Lifestyle

Lifestyle:
ใช้ชีวิตให้สนุกในยุค COVID-19

นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เราได้รู้จักกับไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 ที่มีการตรวจพบการแพร่ระบาดที่ตลาดอาหารทะเลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการค้าขายสัตว์หลากหลายชนิดรวมไปถึงสัตว์ป่า ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน เมื่อประมาณกลางเดือนธันวาคม 2562 มาจนถึงวันนี้ เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักโรคโควิด-19 อีกทั้งยังน่าจะคุ้นเคยกับวิถีชีวิตแนวใหม่แบบ New Normal ไปแล้วไม่น้อย และคาดว่าจะยังคงดำเนินไปเช่นนี้อีกพักใหญ่ๆ กว่าที่สถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น ดังนั้นแล้วในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ ก็จงใช้ชีวิตอยู่กับมันไปด้วยความแฮปปี้ ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้างควบคู่กันไป  และเพื่อไม่ให้โควิด-19 ทำให้การใช้ชีวิตของเราน่าเบื่อจนเกินไป Power มีไอเดียมานำเสนอให้ลองทำกันดู เผื่อชีวิตนี้จะสนุกขึ้นได้อีกนิด 1. เข้าใจและยอมรับ ก่อนที่จะไปหาอะไรทำแก้เบื่อ เราต้องทำใจยอมรับให้อยู่กับโควิด-19 ให้ได้ก่อน เมื่อเรายอมรับได้ จะทำให้เราสามารถเห็นมุมมองต่างๆ ในรูปแบบที่ต่างออกไปได้ และสามารถปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างใส่ใจสุขภาพมากขึ้นนั่นเอง 2. หาอะไรทำในวันที่อยู่บ้าน การนั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในบ้านนั้น นานวันเข้าก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย และจะกลายเป็นพาลพาโลไปเสียทุกอย่าง เพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่านไปวันๆ แนะนำว่าควรหาอะไรที่ชอบทำจะดีกว่า เป็นต้นว่า หัดทำอาหาร ทำขนม ทำงานฝีมือ วาดรูป ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ หรือแม้แต่เล่นเกม มีอะไรให้ทำมากมายขนาดนี้นอกจากจะแก้เบื่อได้แล้ว ยังอาจเป็นช่องทางในการสร้างงานสร้างอาชีพได้อีกด้วย 3. หาเวลาไปผ่อนคลายนอกบ้านบ้าง ในสถานการณ์เช่นนี้ การอยู่บ้านเป็นเรื่องดี แต่ก็ใช่ว่าจะออกไปผ่อนคลายนอกบ้านไม่ได้ เราจึงควรหาเวลาออกไปสัมผัสบรรยากาศข้างนอกบ้านบ้าง เพื่อเติมความสดชื่นให้กับชีวิต แนะนำว่าควรจะเป็นที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ผู้คนไม่แออัด เช่น สวนสาธารณะ สถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ เป็นต้น และต้องไม่ลืมรักษาระยะห่าง สวมใส่มาสก์ พกเจลหรือแอลกอฮอล์ล้างมืออยู่เสมอ ก็จะทำให้การออกไปผ่อนคลายนอกบ้านมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น4. ใช้ชีวิตแบบออนไลน์ให้คุ้นชิน เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆ เราต่างก็ได้เห็นในช่วง Work from home นี่แหละ ซึ่งทำให้เราสะดวกสบายขึ้นมาก ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่หรือติดเชื้อที่จะต้องออกไปนอกบ้านปะปนกับฝูงชนด้วย 5. หาคอร์สลงเรียนออนไลน์เพิ่มพูนความรู้ให้กับตัวเอง ในยุคที่โลกหมุนเร็วแบบไม่แคร์เราเช่นนี้ การได้เรียนรู้ ได้พัฒนาทักษะของตัวเองให้เท่าทัน เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก คุณควรใช้เวลาช่วงนี้ในการเพิ่มขีดความสามารถของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา ศิลปะ ถ่ายภาพ ตัดต่อ งานดีไซน์ การเขียนโปรแกรมต่างๆ การต่อยอดการเรียนรู้จากการทำงานด้านต่างๆ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในวันที่กลับเข้าทำงานให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม 6. เพราะเราคือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ นี่คือโอกาสที่หนุ่มสาวสายเอน (เตอร์เทน) ไม่น่าพลาด ลองเอาความชอบหรือความถนัดต่างๆ มาสร้างสรรค์คอนเทนต์ดีๆ นำเสนอผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ให้เข้ากับยุคสมัยดู นอกจากจะได้ฝึกสมองคิดไอเดียใหม่ๆ แล้ว ยังถือเป็นการช่วยแก้เหงา อาจได้เพื่อนเพิ่มขึ้น หรืออาจหารายได้เข้ากระเป๋าได้อีกทางหนึ่งด้วย7. ได้เวลาเคลียร์หนังสือกองโตที่ซื้อมาแล้วยังไม่ได้อ่าน หลังจากที่เที่ยวตระเวณเดินงานสัปดาห์หนังสือจนได้เล่มที่ชอบมาล็อตใหญ่ จนบัดนี้ก็ยังอ่านไม่หมด จะมีเวลาไหนเหมาะไปกว่าเวลานี้ไม่มีอีกแล้ว หยิบมาอ่านให้หนำใจไปให้ครบทุกเล่ม การอ่านจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดต่างๆ ได้อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะในการสื่อสาร ช่วยในเรื่องของการทำสมาธิ กระตุ้นการทำงานของสมอง พัฒนาความจำ ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วย 8. ปลุกความเป็นพ่อบ้านแม่เรือนในตัวคุณ เพราะมัวแต่ทำงานนอกบ้าน จนอาจละเลยความเรียบร้อยในบ้านไปบ้าง ช่วงนี้เป็นโอกาสที่คุณจะได้แก้ตัวด้วยการทำบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูครั้งใหญ่ เก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ อะไรที่ไม่ได้ใช้แล้วแต่ยังสภาพดี อาจเอาไปขายเป็นสินค้ามือสอง หารายได้พิเศษเล็กๆ น้อยๆ ให้กับตัวเอง ในยุคที่เศรษฐกิจยังไม่น่าไว้วางใจ หรือถ้าใครเป็นสายบุญอาจเก็บรวบรวมไปบริจาคให้ตามมูลนิธิต่างๆ ก็ยิ่งดีใหญ่ ถือโอกาสนี้ในการแบ่งปันให้คนอื่น แถมบ้านก็ยังรกน้อยลงอีกด้วย 9. อยู่บ้านอย่าหยุดสวย ให้เวลาปรณนิบัติร่างกายและผิวพรรณของตัวเองกันบ้าง หลังจากที่ต้องออกไปทำงาน เผชิญมลภาวะนอกบ้านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลผิวพรรณ ความสวยความงามต่างๆ สารพันปัญหาผิวก็อาจเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นใช้ช่วงเวลานี้ทำสปาให้ตัวเอง ไม่ว่าจะขัดผิว มาสก์หน้า สปาผม…
Editor
27 January 2021
DestinationLifestyle

DESTINATION
เพลิดเพลินไปกับวิวนอกหน้าต่างจากทั่วโลก

การกักตัวในสถานการณ์โควิด-19 ยังคงดำเนินต่อไป หลายคนกลับมา Work From Home และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับบ้านอีกครั้ง แม้จะปรับตัวได้มากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความน่าเบื่อมันช่างน่าเบื่อจริงๆ นั่นจึงทำให้ Sonali Ranjit และ Vaishnav Balasubramaniam คู่สามีภรรยาครีเอทีฟของบริษัทเอเจนซี่แห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ผุดไอเดียสุดสร้างสรรค์ หลีกหนีความจำเจของวิวนอกหน้าต่างอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของตัวเอง ทำให้ความรู้สึกในแต่ละวันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป Sonali Ranjit และ Vaishnav Balasubramaniam ได้สร้างสถานที่หนึ่งบนอินเทอร์เน็ต ที่สามารถมองผ่านหน้าต่างของคนอื่นๆ ในโลกได้ โดยหวังจะช่วยลดความหดหู่ที่เกิดขึ้นระหว่างล็อกดาวน์ เพราะต้องยอมรับว่าอีกสักพักเลยกว่าที่จะสามารถออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ แล้วตื่นเช้าขึ้นมาเจอวิวนอกหน้าต่างใหม่ๆ ได้ และเมื่อทั้งคู่แชร์ไอเดียนี้ออกไป ต่างก็มีคนแปลกหน้ามากมายจากทั่วโลก หยิบยื่นวิวจากหน้าต่างบ้านตัวเองนำมาแลกเปลี่ยนกับคนอื่นๆ ช่วยเยียวยาความรู้สึกของผู้คน ก่อนที่จะมีโอกาสได้ออกไปสำรวจโลกอันน่าตื่นตาตื่นใจใบนี้อีกครั้งมาร่วมสัมผัสความรู้สึกแปลกใหม่ของบานหน้าต่างสุดสร้างสรรค์นี้ ได้ที่ www.window-swap.com/ ที่ที่จะทำให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศทั้งภาพและเสียงของธรรมชาติ เมือง ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนในแบบต่างๆ ใครจะคิดว่าเมื่อถึงวันหนึ่ง การจราจรคับคั่งในนิวยอร์ก ผู้คนที่จอแจในมุมไบ ฝนปรอยในลอนดอน หรือแม้แต่ทะเลทรายในแอริโซนา จะน่าดูชมและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาถึงเพียงนี้คุณเองก็สามารถแบ่งปันวิวหน้าต่างของตัวเองได้เช่นกัน เพียงตั้งกล้องถ่ายวิดีโอวิวนอกหน้าต่างบ้านของคุณในแนวนอน ที่ความละเอียดสูง ความยาว 10 นาที ระวังอย่าให้กล้องขยับมากเกินไป และที่สำคัญขอให้ติดส่วนใดส่วนหนึ่งของบานหน้าต่างเข้าไปด้วย ตั้งชื่อวิดีโอเป็นชื่อต้นของคุณก็เพียงพอแล้ว พร้อมระบุว่าจากที่ไหนในโลก จากนั้นก็กดอัปโหลดได้เลย แล้วคุณจะพบว่าวิวหน้าต่างที่อาจเคยน่าเบื่อบานนั้น ก็สามารถช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจที่กำลังห่อเหี่ยวของคุณได้  อย่างที่คุณอาจไม่เคยคิดมาก่อนขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.window-swap.com
Editor
21 January 2021
DestinationLifestyle

DESTINATION
สักการะพระบรมสารีริกธาตุทั่วไทย
ไหว้พระขอพรรับปีใหม่เสริมสิริมงคล

เมื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะชาวพุทธมักจะพากันไปไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตกันตั้งแต่ต้นปี ด้วยเชื่อว่าการเริ่มต้นด้วยสิ่งดีๆ จะทำให้ตลอดทั้งปีนั้นมีแต่ความราบรื่น สุขกายสบายใจ และหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต่างให้ความศรัทธา ด้วยมีบทบาททางสังคมและวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ “พระบรมสารีริกธาตุ” ในพระธาตุเจดีย์ ที่ประดิษฐานอยู่ตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศนั่นเอง Power จึงขอหยิบยกบางส่วนมาให้นักเดินทางสายบุญได้ทำความรู้จักและปักหมุดไว้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตในปีใหม่นี้ พระบรมสารีริกธาตุ หรือ กระดูกของพระพุทธเจ้า ถือเป็นวัตถุวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่อย่างสำคัญในทุกๆ ดินแดนที่นับถือพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นดั่งตัวแทนทางด้านกายภาพของพระพุทธเจ้า ประเทศไทยเองก็มีเรื่องเล่าขาน ตำนาน และความเชื่อ เกี่ยวกับพระบรมสารีริกธาตุที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และถึงแม้ว่าจะมีสถานะเป็นสิ่งสูงค่าที่ต้องเก็บรักษาอย่างดี แต่ก็สามารถหาโอกาสไปทำการสักการะได้ไม่ยาก เนื่องจากส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ในพระธาตุเจดีย์ของวัดต่างๆ พร้อมเปิดรับผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวเสมอ ซึ่งนอกจากจะได้อิ่มอกอิ่มใจจากการกราบไหว้สักการะ ได้ร่วมทำบุญทำกุศลต่างๆ กับทางวัดแล้ว ยังได้เรียนรู้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะอันงดงาม อีกทั้งยังเพลิดเพลินไปกับสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย พระธาตุช่อแฮ วัดพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ ปูชนียสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่มาตั้งแต่สมัยโบราณ มีตำนานเล่าขานที่กล่าวถึงการสร้างพระธาตุต่างกันไป โดยหลักฐานที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดนั้นเกี่ยวข้องกับพระราชพงศาวดารว่าด้วยกรุงสุโขทัย ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1879 – 1881 ตั้งแต่สมัยที่ พระมหาธรรมราชา (ลิไท) ยังเป็นพระมหาอุปราชครองเมืองศรีสัชนาลัย พระองค์โปรดให้สร้างสถานที่สำคัญทางศาสนาต่างๆ ตามที่ปรากฏในพุทธประวัติ เมืองแพร่เป็นหนึ่งในนั้น โดยได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุแก่ขุนลัวะอ้ายก้อม ทรงมอบหมายให้หาสถานที่สร้างพระธาตุแล้วนำไปบรรจุไว้ นับตั้งแต่นั้นจึงกลายเป็นธรรมเนียมที่เจ้าครองเมืองแพร่จะต้องให้ความสำคัญกับพระธาตุและบูรณปฏิสังขรณ์ให้งดงามเรื่อยมา พระธาตุช่อแฮ มีความหมายว่า เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและประดับบูชาด้วยผ้าแพรอย่างดี โดยทุกๆ ปีจะมีประเพณีการไหว้พระธาตุ งานจะเริ่มขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 เหนือ เดือน 4 ใต้ (ตรงกับเดือนมีนาคม)  ถือเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัด เชื่อกันว่า อานิสงส์ของการนำผ้าแพรสามสีไปถวาย จะทำให้ชีวิตมีพลังคุ้มครองป้องกันศัตรู พลังบารมีจะดลบันดาลให้มีชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนั้นตามคติความเชื่อของชาวล้านนา พระธาตุช่อแฮ ยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีขาลอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่นๆ – ศูนย์การเรียนรู้ผ้าจกเมืองลองและการย้อมสีธรรมชาติ / พิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุถิ่นแถนหลวง / พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้าน โรงเรียนสองพิทยาคม / แพะเมืองผี / แก่งเสือเต้น อุทยานแห่งชาติแม่ยม พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม “อุรังคนิทาน” ตำนานที่บอกเล่าเรื่องราวการสร้างพระธาตุต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยได้กล่าวไว้ว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าและพระอานนท์ได้เสด็จมายังบริเวณแม่น้ำโขงตามพุทธประเพณี ซึ่งในเวลาต่อมาบริเวณดังกล่าวได้เกิดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง โดยระหว่างนั้นพระองค์ได้โปรดรับสั่งไว้ล่วงหน้าว่า หลังจากเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว เหล่าพระอรหันต์จะนำเอาพระอุรังคธาตุ หรือ กระดูกหน้าอก มาประดิษฐานไว้ที่ “ภูกำพร้า” ริมแม่น้ำโขง  อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุพนมในปัจจุบันนี้ เพื่อให้เหล่าเทวดาและชาวเมืองทั้งหลายได้กระทำการสักการบูชาเป็นมงคลสูงสุดของชีวิตสืบไป พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีวอก ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดแห่งเดียวตามคติความเชื่อของชาวล้านนาที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินที่ราบสูงของไทย และยังเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์อีกด้วย เนื่องมาจากพระพุทธเจ้าทรงประกาศว่า ทั่วบริเวณนี้จะเป็นที่สืบทอดพระพุทธศาสนา โดยมีพื้นที่ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้น เหมือนกับที่วันอาทิตย์เป็นวันเริ่มต้นของสัปดาห์นั่นเอง นอกจากนั้น มีความเชื่อสืบต่อกันว่า หากใครมานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือได้ว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” อันมีอานิสงส์ผลบุญเสริมมงคลเพิ่มพูนบารมีให้ผู้คนเคารพนับถือ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตยิ่งนัก โดยเทศกาลนมัสการพระธาตุนั้นจะจัดขึ้นตั้งแต่วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ในปีนี้ ตรงกับวันที่ 21 – 29 มกราคม 2564 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่นๆ – หาดแห่ ทะเลอีสาน / ต้นไม้ยักษ์…
Editor
5 January 2021
Food & DrinksLifestyle

FOOD & DRINKS
New Festive À La Carte Menus
Christmas & New Year Japanese Dinner at Tenshino

PHOTOGRAPHY: TENSHINO RESTAURANT / PULLMAN BANGKOK KING POWER ห้องอาหารเท็นชิโนะ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ พร้อมเสิร์ฟความพิถีพิถันให้คุณและครอบครัวได้เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขอย่างรื่นรมย์ส่งท้ายปีตลอดเดือนธันวาคมนี้ ด้วยมื้ออาหารสุดพิเศษที่ครบถ้วนทุกรายละเอียดของรสชาติในทุกๆ จาน เพลิดเพลินไปกับเมนู À la carte ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลายถึง 23 เมนู รังสรรค์ขึ้นโดย เชฟแพน-ขวัญชนก ศรีธาวัชร ภายใต้แนวคิดเมนูอาหารรับปีใหม่ที่งดงามและเป็นสิริมงคลตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น เคล้ากลิ่นอายความเป็นยุโรป ผ่านวัตถุดิบชั้นเยี่ยมของโปรดตลอดกาลของใครหลายคนทั้ง 4 ชนิด ดังนี้ Bafun Uni หากวัดกันที่ความรักที่ญี่ปุ่นมีให้ “อูนิ” แล้วล่ะก็ จึงไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมายเท่าใดนัก ที่เจ้าวัตถุดิบชนิดนี้คือหนึ่งในของโปรดตลอดกาลประจำห้องอาหารเท็นชิโนะ โดยทางร้านใช้เป็นบาฟุนอูนิเนื้อสดสวย แน่น รสหวาน และด้วยความโชคดีราวกับสวรรค์ประทาน ที่ทำให้เรามีวิธีดื่มด่ำไปกับของขวัญจากท้องทะเลฮอกไกโดนี้ได้นับไม่ถ้วน เชฟแพนจึงไม่รีรอที่จะนำเสนอเมนูอูนิไว้อย่างหลากหลายให้ได้ลิ้มลองกัน Black Winter Truffle นี่คือฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดที่คุณจะได้ลิ้มรสเพชรสีดำแห่งวงการอาหาร เห็ดทรัฟเฟิลสีดำสายพันธุ์ดีจากเมือง Périgord ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเชฟแพนได้นำมาสร้างสรรค์เมนูหลากสไตล์ทั้งคาวหวาน ผสมผสานไปกับวัตถุดิบพรีเมียมนานาชาติ เกิดเป็นอาหารฟิวชั่นร่วมสมัย โดดเด่นด้วยรสชาติแห่งฤดูกาลอันเป็นเอกลักษณ์ที่พลาดไม่ได้ Black Winter Truffle นี่คือฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดที่คุณจะได้ลิ้มรสเพชรสีดำแห่งวงการอาหาร เห็ดทรัฟเฟิลสีดำสายพันธุ์ดีจากเมือง Périgord ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเชฟแพนได้นำมาสร้างสรรค์เมนูหลากสไตล์ทั้งคาวหวาน ผสมผสานไปกับวัตถุดิบพรีเมียมนานาชาติ เกิดเป็นอาหารฟิวชั่นร่วมสมัย โดดเด่นด้วยรสชาติแห่งฤดูกาลอันเป็นเอกลักษณ์ที่พลาดไม่ได้ Périgord Foie Gras คริสต์มาสและปีใหม่จะไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองได้เลย หากปราศจากรสชาติของ “ฟัวกราส์” ในมื้ออาหาร เพียงเท่านั้นยังไม่พอ คุณยังสามารถเติมเต็มรสชาติให้สมบูรณ์แบบและมีชีวิตชีวามากขึ้นได้อีก เมื่อรับประทานฟัวกราส์คู่กับผลไม้หรือไวน์สักแก้ว เพราะ Acidity และความสดชื่นที่มาช่วยตัดรสนั้น กลับเข้าคู่กันได้อย่างลงตัวในแบบที่เชฟแพนเองก็มิอาจปฏิเสธ จึงได้รังสรรค์เป็นเมนูสุดพิเศษเพื่อคุณ Oscietra Caviar   ไม่ว่ายุคสมัยใด “คาเวียร์” ยังคงเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับงานเลี้ยงได้เสมอมา ห้องอาหารเท็นชิโนะพร้อมยกระดับมื้ออาหารในเทศกาลแห่งความสุขของคุณด้วย “ออสเซียตราคาเวียร์” ไข่ของปลาสเตอร์เจียนระดับพรีเมียม หนึ่งในอาหารที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ซึ่งแน่นอนว่าเชฟจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง ด้วยความต้องการที่จะมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าคนพิเศษเช่นคุณ Oscietra Caviar   ไม่ว่ายุคสมัยใด “คาเวียร์” ยังคงเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับงานเลี้ยงได้เสมอมา ห้องอาหารเท็นชิโนะพร้อมยกระดับมื้ออาหารในเทศกาลแห่งความสุขของคุณด้วย “ออสเซียตราคาเวียร์” ไข่ของปลาสเตอร์เจียนระดับพรีเมียม หนึ่งในอาหารที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ซึ่งแน่นอนว่าเชฟจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง ด้วยความต้องการที่จะมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าคนพิเศษเช่นคุณ เริ่มต้นกันที่เมนูเรียกน้ำย่อย Hot Appetizers จานแนะนำ ได้แก่ Seared Hokkaido Scallops, Mango Yuzu Purée and Oscietra Caviar หอยเชลล์ฮอกไกโดตัวโตที่นำไปเซียร์จนหอม มีมะม่วงและส้มยูสุพูเร่เป็นเครื่องเคียง เสิร์ฟพร้อมครีมชิโสะเอสพูม่าเนื้อเนียนเบา ท็อปด้วยออสเซียตราคาเวียร์ แมงโก้ซัลซา และใบโอบะทอด เมนูอื่นๆ – Chicken Consommé with Black Winter Truffles / Seared Périgord Foie Gras with Mizuna & Rocket Salad Cold Appetizers จานแนะนำ ได้แก่ Toro Nigiri with Black…
Editor
28 December 2020
HighlightLifestyle

Travel in Style:
Romantic Christmas

แต้งแต้มสีสันให้วันพิเศษด้วยชุดคู่สื่อรัก เติมความหวานให้กันในคืนวันคริสต์มาสอีฟ สร้างประสบการณ์พิเศษด้วยดินเนอร์มื้อพิเศษสูงเสียดฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความหรูหรา คลอเคล้าไปด้วยเสียงเพลง และเติมเต็มความอิ่มเอมด้วยวิวทิวทัศน์อันตระการตาของกรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมร บนจุดชมวิวสวยที่สูงที่สุด... มหานคร แบงคอก สกายบาร์   นาฬิกาข้อมือ จาก Chanel ต่างหูประดับหนัง จาก Bottega Veneta กระเป๋าถือหนัง จาก Balenciaga หมวกผ้าไหมพรม จาก Gucci สเว็ตเตอร์ผ้านิต จาก Moncler สร้อยคอพร้อมจี้ตกแต่งโลโก้ จาก Chanel รองเท้าส้นสูง จาก Gucci กระโปรงผ้าไนลอนตัดต่อผ้าไหมจับจีบ จาก Moncler ROMANTIC CHRISTMAS นาฬิกาข้อมือ จาก Gucci สเว็ตเตอร์ผ้านิต จาก Balenciaga เครื่องประดับ จาก Gucci เครื่องประดับ จาก Bottega Veneta กางเกงขายาวผ้าชิโน่ จาก Burberry กระเป๋าถือหนัง จาก Bottega Veneta เสื้อแจ็คเก็ตผ้าไหมพรหม จาก Gucci รองเท้า จาก Gucci
Editor
16 December 2020
DestinationLifestyle

DESTINATION
Culture, Art & Crafts
Arts of the Kingdom

“ข้าพเจ้านั้นภูมิใจเสมอมาว่า คนไทยมีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา หรืออาชีพใด อยู่สารทิศใด คนไทยมีความละเอียดอ่อนและฉับไวต่อการรับศิลปะทุกชนิด ขอเพียงแต่ให้เขาได้มีโอกาสฝึกฝน เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็น” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2532 ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรวบรวมผลงานศิลปะชั้นสูงของแผ่นดินจากฝีมือของช่างสถาบันสิริกิติ์ ลูกหลานชาวนา ชาวไร่ ทั้งผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยใช้เทคนิคโบราณขั้นสูงตั้งแต่สมัยอยุธยา และผลงานที่สร้างสรรค์โดยใช้เทคนิคที่คิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาจัดแสดงในฐานะสมบัติของชาติ อันเป็น “ศิลป์แผ่นดิน” ที่ควรไปชมให้ได้สักครั้งในชีวิต โดยผลงานเหล่านี้เคยเปิดให้เข้าชมท่ามกลางสถาปัตยกรรมและภาพเขียนเฟรสโกแบบยุโรปของพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ต่อมาภายหลังจากที่พระที่นั่งฯ ปิดปรับปรุงตั้งแต่เดือนตุลาคม พุทธศักราช 2560 จึงได้ย้ายไปจัดแสดงยัง พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จุดหมายปลายทางที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ออกไปเพียงไม่กี่นาที พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน จัดแสดงผลงานประณีตศิลป์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น งานถมทองถมเงิน งานคร่ำเงินคร่ำทอง งานเครื่องเงินเครื่องทอง งานจักสานย่านลิเภา/งานจักสานไม้ไผ่ลายขิด งานแกะสลักไม้ งานลงยาสี งานผ้าปัก งานทอผ้าไหม และงานหัตถกรรมที่ผสมผสานหลายเทคนิค เช่น งานไม้แกะสลักตัวละครในวรรณคดี/รูปตัวสัตว์ต่างๆ ตกแต่งปีกแมลงทับ งานเครื่องเงินตกแต่งแผ่นสานลิเภาสอดปีกแมลงทับ เป็นต้น รวมไปถึง “ผลงานชิ้นเอก” จากห้องนิทรรศการใหญ่ มาสเตอร์พีซที่ต้องอาศัยช่างฝีมือหลายสาขาจำนวนมาก บางชิ้นมากกว่า 100 คน และใช้เวลาในการสร้างสรรค์หลายปีด้วยกันกว่าจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้เราได้หยิบยกผลงานบางส่วนมาแนะนำให้รู้จักกันก่อนที่จะไปสัมผัสกับความงดงามแบบเต็มๆ ด้วยตัวเอง เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์จำลอง เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์จำลององค์นี้ สร้างจำลองมาจากเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ ในรัชกาลที่ 1 มีลำเรือเป็นถมทอง ศีรษะหงส์เป็นทองคำสลักดุนลงยา ตาและเขี้ยวประดับเพชร ทรงพู่ห้อยพุ่มทองคำระย้าประดับเพชร เคราหรือพรายหางเป็นทองคำ กลางลำเรือทอดบุษบกพิมานทองคำลงยาประดับเพชร ขนาบด้วยฉัตรปรุทอง 7 ชั้น และ 5 ชั้น ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ม่านบุษบกประดิษฐ์ด้วยห่วงทองคำถักร้อยเป็นลายแก้วชิงดวง ท้ายเกรินปักธงฉลุทองคำลงยาอย่างประณีต ผลงานนี้ใช้เวลาในการจัดทำ 2 ปี 9 เดือน โดยช่างฝีมือสถาบันสิริกิติ์จำนวน 108 คน จัดทำเนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พุทธศักราช 2549 และในโอกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พุทธศักราช 2550 บุษบกมาลา บุษบกหรือซุ้มยอด คือ เครื่องยอดขนาดเล็ก มีหลังคาซ้อนชั้นเป็นยอดแหลม มีบันแถลงเป็นเครื่องประดับ เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ บุษบกองค์ใหญ่เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ทรงใช้เสด็จออกว่าราชการ หากเป็นบุษบกองค์เล็กใช้ประดิษฐานพระพุทธรูป โดยบุษบกที่มีเกรินประกอบทั้งซ้ายและขวาจะเรียกว่าบุษบกมาลา ซึ่งบุษบกมาลานี้จำลองแบบจากพระที่นั่งบุษบกมาลามหาจักรพรรดิพิมาน ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในหมู่พระมหามณเฑียร พระบรมมหาราชวัง ใช้หลากหลายเทคนิคในการสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นงานเครื่องเงินเครื่องทอง คร่ำ ถมทอง ลงยาสี แกะสลักไม้ และตกแต่งปีกแมลงทับ บุษบกมาลา จัดทำเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2547 ใช้เวลาในการสร้างสรรค์…
Editor
11 December 2020
Food & DrinksLifestyle

FOOD & DRINKS
THAI TASTE HUB EXPRESS คิง เพาเวอร์ รางน้ำ อิ่มอร่อยแบบทันใจไม่ต้องรอนานไปกับสตรีตฟู้ดร้านเด็ดหลากสไตล์

คิง เพาเวอร์ รางน้ำ พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักเดินทาง มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวเหนือระดับอย่างครบวงจร เนรมิตอาณาจักรแห่งความอร่อยหลากหลายสไตล์ที่คัดสรรมาอย่างดี เน้นไปที่อาหารเบาๆ รับประทานง่าย รวดเร็วทันใจสมชื่อ ไม่ต้องเหนื่อยต่อแถวยาวๆ พร้อมสะดวกสบายด้วยที่จอดรถ กับโซนสตรีตฟู้ด THAI TASTE HUB EXPRESS ที่ได้รวบรวมเอาร้านเด็ด ร้านดัง ถึง 14 ร้าน ทั้งคาวและหวานมาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น ขนมเบื้องแม่ประภา ขนมเบื้องสูตรโบราณตั้งแต่สมัยสงครามโลกจากย่านบางลำพู ที่เปิดขายมานานกว่า 60 ปี โดดเด่นด้วยรสชาติที่กลมกล่อมถูกใจทุกเพศทุกวัย ทั้งไส้หวานที่หอมหวานฝอยทองและมะพร้าว อร่อยกำลังดี ไม่หวานแหลม และไส้เค็มที่หอมมันจากเนื้อกุ้งที่นำไปผัดกับมะพร้าว ผิวมะกรูด และพริกไทย ตัวไส้ให้เยอะ แน่นจุใจ มีความฉ่ำเข้ากันเป็นอย่างดีกับแป้งกรอบๆ รับประทานหลังจากทำเสร็จใหม่ๆ จากเตาจะอร่อยที่สุด หรือจะซื้อกลับบ้านแล้วค่อยอุ่นอีกครั้งก็อร่อยไม่แพ้กัน ขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช ร้านขนมปังปิ้งเจ้าเก่าที่เปิดขายมานานกว่า 40 ปี ตำนานความอร่อยยามค่ำคืนแห่งเยาวราช ที่ใครต่อใครต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าคุ้มค่าการรอคอย กับความกรอบนอกนุ่มในของตัวขนมปังที่มาพร้อมไส้แน่นเต็มคำหอมกรุ่นจากเตา ที่ THAI TASTE HUB EXPRESS ขนความอร่อยมาให้ลิ้มรสกันได้ทั้งวัน เช้า-กลางวัน-เย็น แบบไม่ต้องต่อคิวยาวอีกต่อไป ก็สามารถอิ่มอร่อยกับขนมปังสูตรเด็ดรสชาติแบบต้นตำรับได้ทั้ง 8 รส ไม่ว่าจะเป็นไส้นม สังขยา ช็อกโกแลต พริกเผา เนยน้ำตาล แยมส้ม สตรอว์เบอร์รี และแยมสับปะรด โตเกียว บีน นี่คือร้านขนมของคนรักสุขภาพตัวจริง เพราะวัตถุดิบหลักของร้านนั้นทำมาจากนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ รวมไปถึงธัญพืชต่างๆ ใครที่ชอบรับประทานน้ำเต้าหู้เย็นๆ ที่ให้ความรู้สึกแบบขนมหวาน ห้ามพลาดเด็ดขาดกับหลากหลายเมนูเด็ด ไม่ว่าจะเป็นน้ำเต้าหู้เย็นรสชาติออริจินัลไม่หวาน ไอศกรีมน้ำเต้าหู้ และไอศกรีมโยเกิร์ต ที่สามารถเลือกใส่ท็อปปิ้งได้ตามใจชอบ อย่าง แปะก๊วย ลูกเดือย มันเชื่อม เฉาก๊วย ถั่วแดง รังผึ้ง ผงชาเขียว และผลไม้ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูอร่อยอย่างพุดดิ้ง 4 รสชาติ ได้แก่ รสน้ำเต้าหู้ ใบเตย มันม่วง และมะพร้าวอ่อน ที่เสิร์ฟพร้อมน้ำขิงเย็นๆ รวมไปถึงเมนูน่าลองอย่างคินาโก๊ะดังโงะ โอวัลตินภูเขาไฟ บานอฟฟี่  ชาเขียว ชาไทย ลาเต้ แอฟโฟกาโต ซึ่งทั้งหมดใช้น้ำเต้าหู้เป็นส่วนประกอบ รับรองว่าทั้งอร่อยและเป็นมิตรกับน้ำหนักอย่างแน่นอน โตเกียว บีน นี่คือร้านขนมของคนรักสุขภาพตัวจริง เพราะวัตถุดิบหลักของร้านนั้นทำมาจากนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ รวมไปถึงธัญพืชต่างๆ ใครที่ชอบรับประทานน้ำเต้าหู้เย็นๆ ที่ให้ความรู้สึกแบบขนมหวาน ห้ามพลาดเด็ดขาดกับหลากหลายเมนูเด็ด ไม่ว่าจะเป็นน้ำเต้าหู้เย็นรสชาติออริจินัลไม่หวาน ไอศกรีมน้ำเต้าหู้ และไอศกรีมโยเกิร์ต ที่สามารถเลือกใส่ท็อปปิ้งได้ตามใจชอบ อย่าง แปะก๊วย ลูกเดือย มันเชื่อม เฉาก๊วย ถั่วแดง รังผึ้ง ผงชาเขียว และผลไม้ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูอร่อยอย่างพุดดิ้ง 4 รสชาติ ได้แก่ รสน้ำเต้าหู้ ใบเตย มันม่วง และมะพร้าวอ่อน ที่เสิร์ฟพร้อมน้ำขิงเย็นๆ รวมไปถึงเมนูน่าลองอย่างคินาโก๊ะดังโงะ โอวัลตินภูเขาไฟ บานอฟฟี่  ชาเขียว ชาไทย ลาเต้ แอฟโฟกาโต ซึ่งทั้งหมดใช้น้ำเต้าหู้เป็นส่วนประกอบ รับรองว่าทั้งอร่อยและเป็นมิตรกับน้ำหนักอย่างแน่นอน ยาคุน คายา โทสต์ ร้านกาแฟและขนมปังที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.…
Editor
30 November 2020
Food & DrinksLifestyle

FOOD & DRINKS
อร่อยรับลมหนาวด้วยเซ็ตอาหารสุดประณีต
จากเท็นชิโนะ ห้องอาหารญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยสไตล์

PHOTOGRAPHY: TENSHINO RESTAURANT / PULLMAN BANGKOK KING POWER เมื่อไรที่เริ่มรู้สึกถึงลมหนาวที่พัดมา ก็เหมือนเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า เทศกาลสุดพิเศษของปีกำลังใกล้เข้ามาอีกครั้ง บรรยากาศรอบๆ ตัว ช่วงสองสามเดือนสุดท้ายของปี มักจะอบอวลไปด้วยความสุขเสมอ ราวกับเป็นเวลาที่เหมาะที่สุด ที่จะให้รางวัลกับตัวเองหลังจากทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยมาทั้งปี การได้อยู่กับครอบครัว คนรัก หรือเพื่อนสนิท พร้อมอาหารรสชาติเยี่ยม ในบรรยากาศที่น่าประทับใจ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย ซึ่งห้องอาหารเท็นชิโนะ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ พร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์นั้นให้กับคุณ เท็นชิโนะ ห้องอาหารญี่ปุ่นที่มีสไตล์เฉพาะตัวในบรรยากาศสุดผ่อนคลาย อาสาพาไปสัมผัสรสชาติอาหารญี่ปุ่นอันหลากหลายทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย ให้คุณได้อิ่มอร่อยกับเมนูโปรดที่รังสรรค์ขึ้นจากส่วนผสมสุดโปรดตลอดกาลอย่างแท้จริง พร้อมให้ความสำคัญกับรสชาติ ความแปลกใหม่ สีสัน รสสัมผัส ตลอดจนการเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลที่สดใหม่ อันเป็นหัวใจของอาหารญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นอย่างประณีต โดยเซ็ตอาหารญี่ปุ่น 2 คอร์สนี้ คุณมีอิสระในการเลือกชุดเมนู 2 คอร์ส จาก 3 คอร์ส ไม่ว่าจะจับคู่ “เมนูเริ่มต้นกับเมนูหลัก” หรือ “เมนูหลักกับเมนูของหวาน” อย่างไหนก็รับประกันได้ว่าจะต้องสร้างความประทับใจให้อย่างแน่นอน เปิดสัมผัสรับอรรถรสด้วยเมนูเริ่มต้น HOKKAIDO SCALLOP SALAD WITH PEACH HONEY WASABI DRESSING หอยเชลล์ฮอกไกโดตัวโตนำไปย่าง ราดด้วยน้ำสลัดน้ำผึ้งผสมกับวาซาบิ เสิร์ฟคู่กับลูกพีชสไลด์ฉ่ำหอม เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี SEA BREAM SURINAGASHI ซุปครีมข้าวโพดกับเนื้อปลากระพง ท็อปด้วยไข่ปลาแซลมอน หนึ่งในเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต้นตำรับที่นำพืชผักมาบดผสมลงไปในซุปร้อนๆ และเนื้อปลานุ่มๆ เต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารและรสชาติแห่งฤดูกาล ต่อด้วยจานหลัก SEARED SNOW FISH WITH CRUSHED SESAME YUZU HOLLANDAISE ปลาหิมะชุบงาขาวและงาดำ นำไปย่างไฟอ่อนๆ ให้สุกเล็กน้อยที่บริเวณรอบนอก เสิร์ฟพร้อมซอส Hollandaise ผสมส้มยุซุจากญี่ปุ่น GRILLED IBERICO PORK PLUMA WITH MASHED PURPLE SWEET POTATOES เนื้อหมูดำไอเบอริโกจากประเทศสเปน หนึ่งในสายพันธุ์หมูที่รสชาติดีที่สุดในโลก คัดเฉพาะส่วนต้นขาบนมันแทรกเล็กน้อยนำไปย่างให้นุ่ม เสิร์ฟคู่กับมันม่วงญี่ปุ่นบดเนื้อหวานหอม GRILLED RIB EYE WITH SMOKED EGGPLANT PUREE AND PONZU SAUCE เนื้อริบอายย่าง อร่อยชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟคู่กับมะเขือยาว ราดด้วยซอสพอนสึญี่ปุ่นที่ให้รสชาติเปรี้ยวกลมกล่อมสดชื่น และไม่ลืมตบท้ายด้วยของหวานสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย UME JAPANESE WATER CAKE วุ้นบ๊วยญี่ปุ่น เสิร์ฟพร้อมบ๊วยเชื่อมและเลม่อน MATCHA PARFAIT ไอศกรีมชาเขียวเข้มข้นโรยด้วยครัมเบิล เสิร์ฟพร้อมกับซากุระโมจิไส้ถั่วแดงพิเศษ สมาชิก คิง เพาเวอร์ และผู้ที่ทำการจองล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ รับส่วนลดทันที 10% เหลือเพียง 630 บาทสุทธิต่อเซ็ต จากราคาเต็ม 699 บาท สำรองที่นั่งออนไลนคลิก https://tenshinobangkok.com/th/book-online/ ห้องอาหารเท็นชิโนะ ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ มีที่จอดรถพร้อมให้บริการ รวมไปถึงเดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางออกที่…
Editor
25 November 2020
DestinationHighlightLifestyle

DESTINATION
Phuket
Cultural Appreciation

ภูเก็ต เกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จุดหมายปลายทางสำคัญในการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ทั้งของชาวไทยและชาวต่างชาติ จากมนตร์เสน่ห์แห่งธรรมชาติอันงดงาม ขึ้นชื่อในเรื่องทะเลสวยน้ำใส เต็มไปด้วยจุดชมวิวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่หลายคนใฝ่ฝันว่าต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิต นอกจากนั้นยังเป็นเมืองเก่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดดเด่นในเรื่องของวัฒนธรรมผสม ทั้งอาหารการกิน ความเชื่อความศรัทธาสถาปัตยกรรม ตึกรามบ้านช่อง ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คน ที่ยังคงความมีชีวิตชีวา พร้อมให้เราเข้าไปสำรวจเพื่อเก็บเกี่ยวความประทับใจกลับมาเสมอ การเดินทางเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ตนอกจากทางเรือแล้ว สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ผ่านทางบ้านท่านุ่น จังหวัดพังงา ไปยังบ้านท่าฉัตรไชย จังหวัดภูเก็ต โดยข้ามสะพานที่มีความยาว 660 เมตร นั่นคือสะพานท้าวเทพกระษัตรีและสะพานท้าวศรีสุนทร ในขณะที่สะพานสารสินเดิม ได้ทำการปรับปรุงให้เป็นสะพานคนเดินและหอชมวิว ซึ่งปัจจุบันได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง นอกจากนั้นยังสามารถเดินทางด้วยเครื่องบินไปลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ที่ตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะได้อีกด้วย และถึงแม้ว่าภูเก็ตจะเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็มีสถานะเป็นจังหวัดที่เกือบจะเล็กที่สุดของประเทศไทย มีเพียงจังหวัดสมุทรสงครามเท่านั้นที่มีพื้นที่น้อยกว่า ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัดด้วยรถยนต์ จักรยานยนต์ จักรยาน หรือแม้แต่เดินเท้า เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ไม่ยาก Lost in History ประวัติศาสตร์ของเมืองภูเก็ตนั้นมีมาอย่างยาวนาน โดยหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดคือการปรากฏอยู่ในหนังสือภูมิศาสตร์และแผนที่เดินเรือของทอเลมี (Ptolemy) ตั้งแต่ราว พ.ศ. 700 ที่กล่าวถึงการเดินทางจากแหลมสุวรรณภูมิลงมาจนถึงแหลมมลายู รวมไปถึงตำแหน่งที่ตั้งที่อยู่บริเวณทะเลอันดามันนั้น ทำให้เกาะแห่งนี้เป็นที่รู้จักของนักเดินเรือที่ใช้เส้นทางระหว่างจีนกับอินเดียผ่านทางคาบสมุทรมลายูเสมอมา โดยเฉพาะสมัยจักรวรรดินิยม ที่ชาติตะวันตกทำการออกเดินเรือสำรวจโลกใหม่ เพื่อแสวงหาความรู้ กระทั่งนำไปสู่ผลประโยชน์จากการขยายอาณานิคม เราจึงสามารถพบเห็นร่องรอยของอารยธรรมตะวันตกได้ตามเส้นทางผ่าน อย่างมะละกา ปีนัง สิงคโปร์ รวมถึงภูเก็ตได้จวบจนทุกวันนี้ ด้วยความที่เป็นศูนย์กลางทางการค้านานาชนิด ทั้งแร่ดีบุก อำพันทอง และไข่มุก ทำให้มีชาวต่างชาติเดินทางเข้า-ออกภูเก็ตมากมาย เกิดการแลกเปลี่ยนทางศิลปวิทยาการและวัฒนธรรมหลายอย่าง โดยเฉพาะชาวโปรตุเกสที่ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานและได้สร้างอาคารบ้านเรือนแบบยุโรปขึ้น ทว่าช่างที่ทำการก่อสร้างส่วนใหญ่นั้นเป็นช่างชาวจีน ทำให้ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับ เนื่องจากมีการตกแต่งลวดลายตามคติความเชื่อของจีนผสมผสานเข้าไป เกิดเป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า สถาปัตยกรรมจีน-โปรตุเกส (Sino-Portuguese Architecture) ซึ่งสามารถหาชมได้อย่างจุใจที่ย่านเมืองเก่า หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ของเมืองภูเก็ต ย่านเมืองเก่าภูเก็ต สามารถนั่งชัตเทิลบัสจากสนามบินมาถึงได้เลย การชมสถาปัตยกรรมแนะนำให้ไปที่บริเวณถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนเยาวราช ถนนกระบี่ และซอยรมณีย์ เนื่องจากมีอาคารบ้านเรือนสไตล์ชิโนโปรตุกีสเรียงรายอยู่อย่างหนาแน่นเป็นพิเศษกว่าที่อื่น โดยที่ยังเป็นบ้านหรืออาคารที่มีชีวิต มีคนอาศัยและประกอบกิจการต่างๆ อยู่จริง สำหรับผู้ที่เดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวสามารถที่จะจอดรถริมถนนและเดินเท้าชมเมือง ถ่ายรูปชิลๆ ได้เลย เอกลักษณ์อันโดดเด่นอย่างหนึ่งของสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโนโปรตุกีส ก็คือซุ้มโค้งเหนือทางเดินที่มีอยู่หน้าบ้านทุกบ้าน ภาษาไทยเรียกทับศัพท์ว่า “อาเขด (Arcade)” หรือ “หง่อคาขี่” ในภาษาจีนฮกเกี้ยน มีความหมายว่า ทางเดินกว้าง 5 ศอก (ราว 1.50 – 2.50 เมตร) ซึ่งถือเป็นข้อกำหนดในการสร้างอาคารในประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2365 กำหนดโดย เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ จากประเทศเจ้าอาณานิคมอย่างอังกฤษ ก่อนจะแพร่หลายไปยังมาเลเซียรวมถึงหลายจังหวัดทางภาคใต้ของไทย หง่อคาขี่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาในการออกแบบเชิงฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์กับวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่นั้นๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น มีฝนชุกตลอดทั้งปี ชายคาเหนือทางเดินกว้าง 5 ศอก จึงช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่สัญจรไปมาได้มีที่หลบแดดหลบฝนนั่นเอง ในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความร่วมมือกันของเจ้าบ้านที่สละพื้นที่หน้าบ้านตัวเองให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอีกด้วย นอกจากสถาปัตยกรรมที่เปี่ยมด้วยความหมายและคุณค่าทางประวัติศาสตร์แล้ว ย่านเมืองเก่าภูเก็ตก็ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารรสเลิศ ร้านกาแฟหลากสไตล์ ร้านขายของที่ระลึก และสตรีตอาร์ต ให้ได้เพลิดเพลินตลอดสองข้างทางไม่มีเบื่อ Rawai Vibe จากย่านเมืองเก่าสู่ทะเลในเวลาครึ่งชั่วโมง เมื่อมุ่งหน้าลงใต้ไปยังราไวย์ บริเวณที่เต็มไปด้วยหาดสวยขึ้นชื่อทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ต สถานที่ที่ครบครัน ทั้งธรรมชาติ ความสะดวกสบายของสาธารณูปโภค อาหารทะเลสดๆ ในราคาย่อมเยา รวมไปถึงจุดชมวิวที่รอให้คุณไปสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแสนสวยงาม สำหรับสถานที่แนะนำเมื่อไปถึงราไวย์ มีดังนี้ • หาดในหาน ชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 3 ของเอเชีย ประจำปี 2019*…
Editor
11 November 2020
DestinationLifestyle

DESTINATION
Bangkok Art Biennale 2020
Escape Routes

BANGKOK ART BIENNALE 2020 ESCAPE ROUTES การกลับมาเป็นครั้งที่สองของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งกรุงเทพมหานคร ไม่เพียงแต่จะทำหน้าที่สร้างสิ่งสวยงามจรรโลงใจ หรือเป็นสื่อกลางที่แสดงให้คนทั่วไปรับรู้ได้ถึงความรู้สึก ความคิด และจินตนาการของผู้สร้างเท่านั้น แต่ “ศิลปะ” ยังสามารถที่จะส่งต่อพลัง จุดประกายความหวัง และประคับประคองหัวใจให้กันและกันได้อีกด้วย โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกคนต่างเผชิญหน้ากับความเป็นไปได้ที่คาดไม่ถึงมากมาย ท่ามกลางชีวิตที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสนราวกับเดินวนอยู่ในเขาวงกต “ศิลปินกลุ่มหนึ่ง” จึงถูกชักชวนกันมาร่วมหาทางออกในแบบฉบับตามที่แต่ละคนถนัด และนั่นจึงเป็นที่มาของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 ภายใต้แนวคิด Escape Routes หรือ “ศิลป์สร้าง ทางสุข” เพื่อนำเสนอทางออกของปัญหา ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนสิ่งแวดล้อม ผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัยที่รอให้คุณไปสำรวจด้วยตัวของคุณเองได้ทั่วกรุงเทพมหานคร บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 คือการกลับมาเป็นครั้งที่สองของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งกรุงเทพมหานคร หลังจากจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา จากความร่วมมือของ มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมี ศ.ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ อดีตปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ของงาน ซึ่งในครั้งนี้จะมีผลงานทั้งของศิลปินระดับโลกและศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองทั้งสิ้น 82 คน จาก 34 ประเทศทั่วโลก นำมาจัดแสดงตามสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 11 แห่งด้วยกัน โดยปกติแล้วเทศกาลศิลปะร่วมสมัยขนาดใหญ่เช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบบที่จัดขึ้นทุกๆ สองปี (Biennale) อย่าง Venice Biennale อันลือลั่น ประเทศอิตาลี หรือ แบบที่จัดขึ้นทุกๆ สามปี (Triennale) อย่าง Setouchi Triennale ประเทศญี่ปุ่น ก็จะทำการจัดแสดงผลงานศิลปะกระจายไปตามจุดต่างๆ ในเมือง โดยเฉพาะแลนด์มาร์กที่มีความโดดเด่นและสัมพันธ์กับตัวผลงานนั้นๆ ทั้งแบบติดตั้งภายในอาคารและกลางแจ้ง นั่นจึงทำให้การเสพศิลปะแบบนี้แตกต่างจากการเดินชมนิทรรศการในหอศิลป์หรือพิพิธภัณฑ์แบบปกติ เพราะสิ่งสำคัญที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ “การเดินทาง” ต้องมีการขึ้นรถ ลงเรือ ขี่จักรยาน หรือแม้แต่เดินเท้าไปยังสถานที่ต่างๆ อย่าง Setouchi Triennale เทศกาลศิลปะนานาชาติที่จัดขึ้นที่หมู่เกาะอันสวยสดงดงามแห่งท้องทะเลในเซโตะอุจินั้น ได้ทำการติดตั้งผลงานศิลปะกระจายไปตามเกาะต่างๆ ถึง 12 เกาะ บวกกับเมืองท่าอีก 2 เมือง จึงทำให้คนรักศิลปะผู้หลงใหลในการเดินทางต่างอิ่มอกอิ่มใจที่ได้เพลิดเพลินไปกับการสัมผัสความงามอย่างเต็มอิ่ม ทั้งจากผลงานศิลปะ จากทิวทัศน์ของธรรมชาติระหว่างทาง ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นอันเปี่ยมเสน่ห์ สำหรับ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 นั้น ศิลปินทั้ง 82 คน ได้รับโจทย์ในการสร้างสรรค์ผลงานที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากนี่เป็นช่วงเวลาที่มีประเด็นใหญ่มากมายที่กำลังเป็นที่สนใจ ทั้งโลกกำลังตื่นตัวกับปัญหาและความเป็นไปต่างๆ ซึ่งหนึ่งในหน้าที่สำคัญของการเป็นศิลปิน ก็คือการกระตุ้นเตือนให้เกิดการฉุกคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในสังคม ผ่านผลงานศิลปะที่ล้อไปกับสถานที่ที่มันได้ถูกติดตั้งไว้นั่นเอง สถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร 11 แห่ง ที่ใช้จัดแสดงผลงานในครั้งนี้ประกอบไปด้วย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ซึ่งรับบทบาทเป็นจุดศูนย์กลางของงาน, BAB Box @One Bangkok, The Prelude One Bangkok, The PARQ (เดอะ ปาร์ค) , มิวเซียมสยาม, ล้ง 1919, ริเวอร์ซิตี้แบงค็อก,…
Editor
29 October 2020