Fashion InsiderFlashHighlight

Fashion Insider:
เสน่ห์แบบหนุ่มแว่นสไตล์ฮอตเนิร์ด

ถ้าคุณคิดว่า ‘ผู้ชายใส่แว่น’ จะต้องเป็นคนเนิร์ดๆ ที่แต่งตัวเชยๆ เฉิ่มๆ แล้วล่ะก็ คุณกำลังคิดผิด เพราะเสน่ห์ร้อนแรงของชายหนุ่มที่หญิงสาวไม่อาจต้านทานได้เลยสักครั้งนอกจากรูปร่างหน้าตาแล้ว มันสมองอันชาญฉลาดที่อาจมาพร้อมลุคเนิร์ดๆ นั่นล่ะ คือความเซ็กซี่ที่ใช่ว่าผู้ชายทุกคนจะมีได้ และวันนี้ Power จะพาคุณสาวๆ ไปทำความรู้จักกับหลากสไตล์การแต่งตัวของหนุ่มเนิร์ดที่เสริมด้วยแว่นตาแบบต่างๆ ที่เพียงแค่แมตช์ให้ลงตัวก็พร้อมจะดึงดูดทุกสายตาให้เหลียวมอง เรียกได้ว่าดูยังไงก็ ‘ฮอตเนิร์ด’ ชัดๆCool Style เริ่มด้วยลุคเนิร์ดกึ่งเนี้ยบ เพียงแค่หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวมาสวมใส่ ติดกระดุมคอไปถึงเม็ดบนเพิ่มความชิค เข้าคู่กับกางเกงยีนส์พับขาเล็กน้อยพอให้เห็นข้อเท้า อวดรองเท้าหนังสีดำเพิ่มความโดดเด่น คอมพลีตลุคด้วยแว่นตาแบบ Chomsky กรอบทรงกลมขอบบาง ช่วยเสริมความคลาสสิกและดูมีระดับมากขึ้น ด้วยสีที่เป็นเอกลักษณ์และน้ำหนักเบาสบาย จะใส่ไปงานที่ดูกึ่งทางการหน่อยๆ หรือเดินเล่นชิลๆ ก็ยากที่จะละสายตาMinimal Style ต่อด้วยลุคชิลกับเสื้อผ้าน้อยชิ้น ไม่จำเป็นต้องแต่งเติมอะไรให้เกินความจำเป็นก็เท่ได้อย่างมีสไตล์ เพียงหยิบเสื้อยืดสีดำสักตัวมาคุมโทนความเท่ จับคู่กับกางเกงยีนส์หรือผ้าชิโนขาสั้นแบบสบายๆ พร้อมด้วยแว่นตาแบบ Simon ทรงกลมที่ดูคุมโทนมาสวมใส่ ก็จะช่วยเพิ่มจุดดึงดูดสายตาบนใบหน้าได้ สำหรับรองเท้าไม่จำเป็นต้องพิถีพิถันอะไรมาก แค่รองเท้าผ้าใบสีโทนมืดๆ สักคู่ก็เข้ากันดีกับสไตล์นี้แล้ว ก่อนออกจากบ้านหยิบหมวกสีสันสดใสติดไม้ติดมือออกมาด้วยก็ดีจะช่วยให้ดูมีคาแรกเตอร์มากขึ้นHawaii Style เป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่เหมาะมากกับบ้านเรา ด้วยความที่เป็นเมืองร้อนให้บรรยากาศของซัมเมอร์อยู่เนืองๆ เมื่อหยิบเสื้อเชิ้ตฮาวายสารพัดลวดลายเนื้อผ้าบางเบา ปลดกระดุมสัก 2-3 เม็ด มาแมตช์เข้ากับกางเกงที่ให้ลุคสบายๆ สักตัว นอกจากจะให้ความคล่องตัวแล้ว ยังดูน่ามองอยู่ไม่น้อย ยิ่งได้แว่นตาทรงกลมยอดนิยมมาเป็นไอเทมเสริม ตามด้วยรองเท้าลำลองสบายๆ สักคู่ หมวกสานสักใบ ยิ่งให้ลุคโซฮอตHoodie Style แม้อาจจะดูเป็นเสื้อผ้าสไตล์เมืองหนาว แต่ก็ใช่ว่าจะหยิบเอามาใส่ในเมืองร้อนไม่ได้ เพราะเราสามารถเลือกเนื้อผ้าที่ไม่หนามากมาใส่ได้ เสื้อฮู้ดสีดำถือเป็นสียอดฮิตที่สามารถทำให้ผู้สวมใส่ดูเท่ๆ คูลๆ ในขณะที่เสื้อฮู้ดสีพาสเทลก็กำลังมาแรงไม่ใช่น้อย สามารถจับเข้าคู่กับกางเกงได้หลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น กางเกงผ้าชิโนสีเข้ม กางเกงยีนส์สีบลู กางเกงจ็อกกี้ขาจัมป์ หรือแม้แต่กางเกงขาสั้นสบายๆ ก็ให้สไตล์ที่น่ามอง  หรือถ้าต้องการเพิ่มเลเยอร์ด้วยสูทแบบไม่เป็นทางการเข้าไปอีกหน่อย ก็จะให้ลุคที่มีลูกเล่นมากขึ้น ยิ่งได้รองเท้าผ้าใบสีที่แมตช์กันมาเข้าคู่ด้วยยิ่งทำให้ดูดียิ่งขึ้นไปอีก ก่อนจะคอมพลีตลุคด้วยแว่นตาทรง Arber ดีไซน์คลาสสิกแต่ทันสมัย ให้สไตล์ที่เป็นตัวของตัวเองได้อย่างลงตัว สาวๆ เห็นเป็นต้องละลาย!Street Style ลุคสุดท้ายที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะนี่คือการผสมผสานระหว่างความเซอร์เข้ากับความเนิร์ด ให้ผลลัพธ์อันเป็นที่สุดของฮอตเนิร์ด ด้วยสตรีตสไตล์ เซอร์ๆ เท่ๆ คูลๆ แบบไม่ต้องลงทุนอะไรมาก เพียงแค่มีเสื้อยืดสีพื้นๆ สักตัว แมตช์เข้ากับกางเกงยีนส์ขาดๆ พร้อมด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก็อตคลุมทับอีกชั้น เพิ่มมิติให้กับชุดที่ใส่ไม่ให้ดูเรียบจนเกินไป รับกับรองเท้าผ้าใบเซอร์ๆ สักคู่ ยิ่งเก่ายิ่งเท่ ตามด้วยหมวกแก๊ปหมุนปีกไว้ข้างหลังเพิ่มความเก๋า และไอเทมชิ้นเด็ดอย่างแว่นตาแนววินเทจหน่อยๆ สะท้อนให้เห็นถึงความเท่ที่ลงตัว สาวไม่เหลียวให้รู้กันไป!ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.instagram.com/jichangwook/ https://www.instagram.com/skawngur/ https://www.instagram.com/oohsehun/
Editor
20 July 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

Fashion Insider:
Designer Rain Boots – Chic and Dry

PHOTOGRAPHY: COURTESY OF BRANDS ขอขอบคุณรูปภาพจาก: https://www.instagram.com/thestyleograph แม้ว่าร่มและเสื้อกันฝนจะช่วยให้คุณผ่านพ้นฤดูมรสุมไปได้ แต่ขอบอกเลยว่า ‘รองเท้าบูตกันฝน’ ก็เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่คุณควรต้องมี! หากถามว่า คุณนึกถึงไอเทมอะไรในวันที่ฝนตก ? นอกจากร่มและเสื้อกันฝนแล้ว เราเชื่อว่าอีกหนึ่งไอเทมที่คุณผู้หญิงติดเช็กลิสต์เอาไว้ในใจก็คือ ‘รองเท้าบูตกันฝน’ ก็จะมีอะไรเหมาะไปกว่านี้อีกเล่า ในเมื่อรองเท้าบูตนั้นช่วยป้องกันความชื้นแฉะ และสิ่งสกปรกที่อาจลอยมากับน้ำได้เป็นอย่างดี และเพื่อไม่ให้เสียชื่อสายแฟ(ชั่น) วันนี้ Power ได้หยิบเอารองเท้าบูตกันฝนสไตล์ชิคๆ จากดีไซเนอร์หลากหลายแบรนด์ดังที่ต่างพากันอวดโฉมบนรันเวย์มาแล้ว มาให้ได้ทำความรู้จักกัน ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton ตัวอย่างหนึ่งของ Rain capsule กับสไตล์แบบสตรีตแวร์ หรืออย่าง Burberry และ Bottega Veneta ที่ต่างก็นิยมชมชอบรองเท้ากันฝนแบบคลาสสิกที่มาคู่กับการใช้วัสดุที่ยั่งยืน ว่าแล้วก็ไม่มีอะไรให้ต้องรีรอ ไปดูกันว่าแบรนด์ไหนที่ใช่และพร้อมจะเติมเต็มความเก๋ไก๋ให้กับเท้าคู่สวยของคุณ1. Hunter Refined High Gloss Quilted Waterproof Rain Boot ในขณะที่รองเท้าบูต Hunter แบบคลาสสิกเป็นตัวเลือกที่ดีเสมอมา แต่รองเท้าบูตทรงสูง Hunter ที่มีความมันวาวนี้จะทำให้คุณต้องมองเหลียวหลัง พร้อมลุยทุกสถานการณ์ไม่ว่าแอ่งน้ำจะตื้นหรือลึก 2. Chloé Betty Rubber Boots รองเท้าบูทหุ้มข้อ 'Betty' ของ Chloé มาในสไตล์เรียบง่ายและคลาสสิก เข้าได้กับทุกสิ่งตั้งแต่กางเกงยีนส์ไปจนถึงเดรสพิมพ์ลาย เก๋ไก๋ด้วยวัสดุยางมันเงา พื้นรองเท้าช่วยเสริมการยึดเกาะและเพิ่มความโฉบเฉี่ยวให้กับรองเท้าไปพร้อมๆ กัน 3. Burberry Black & Beige Flinton Rain Boots บทสรุปของรองเท้าบูตกันฝนดีไซน์เนอร์ที่ทันสมัยที่สุดจะไม่สมบูรณ์หากไม่ได้กล่าวถึงชิ้นส่วนจาก Burberry รองเท้าบูตหุ้มข้อสีดำส้นสูงคู่นี้โดดเด่นด้วยพื้นรองเท้าที่ทำจากนีโอพรีนและยาง ประดับด้วยลายตารางอันเป็นเอกลักษณ์ ให้ความสง่างามและซับซ้อนในคราเดียวกัน เหมาะมากกับลุคเท่สไตล์ยีนส์แบบสอดชายเข้าในรองเท้า 4. Moncler Ginette Anke-Length Rain Boots รองเท้าบูตสีดำคู่นี้มีความอเนกประสงค์ทั้งสไตล์และฟังก์ชั่นที่ง่ายต่อการใช้งาน เหมาะกับคนที่ต้องการคงไว้ซึ่งความเรียบง่ายแต่ยังดูมีอะไร สวมใส่สบายในระดับพรีเมียมด้วยดีไซน์ปลายเท้าโค้งมนและพื้นรองเท้ายางแบบร่อง 5. Dr. Martens '1460' patent leather boots รองเท้าบูต Dr. Martens ขึ้นชื่อเรื่องความน่าเชื่อถือในทุกสถานการณ์ นอกจากการกันน้ำแล้ว พื้นรองเท้ายางบุรองด้วยอากาศอันเป็นเอกลักษณ์ยังทนทานต่อน้ำมันและไขมัน รับมือกับการลื่นได้ดี คู่นี้ใช้ซิลลูเอท 1460 คลาสสิกของแบรนด์อังกฤษ เหมาะมากสำหรับวันฝนตก 6. Ganni Rubber Rain Boots หากคุณกำลังมองหาตัวเลือกที่ใช้งานได้จริง เรียบง่ายและเก๋ไก๋ ไม่ควรพลาดรองเท้าบูตยางกันฝนของ Ganni ที่ผลิตจากยางรีไซเคิล 50% รองเท้าบูตนี้ไม่เพียงเหมาะสำหรับวันฝนตกเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวเลือกที่ยั่งยืนได้อย่างน่าประทับใจ 7. Jimmy Choo Black Edith Rain Boots ยืนหยัดและภาคภูมิใจในทุกสภาพอากาศ ด้วยรองเท้าบูต Edith Rain Boots ของ Jimmy Choo สีดำเงาที่มาพร้อมส้นเตี้ยแบบเรียงซ้อนและปลายเท้าโค้งมน เด่นด้วยสัญลักษณ์ JC สีทอง เพิ่มความสมบูรณ์ของชีวิต8. Diorcamp Rubber Ankle Boot รองเท้าบูทหุ้มข้อยางพิมพ์ลาย Diorcamp เรียกร้องความสนใจด้วยรายละเอียดความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของ Dior…
Editor
13 July 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

Fashion Insider:
The Best Umbrella Brands

ในยามที่ฝนตกพรำๆ หรือในวันแดดเปรี้ยง ไม่ว่าใครก็คงต้องมองหา ‘ร่ม’ ซึ่งเป็นเสมือนไอเทม Must-have ที่เราต้องมีกันไปแล้ว เพราะไม่ว่าจะฤดูกาลไหนๆ เราก็สามารถหยิบจับร่มมาใช้กันแดดกันฝน หรือแม้กระทั่งกันลมได้แทบตลอดทั้งปี  จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าเราจะพบว่า มีร่มมากมายหลากหลายแบรนด์ในท้องตลาดให้ได้เลือกสรรกันอย่างไม่ขาดมือ และสำหรับวันนี้ Power จะพาไปรู้จักกับร่มแบรนด์ดังที่โดดเด่นทั้งในแง่ของการผลิต ความประณีต หรูหรา และเต็มไปด้วยสไตล์ที่หลากหลาย ควรค่าแก่การเป็นไอเทม Must-have ที่มาพร้อมกับราคาที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงFox Umbrellas แม้ว่าธุรกิจของครอบครัว Fox จะทำร่มมาตั้งแต่ปี 2411 จนถึงวันนี้แบรนด์ก็ยังคงเป็นที่นิยม และยังเป็นตัวเลือกที่ดีในอังกฤษ ด้วยเอกลักษณ์ในการออกแบบหัวสัตว์และด้ามจับ ความเรียบง่ายที่มาพร้อมการประดิษฐ์อย่างดีเยี่ยม ความพิเศษคือรูปแบบจะเป็นการสั่งทำตามออเดอร์เป็นหลัก โดยสามารถเลือกจากรุ่นที่มีโครงแบบไว้แล้วพร้อมสีตัวร่มตามความชอบ ยกเว้นเฉพาะบางรุ่นที่เป็นแบบเฉพาะ ในส่วนของด้ามจับจะเป็น หนัง ไม้และโลหะต่างๆ นอกจากนี้ยังมีร่มแบบพับได้ด้วยเช่นกัน สนนราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 140 - 1,400 ปอนด์ ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ชาร์ลิซ เธอรอน และเอมิลี่ บลันท์ เป็นหนึ่งในผู้ที่เคยใช้ร่มของฟอกซ์ในทุกเวลาLondon Undercover นี่คือทางเลือกที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น แม้จะให้สไตล์คลาสสิกที่น้อยกว่า แต่เข้าถึงได้ง่ายและทันสมัยมากขึ้น London Undercover ก่อตั้งขึ้นในปี 2008 โดยร่วมมือกับ Monocle, Carhartt และ Fred Perry สไตล์จะเน้นใช้สีมาตรฐาน ลวดลายแสดงออกถึงบุคลิกของผู้ใช้ และชุดอุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริง ซึ่งนอกจากสไตล์ที่ทันสมัยแล้ว ยังเป็นวิธีการผลิตที่ยั่งยืน อันเป็นรากฐานของกระบวนการผลิตแต่ละส่วนอีกด้วย สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 30 - 220 ปอนด์London Undercover นี่คือทางเลือกที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น แม้จะให้สไตล์คลาสสิกที่น้อยกว่า แต่เข้าถึงได้ง่ายและทันสมัยมากขึ้น London Undercover ก่อตั้งขึ้นในปี 2008 โดยร่วมมือกับ Monocle, Carhartt และ Fred Perry สไตล์จะเน้นใช้สีมาตรฐาน ลวดลายแสดงออกถึงบุคลิกของผู้ใช้ และชุดอุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริง ซึ่งนอกจากสไตล์ที่ทันสมัยแล้ว ยังเป็นวิธีการผลิตที่ยั่งยืน อันเป็นรากฐานของกระบวนการผลิตแต่ละส่วนอีกด้วย สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 30 - 220 ปอนด์Lockwood Umbrellas อีกหนึ่งแบรนด์ผู้มาใหม่ในตลาดร่มเช่นเดียวกับ London Undercover ซึ่งมีสไตล์ที่แตกต่างกันอยู่ในที นั่นคือถ้า London Undercover คือโซโหเฮาส์ Lockwood ก็คือเซนต์เจมส์ ด้วยการรังสรรค์ชิ้นงานนั้น ยังคงความเป็นสุภาพบุรุษและสภาพสตรีชาวอังกฤษคลาสสิก แต่มีความทันสมัยขึ้น ร่มของ Lockwood ทุกชิ้นทำด้วยมือใน North London โดยใช้วัสดุที่ยั่งยืนที่ดีที่สุดจากทั่วโลก ควบคู่ไปกับการใช้เทคนิคที่มีอายุหลายศตวรรษ เลือกใช้ไม้เนื้อแข็งที่ทนทาน โครงเหล็กเกรด A และผ้ากันน้ำที่กันน้ำได้จริง รวมถึงการจับคู่ความยาวไม้กับความสูงของแต่ละคน และการปรับแต่งสายรัดปุ่มในแบบเฉพาะตัว ทำให้ร่มแบรนด์นี้ยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 100 - 400 ปอนด์Swain-Adeney Brigg แบรนด์เครื่องหนังตัดเย็บระดับสูงจากลอนดอนแบรนด์นี้ มีร่มเป็นไอเทมชิ้นสำคัญของแบรนด์ ด้วยจุดเด่นที่ด้ามจับที่เป็นไม้ทั้งคันแบบไม่มีปนโลหะหรือวัสดุอื่น และไม้แต่ละชนิดยังเป็นไม้คุณภาพสูงราคาแพงอย่าง โอ๊ค เมเปิ้ล และไม้อื่นๆ ที่ใช้สำหรับเครื่องเรือนหรูหราอีกหลายชนิด ประกอบกับรูปทรงร่มแบบคลาสสิก ทำให้ร่มของแบรนด์อายุกว่า 250 ปีนี้อยู่เหนือกาลเวลา และเป็นสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติในการผลิตร่มของอังกฤษ อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นคู่หูของสายลับในอุดมคติจากภาพยนตร์ 'Kingsman' ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 350…
Editor
7 July 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

Fashion Insider:
FENDI FOR OUR FURRY FRIENDS

จับน้อง (หมา) แต่งตัวแบบสไตล์ลิช ด้วยดีไซน์จากเฟนดิ Fendi เปิดตัวแฟชั่นและแอคเซสซอรีให้กับน้องหมา แน่นอนว่าลายโมโนแกรมโลโก้ FF จะช่วยอัปความโดดเด่นให้กับน้องๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์เพ็ดดีกรีหรือไม่ก็ตาม และแน่นอนว่าวัสดุที่นำมาตัดเย็บต้องเนี้ยบ ใส่สบายไม่มีการระคายผิว และยิ่งถ้าคุณเป็นแฟนของเมซงชื่อดังจากอิตาลีอยู่แล้ว คุณก็สามารถหยิบไอเทมของ Fendi มาใส่ ก่อนจับจูงน้องไปเดินเล่นในสวนหรือช้อปปิ้งในชุดที่แมตช์กันกับคุณ รับประกันความโดดเด่นและความน่าเอ็นดูได้อย่างไฮสไตล์ Dog Leash สายจูงทำจากผ้าและหนังสีน้ำตาล ห่วงและคลิปเป็นโลหะเคลือบแพลเลเดียม ราคา USD390 Pet Carrier กระเป๋าหิ้วสีน้ำตาลมีหูหิ้วและสายคล้องไหล่ที่ถอดออกได้ ติดซิปด้านบนและด้านข้าง มีตาข่ายระบายอากาศด้านข้างพร้อมให้น้องได้ชมวิวไปในตัว ประดับดีเทลหนัง แท็กป้ายชื่อทำจากหนังดีไซน์แบบคัสตอม ออกแบบเป็นการเฉพาะตามที่ต้องการให้ยาวพอดีกับชื่อ ด้านในเป็นลายโมโนแกรมที่ถอดออกมาซักได้ ห่วงโลหะเคลือบแพลเลเดียม ราคา USD2,690 Dog Coat เสื้อโค้ตทำจากไนลอนกันน้ำสีน้ำตาล ติดคอปกและแถบสีดำที่หลังซึ่งถอดออกได้ ด้านในบุนวมบางๆ พร้อมกระดุมสตั๊ดสีดำกระชับพุงน้อง ราคา USD470 Dog Collar ปลอกคอผ้าสีน้ำตาลพร้อมเพลตป้ายชื่อที่ดีไซน์แบบคัสตอมให้ยาวพอดีกับชื่อ หัวบัคเคิลโลหะเคลือบแพลเลเดียม ราคา USD290 ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก https://www.fendi.com/
Editor
29 June 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

Fashion Insider:
BIGGER IS BETTER
กระเป๋าดีไซเนอร์สำหรับผู้ชาย
ไอเทม Must-have ยิ่งใหญ่ยิ่งดี

เมื่อสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันที่ควรพกพายามออกนอกบ้านในเวลานี้ ไม่ได้มีเพียงแค่กระเป๋าสตางค์ กุญแจรถ หรือโทรศัพท์อีกต่อไป เพราะไหนจะเจลล้างมือ แอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย ผ้าเช็ดมือฆ่าเชื้อ ไปจนถึงแล็ปท็อป อุปกรณ์อิเลคทรอนิกต่างๆ ที่พร้อมจะหยิบจับได้ตลอดเวลาในยุคที่ต้องทำงานได้ทุกที่ Power จึงขอนำเสนอวิธีแก้ปัญหานี้ในสไตล์ที่หรูหรา ด้วยเทรนด์กระเป๋าล่าสุดสำหรับผู้ชาย ‘กระเป๋าดีไซเนอร์ขนาดใหญ่’ ที่ดีที่สุด เปี่ยมไปด้วยรสนิยม ตัวช่วยสำหรับทุกการจัดเก็บให้ห่างไกลจากคำว่าบ้าหอบฟางBOTTEGA VENETA THE TOTE เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีโดยเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่น Must-have ของ Bottega Veneta, Wardrobe 01, Tote โดดเด่นด้วยการผสมผสานแฟชั่นเข้ากับการใช้งาน มีสไตล์ด้วยดีไซน์คลาสสิกพร้อมสัญลักษณ์ 'V' ที่ด้านหน้า สดใสในโทนสีแดงและเหลืองสดให้เลือกตามชอบ ผลิตด้วย Rubber Intrecciato ที่ไม่มีซับใน พร้อมสายรัดปรับระดับได้ทั้งสองด้าน และหากอยากได้พื้นที่มากขึ้นก็ยังมีกระเป๋ายางแบบถอดออกได้ด้วย GIORGIO ARMANI SUEDE LEATHER TOTE ในคอลเลคชั่นนี้ Giorgio Armani มาพร้อมการออกแบบที่ไม่มีวันตกยุค ด้วยกระเป๋าหนังกลับที่มีฐานเป็นหนัง ซึ่งมีความโดดเด่นเป็นที่สุด เหมาะสำหรับชายหนุ่มผู้รักการเดินทาง หรือชอบหอบหิ้วของกลับบ้านในวันหยุดGIORGIO ARMANI SUEDE LEATHER TOTE ในคอลเลคชั่นนี้ Giorgio Armani มาพร้อมการออกแบบที่ไม่มีวันตกยุค ด้วยกระเป๋าหนังกลับที่มีฐานเป็นหนัง ซึ่งมีความโดดเด่นเป็นที่สุด เหมาะสำหรับชายหนุ่มผู้รักการเดินทาง หรือชอบหอบหิ้วของกลับบ้านในวันหยุดFENDI BLACK LEATHER SHOPPING BAG กระเป๋าช้อปปิ้งดีไซน์แนวตั้งสุดโฉบเฉี่ยว ไม่ว่าจะถือหรือสะพายไหล่ก็ได้ใจสุดๆ ด้วยกระเป๋าที่มีซิปด้านใน ทรงเพรียวพร้อมโลโก้ Fendi อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยยกระดับเครื่องแต่งกายและใช้งานได้จริงมากขึ้นGIVENCHY LARGE ANTIGONA BAG ในแคมเปญแรกของ แมทธิว วิลเลียมส์ สำหรับจิวองชี่ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ เขานำเสนอภาพจำทางสัญลักษณ์ด้วยตัวตนของแร็ปเปอร์และนักดนตรีอย่าง Playboi Carti ในยามถือกระเป๋าหนังจระเข้ Antigona ขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมสัญลักษณ์ใหม่ และพร้อมจะทำลายทัศนคติเดิมๆ กับนิยามความเป็นชายในแฟชั่นและแอกเซสซอรีสำหรับผู้ชายGIVENCHY LARGE ANTIGONA BAG ในแคมเปญแรกของ แมทธิว วิลเลียมส์ สำหรับจิวองชี่ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ เขานำเสนอภาพจำทางสัญลักษณ์ด้วยตัวตนของแร็ปเปอร์และนักดนตรีอย่าง Playboi Carti ในยามถือกระเป๋าหนังจระเข้ Antigona ขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมสัญลักษณ์ใหม่ และพร้อมจะทำลายทัศนคติเดิมๆ กับนิยามความเป็นชายในแฟชั่นและแอกเซสซอรีสำหรับผู้ชายDIOR SOFT SADDLE BAG กระเป๋า Soft Saddle จากฤดูกาลนี้มีจำหน่ายใน Dior Oblique ด้วยสีเบจ สีดำ และสีน้ำเงินกรมท่า กระเป๋าสะพายข้างหนังลูกวัวเกรน Dior Saddle Bag มาในลุคสุดคลาสสิกปักด้วยด้ายขนสัตว์  ขยายขนาดให้กลายเป็นอุปกรณ์อเนกประสงค์ที่ผู้ชายต้องมี สามารถสะพายไหล่ สะพายข้าง หรือถือหิ้วได้ ยิ่งหากได้จับแมตช์กับรองเท้าผ้าใบที่เข้าชุดยิ่งเพอร์เฟกPRADA RE-NYLON AND SAFFIANO LEATHER SHOULDER BAG กระเป๋าสะพายข้างใบนี้ทำมาจากผ้า Re-Nylon สุดคลาสสิก ตกแต่งด้วยรายละเอียดหนัง Saffiano อย่างดี มีกระเป๋าด้านในทำจากผ้าไนลอนทอและสายสะพายหนัง ให้ลุคสุดชิคได้อย่างมีไสตล์PRADA RE-NYLON AND SAFFIANO LEATHER SHOULDER BAG…
Editor
22 June 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

Fashion Insider:
Rimowa Reimagines Future Travel
with NFT Collection

เดินทางในโลกอนาคตแห่งจินตนาการกับ NFT คอลเลคชั่นแรกของ Rimowa Rimowa สร้างความฮือฮาในแวดวงเทคโนโลยีและศิลปะไปไม่น้อยเมื่อออกคอลเลคชั่นพิเศษ Blueprints from the Metaverse ชื่อคอลเลคชั่นก็ชัดเจนในตัวว่าเป็นงานที่ครีเอตขึ้นมาตามดีไซน์ของไอเทมบนโลกเสมือน Metaverse และไอเทมในกรณีนี้คือ NFT ทำให้เป็นผลงานที่สร้างสีสันแบบอะวองต์การ์ดให้กับ Travel Brand สัญชาติเยอรมันที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1898 ได้อย่างดี ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ NFT กันก่อน NFT หรือ Non-Fungible Token คือทรัพย์สินหรือเหรียญบนโลกดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตัวไม่ซ้ำกัน จึงไม่สามารถทดแทนกันได้ อาทิ ของสะสมหรืองานศิลป์บนโลกดิจิทัล ต่างกับทรัพย์สินแบบ FT หรือ Fungible Token อาทิ Bitcoin และเหรียญคริปโตต่างๆ ที่ทุกเหรียญไม่มีความต่างกันและนำมาใช้ทดแทนกันได้ นอกจากงานศิลปะแล้ว NFT ยังมีประโยชน์สามารถเปลี่ยนทรัพย์สินอย่างที่ดิน อาคาร ที่อยู่อาศัย หรือเอกสารสำคัญต่างๆ ให้เป็นทรัพย์สินดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตัวได้ ปัจจุบันการใช้งานลักษณะนี้ยังไม่แพร่หลายมากนัก แต่คาดว่าจะมีมากขึ้นในอนาคต เพราะ NFT สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ง่ายสะดวก นอกจากนี้ NFT พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี Blockchain ทำให้บันทึกการซื้อขายแทบจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขโดยมือที่สามได้ เลยมีความโปร่งใสตรวจสอบความถูกต้องได้ง่าย เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Sotheby’s บริษัทประมูลงานศิลปะยักษ์ใหญ่ก็ยังจัดงานประมูลในแบบ NFT ไป ทุกวันนี้มีสินค้า NFT ให้เราเห็นหลากหลายทั้งนาฬิกา น้ำหอม ไปจนถึง ไฟล์วิดีโอ/ภาพ และมี NFT Marketplace เกิดขึ้นมากมายตามไปด้วยอย่างเช่น Valuables เป็นตลาดสำหรับซื้อขาย Tweet โดยเฉพาะ เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเพิ่งมีการซื้อขาย Tweet ที่ทำสถิติราคาสูงสุดไปแล้ว คือ Tweet แรกของโลกโดย Jack Dorsey ตัวพ่อผู้ก่อตั้ง Twitter นั่นเอง Tweet ประวัติศาสตร์ที่ว่านี้นำมาประมูลขายเพื่อการกุศลเรียกราคาได้สูงถึง USD2,900,000กลับมาที่ Rimowa ซึ่งร่วมงานกับทีมดีไซน์ NUOVA ในการครีเอตคอลเลคชั่นใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ไอเทมที่เกี่ยวกับการเดินทางในโลกอนาคต โดยที่แต่ละชิ้นจะต้องใส่ดีไซน์เอกลักษณ์อันเป็นตำนานของ Rimowa ลงไปด้วย ทำให้คอลเลคชั่นนี้ เป็นการผสมผสานความคลาสสิกแบบ Minimal ของ Rimowa และความหวือหวาในมู้ด Futuristic ของโลก Metaverse ด้วยในเวลาเดียวกัน Rodrigo Caula ผู้ร่วมก่อตั้ง NUOVA ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อจินตนาการถึงบริบทของการเดินทางในโลกอนาคต ก็คิดว่าเรื่อง Blockchain ยังไงก็ต้องมา เพราะเป็นเทคโนโลยีที่สร้างปรากฏการณ์พลิกโฉมหลากหลายวงการบนโลกใบนี้ ทั้งรูปแบบการสื่อสารหรือการมีปฏิสัมพันธ์กับงานศิลปะและดีไซน์ รวมถึงวิธีการที่เราจะประเมินและตีมูลค่าของงานเหล่านั้นด้วย NUOVA ก็เลยเลือกดีไซน์สินค้าในรูปแบบ NFT ที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain เป็นตัวขับเคลื่อน งานนี้เลยทำให้เราได้เห็นการเดินทางในโลกอนาคตตามจินตนาการของทีมดีไซน์ NUOVA ผ่านอาร์ตเวิร์ก NFT 4 ไอเทม รถเข็นอาหารบนสายการบิน โคมไฟ โต๊ะและเครื่องขยายเสียง เมื่อ Rimowa ได้ NFT ที่ตอบโจทย์ตามคอนเซ็ปต์ที่วางไว้ก็จะนำ NFT ไปประมูลขายผ่าน Rarible อีกหนึ่ง Marketplace ที่กำลังมาแรงในหมู่คนที่สนใจ NFT โดยผู้ที่ชนะการประมูลนอกจากจะได้เป็นเจ้าของ NFT แล้ว ยังได้ของแถมสุดเอ็กซ์คลูซีฟซึ่งมีแค่ชิ้นเดียวในโลกอีกด้วย…
Editor
18 June 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

Fashion Insider:
“เดนิมบนเดนิม”
5 ตัวเลือกที่ช่วยให้การใส่ยีนส์ของคุณสนุกขึ้น

ด้วยการฟื้นตัวของแฟชั่นในปี 1970 การสวมใส่ผ้าเดนิมทั้งบนและล่าง สไตล์ "เดนิมบนเดนิม" ได้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง แม้ว่าอาจทำให้ดูเป็นอุปสรรคอยู่บ้างในการจับแมตช์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสไตล์ใครสไตล์มันมากกว่า แต่ที่แน่ๆ คือคุณสามารถแต่งตัวตามความชอบของคุณได้อย่างเต็มที่ ไม่จำเป็นต้องไปยึดติดกับกฏเกณฑ์ใดๆ โดยมีไอเทมสำคัญอย่าง เสื้อเชิ้ต แจ็กเก็ต และกางเกง ซึ่งสไตล์ "เดนิมบนเดนิม" นี้เหมาะมากกับการเป็นชุดวันหยุดที่พร้อมจะทำให้คุณแฮปปี้ไปกับสไตล์กึ่งๆ ฮิปปี้ และต่อไปนี้คือ 5 ตัวเลือกที่จะช่วยให้คุณแต่งตัวได้อย่างอิสระ แบบไม่มีอะไรมากั้น รองเท้าบูตสีขาวกับเดนิมฟอกสีแห่งฤดูร้อน ให้ลุคที่สดชื่นแบบฤดูร้อนด้วยเดนิมฟอกสีสว่าง สวมใส่เข้าชุดกันทั้งบนและล่าง ด้วยเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ เนื้อสัมผัสนุ่มสบายราวกับเสื้อทูนิค ให้คะแนนชี้ขาดด้วยรองเท้าบูตสีขาวทันสมัย และกระเป๋าโซ่อัปเกรดลุคเดนิม เก๋ไก๋สไตล์คนดังกับแว่นกันแดดและกระเป๋าใบจิ๋ว ผ้าเดนิมโอเวอร์ไซซ์ทรงหลวมเป็นไอเทมที่ให้อารมณ์ผ่อนคลาย และให้ลุคที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับไอเทมเสริมต่างๆ ที่คุณเพิ่มเข้าไป อย่างการผสมผสานของเดนิมทั้งบนและล่างที่มีไซซ์ใหญ่ตัวโคร่งนั้น นอกจากจะใส่ง่ายสบายตัวแล้ว การลดทอนความหยาบของผ้าเดนิมด้วยแว่นกันแดดและกระเป๋าใบเล็กน่ารัก แทนกระเป๋าลำลองอย่างกระเป๋าเป้หรือกระเป๋าคาดเอว พร้อมเพิ่มลูกเล่นให้กางเกงแบบสองสีในตัวเดียว ดูมีอะไรในขณะขยับตัว จะช่วยแปลงลุคให้คุณโดดเด่นได้เสมือนเป็นดาราคนดังในแอลเอ เก๋ไก๋สไตล์คนดังกับแว่นกันแดดและกระเป๋าใบจิ๋ว ผ้าเดนิมโอเวอร์ไซซ์ทรงหลวมเป็นไอเทมที่ให้อารมณ์ผ่อนคลาย และให้ลุคที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับไอเทมเสริมต่างๆ ที่คุณเพิ่มเข้าไป อย่างการผสมผสานของเดนิมทั้งบนและล่างที่มีไซซ์ใหญ่ตัวโคร่งนั้น นอกจากจะใส่ง่ายสบายตัวแล้ว การลดทอนความหยาบของผ้าเดนิมด้วยแว่นกันแดดและกระเป๋าใบเล็กน่ารัก แทนกระเป๋าลำลองอย่างกระเป๋าเป้หรือกระเป๋าคาดเอว พร้อมเพิ่มลูกเล่นให้กางเกงแบบสองสีในตัวเดียว ดูมีอะไรในขณะขยับตัว จะช่วยแปลงลุคให้คุณโดดเด่นได้เสมือนเป็นดาราคนดังในแอลเอ ช่วงขาเรียวยาวแปรผันกับความยาวของเสื้อครอป เทรนด์ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนปีนี้ก็คือการอวดผิวสวยๆ บริเวณช่วงเอว เสื้อครอปตัวสั้นจึงเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ ซึ่งหากเป็นชุดเซ็ตสามชิ้นคือมีเสื้อเชิ้ตตัวในด้วยแทนที่จะโชว์ผิวเปลือยเปล่า เสื้อครอปตัวสั้นจะช่วยเล่นเลเยอร์ เพิ่มมิติด้วยความสั้นยาวที่ต่างกันได้ และด้วยความที่แจ็กเก็ตเดนิมค่อนข้างให้ลุคที่ดูแข็ง การเลือกเสื้อครอปตัวสั้นมาจับแมตช์กับกางเกงเอวสูง ขอบขากางเกงกว้างพับขึ้นแบบเก๋ๆ จะช่วยให้ลุคดูเบาขึ้น และเพิ่มความยาวของช่วงขาให้เพรียวสวย น่าประทับใจ เล่นสีที่แตกต่างช่วยสร้างเลเยอร์ให้เดนิมเพื่อความกลมกล่อม การผสานกันของผ้าเดนิมต่างโทนสีจะให้สไตล์ที่แตกต่างได้อย่างลงตัว เสมือนงานตัดเย็บที่นำมาปะติดปะต่อกันได้อย่างมีดีไซน์ และตัวแทนของ “เดนิมบนเดนิม” ที่ง่ายและดูดีคือการผสมผสานระหว่างเสื้อและกางเกง เทคนิกคือเลือกท่อนบนด้วยโทนสีอ่อนเพื่อให้คอนทราสต์กับกางเกงสีเข้มโดดเด่นที่จะช่วยเน้นกระชับช่วงเอวยิ่งขึ้น สร้างความประทับใจอีกนิดด้วยการปลดกระดุมเสื้อสัก 2-3 เม็ด โชว์ไหปลาร้าสวยเปลือยเปล่าก็เข้าทีดีเหมือนกัน เล่นสีที่แตกต่างช่วยสร้างเลเยอร์ให้เดนิมเพื่อความกลมกล่อม การผสานกันของผ้าเดนิมต่างโทนสีจะให้สไตล์ที่แตกต่างได้อย่างลงตัว เสมือนงานตัดเย็บที่นำมาปะติดปะต่อกันได้อย่างมีดีไซน์ และตัวแทนของ “เดนิมบนเดนิม” ที่ง่ายและดูดีคือการผสมผสานระหว่างเสื้อและกางเกง เทคนิกคือเลือกท่อนบนด้วยโทนสีอ่อนเพื่อให้คอนทราสต์กับกางเกงสีเข้มโดดเด่นที่จะช่วยเน้นกระชับช่วงเอวยิ่งขึ้น สร้างความประทับใจอีกนิดด้วยการปลดกระดุมเสื้อสัก 2-3 เม็ด โชว์ไหปลาร้าสวยเปลือยเปล่าก็เข้าทีดีเหมือนกัน เบรคความแข็งของเดนิมด้วยสร้อยคอและเข็มขัดเส้นเล็กเพื่อลุคที่ดูนุ่มละมุน เดนิมบนเดนิมสไตล์ทะมัดทะแมงดุดัน สามารถลดทอนความแข็งลงได้ด้วยการเพิ่มเครื่องประดับสำหรับผู้หญิง และสร้างสมดุลด้วยเสื้อแจ็กเก็ตตัวยาวน้ำหนักเบาสวมทับ ช่วยลดความแข็งและเพิ่มเลเยอร์ให้กับเดนิมทั้งชุดได้อย่างน่าสนใจ หรือจะเปลี่ยนอารมณ์ด้วย เสื้อฮู้ดและคาร์ดิแกน ผสมผสานเข้ากับสร้อยคอและเข็มขัดเส้นเล็ก ก็ดูมีความละมุนละไมให้อารมณ์ของความเป็นผู้หญิงมากขึ้น แม้ "เดนิมบนเดนิม" จะเป็นสัญลักษณ์ของฟีลที่แข็งกระด้างและให้รสชาติแบบสตรีต แต่สไตล์ต่างหากที่จะเป็นตัวบ่งบอกได้ถึงการผสมผสานที่ลงตัว ยิ่งได้จับแมตช์กับไอเทมคู่ใจ ก็ทำให้ “เดนิมบนเดนิม” โดดเด่นได้ไม่ยาก ว่าแต่คุณมีเดนิมในสไตล์ของคุณแล้วหรือยัง? ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก https://www.wwdjapan.com/articles/1210672
Editor
17 June 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

Fashion Insider:
Tag Along Louis Vuitton on a Virtual Voyage
ตาม Louis Vuitton เที่ยวทิพย์ ออสเตรเลีย บรัสเซลส์ และ เซี่ยงไฮ้

ข่าวดีสำหรับใครที่สะสมหนังสือนำเที่ยวของ Louis Vuitton ปีนี้ซีรีส์ The Travel Book มีน้องใหม่มาเพิ่มอีก 3 เล่ม ให้แฟนๆ รวมทั้งหมดเป็น 25 เล่ม คอนเซ็ปต์ของ 3 เล่มใหม่ยังเหมือนเดิมคือ Louis Vuitton จะเชิญศิลปินที่น่าสนใจจากทั่วโลกมาถ่ายทอดประสบการณ์ท่องเที่ยวผ่านศิลปะตามสไตล์ที่แต่ละคนถนัด งานศิลปะของซีรีส์นี้จึงมีความหลากหลายตั้งแต่ภาพลายเส้น งานระบายสี คอลลาจ ไปจนถึงการ์ตูน ทำให้มันเป็นทั้งบันทึกการเดินทาง และสมุดภาพสเกตช์ไปในตัวบุกธรรมชาติดิบๆ ในชนบทของออสเตรเลียกับ Gabriela Giandelli ดินสอหลากสียี่ห้อ Derwent ที่ได้เป็นของขวัญวันคริสต์มาสในวัยเด็ก กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หนูน้อยจากเมืองมิลานก้าวไปสู่หนทางการเป็นนักวาดการ์ตูน ยังไม่ทันเรียนจบมัธยมภาพการ์ตูนของ Giandelli ก็ได้ลงตีพิมพ์ในแมกกาซีนไปเรียบร้อยแล้ว เธอเคยฝันอยากทำภาพยนตร์การ์ตูนหลังจากเรียนจบด้านศิลปะภาพยนตร์ แต่พอเริ่มทำงานก็พบว่าตัวเองมีความสุขกับการสร้างสรรค์การ์ตูนคนเดียวตามลำพัง มากกว่าต้องทำงานกับคนมากหน้าหลายตา เลยหันมาเขียนการ์ตูนอย่างจริงจัง จนมีผลงานสร้างแจ้งเกิดในยุโรปได้จากการ์ตูนเรื่อง Milo กลางยุค 80 สำหรับผลงานเล่มนี้ Gabriela Giandelli ได้อิทธิพลมาจาก The Songlines งานเขียนอันลือชื่อของ Bruce Chatwin เมื่อปี 1987 ที่ผสมผสานทั้งความเป็นนิยาย สารคดี อัตชีวประวัติตัวเอง และหนังสือนำเที่ยว พูดถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณของชาวอะบอริจินชนเผ่าพื้นเมืองของออสเตรเลีย Giandelli อ่านงานเขียน Chatwin ก่อนออกสำรวจออสเตรเลียเพื่อทำงานชิ้นนี้พอดี เลยทำให้เธอได้สัมผัสมุมมองใหม่ๆ ต่างจากการเดินทางทุกครั้งที่ผ่านมา และถ่ายทอดเรื่องราวและเก็บรายละเอียดต่างๆ มาฝากเราในภาพระบายดินสอสีอย่างที่เห็นท่องซิตี้สเคปตระการตาของบรัสเซลลส์กับ Ever Meulen Meulen มาจากหมู่บ้าน Kuurne ในเมือง Flanders ตอนอายุ 12 ก็ย้ายมาอยู่บรัสเซลส์ ตอนนั้น Meulen ตื่นเต้นกับดีไซน์รถยนต์อเมริกันยุค 50 มาก คลั่งไคล้ถึงขั้นนั่งสเกตช์ภาพรถวิ่งผ่านไปมาตามท้องถนนทั้งวัน เพราะอยากเก็บภาพรถที่ชื่นชอบไว้ในจินตนาการ มันจุดประกายให้ Meulen ขวนขวายเข้าไปเรียนวาดรูปที่ Ecole Supérieure des Arts Saint-Luc Meulen พัฒนาฝีมือจนสามารถฝากผลงานไว้บนปกนิตยสารชื่อดังอย่าง The New Yorker และ Libération มาแล้ว รวมทั้งเคยคว้ารางวัลใหญ่ Henry van de Velde Lifetime Achievement Award มาครองเมื่อปี 2102 อีกด้วย สไตล์ของ Meulen มีความไดนามิก เหมาะกับความโมเดิร์นที่เต็มไปด้วยสีสันของเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษา อย่างบรัสเซลส์เป็นอย่างดี Meulen พาเราเที่ยวชมบรัสเซลส์ครบรส ได้อารมณ์สังคมเมืองควบคู่ไปกับธรรมชาติ ศิลปะในแบบกอธิกกับบาโรก สถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งกับสถาปัตยกรรมที่อุจาดตา มีเอกลักษณ์ของบรัสเซลส์สอดแทรกอยู่ในหนังสือเล่มนี้มากมาย อาทิ  Atomium, Tintin, René Magritte, Grand Place, Palais Stoclet, Vilvoorde Viaduct หรือ Villa Empain และที่ขาดไม่ได้แน่นอนก็คือรถยนต์ที่เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของ Meulen ตลอดมาตั้งแต่ต้นมองเซี่ยงไฮ้มุมใหม่ในโทนพาสเทลกับ Otobong Nkanga Nkanga เกิดที่ไนจีเรียแต่มาโตที่ปารีสตั้งแต่อายุได้ 11 ขวบ ปัจจุบันอยู่ที่แอนต์เวิร์ป หลังจากเรียนจบจาก Ecole Nationale…
Editor
9 June 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

Fashion Insider:
Earth Polo by Ralph Lauren
Turn Trash into Tees

Earth Polo โดย Ralph Lauren รุ่นใหม่กลับมาอีกครั้งหลังจากเปิดตัวคอลเลคชั่นแรกไปเมื่อปี 2020 หลายคนอาจจะบอกว่า Earth Polo มองแล้วก็ไม่เห็นว่าจะต่างจากเสื้อโปโลที่เราคุ้นตาตรงไหน Power ขออธิบายเล็กน้อยว่า Earth Polo ยังคงซิกเนเจอร์ของแบรนด์ไว้ครบ เสื้อยืดคอโปโล ไซซ์พอดีตัว ไม่ตึงหรือหลวมจนเกินไป เนื้อผ้านุ่มใส่สบาย และคุณภาพยังพรีเมียมเหมือนเดิม แต่ความพิเศษคือ Earth Polo เป็นเสื้อรักษ์โลก 100% ทุกเส้นใยบนเสื้อ เส้นด้ายที่ปักโลโกบนอกเสื้อ แบรนด์แท็กที่ติดคอเสื้อด้านหลัง ไปจนถึงแพ็กเกจจิ้งRalph Lauren แสดงความมุ่งมั่นในการเป็นอีกหนึ่งแรงที่ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมโลก พร้อมกำหนดเป้าหมายเป็นตัวเลขเพื่อให้วัดผลได้อย่างเป็นนามธรรม ตั้งแต่ปี 2019 ทางแบรนด์ประกาศว่าจะนำขวด PET มาใช้ในการผลิตให้ครบ 170 ล้านขวดภายในปี 2025 และจะยุติการสร้างขยะที่ต้องกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบแบบแลนด์ฟิล โดยตั้งเป้าลดขยะให้เป็นศูนย์ภายในปี 2023 โดยทางแบรนด์รับซื้อขวด PET มาจาก First Mile หน่วยงานกิจการเพื่อสังคมที่ทำงานช่วยเหลือชุมชน ซึ่งมีรายได้จากการเก็บขยะรีไซเคิล นำขวดที่ซื้อมาผลิตเส้นใยแบบ Recycled Poly-Fiber แทนการใช้ Virgin Poly-Fiber เสื้อ Earth Polo ผลิตจากขวด PET โดยเฉลี่ยตัวละ 12 ขวด ทำให้ไม่เพียงแค่ลดขยะพลาสติกแต่ยังช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนอีกด้วย นอกจากนี้ Ralph Lauren ยังประกาศจะลดปริมาณน้ำในขั้นตอนการผลิตโดยรวมถึง 20% ภายในปี 2025 ทางแบรนด์ได้ลงทุนในนวัตกรรมย้อมสีผ้าโดยไม่ต้องใช้น้ำ และในคอลเลคชั่นล่าสุดยังคงมีสีโทนสดใสให้เลือกถึง 20 เฉดสีปีนี้ใครที่อยากได้ Earth Polo ที่เบสิกกว่าเดิมซึ่งเบสิกอยู่แล้ว Power ขอแนะนำ Earth Polo โดย Ralph Lauren x Ron Herman ทั้งคู่เป็นอเมริกันแบรนด์ที่มีจุดขายคือคอนเซ็ปต์แบบ SoCal หรือแฟชั่นแบบคาลิฟอร์เนียที่มีความซัมเมอร์ตลอดกาล ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น โดยเฉพาะแบรนด์หลังที่มีสาขาในญี่ปุ่นมากกว่าในบ้านเกิดหลายเท่า สินค้าที่ผลิตขายในญี่ปุ่นจะมีความฮิปมากกว่าที่ผลิตขายในอเมริกา และยังผลิตครอบคลุมไปถึงสินค้าที่เป็นไลฟ์สไตล์อีกด้วย ทั้งสองแบรนด์ออกคอลเลคชั่น Earth Polo ร่วมกันมาแล้วหลายครั้ง คอลเลคชั่นปีนี้เบสิกเป็นพิเศษ เสื้อยืดคอกลมสีขาวไม่มีปก เลือกสีได้เฉพาะด้ายปักโลโกที่อกมีทั้งหมด 6 สี  ที่คอเสื้อด้านหลังมีแบรนด์แท็กทั้งของ Ralph Lauren และ Ron Herman และแน่นอนว่าเป็นคอลแลบที่รักษ์โลก 100% ตามคอนเซ็ปต์ Earth Poloขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก https://www.ralphlauren.com https://www.instagram.com/ronhermanjp
Editor
7 June 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

Fashion Insider:
Discover the Luxury Metaverse
at Gucci Garden Exhibition on Roblox

ครบรอบ 100 ปี  ของแบรนด์หรูอย่าง Gucci ทั้งที มั่นใจได้เลยว่า มหากาพย์การเฉลิมฉลองจะต้องเป็นอะไรที่ห่างไกลจากคำว่าธรรมดา และหนึ่งในนั้นคือการเนรมิต Gucci Garden ใจกลางกรุงฟลอเรนซ์อันเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์ สำหรับแคมเปญครั้งประวัติศาสตร์ ที่ได้หยิบยกเรื่องราวที่บ่งบอกความเป็น Gucci ภายใต้การนำของ Alessandro Michele ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ รวมทั้งสิ้น 15 คอลเลคชั่น ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในรูปแบบนิทรรศการออนไลน์ที่มีชื่อว่า Gucci Garden Archetypes คอลเลคชั่นที่ถูกเลือกมาล้วนแล้วแต่เป็นที่จดจำของผู้คนจำนวนมาก รวมไปถึงเคยสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคมในหลากหลายมิติ และถึงแม้ว่าผลงานส่วนใหญ่จะไม่สามารถผลิตซ้ำได้ แต่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารให้มาอยู่ในนิทรรศการที่ Alessandro Michele นิยามว่าเป็น “สนามเด็กเล่นของอารมณ์” นี้ ก็ยังคงไว้ซึ่งตัวตน แนวความคิด และจิตวิญญาณของ Gucci ไว้อย่างครบถ้วนนิทรรศการครั้งนี้ถูกจัดให้เข้าชมออนไลน์ในแบบ 360 องศา ผ่านทางเว็บไซต์ของ Gucci โดยเมื่อเข้าไปในจะพบกับส่วนที่เป็น Boutique, Bookstore และ Gucci Osteria ก่อนที่จะได้ดื่มด่ำไปกับผลงานต่างๆ พร้อมด้วยเสียงบรรยาย 5 ภาษาในชั้นถัดๆ ไป เรื่องราวของแบรนด์ที่ถูกถ่ายทอดผ่าน Element ต่างๆ ความเซอร์เรียลที่เปี่ยมไปด้วยสไตล์ในแบบ Gucci ได้ทำหน้าที่ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจิตวิเคราะห์ ที่ทำให้ผู้ชมตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างในชีวิตที่มีอยู่แต่กลับถูกละเลยเสมอมาได้เป็นอย่างดี ภายใต้ความเชื่อของแบรนด์ที่ว่า “ผสานอดีตเข้ากับปัจจุบันเพื่อแสดงอนาคต” Alessandro Michele กล่าวถึงนิทรรศการครั้งนี้ว่า “ผมไม่เชื่อในแฟชั่นที่พูดถึงแต่อนาคต เพราะสำหรับผมแล้วแฟชั่นคือการเล่าถึงช่วงเวลาที่เรากำลังเผชิญผ่าน ซึ่งมันก็คือเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคตนั่นแหละ เรามองเห็นวันข้างหน้าได้จากตอนนี้” การที่ Gucci เลือกที่จะแสดงนิทรรศการในวาระสำคัญของแบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเต็มตัวเช่นนี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งมูฟเมนต์ที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกแฟชั่นได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงความพยายามในการเจาะตลาดกลุ่ม Pre-Teen อย่างต่อเนื่อง ด้วยการพา Gucci Garden Archetypes กระโดดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโลก Metaverse ที่กำลังมาแรงอย่างมากในตอนนี้Metaverse เป็นโลกเสมือนสามมิติบนอินเทอร์เน็ต และ Roblox เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มบน Metaverse ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นเป็น Developer สร้างเกมดีไซน์โลกในแบบของตัวเองขึ้นมา สำหรับเด็กในยุโรปและอเมริกาที่เรียนการเขียนโค้ดมาตั้งแต่ชั้นประถม Metaverse ก็คือสนามเด็กเล่นให้พวกเขามารวมตัวพบปะกันออนไลน์ คล้ายกับก่อนหน้านี้ที่ WordPress ให้เราไปสร้างหน้าเว็บกับแพลตฟอร์มของเขานั่นแหละ สำหรับคนทั่วไปโลกโซเชียลที่เราพบปะกันออนไลน์ส่วนใหญ่หนีไม่พ้น Facebook หรือ Instagram แต่เด็กๆ รุ่นใหม่พวกนี้ใช้ชีวิตอยู่ใน Metaverse เป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่การเจอหน้ากันจริงๆ ยังเป็นไปได้ยากแบบนี้ ในโลกเสมือนของ Roblox ที่มี Active User มากกว่า 37 ล้านคนต่อวัน (จากข้อมูลเดือนพฤศจิกายน 2020) ทำให้ Avatar หรือตัวตนของพวกเขาในโลกเสมือนมีกิจกรรมมากมาย มีห้องหลายล้านห้องบน Metaverse ให้เข้าไปสำรวจ รวมทั้งมีการซื้อขายไอเทมอีกด้วย ปกติ Avatar และ Element ต่างๆ ใน Roblox จะมีรูปทรงเหลี่ยมๆ ให้อารมณ์การ์ตูนๆ แต่ที่อาณาจักร Gucci Garden บน Roblox นับแต่ก้าวแรกที่เข้าไป Avatar จะเปลี่ยนดีไซน์เป็น Humanoid หุ่นยนต์ซึ่งมีลักษณะคล้ายมนุษย์โดยยังไม่ระบุเพศหรือสีสันในตอนแรก เพื่อสะท้อนแนวคิดของ Gucci ที่ว่าคนเราเปรียบได้กับผืนผ้าใบสีขาวที่จะถูกแต่งแต้มด้วยประสบการณ์ที่ได้พบเจอ…
Editor
27 May 2021