารยอดนิยมของเจ้านายในวัง ก่อนจะแพร่หลายมาสู่ชาวบ้านในที่สุด กระแสข้าวแช่กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยสามารถหารับประทานได้ไม่ยากตามร้านอาหารไทยและภัตตาคารต่างๆ แม้จะนำเสนอสูตรที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่ส่วนประกอบหลักที่เหมือนกันก็คือ ข้าวนึ่งอบเทียน น้ำลอยดอกมะลิ น้ำแข็ง และเครื่องเคียง ซึ่งเครื่องเคียงจะประกอบไปด้วย ลูกกะปิ ที่ทำจากปลาย่างผสมกับสมุนไพร ปั้นเป็นลูกกลมๆ ขนาดพอดีคำแล้วนำไปทอด หอมแดงยัดไส้ พริกหยวกสอดไส้ หมูหรือเนื้อฝอย ไชโป๊ผัดไข่ และผักสดอย่างแตงกวา มะม่วงดิบ หรือต้นหอมไว้รับประทานเพื่อตัดรส การรับประทานข้าวแช่ให้อร่อยนั้นมีขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ควรละเลย นั่นคือ ตักข้าวแต่พอประมาณให้เหลือพื้นที่สำหรับใส่น้ำลอยและน้ำแข็ง ไม่ตักเครื่องเคียงใส่ในจานข้าวเพราะจะทำให้ข้าวแฉะน้ำมัน รับประทานเครื่องเคียงก่อน จากนั้นค่อยตามด้วยข้าว และน้ำลอยหอมเย็นชื่นใจ เพียงเท่านี้ก็จะได้สัมผัสกับรสชาติแห่งฤดูร้อนแบบไทยๆ ที่ใครๆ ก็หลงรักอย่างแน่นอน ปลาแห้งแตงโม เมนูที่มีความเซอร์เรียลนิดๆ จะของหวานก็ไม่ใช่ของคาวก็ไม่เชิงนี้ ถือเป็นเมนูคลายร้อนที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ พระเอกอยู่ที่สัญลักษณ์ประจำหน้าร้อนอย่างแตงโม ผลไม้ที่มีน้ำประกอบอยู่ในปริมาณมากจึงมีสรรพคุณเย็น รับประทานสดๆ ให้รสชาติหอมหวาน หรือจะไปปั่นเป็นน้ำแตงโมก็ชื่นใจ นอกจากนั้นยังมีประโยชน์เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักอีกด้วย เนื่องจากมีน้ำตาลและแคลอรี่ต่ำ สามารถป้องกันการสะสมของไขมันที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ในขณะที่ปลาแห้งนั้นหลายคนอาจจะคุ้นเคยมากกว่าเมื่อนำไปรับประทานกับข้าวเหนียวมูน หน้าร้อนนี้ต้องลองรับประทานกับแตงโมดูบ้างแล้ว โดยปลาแห้งนั้นสามารถทำเองได้ไม่ยาก ด้วยการนำปลาช่อนไปย่างจนแห้ง คัดเอาแต่เนื้อไปโขลก จากนั้นนำไปคั่วในกระทะไฟอ่อนกับหอมเจียว ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาลทรายแล้วพักให้หายร้อน ไฮไลต์อยู่ที่ตอนเสิร์ฟ โรยปลาแห้งลงบนแตงโมชิ้นพอดีคำที่นำไปแช่จนเย็นจัด รับรองว่าทั้งเก๋ทั้งอร่อยชื่นใจสุดๆ ยูสุ อีกหนึ่งวัตถุดิบจากประเทศญี่ปุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความสารพัดประโยชน์บวกกับกลิ่นหอมสดชื่นที่ไม่มีใครเหมือน ยูสุจึงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากครัวทั่วโลก เจ้าผลไม้ที่อยู่ระหว่างเมเยอร์เลม่อนและส้มแมนดารินนี้ อาจจะไม่ได้รับบทนำในจานอาหารเสมอไป แต่ก็ไม่เคยบกพร่องในฐานะนักแสดงสมทบอย่างแน่นอน เพราะรสชาติเปรี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งสีสันและน้ำมันที่ได้จากเปลือกนั้น สามารถสร้างความหลากหลายให้กับเมนูต่างๆ ได้ทั้งคาวหวาน ไปจนถึงเครื่องดื่มอย่างชา ซอฟต์ดริงก์ หรือค็อกเทล ยูสุนั้นมีวิตามินซีสูง อีกทั้งกรดซิตริกที่มีส่วนช่วยในการย่อยอาหารและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สำหรับหน้าร้อนอย่างนี้ น้ำยูสุผสมน้ำผึ้งโซดาเย็นๆ สักแก้ว หรือแม้แต่ชาร้อนยูสุ จัดเป็นเครื่องดื่มที่ให้ทั้งความสดชื่นและบำรุงสุขภาพชั้นดีเลยทีเดียว นอกจากนั้น ยูสุยังนิยมนำไปทำเป็นเครื่องปรุงหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ซอส พริกเกลือยูสุ น้ำสลัดยูสุ มัสตาร์ด หรือน้ำส้มปรุงรสสำหรับข้าวซูชิ ไปจนถึงเสิร์ฟเป็นเครื่องเคียงกับอาหารจานหลัก อย่างครีมโฟมยูสุที่รับประทานคู่กับกับสเต็ก ยูสุพอนสึก็อร่อยเข้ากันกับปลาดิบและเนื้อวากิว หรือจะทำเป็นพูเร่ก็ช่วยเพิ่มรสชาติได้อย่างน่าประทับใจ เต้าหู้ เต้าหู้ อาหารมากประโยชน์ที่ทำมาจากถั่วเหลือง มีโปรตีนสูง ไขมันน้อย ย่อยง่ายไม่หนักท้อง จึงเหมาะแก่การรับประทานในหน้าร้อน เพราะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่หนักจนเกินไป โดยโปรตีนจากถั่วเหลืองนั้นนอกจากจะช่วยสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจได้อีกด้วย ชาวญี่ปุ่นมักมีเต้าหู้เป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารอยู่เสมอไม่ว่าฤดูไหนๆ เพราะเต้าหู้สามารถรับประทานได้ทั้งแบบร้อนและเย็น อย่างเมนู Zaru Tofu เต้าหู้อ่อนที่เกิดจากการทิ้งน้ำนมถั่วเหลืองให้จับตัวเป็นก้อนบนกระจาดไม้ไผ่สาน ก็นิยมรับประทานในหน้าร้อนเพื่อความสดชื่น ในขณะที่บ้านเราแม้จะรับประทานเต้าหู้ไม่มากเท่าชาวญี่ปุ่นหรือชาวจีน แต่ความนิยมใน “น้ำเต้าหู้” นั้น ไม่เป็นสองรองใคร หรือจะดื่มเป็นเต้าหู้แบบเย็นก็อร่อยสดชื่นได้ทั้งวัน นอกจากนั้นยังมีการทำเป็นไอศกรีมน้ำเต้าหู้ และไอศกรีมโยเกิร์ต ที่รับประทานกับท็อปปิ้งต่างๆ ให้อารมณ์แบบขนมหวาน คลายร้อนได้แถมยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย สมุนไพรต่างๆ อย่างที่บอกว่า “อาหารคลายร้อน” ไม่จำเป็นต้องหวานหรือเย็นเสมอไป…
Editor
12 March 2021
Food & DrinksLifestyle

Food & Drinks
เมนูเติมหวานเทศกาลแห่งความรัก

วันวาเลนไทน์ หรือ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีนั้น เป็นที่รู้กันดีว่าบรรยากาศโดยรอบจะอบอวลไปด้วยมวลแห่งความสุข ความห่วงใย และความปรารถนาดีที่ใครต่อใครต่างส่งให้กันในนามของ “ความรัก” หนึ่งในสิ่งที่นามธรรมที่สุดในโลกที่แม้แต่นักปรัชญาก็หานิยามไม่ได้ แต่เราทุกคนก็ยินดีที่จะใช้โอกาสนี้มอบช่วงเวลาสุดพิเศษให้กับคนที่เรารัก ที่มาที่ไปของวันวาเลนไทน์ไม่มีบันทึกไว้อย่างแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อใด ที่ไหน หรือ เพราะอะไร บ้างก็เชื่อว่าเกิดจากนักบุญวาเลนไทน์ นักบวชในคริสต์ศาสนาที่ยอมฝืนคำสั่งของจักรพรรดิแห่งโรมันที่ประกาศห้ามให้มีการจัดงานแต่งงานในช่วงสงคราม แต่ท่านก็แอบจัดพิธีให้กับคู่รักมากมาย บ้างก็เชื่อว่าเป็นเรื่องราวของนายแพทย์ที่ไปมีความรักต้องห้ามกับหญิงสาวตาบอดจนต้องโทษประหาร โดยที่ก่อนตายได้ทำการอธิษฐานและเขียนโน้ตถึงนาง กระทั่งเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นทำให้นางมองเห็นและได้อ่านข้อความสุดท้ายจากเขาว่า “From your Valentine” อย่างไรก็ตามวันวาเลนไทน์ได้กลายมาเป็นวันที่เราจะมอบของขวัญให้กับคนสำคัญข้างกาย นอกเหนือไปจากความรู้สึกดีๆ ที่ให้อยู่แล้วทุกวัน เพื่อให้วันนี้กลายเป็นวันพิเศษขึ้นกว่าเดิม อาจจะเป็นดอกกุหลาบสักดอก การ์ดน่ารักๆ สักใบ หรือ อาหารอร่อยๆ ที่มาพร้อมกับบรรยากาศแสนพิเศษสักมื้อ Power จึงไม่รอช้าที่จะพาไปทำความรู้จักกับขนมและอาหารที่ จะช่วยเติมความหวานให้กับความสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์นี้ของคุณ The Happiness That You Can Eat ทำไมช็อกโกแลตถึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของวันแห่งความรัก ตอบง่ายๆ ว่า มันอร่อย เพราะฉะนั้นการมอบของอร่อยๆ ให้กับคนรักมันก็สมเหตุสมผลดี นอกจากนั้นการรับประทานช็อกโกแลตแบบเข้มข้นยังมีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยลดความเครียด อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจึงช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ มีธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด รวมไปถึงฟลาโวนอยด์ที่ช่วยบำรุง “หัวใจ” ว่ากันว่ารสชาติดุจดั่งสวรรค์และสัมผัสของช็อกโกแลตชั้นดี ไม่เพียงแต่จะละลายในปากเท่านั้น แต่ยังละลายไปถึงหัวใจ อย่างที่ใครหลายคนเชื่อว่า ช็อกโกแลต ไม่ต่างอะไรจากความสุขที่มาในรูปของกิน The Language of Flowers ราวปลายศตวรรษที่ 17 ความนิยมเรื่องแนวคิดของ “ภาษาดอกไม้” หรือการใช้ดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ในการแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึกกำลังเป็นที่นิยมไปทั่วทั้งยุโรป อย่างที่ดอกคาร์เนชั่นสีเหลืองแสดงถึงความผิดหวัง ดอกผักตบสีม่วงนั้นร้องขอการให้อภัย และแน่นอนดอกกุหลาบสีแดงแทนความรักจากหัวใจ ดอกกุหลาบนั้นเกี่ยวข้องกับวีนัส เทพีแห่งความรักของชาวโรมัน ตามตำนานเล่าว่าเมื่ออดอนิสคนรักของวีนัสตาย เลือดของเขาเมื่อรวมเข้ากับหยดน้ำตาอันเกิดจากความเสียใจของนาง ที่บริเวณนั้นได้เกิดเป็นพุ่มดอกไม้สีแดงเข้มขึ้นมา นั่นคือดอกกุหลาบ หรืออย่างของไทยก็มี มัทนะพาธา บทละครพูดคำฉันท์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ตำนานดอกกุหลาบกับความรักอันเจ็บปวดนั่นเอง นอกจากความสวยงามแล้ว กลีบกุหลาบก็ยังนำมารับประทานได้ แถมยังมีประโยชน์มากเสียด้วย เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินบี วิตามินเค แคลเซียม โพแทสเซียม รวมไปถึงแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่างๆ สามารถนำมาทำเป็นอาหารและเครื่องดื่มได้หลากหลาย เช่น ชาดอกกุหลาบ สลัดดอกกุหลาบ เค้กกุหลาบ หรือจะจิ้มกินกับน้ำพริกแบบไทยๆ ก็เก๋ไปอีกแบบ The Fruit of Love สตรอว์เบอร์รี ผลไม้ที่โดดเด่นที่สุดในวันแห่งความรัก เจ้าผลไม้สีแดงรูปหัวใจนี้มีความเกี่ยวข้องกับเทพีวีนัส ตามตำนานถือเป็นญาติห่างๆ ของดอกกุหลาบ และด้วยรูปร่างหน้าตารวมไปถึงรสชาติของมัน หลายคนจึงเปรียบเปรยเอาไว้ว่า หากถามว่าความรักรสชาติเป็นอย่างไร ก็ให้สตรอว์เบอร์รีแทนคำตอบนั้นได้เลย นอกจากนั้นมันยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย ยังมีเรื่องเล่าอีกว่า ถ้าคุณเจอผลสตรอว์เบอร์รีแฝด แล้วได้ทำการแบ่งมันให้ใครสักคนกิน ทั้งสองก็จะตกหลุมรักซึ่งกันและกัน สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าผลไม้อย่างส้ม องุ่น และกีวีหลายเท่า มีวิตามิน เส้นใยอาหาร และกรดโฟลิกที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและมะเร็ง นิยมรับประทานสดๆ หรือจะนำไปจับคู่กับของหวานอย่างช็อกโกแลตก็อร่อย รวมไปถึงนำไปเป็นส่วนผสมตัดรสชาติกับอาหารคาวอย่างฟัวกราส์ย่างก็ช่วยชูรสให้ความรู้สึกสดชื่นเข้ากันลงตัว I Herb You เมื่อพูดถึงสมุนไพรก็มักจะชวนให้นึกถึงยา จริงอยู่ที่สรรพคุณทางการรักษาเหล่านั้น ดูจะห่างไกลจากคำว่าโรแมนติกอยู่พอสมควร แต่ถึงอย่างไรสมุนไพรก็ยังส่งผลดีต่ออารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ใจอุ่น เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่รับประทานร่วมกับคนรักในวันวาเลนไทน์นี้ โรสแมรี่ ในสมัยโบราณใช้เป็นสัญลักษณ์ของความรู้เนื่องจากมีสรรพคุณช่วยให้ความจำดี เป็นสมุนไพรที่มีความโดดเด่นเรื่องกลิ่นและน้ำมันในตัว นิยมนำไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย มีสารที่มีประโยชน์ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง เสริมสร้างการผลิตคอลลาเจนช่วยให้ผิวกระชับ ที่สำคัญโรสแมรี่ยังเป็นสมุนไพรที่เชฟขาดไม่ได้ อันที่จริงแค่นึกถึงสเต็กเนื้อหรือปลาที่มีกลิ่นของโรสแมรี่บางๆ ก็สุขใจแล้ว ลาเวนเดอร์ กลิ่นที่เหมือนน้ำหอมจากธรรมชาติของลาเวนเดอร์ช่วยได้เสมอในเรื่องความโรแมนติก หนึ่งในน้ำมันหอมระเหยที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดที่จะช่วยสะกิดความรู้สึกของความสุขให้เคลิบเคลิ้มในอารมณ์แห่งเดือนกุมภาพันธ์…
Editor
12 February 2021
Food & DrinksLifestyle

Food & Drinks
New Festive À La Carte Menus
Christmas & New Year Japanese Dinner at Tenshino

PHOTOGRAPHY: TENSHINO RESTAURANT / PULLMAN BANGKOK KING POWER ห้องอาหารเท็นชิโนะ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ พร้อมเสิร์ฟความพิถีพิถันให้คุณและครอบครัวได้เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขอย่างรื่นรมย์ส่งท้ายปีตลอดเดือนธันวาคมนี้ ด้วยมื้ออาหารสุดพิเศษที่ครบถ้วนทุกรายละเอียดของรสชาติในทุกๆ จาน เพลิดเพลินไปกับเมนู À la carte ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลายถึง 23 เมนู รังสรรค์ขึ้นโดย เชฟแพน-ขวัญชนก ศรีธาวัชร ภายใต้แนวคิดเมนูอาหารรับปีใหม่ที่งดงามและเป็นสิริมงคลตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น เคล้ากลิ่นอายความเป็นยุโรป ผ่านวัตถุดิบชั้นเยี่ยมของโปรดตลอดกาลของใครหลายคนทั้ง 4 ชนิด ดังนี้ Bafun Uni หากวัดกันที่ความรักที่ญี่ปุ่นมีให้ “อูนิ” แล้วล่ะก็ จึงไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมายเท่าใดนัก ที่เจ้าวัตถุดิบชนิดนี้คือหนึ่งในของโปรดตลอดกาลประจำห้องอาหารเท็นชิโนะ โดยทางร้านใช้เป็นบาฟุนอูนิเนื้อสดสวย แน่น รสหวาน และด้วยความโชคดีราวกับสวรรค์ประทาน ที่ทำให้เรามีวิธีดื่มด่ำไปกับของขวัญจากท้องทะเลฮอกไกโดนี้ได้นับไม่ถ้วน เชฟแพนจึงไม่รีรอที่จะนำเสนอเมนูอูนิไว้อย่างหลากหลายให้ได้ลิ้มลองกัน Black Winter Truffle นี่คือฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดที่คุณจะได้ลิ้มรสเพชรสีดำแห่งวงการอาหาร เห็ดทรัฟเฟิลสีดำสายพันธุ์ดีจากเมือง Périgord ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเชฟแพนได้นำมาสร้างสรรค์เมนูหลากสไตล์ทั้งคาวหวาน ผสมผสานไปกับวัตถุดิบพรีเมียมนานาชาติ เกิดเป็นอาหารฟิวชั่นร่วมสมัย โดดเด่นด้วยรสชาติแห่งฤดูกาลอันเป็นเอกลักษณ์ที่พลาดไม่ได้ Black Winter Truffle นี่คือฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดที่คุณจะได้ลิ้มรสเพชรสีดำแห่งวงการอาหาร เห็ดทรัฟเฟิลสีดำสายพันธุ์ดีจากเมือง Périgord ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเชฟแพนได้นำมาสร้างสรรค์เมนูหลากสไตล์ทั้งคาวหวาน ผสมผสานไปกับวัตถุดิบพรีเมียมนานาชาติ เกิดเป็นอาหารฟิวชั่นร่วมสมัย โดดเด่นด้วยรสชาติแห่งฤดูกาลอันเป็นเอกลักษณ์ที่พลาดไม่ได้ Périgord Foie Gras คริสต์มาสและปีใหม่จะไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองได้เลย หากปราศจากรสชาติของ “ฟัวกราส์” ในมื้ออาหาร เพียงเท่านั้นยังไม่พอ คุณยังสามารถเติมเต็มรสชาติให้สมบูรณ์แบบและมีชีวิตชีวามากขึ้นได้อีก เมื่อรับประทานฟัวกราส์คู่กับผลไม้หรือไวน์สักแก้ว เพราะ Acidity และความสดชื่นที่มาช่วยตัดรสนั้น กลับเข้าคู่กันได้อย่างลงตัวในแบบที่เชฟแพนเองก็มิอาจปฏิเสธ จึงได้รังสรรค์เป็นเมนูสุดพิเศษเพื่อคุณ Oscietra Caviar   ไม่ว่ายุคสมัยใด “คาเวียร์” ยังคงเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับงานเลี้ยงได้เสมอมา ห้องอาหารเท็นชิโนะพร้อมยกระดับมื้ออาหารในเทศกาลแห่งความสุขของคุณด้วย “ออสเซียตราคาเวียร์” ไข่ของปลาสเตอร์เจียนระดับพรีเมียม หนึ่งในอาหารที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ซึ่งแน่นอนว่าเชฟจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง ด้วยความต้องการที่จะมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าคนพิเศษเช่นคุณ Oscietra Caviar   ไม่ว่ายุคสมัยใด “คาเวียร์” ยังคงเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับงานเลี้ยงได้เสมอมา ห้องอาหารเท็นชิโนะพร้อมยกระดับมื้ออาหารในเทศกาลแห่งความสุขของคุณด้วย “ออสเซียตราคาเวียร์” ไข่ของปลาสเตอร์เจียนระดับพรีเมียม หนึ่งในอาหารที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ซึ่งแน่นอนว่าเชฟจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง ด้วยความต้องการที่จะมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าคนพิเศษเช่นคุณ เริ่มต้นกันที่เมนูเรียกน้ำย่อย Hot Appetizers จานแนะนำ ได้แก่ Seared Hokkaido Scallops, Mango Yuzu Purée and Oscietra Caviar หอยเชลล์ฮอกไกโดตัวโตที่นำไปเซียร์จนหอม มีมะม่วงและส้มยูสุพูเร่เป็นเครื่องเคียง เสิร์ฟพร้อมครีมชิโสะเอสพูม่าเนื้อเนียนเบา ท็อปด้วยออสเซียตราคาเวียร์ แมงโก้ซัลซา และใบโอบะทอด เมนูอื่นๆ – Chicken Consommé with Black Winter Truffles / Seared Périgord Foie Gras with Mizuna & Rocket Salad Cold Appetizers จานแนะนำ ได้แก่ Toro Nigiri with Black…
Editor
28 December 2020