Lifestyle

Lifestyle
ปักพิกัด 5 ลานเซิร์ฟสเก็ต ที่สายสตรีตไม่ควรพลาด!

เมื่อคราวที่แล้ว Power พาไปรู้จักกับกีฬา “เซิร์ฟสเก็ต” ไลฟ์สไตล์สุดคูลที่กำลังมาแรงกันในขณะนี้ มาคราวนี้ขอแนะนำ 5 ลานสเก็ตที่เล่นได้ตั้งแต่มือใหม่หัดเล่นจนไปถึงระดับมือโปร ที่ทั้งสนุกและปลอดภัย เล่นเซิร์ฟสเก็ตที่ไหนดี? หาคำตอบได้ที่นี่ 1. คิง เพาเวอร์ ศรีวารี ลาน Surf Skate Wave จุดนัดพบแห่งใหม่ของเด็กไถบอร์ดในย่านบางนา-ลาดกระบัง ด้วยพื้นที่กว่า 1,200 ตารางเมตร จะมือใหม่หรือมือโปรก็สามารถมาเล่นที่นี่ได้ โดยมีการแบ่งโซนสำหรับมือใหม่ให้มาทดลองไถเล่นได้อย่างปลอดภัย พร้อมมีโปรสเก็ตมืออาชีพคอยให้คำแนะนำ และโซนสำหรับนักเซิร์ฟสเก็ตมือโปรให้ได้วาดลวดลายโชว์ลีลาได้อย่างเต็มที่ สำหรับใครที่ไถเล่นมาจนเหน็ดเหนื่อยแล้วเกิดหิวขึ้นมา ใกล้ๆ กันมีบริการ Food Truck กับอาหารนานาชนิดที่จอดอยู่เรียงรายไปจนสุดทาง พร้อมนั่งฟังเพลงชิลๆ ได้ตรงนั้นเลย แถมวันหยุดยังพาครอบครัว มาเดินช้อปในงาน KING POWER SHOP & HOP WEEKEND MARKET ไม่มีไฟลต์บินก็ช้อปมันส์ กินฟิน เช็คอินได้! เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ทั้ง ช้อป ชิม ชิล จริงๆ พิกัด GPS: https://goo.gl/maps/5fMa4k6WaaiPq7DL9 เปิดให้เล่นฟรี วันนี้ - 11 เมษายน 2564 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11.00 - 22.00 น. หรือถ้าใครมาถึงก่อนสามารถแวะมาเดินเล่นชิลๆ ในงานฯ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. 2. ลานสเก็ตใต้ BTS วงเวียนใหญ่ ลานสเก็ตบรรยากาศร่มรื่นที่เปิดโอกาสให้คนในชุมชนและบุคคลทั่วไป สามารถเข้ามาไถบอร์ดกันได้ยาวๆ ทั้งวันทั้งคืน ไม่เหนื่อยไม่กลับ จะมาเดี่ยวหรือมาเป็นแก๊งก็ได้ ด้านในยังมีลานออกกำลังกายขนาดใหญ่ ที่มีเครื่องออกกำลังกายและสนามกีฬาประเภทต่างๆ ให้บริการมากมาย การเดินทางสะดวกสบาย ลงสถานี BTS วงเวียนใหญ่ ก็สามารถสังเกตเห็นได้เลยทันที พิกัด GPS: https://goo.gl/maps/jDqLWNYSyZAAfLb4A เปิดให้เล่นฟรี ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง 3. ลานสเก็ตบอร์ด สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ลานสเก็ตบรรยากาศอบอุ่น เป็นมิตร ร่มรื่น เย็นสบายตลอดทั้งวัน แม้ว่าจะมีความผาดโผนไม่มาก แต่ว่าจุดเด่นของที่นี่คือ มีนักเล่นสเก็ตบอร์ดจากชมรม SRC ไปรวมตัวกันมากมาย เพื่อแลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ความรู้ และคอยแนะนำพร้อมบอกเทคนิคให้ผู้เล่นมือใหม่ แถมยังมีบอร์ดให้ยืมลองเล่นฟรีได้อีกด้วย พิกัด GPS: https://goo.gl/maps/XGv6vySkGD2pyn4fA เปิดให้เล่นฟรี ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6.00 - 20.30 น. 4. สวนลุมพินี สวนสาธารณะขนาดใหญ่ของชาวเมืองกรุง ความพิเศษของที่นี่คือ สนามสร้างมาเพื่อเล่นสเก็ตโดยเฉพาะ ขัดเงามาอย่างดี ต่อให้ฝึกแล้วพลาดท่าล้มลงไปก็ไม่เจ็บมาก มีการรักษาความปลอดภัยอย่างดี พิกัด GPS: https://g.page/lumphini-park?share เปิดให้เล่นฟรี ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 15.00 - 20.00 น. 5. Thammasat X-treme Plaza สนามกีฬาคอนกรีตขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี รองรับการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมหลากหลายประเภท…
Editor
8 April 2021
Lifestyle

Lifestyle
รู้ไว้ใช่ว่า 10 ความเสี่ยงสุขภาพคนไทย ปี 2564

การมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้คนทั่วโลกต่างตระหนักถึงมากกว่าสิ่งใดๆ ในยุคที่โรคภัยกำลังระบาดเช่นนี้ และเนื่องในวันอนามัยโลกซึ่งตรงกับวันที่ 7 เมษายนของทุกปี Power จึงขอหยิบยกบทความเกี่ยวกับการรู้เท่าทันในการดูแลสุขภาพ ปี 2564 โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ได้บอกเล่าไว้อย่างน่าสนใจ มาให้ได้ลองสำรวจพฤติกรรมตัวเองกัน ว่ามีความพร้อมในการรับมือกับโรคภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อได้ดีแค่ไหน? 1. Fake News ข่าวจริงหรือข่าวปลอมรับมืออย่างไร? ในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนนี้ เป็นเรื่องง่ายที่ผู้คนย่อมตื่นตระหนกจากความไม่ชัดเจนของสถานการณ์ ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ทำให้เกิดกระแสความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ออกมาอย่างมากมาย โดยพบว่ามีการนำเสนอ Fake News เรื่องมาตรการของรัฐบาลในวิกฤตการณ์โควิด-19 ซึ่งมีมากถึง 19,118 ข้อความ ในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันการรับข่าวปลอม อยากให้เข้าไปตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อน ที่ Cofact หรือพูดคุยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ และติดตามแผนการรับมือโควิด-19 ได้ทางโซเชียลมีเดีย ไทยรู้สู้โควิด 2. NCDs กลุ่มเสี่ยงควรเฝ้าระวัง เมื่อโรคอุบัติใหม่ยังคงอยู่ คนที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นหรือเป็นโรคเหล่านี้ อันได้แก่ เบาหวาน ถุงลมโป่งพอง มะเร็ง ความดันโลหิตสูง หรือแม้กระทั่ง การอ้วนลงพุง นับว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงควรเฝ้าระวัง เพราะหากได้รับเชื้อโควิค-19 อาจมีอาการที่รุนแรงขึ้นถึง 7 เท่า ขณะที่การสูบบุหรี่นั้น เพิ่มความเสี่ยงถึง 1.5 เท่า และการดื่มสุราส่งผลให้ร่างกายมีภูมิต้านทานในการต่อสู้กับไวรัสตํ่าลง สร้างสุขภาพให้ดีขึ้นได้ ด้วยการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ลดละเลิกบุหรี่และสุรา หลีกเลี่ยงการเผชิญมลพิษทางอากาศ หมั่นออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง 2. NCDs กลุ่มเสี่ยงควรเฝ้าระวัง เมื่อโรคอุบัติใหม่ยังคงอยู่ คนที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นหรือเป็นโรคเหล่านี้ อันได้แก่ เบาหวาน ถุงลมโป่งพอง มะเร็ง ความดันโลหิตสูง หรือแม้กระทั่ง การอ้วนลงพุง นับว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงควรเฝ้าระวัง เพราะหากได้รับเชื้อโควิค-19 อาจมีอาการที่รุนแรงขึ้นถึง 7 เท่า ขณะที่การสูบบุหรี่นั้น เพิ่มความเสี่ยงถึง 1.5 เท่า และการดื่มสุราส่งผลให้ร่างกายมีภูมิต้านทานในการต่อสู้กับไวรัสตํ่าลง สร้างสุขภาพให้ดีขึ้นได้ ด้วยการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ลดละเลิกบุหรี่และสุรา หลีกเลี่ยงการเผชิญมลพิษทางอากาศ หมั่นออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง 3. Digital Disruption เมื่อดิจิทัลก้าวเข้ามาทำให้โลกหมุนเร็วขึ้น การที่ผู้คนส่วนใหญ่ต่างเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่บ้านกันมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 จึงทำให้ “โลกออนไลน์” เข้ามามีบทบาทและกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ เช่น การประชุม ช้อปปิ้ง หรือการออกกำลังกาย เพื่อเตรียมความพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาท้าทายอย่างรวดเร็ว เราทุกคนจึงต้องหมั่นเรียนรู้และพัฒนาทักษะ รู้จักใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้ได้อย่างสมดุล 4. ออกกำลังกายวิถีใหม่ ในขณะที่ฟิตเนส สนามกีฬา หรือสวนสาธารณะถูกปิด จนทำให้ผู้คนมีกิจกรรมขยับแข้งขยับขาเรียกเหงื่อกันน้อยลง จากการสำรวจข้อมูลในช่วงล็อกดาวน์พบว่า คนไทยมีพฤติกรรมนั่งๆ นอนๆ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14 ชั่วโมง 32 นาที ต่อวัน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรค NCDs ได้ ดังนั้นการไปฟิตเนสหรือสนามกีฬาต่างๆ ไม่ได้ในช่วงนี้ ไม่ได้แปลว่าคุณจะไม่สามารถออกกำลังกายได้ ลองหันมาออกกำลังกายอยู่กับบ้านกับเหล่าเทรนเนอร์ออนไลน์ดูสักที นอกจากจะได้ความสนุกที่หลากหลายมากขึ้น ยังประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้อีกมากโขเลยทีเดียว 5. ภาวะเครียด ผลพวงทางเศรษฐกิจตกต่ำ จากวิกฤตการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบในแง่เศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการปิดตัวลงของธุรกิจต่างๆ มากมาย ทำให้มีคนตกงานมากขึ้น กำลังซื้อก็ลดลง ขาดสภาพคล่อง เกิดปัญหาปากท้องมากมายตามมา แน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อสภาวะทางจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความสุขลดลงในขณะที่ความเครียดเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากจะได้รับการเยียวยาจากภาครัฐในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว…
Editor
7 April 2021
Lifestyle

Lifestyle
โดราเอมอนสีเขียว ตัวการ์ตูนจากโลกอนาคต
ผู้ทำให้เราอยากทำปัจจุบันให้ดีอยู่เสมอ

แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกด้านความยั่งยืนคนใหม่ของ UNIQLO แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก ด้านความยั่งยืนคนใหม่ของ UNIQLO ถ้าให้นึกถึงตัวการ์ตูนขวัญใจมหาชนสักตัว เชื่อว่า “โดราเอมอน” ย่อมต้องเป็นหนึ่งในลิสต์ของใครหลายคนอย่างแน่นอน ราวกับว่าแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ไม่ว่าแฟนๆ การ์ตูนในวันนั้นจะเติบโตขึ้นมากเท่าไร เจ้าหุ่นยนต์แมวสีฟ้าตัวนี้ก็ยังทำหน้าที่หยุดเวลาให้หัวใจของผู้คนยังคงความเป็นเด็กเอาไว้ตลอดกาล ความนิยมของโดราเอมอนได้สร้างปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมากมาย ทั้งการเป็นตัวการ์ตูนที่ได้รับเลือกจากนิตยสารไทม์เอเชียให้เป็น 1 ในวีรบุรุษของทวีปเอเชีย ได้รับเลือกให้เป็นทูตสันถวไมตรีเพื่อการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมจากกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ตลอดจนการไปโลดแล่นอยู่ในวงการต่างๆ อย่างหลากหลายไม่เว้นแม้แต่วงการแฟชั่น โดยล่าสุด UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติเดียวกัน ได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัว “โดราเอมอนสีเขียว” สุดแปลกตา ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกด้านความยั่งยืนคนใหม่ ที่จะเข้ามามีส่วนช่วยในการต่อยอดแนวคิดรักษ์โลกที่แบรนด์ได้ทำมาอย่างต่อเนื่องการเปลี่ยนโฉมภาพลักษณ์ที่คุ้นตาผู้คนมาอย่างยาวนานของโดราเอมอนในครั้งนี้ นับว่าเป็นสัญญาณที่แสดงออกอย่างชัดเจนจากทางแบรนด์ ถึงการยกระดับและเดินหน้านโยบายการเป็นแบรนด์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในส่วนของโลโก้ UNIQLO เอง จากเดิมที่เป็นสีแดงก็ได้เปลี่ยนเป็นเป็นสีเขียวด้วยเช่นกัน ไม่เพียงเท่านี้ “โดราเอมอนโหมดความยั่งยืน” ยังควงแขน Haruka Ayase นักแสดงชาวญี่ปุ่นที่มีผลงานเป็นที่รู้จักมากมาย อย่าง Cyborg She, Our Little Sister และ Tonight, at Romance Theater มาร่วมโครงการในฐานะไลฟ์แวร์สเปเชียลแอมบาสเดอร์อีกด้วยด้วยความที่ทั้งการ์ตูนและภาพยนตร์เปรียบเสมือนตัวแทนของป๊อปคัลเจอร์ญี่ปุ่นที่เข้าถึงผู้คนในวงกว้าง ทางแบรนด์จึงมุ่งหวังให้จุดแข็งตรงนี้ของทั้งคู่ สามารถที่จะนำเสนอแนวคิดออกไปได้อย่าง “สนุก” และ “เข้าใจง่าย” มากยิ่งขึ้น ผ่านโครงการ UNIQLO’s School Outreach Program ที่จะเข้าไปทำกิจกรรมกับนักเรียนชั้นประถมและมัธยมศึกษา เพื่อให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเหล่าแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนอื่นๆ อย่าง Roger Federer อดีตนักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลก, Ayumu Hirano เจ้าของเหรียญทอง Winter X Games จากกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2 สมัย, Gordon Reid และ Shingo Kunieda นักกีฬาวีลแชร์เทนนิส, Kei Nishikori นักเทนนิสระดับโลก และ Adam Scott นักกอล์ฟอาชีพ ที่ผ่านมาแนวคิด เปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดีขึ้นด้วย “พลังของเสื้อผ้า” ของทาง UNIQLO ได้นำไปสู่การเกิดขึ้นของโครงการสำคัญๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโครงการเสื้อผ้าเพื่อรอยยิ้ม (Clothes for Smiles) โครงการเพื่อการศึกษาของเยาวชน (UNISCHOLAR) โครงการสนับสนุนการแข่งขันวีลแชร์เทนนิสระดับโลก โครงการสนับสนุนมหาวิทยาลัยเอเชียเพื่อสตรี และโครงการเพิ่มศักยภาพให้กับพนักงานทุพพลภาพ แต่ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด เรื่องพื้นฐานที่แบรนด์เสื้อผ้าแบรนด์หนึ่งจะลืมไม่ได้เด็ดขาด นั่นคือการทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบ ตัดเย็บ และจำหน่ายเสื้อผ้าที่ดี ผ่านกระบวนการผลิตภายใต้แนวทางที่กลมกลืนกับธรรมชาติและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นความจริงที่ว่า เราทุกคนมีส่วนรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ บ่ายวันหนึ่งในปี 1970 โดราเอมอนผู้เดินทางมาจากศตวรรษที่ 22 ได้เจอกับโนบิตะเป็นครั้งแรก เขาถูกส่งมาเพื่อบอกว่า อนาคตที่เขาจากมานั้นแย่แค่ไหน แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ เพราะมันจะดีกว่านี้ได้แน่ๆ หากเราทุกคนเริ่มที่จะเปลี่ยน จนมาในวันนี้ที่เพื่อนเก่าของเราได้เปลี่ยนเป็นสีเขียว ยิ่งทำให้เราได้ตระหนักถึงวันแรกที่เขามาได้เสมอว่า โลกที่เราอาศัยอยู่นี้มิใช่มรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ทว่าเป็นสิ่งที่ยืมมาจากลูกหลานต่างหาก มันเป็นสิทธิ์ของผู้คนรุ่นลูกรุ่นหลานในอนาคต สิทธิ์ที่พวกเขาจะได้เกิด อาศัย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่ดี จากนั้นจึงส่งต่อโลกที่ดีกว่านี้ต่อๆ ไปขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก https://www.uniqlo.com/ https://www.fastretailing.com/ http://www.billboard-japan.com/
Editor
2 April 2021
Lifestyle

Lifestyle
เคล็ดลับในการดูแลนาฬิกาเรือนโปรด

เมื่อ ‘สุขอนามัย’ เป็นหัวใจสำคัญ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ผู้คนจึงหันมาให้ความสนใจในการดูแลตัวเองอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการใส่หน้ากากอนามัย ใช้เวลามากมายไปกับการล้างมือด้วยสบู่ พกสเปรย์หรือเจลแอลกอฮอล์ติดตัวไว้เสมอ เสมือนเป็นอวัยวะชิ้นที่สามสิบสี่ (ถัดจากโทรศัพท์มือถือ) หมั่นกินร้อนช้อนกลางไม่ได้ขาด และปฏิบัติตามมาตรการระยะห่างทางสังคมอยู่เสมอ พูดง่ายๆ ว่าทำอะไรได้ เป็นต้องทำ เพื่อสุขอนามัยที่ดีในยามนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้คนอาจละเลยไปบ้างหรือไม่ได้ให้ความใส่ใจมากนัก นั่นก็คือการดูแลรักษาความสะอาดนาฬิกา อย่าลืมว่าแม้นาฬิกาอาจไม่ได้ไปสัมผัสสิ่งใดๆ โดยตรง แต่ก็ล้วนเผชิญหน้ากับความสกปรกมาด้วยเช่นกัน และต่อไปนี้ คือคำแนะสำหรับการดูแลนาฬิกาเรือนโปรดของคุณ ให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค และสามารถทำได้เองง่ายๆ ที่บ้าน อยากให้นาฬิกาดูใหม่อยู่เสมอ ง่ายมาก นั่นก็คือหมั่นทำความสะอาดหลังใช้งานทุกครั้ง แต่จะทำความสะอาดอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับสายของนาฬิกา ซึ่งเราจะเห็นได้ว่ามีทั้งสายหนังและสายโลหะ ถ้าเป็น สายหนัง ไม่ควรโดนน้ำโดยเด็ดขาด เพราะอาจชำรุดและขึ้นราได้ง่าย ให้ใช้ผ้าแห้งสะอาดๆ เช็ดบริเวณสายก็เพียงพอ แต่สำหรับ สายโลหะ นั้น สามารถล้างทำความสะอาดได้เต็มที่มากกว่า ยิ่งถ้าสามารถถอดสายแยกจากตัวเรือนได้ ก็ควรถอด ระหว่างการล้างทำความสะอาด ให้ใช้แปรงขนนุ่มปัดฝุ่นตามซอกของนาฬิกาไปด้วย ส่วนตัวเรือนให้หาผ้าชามัวร์แห้งเช็ดโดยรอบ เป็นอันจบขั้นตอน การดูแลนาฬิกาสายหนังและสายโลหะ แนะนำว่า นาฬิกาทุกเรือนควรจัดเก็บลงกล่องใส่นาฬิกาอยู่เสมอ เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน และควรหลีกเลี่ยงการจัดเก็บในห้องที่มีอุณหภูมิร้อน เพราะจะทำให้นาฬิกาและสายหนังเสื่อมสภาพได้ สำหรับนาฬิกาสายหนัง หากไม่ได้ใส่เป็นประจำ ควรนำออกมาผึ่งลมให้โดนอากาศบ้างอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และไม่ลืมที่จะนวดสายหนังอย่างเบามือ เพื่อช่วยยืดอายุหนังและป้องกันการเสื่อมสภาพ ส่วนนาฬิกาสายโลหะ ควรใส่ไว้ในกล่องพร้อมหมอนรองนาฬิกา เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนที่อาจเกิดขึ้น จากการที่สายนาฬิกาไปกระทบเข้ากับฝาหลังของนาฬิกานั่นเอง สำหรับคนที่มีเหงื่อมาก ควรผึ่งนาฬิกาไว้สักพักก่อนจัดเก็บลงกล่อง แต่ถ้าไม่มีกล่องเก็บนาฬิกา ตำแหน่งที่เก็บนาฬิกาได้ดีที่สุดคือ ให้หันหัวนาฬิกาขึ้น ห้ามคว่ำหน้าหรือวางตำแหน่งเม็ดมะยมไว้ด้านล่าง จะช่วยรักษากลไกของนาฬิกาให้เสถียรได้ และที่สำคัญไม่ควรวางนาฬิกาไว้ใกล้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากคลื่นกระแสแม่เหล็กอาจทำให้นาฬิกาเดินช้าหรือไม่เที่ยงตรงได้ ควรถอดนาฬิกาก่อนล้างมือหรืออาบน้ำ ก่อนล้างมือ อาบน้ำ หรือทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์นั้น ควรถอดนาฬิกาออกก่อน เพราะอาจทำให้คราบต่างๆ เข้าไปฝังอยู่ในซอกมุมของนาฬิกาได้ และควรสวมใส่เครื่องนาฬิกาหลังจากทาครีมหรือฉีดน้ำหอมเรียบร้อยแล้วด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใส่นาฬิกาขณะว่ายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำในสระหรือน้ำทะเล เพราะคลอรีนและโซเดียมจะทำให้นาฬิกาที่เป็นไวท์โกลด์ เยลโลว์โกลด์ พิงค์โกลด์ หรือแพลทินัม ทำปฏิกิริยากับสารเคมีเหล่านั้นจนเกิดเป็นคราบสีดำ อีกทั้งทองอาจจะหลุดจากตัวเรือนด้วย การทำความสะอาดนาฬิกาที่ใส่ในทุกวัน เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่น คราบ และเชื้อโรคต่างๆ แนะนำให้ทำความสะอาดนาฬิกาที่ใส่เป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละครั้ง สำหรับนาฬิกาที่เป็นไวท์โกลด์ เยลโลว์โกลด์ หรือพิงค์โกลด์ สามารถทำความสะอาดด้วยการใช้แปรงสีฟันขนนุ่มพิเศษที่มีขนาดหัวเล็ก ขัดเบาๆ เพื่อกำจัดฝุ่นและคราบโลชั่น โดยใช้น้ำอุ่นผสมกับน้ำยาล้างจาน ล้างในรอบแรก จากนั้นตามด้วยน้ำอุณหภูมิปกติอีกครั้ง ข้อควรระวัง อย่าให้เจลแอลกอฮอล์หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือโดนนาฬิกาเป็นดีที่สุด และการเก็บนาฬิกา ควรเก็บแยกเรือนแยกกล่อง เพราะการเก็บรวมเข้าไว้ด้วยกัน อาจทำให้นาฬิกาเกิดการกระทบกระแทกกัน ทำให้นาฬิกาเกิดความเสียหายหรือเป็นรอยได้ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.rolex.com www.cartier.com www.omegawatches.com www.gqthailand.com
Editor
24 March 2021
Lifestyle

Lifestyle
ทำความรู้จักกับ 2 สเก็ตเตอร์
ชาวไทยผู้เชื่อว่าสเก็ตยังมีทางไปเสมอ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความนิยมที่มีต่อกีฬาเซิร์ฟสเก็ตในปัจจุบันได้กลายมาเป็นปรากฏการณ์สำคัญของบ้านเรา ที่ไม่ว่าใครต่างก็หันมาไถสเก็ตคู่ใจโดยไร้ข้อจำกัดเรื่องเพศหรือวัย ซึ่งหากมองย้อนกลับไปจริงๆ แล้ว สเก็ตบอร์ดหรือแม้แต่เซิร์ฟสเก็ตก็ไม่ถือเป็นเรื่องใหม่เท่าไรนัก ทว่าด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างที่มาบรรจบกัน จึงทำให้เกิดเป็นกระแสที่น่าจับตามองที่สุดอย่างหนึ่งในขณะนี้ ในอดีตกลุ่มคนที่เล่นสเก็ตหรือที่เรียกกันติดปากว่า “เด็กบอร์ด” มักถูกมองว่าเป็นเพียงวัยรุ่นกลุ่มเล็กๆ ที่มารวมตัวกัน และยังไม่ได้รับความสนใจมากนัก แต่ในปัจจุบันพัฒนาการของสเก็ตบอร์ดได้เดินทางมาไกลเกินกว่าความชอบหรือกีฬา จนสามารถเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของผู้คนไปแล้ว วันนี้ Power ได้มีโอกาสพูดคุยกับสองนักสเก็ตมืออาชีพ ที่คลุกคลีอยู่ในวงการสเก็ตมานาน โดยตอนนี้ทั้งคู่ใช้เวลาในวันเสาร์-อาทิตย์ มาช่วยสอนและให้คำแนะนำแก่ผู้ที่สนใจในกีฬาเซิร์ฟสเก็ต ที่ลานสเก็ต คิง เพาเวอร์ ศรีวารี จุดนัดพบแห่งใหม่ย่านบางนา-ลาดกระบัง กันแบบฟรีๆ ถึงวันที่ 11 เมษายน 2564 อีกด้วย เราเลยถือโอกาสชวน “เด็กบอร์ด” รุ่นโอลด์สคูล พูดถึงที่มาที่ไป รวมถึงมุมมองที่มีต่อเซิร์ฟสเก็ตกับเด็กรุ่นใหม่ “ตอนเด็กๆ เห็นพี่ชายซื้อสเก็ตบอร์ดมาเล่น เลยลองเล่นบ้าง จากนั้นก็เล่นมาโดยตลอด เรียกว่าพี่ชายเป็นแรงบันดาลใจ ให้ได้มารู้จักกับสเก็ตก็ว่าได้” - ไรอั้น-ปฐมพัฒน์ ศรีแป๊ะสัจจา - โปรไรอั้น-ปฐมพัฒน์ ศรีแป๊ะสัจจา เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของการเล่นสเก็ต โดยเจ้าตัวบอกว่าเล่นมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สตรีตสเก็ตบอร์ด สกิมบอร์ด และเซิร์ฟสเก็ตที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ซึ่งหากเอ่ยถึงชื่อของไรอั้น เชื่อว่าคนในวงการสเก็ตบ้านเราไม่มีใครไม่รู้จักเขาอย่างแน่นอน เพราะโปรไรอั้นผ่านเวทีการแข่งขันมาแล้วมากมายหลายรายการ รวมไปถึงการเป็นนักกีฬาทีมชาติตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันบนเวทีกีฬาเอ็กซ์ตรีมระดับเอเชีย หรือ  X Games Asia ที่เขาคว้าอันดับที่ 7 ของเอเชียมาครอง หากพูดถึงกระแสความนิยมของสเก็ตบอร์ดและเซิร์ฟสเก็ตในบ้านเรา โปรไรอั้นบอกว่า “จริงๆ สเก็ตไม่เคยหายไปไหนเลย มีคนเล่นกันอยู่ตลอด เวลามีงานแข่งหรืออีเวนต์ต่างๆ เราจะเห็นคนเป็นพันๆ มารวมตัวกันทุกครั้ง อย่างวันที่ 21 มิถุนายน ของทุกปี จะเป็นวันสเก็ตบอร์ดโลก (Go Skateboarding Day) ประเทศไทยเราเองก็จัดงานมาโดยตลอด และเชื่อว่าปีนี้จะต้องยิ่งใหญ่มากกว่าปีก่อนๆ แน่นอน ยิ่งคนเล่นเยอะๆ ยิ่งดีใจที่มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว สมัยก่อนอาจจะโดนมองโดนแซวบ้าง แต่ตอนนี้ มันเปลี่ยนไปแล้ว” สำหรับเซิร์ฟสเก็ตนั้นถือได้ว่าเป็นกีฬาที่เล่นได้ทั้งครอบครัว อย่างคนที่มาเรียนกับโปรไรอั้น อายุน้อยสุดแค่ 5 ขวบ ส่วนผู้ใหญ่โตสุดก็อายุ 54 ปี เลยทีเดียว บางคนที่ไม่มีพื้นฐานสเก็ตมาก่อนแต่เป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำนั้น เร็วสุดก็สามารถเล่นเป็นภายใน 2 ชั่วโมงเลย เพราะเซิร์ฟสเก็ตเป็นกิจกรรมที่ต้องการความแข็งแรงและการทรงตัวที่ดีในการเล่นนั่นเอง ในฐานะครูสอนสเก็ต โปรไรอั้นจะพยายามเน้นให้นักเรียนโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สิ่งที่ตัวเองกำลังทำมากที่สุด ซึ่งตรงนี้เองถือเป็นเคล็ดลับที่จะทำให้เล่นสเก็ตได้ดีและปลอดภัย เพราะจากประสบการณ์ในวงการกว่า 20 ปี อุบัติเหตุที่เจ็บหนักที่สุดที่เคยเกิดขึ้นคือ ข้อเท้าพลิก อาจจะมองว่าไม่ร้ายแรงมากแต่นั่นก็ทำให้ต้องพักไปนานหลายเดือนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามความปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญ เจ็บแล้วเล่นสเก็ตไม่สนุก สุดท้ายโปรไรอั้นอยากฝากถึงเยาวชนหรือผู้ที่สนใจในกีฬาสเก็ตว่า ควรเริ่มต้นจากพื้นฐานที่ถูกต้อง เหมือนกับการเรียนที่ต้องค่อยๆ พัฒนาไปทีละขั้น ตอนนี้ยังไม่เก่งก็ไม่เป็นไร ส่วนการล้มนั้นมีอยู่แล้ว แผลเป็นเรื่องปกติ ทุกคนต้องเจ็บหมด ไม่มีใครเลยที่เล่นแล้วไม่ล้ม ขอแค่ต้องล้มให้เป็น ติดตามโปรไรอั้นได้ที่ https://www.facebook.com/Ryan-Surf-Skate-102846008219602/ “ทุกๆ สกิลใหม่ที่ทำได้คือความภูมิใจของตัวเอง ชอบโมเมนต์นั้นของตัวเองที่สุด” - พีน-ภาคิน อังศุวัฒกกุล - “ทุกๆ สกิลใหม่ที่ทำได้คือความภูมิใจของตัวเอง ชอบโมเมนต์นั้นของตัวเองที่สุด” - พีน-ภาคิน อังศุวัฒกกุล - เป็นเวลากว่า 10 ปีมาแล้ว นับจากวันที่ พีน-ภาคิน อังศุวัฒกกุล มีโอกาสเข้าไปเล่นสเก็ตบอร์ดที่ลานในสวนรมณีนาถตอนอยู่ชั้น ป.…
Editor
19 March 2021
Lifestyle

Lifestyle:
One-Day Trip
เที่ยวครบจบในวันเดียว
ที่ KING POWER
SHOP & HOP WEEKEND MARKET

ไม่มีไฟลต์บินก็ช้อปมันส์ กินฟิน เช็คอินได้! ไม่มีไฟลต์บินก็ช้อปมันส์ กินฟิน เช็คอินได้! วันหยุดสุดสัปดาห์ ถือเป็นช่วงเวลาทองแห่งการพักผ่อน หลังจากที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ต้องกรำงานหนักมาตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งหลายๆ คนก็คงจะมีแพลนกันไว้บ้างแล้วว่าจะใช้เวลาในช่วงวันหยุดสั้นๆ นี้กันอย่างไร ซึ่งจะว่าไปเอาเข้าจริงแล้วจะให้มัวแต่นอนๆ กินๆ อุดอู้อยู่แต่ในบ้านสลับกับดูซีรีส์ ก็ดูจะไร้เอเนอร์จีไปสักหน่อย ใช่แล้ว นี่มันหน้าร้อนเลยนะ อากาศดีๆ ฟ้าสวยใสๆ รอเราอยู่ (ที่อุณหภูมิ 37.5 องศา) และคงจะดีไม่น้อยหากที่ที่เราจะไปนั้น มีทั้งของกินอร่อยๆ มีกิจกรรมเอาต์ดอร์ที่ได้บรรยากาศแบบหน้าร้อน มีห้องแอร์เย็นๆ ให้พักร่างสักนิด ก่อนจะเดินช้อปปิ้งสินค้าในราคาพิเศษ โดยทั้งหมดสามารถทำได้ภายในวันเดียวอีกด้วย เสาร์-อาทิตย์นี้ หากใครกำลังมองหาที่แฮงเอาต์ชิลๆ ลองแวะมาเดินเล่นที่งาน KING POWER SHOP & HOP WEEKEND MARKET ไม่มีไฟลต์บินก็ช้อปมันส์ กินฟิน เช็คอินได้! ก็น่าสนใจไม่เบา เพราะนี่คือการกลับมาในรูปแบบใหม่ของ คิง เพาเวอร์ ศรีวารี ที่เปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ให้ได้เพลิดเพลินกันแบบลืมเหนื่อย เรียกได้ว่าทั้งช้อปและฮ้อปในที่เดียวคิง เพาเวอร์ ศรีวารี อยู่ที่ไหน? คิง เพาเวอร์ ศรีวารี ตั้งอยู่ย่านบางนา-ลาดกระบัง เมื่อปักหมุดใน Google Maps จะมี 2 เส้นทางให้เลือกตามความสะดวก เส้นทางที่ 1 วิ่งถนนลาดกระบัง เลี้ยวเข้าถนนวัดศรีวารีน้อย และ เส้นทางที่ 2 วิ่งถนนบางนา-ตราด กม.18 (มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ) แล้วเลี้ยวเข้าถนนวัดศรีวารีน้อยเช่นกัน ซึ่งเราสะดวกเส้นทางที่ 2 ขับไปตามแมปไม่ถึงชั่วโมงก็ถึง คิง เพาเวอร์ ศรีวารี อันเป็นจุดหมายปลายทางราวๆ 11 โมงเช้า ซึ่งงานเปิดให้เข้าได้ตั้งแต่ 10 โมงเช้า ดูจากจำนวนรถที่ลานจอดก็สัมผัสได้ถึงความคึกคักขึ้นมาทันที พิกัด GPS: https://goo.gl/maps/5fMa4k6WaaiPq7DL9Welcome to King Power Srivaree จากที่จอดรถจะมีบริการรถรับ-ส่ง ที่จะพาเราไปส่งถึงหน้าประตูทางเข้าห้างฯ ซึ่งจะมีทางเข้า 2 ทางคือ ทางเข้าด้านหน้า และทางเข้าด้านข้าง สำหรับใครที่ยังไม่ได้กินมื้อเช้ามา ประตูด้านข้างคือทางเลือกสำหรับคุณ เพราะเพียงคุณก้าวขาลงจากรถ อาหารอร่อยมากมายก็แทบจะมากองอยู่ตรงหน้า แต่ด้วยความที่เราอิ่มหนำยามเช้ากันมาแล้ว เลยขอไปลงที่ประตูทางเข้าด้านหน้า หมายมั่นกับภารกิจแรกของวันด้วยการวอร์มอัพเบาๆ ไปกับการช้อปปิ้ง! ที่บอกได้เลยว่าละลานตาไปด้วยสินค้าราคาพิเศษ ที่สุดแสนจะครบครันและคุ้มค่า เพียงก้าวเท้าเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศของการช้อปปิ้งที่แสนคิดถึง โดยจะมีจุดลงทะเบียนสำหรับสมาชิก คิง เพาเวอร์ เพื่อรับคูปองส่วนลดมูลค่ารวมถึง 7,000 บาท* ส่วนคนที่ยังไม่เป็นสมาชิกก็สามารถสมัครได้ฟรีและรับสิทธิ์ได้เลยเหมือนกัน ว่าแล้วก็เริ่มช้อปได้! บอกเลยว่าโซนนี้ทำเลือดลมสูบฉีดไม่เบา เพราะถนนหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยสินค้าแบรนด์เนม ทั้งแว่นตา นาฬิกา น้ำหอม รวมแล้วกว่า 10,000 รายการ ที่จัดเต็มมาพร้อมโปรโมชั่นลดสูงสุด 30%* นอกจากนั้น ภายในงานยังมีร้านค้าดังจากโลกโซเชียลและวิสาหกิจชุมชนมาร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้าอีกด้วย เรียกได้ว่าช้อปเพลินเดินไปเกือบสองชั่วโมงเลยทีเดียว สมาชิก คิง เพาเวอร์ ลงทะเบียนเพื่อรับคูปองส่วนลด คลิก http://bit.ly/3bjuSX0 ยังไม่เป็น สมัครสมาชิก ฟรี! รับสิทธิ์ส่วนลดได้ทันที คลิก https://bit.ly/2CbBN73ไม่มีอะไรจะมาหยุดเราได้นอกจากความหิว นักจิตวิทยากล่าวว่า เมื่อใดที่เราเผชิญหน้ากับความท้าทาย ในขณะที่เราก็มีทักษะที่สูงพอจะรับมือ เมื่อนั้นเราจะเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า Flow…
Editor
18 March 2021
Food & DrinksLifestyle

FOOD & DRINKS
อร่อยชื่นใจกับเมนูคลายร้อน

ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้จะเป็นเมืองร้อน (มาก) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสามเดือนต่อจากนี้คือช่วงเวลาทองของการออกไปข้างนอก สนุกสนานไปกับสีสันของชีวิต รวมไปถึงการลิ้มลองรสชาติแห่งคิมหันตฤดูอันเป็นเอกลักษณ์ จากเมนูอาหารที่ไม่เพียงอร่อยชื่นใจคลายร้อน แต่ยังช่วยปรับสมดุลร่างกายจากภายในทำให้รู้สึกสบายเนื้อตัวอีกด้วย อาหารคลายร้อนนั้นไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นของหวานหรือเสิร์ฟมาแบบเย็นๆ เสมอไป เพราะอาหารคาว รสจัด และอุ่นร้อนหลายชนิด กลับมีสรรพคุณเย็นที่ช่วยให้ร่างกายเย็นและสดชื่นได้ หลักการง่ายๆ เบื้องต้นก็คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบมากๆ เพื่อคงความชุ่มชื้นให้กับร่างกายที่ต้องเสียเหงื่อ อาหารย่อยง่ายต่างๆ ที่ทำให้ร่างกายไม่ต้องใช้พลังงานในการเผาผลาญมากจนเกินไป รวมถึงอาหารสรรพคุณเย็นต่างๆ นั่นเอง Power จะพาไปทำความรู้จักกับอาหารและเมนูดับร้อน ที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ พร้อมต้อนรับอุณหภูมิร้อนชวนปรอทแตกที่กำลังมาเยือนในเร็ววันนี้ ข้าวแช่ หนึ่งในเมนูอาหารประจำฤดูร้อนที่ขาดไม่ได้ในบ้านเรา แต่เดิมเป็นอาหารที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมขอพรบูชาเทวดาของชาวมอญในช่วงสงกรานต์ จึงไม่แปลกที่จะมีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยพิธีรีตองมากมายทั้งขั้นตอนการทำและการรับประทาน กระทั่งในเวลาต่อมากลายเป็นอาหารยอดนิยมของเจ้านายในวัง ก่อนจะแพร่หลายมาสู่ชาวบ้านในที่สุด กระแสข้าวแช่กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยสามารถหารับประทานได้ไม่ยากตามร้านอาหารไทยและภัตตาคารต่างๆ แม้จะนำเสนอสูตรที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่ส่วนประกอบหลักที่เหมือนกันก็คือ ข้าวนึ่งอบเทียน น้ำลอยดอกมะลิ น้ำแข็ง และเครื่องเคียง ซึ่งเครื่องเคียงจะประกอบไปด้วย ลูกกะปิ ที่ทำจากปลาย่างผสมกับสมุนไพร ปั้นเป็นลูกกลมๆ ขนาดพอดีคำแล้วนำไปทอด หอมแดงยัดไส้ พริกหยวกสอดไส้ หมูหรือเนื้อฝอย ไชโป๊ผัดไข่ และผักสดอย่างแตงกวา มะม่วงดิบ หรือต้นหอมไว้รับประทานเพื่อตัดรส การรับประทานข้าวแช่ให้อร่อยนั้นมีขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ควรละเลย นั่นคือ ตักข้าวแต่พอประมาณให้เหลือพื้นที่สำหรับใส่น้ำลอยและน้ำแข็ง ไม่ตักเครื่องเคียงใส่ในจานข้าวเพราะจะทำให้ข้าวแฉะน้ำมัน รับประทานเครื่องเคียงก่อน จากนั้นค่อยตามด้วยข้าว และน้ำลอยหอมเย็นชื่นใจ เพียงเท่านี้ก็จะได้สัมผัสกับรสชาติแห่งฤดูร้อนแบบไทยๆ ที่ใครๆ ก็หลงรักอย่างแน่นอน ปลาแห้งแตงโม เมนูที่มีความเซอร์เรียลนิดๆ จะของหวานก็ไม่ใช่ของคาวก็ไม่เชิงนี้ ถือเป็นเมนูคลายร้อนที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ พระเอกอยู่ที่สัญลักษณ์ประจำหน้าร้อนอย่างแตงโม ผลไม้ที่มีน้ำประกอบอยู่ในปริมาณมากจึงมีสรรพคุณเย็น รับประทานสดๆ ให้รสชาติหอมหวาน หรือจะไปปั่นเป็นน้ำแตงโมก็ชื่นใจ นอกจากนั้นยังมีประโยชน์เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักอีกด้วย เนื่องจากมีน้ำตาลและแคลอรี่ต่ำ สามารถป้องกันการสะสมของไขมันที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ในขณะที่ปลาแห้งนั้นหลายคนอาจจะคุ้นเคยมากกว่าเมื่อนำไปรับประทานกับข้าวเหนียวมูน หน้าร้อนนี้ต้องลองรับประทานกับแตงโมดูบ้างแล้ว โดยปลาแห้งนั้นสามารถทำเองได้ไม่ยาก ด้วยการนำปลาช่อนไปย่างจนแห้ง คัดเอาแต่เนื้อไปโขลก จากนั้นนำไปคั่วในกระทะไฟอ่อนกับหอมเจียว ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาลทรายแล้วพักให้หายร้อน ไฮไลต์อยู่ที่ตอนเสิร์ฟ โรยปลาแห้งลงบนแตงโมชิ้นพอดีคำที่นำไปแช่จนเย็นจัด รับรองว่าทั้งเก๋ทั้งอร่อยชื่นใจสุดๆ ยูสุ อีกหนึ่งวัตถุดิบจากประเทศญี่ปุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความสารพัดประโยชน์บวกกับกลิ่นหอมสดชื่นที่ไม่มีใครเหมือน ยูสุจึงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากครัวทั่วโลก เจ้าผลไม้ที่อยู่ระหว่างเมเยอร์เลม่อนและส้มแมนดารินนี้ อาจจะไม่ได้รับบทนำในจานอาหารเสมอไป แต่ก็ไม่เคยบกพร่องในฐานะนักแสดงสมทบอย่างแน่นอน เพราะรสชาติเปรี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งสีสันและน้ำมันที่ได้จากเปลือกนั้น สามารถสร้างความหลากหลายให้กับเมนูต่างๆ ได้ทั้งคาวหวาน ไปจนถึงเครื่องดื่มอย่างชา ซอฟต์ดริงก์ หรือค็อกเทล ยูสุนั้นมีวิตามินซีสูง อีกทั้งกรดซิตริกที่มีส่วนช่วยในการย่อยอาหารและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สำหรับหน้าร้อนอย่างนี้ น้ำยูสุผสมน้ำผึ้งโซดาเย็นๆ สักแก้ว หรือแม้แต่ชาร้อนยูสุ จัดเป็นเครื่องดื่มที่ให้ทั้งความสดชื่นและบำรุงสุขภาพชั้นดีเลยทีเดียว นอกจากนั้น ยูสุยังนิยมนำไปทำเป็นเครื่องปรุงหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ซอส พริกเกลือยูสุ น้ำสลัดยูสุ มัสตาร์ด หรือน้ำส้มปรุงรสสำหรับข้าวซูชิ ไปจนถึงเสิร์ฟเป็นเครื่องเคียงกับอาหารจานหลัก อย่างครีมโฟมยูสุที่รับประทานคู่กับกับสเต็ก ยูสุพอนสึก็อร่อยเข้ากันกับปลาดิบและเนื้อวากิว หรือจะทำเป็นพูเร่ก็ช่วยเพิ่มรสชาติได้อย่างน่าประทับใจ เต้าหู้ เต้าหู้ อาหารมากประโยชน์ที่ทำมาจากถั่วเหลือง มีโปรตีนสูง ไขมันน้อย ย่อยง่ายไม่หนักท้อง จึงเหมาะแก่การรับประทานในหน้าร้อน เพราะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่หนักจนเกินไป โดยโปรตีนจากถั่วเหลืองนั้นนอกจากจะช่วยสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจได้อีกด้วย ชาวญี่ปุ่นมักมีเต้าหู้เป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารอยู่เสมอไม่ว่าฤดูไหนๆ เพราะเต้าหู้สามารถรับประทานได้ทั้งแบบร้อนและเย็น อย่างเมนู Zaru Tofu เต้าหู้อ่อนที่เกิดจากการทิ้งน้ำนมถั่วเหลืองให้จับตัวเป็นก้อนบนกระจาดไม้ไผ่สาน ก็นิยมรับประทานในหน้าร้อนเพื่อความสดชื่น ในขณะที่บ้านเราแม้จะรับประทานเต้าหู้ไม่มากเท่าชาวญี่ปุ่นหรือชาวจีน แต่ความนิยมใน “น้ำเต้าหู้” นั้น ไม่เป็นสองรองใคร หรือจะดื่มเป็นเต้าหู้แบบเย็นก็อร่อยสดชื่นได้ทั้งวัน นอกจากนั้นยังมีการทำเป็นไอศกรีมน้ำเต้าหู้ และไอศกรีมโยเกิร์ต ที่รับประทานกับท็อปปิ้งต่างๆ ให้อารมณ์แบบขนมหวาน คลายร้อนได้แถมยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย สมุนไพรต่างๆ อย่างที่บอกว่า “อาหารคลายร้อน” ไม่จำเป็นต้องหวานหรือเย็นเสมอไป…
Editor
12 March 2021
Lifestyle

Lifestyle
MAHANAKHON X SURFSKATE
“เซิร์ฟสเก็ต” ไลฟ์สไตล์สุดคูลที่กำลังมาแรง

หากคุณเข้าไปในอินสตาแกรมหรือเฟซบุ๊กในช่วงนี้ คุณจะเห็นเลยว่ามีกิจกรรมอย่างหนึ่งที่กำลังมาแรงมาก นั่นก็คือ เซิร์ฟสเก็ต (Surfskate) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากในหมู่ศิลปินดารา อินฟลูเอนเซอร์ รวมไปถึงเพื่อนฝูงหรือคนรอบๆ ตัวเราเอง ต่างก็พากันทรงตัวอยู่บนเจ้ากระดานติดล้อนี้ ทำเอาอาการ Fear of Missing Out ถึงกับกำเริบ จนต้องไปหาซื้อตามกันเลยทีเดียว ว่าแต่...เซิร์ฟสเก็ตคืออะไร? เซิร์ฟสเก็ต (Surfskate) จัดเป็นกีฬาประเภทหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายสเก็ตบอร์ด (Skateboard) ผสมผสานกับกีฬาโต้คลื่น (Surfing) ที่ต้องใช้การทรงตัวและแรงขับเคลื่อนจากการเหวี่ยงตัวของผู้เล่นที่อยู่บนกระดาน บังคับทิศทางโดยการถ่วงน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องใช้เท้าออกแรงไถกระดานไปข้างหน้าแบบสเก็ตบอร์ด ให้เสียแรงเปล่า การจะเล่นเซิร์ฟสเก็ต ต้องอาศัยลานกว้างๆ เพื่อให้สามารถวาดลวดลาย โชว์ทักษะ ฝึกการทรงตัว หรือล้มลุกได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นลานจอดรถ ลานกีฬาใต้ทางด่วน สวนสาธารณะ หรือแม้กระทั่งศูนย์การค้าบางแห่ง ที่มีการเปิดพื้นที่ให้คนเมืองที่อยากมีกิจกรรมยามว่างได้มารวมตัวเล่นเซิร์ฟสเก็ตกันอย่างจริงจัง อย่างคิง เพาเวอร์ ศรีวารี ก็กำลังเป็นจุดนัดพบแห่งใหม่ของย่านบางนา-ลาดกระบัง โดยจะเปิดให้เหล่านักเซิร์ฟสเก็ตสามารถเข้ามาโชว์สกิลกันได้ถึงวันที่ 11 เมษายน 2564แล้วอะไรคือเสน่ห์ของเซิร์ฟสเก็ต? นั่นก็เพราะใครๆ ก็สามารถสนุกกับมันได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นมือโปรหรือนักกีฬาเอ็กซ์ตรีม ความสนุกที่ไม่จำกัดเพศ อายุหรือรูปร่าง เรียกได้ว่าไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็สามารถเคลื่อนที่อยู่บนบอร์ดให้ลมตีหน้าได้ทั้งนั้น ซึ่งนอกจากจะสนุกไปกับการเล่นเซิร์ฟสเก็ตแล้ว ยังได้ปลดปล่อยความเครียดไปพร้อมๆ กัน อีกทั้งยังได้บรรยากาศอบอุ่นจากการรวมตัวเป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ของเหล่านักเซิร์ฟสเก็ตอีกด้วย อีกหนึ่งเหตุผลที่เซิร์ฟสเก็ตเข้ามาครองใจคนรุ่นใหม่ ก็เพราะเซิร์ฟสเก็ตเป็นกีฬาที่สามารถบ่งบอกไลฟ์สไตล์และตัวตน ไปพร้อมๆ กันได้ ไล่ตั้งแต่ลายบอร์ดที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของเจ้าของ ไปจนถึงเสื้อผ้าหรือแอคเซสซอรีต่างๆ ที่ผ่านการคิดมาแล้วตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำให้การเล่นเซิร์ฟสเก็ตถูกยกระดับให้น่าหลงใหลขึ้นไปอีก “แบรนด์มหานคร” จึงเอาใจสายสตรีตแฟชั่น ด้วยหมวกทรงบัคเก็ตสุดคูล เสื้อผ้าชุดลำลองสกรีนลายสุดเท่ สะดวกต่อการเคลื่อนไหว รวมไปถึงรองเท้าสนีกเกอร์พื้นแบนสวมใส่สบายแต่สไตล์ก็ยังต้องมี ทั้งหมดนี้หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป อาจทำให้การเล่นเซิร์ฟสเก็ตต้องสะดุด อาจไม่สนุกเหมือนที่เป็นอยู่เลือกช้อปสินค้า Hype street looks แบรนด์มหานครที่เพิ่มความสนุกให้กับทุก Lifestyle ของคุณได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/mahanakhonshopbkk Instagram: https://www.instagram.com/mahanakhonshop_bkk/ Line: @mahanakhonshop_bkk
Editor
11 March 2021
Lifestyle

Travel in Style
Summery Bliss Magical Moments

 PHOTOGRAPHY : COURTESY OF BRANDS  ได้เวลาเผยผิวรับความสดชื่นของหน้าร้อน ด้วยแฟชั่นมิกซ์แอนด์แมทช์ แนวเอิร์ธโทนสบายตา ที่พร้อมจะทำให้ทุกการผจญภัย เต็มไปด้วยเอเนอร์จี  นาฬิกาข้อมือ จาก Omega ต่างหู จาก Burberry  แว่นตา จาก Chanel  เคสโทรศัพท์ จาก Chanel  รองเท้า จาก Gucci  หมวก จาก Prada  กระเป๋าหนัง จาก Burberry  จัมพ์สูท จาก  Burberry  SUMMERY BLISS MAGICAL MOMENTS นาฬิกาข้อมือ จาก Jaeger-Lecoultre  เครื่องประดับ จาก Balenciaga  แว่นตา จาก Bottegaveneta  กางเกงขายาว จาก Gucci  กระเป๋าสะพาย จาก  Bottegaveneta  เคสแอร์พอร์ต จาก Prada  เสื้อโปโล จาก Gucci  รองเท้า จาก Burberry 
Editor
9 March 2021
Lifestyle

Lifestyle:
การมาของ Dispo คือ The New Instagram หรือ The Anti-Instagram กันแน่

Dispo แอปใหม่ที่กำลังมาแรงทั้งในแวดวงหนุ่มสาวเจนเนอเรชัน Z และวงการ Tech ในตอนนี้ เป็นผลงานของ David Dobrik ยูทูบเบอร์ เจ้าของช่อง The Vlog Squad ในฐานะครีเอเตอร์เขาต้องการนำประสบการณ์ในยุคของการถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์มกลับมาอีกครั้ง 10 ปีที่ผ่านมา Instagram ครองตลาด Photo App มาตลอดโดยไม่มีวี่แววว่าจะมีใครมาโค่นตำแหน่งแชมป์ไปได้เลย แต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นักวิจารณ์เห็นแวว Dispo แอปที่มีคนดาวน์โหลดอย่างท้วมท้นเป็นอันดับที่ 4 ของ App Store ด้วยคอนเซ็ปต์ง่ายๆ แต่ไม่เหมือนใครในชั่วโมงนี้นั่นเพราะ Dispo ไม่จำเป็นต้องแต่งรูปใดๆ ไม่มีฟิลเตอร์ ไม่มีสติ๊กเกอร์ ใส่ตัวหนังสือก็ไม่ได้ และที่สำคัญเราจะไม่สามารถเห็นรูปที่ถ่ายไว้จนกว่า Dispo จะ “ล้าง” รูปเสร็จตอน 9 โมงเช้าของวันถัดไป จุดประสงค์ของครีเอเตอร์ในการที่ไม่ให้เราได้แต่งรูปก็เพื่อที่จะให้เราได้สนุกสนานไปกับโมเมนต์นั้นๆ อย่างเต็มที่ ไม่ต้องมัวพะวงวุ่นวายอยู่กับการแต่งรูป หลายคนก็เลยบอกว่า Dispo เป็นแอปที่แอนตี้ Instagram เพราะ Instagram ทำให้ทุกคนกลายเป็นตากล้องทั่วๆ ไป แต่ Dispo ทำให้เราเป็นตากล้องที่มีจุดมุ่งหมาย รูปของ Dispo จะออกมาได้ฟีลเรโทรที่มีความ Raw และความ Real David Dobrik บอกว่า เขาชอบบรรยากาศเวลาไปปาร์ตี้ตามบ้านเพื่อน แล้วในงานมักมีกล้อง Disposable แบบใช้แล้วทิ้ง กระจายไว้หลายๆ จุด พอทุกคนถ่ายรูปแล้วก็เฮฮากับปาร์ตี้ต่อ ไม่มีใครเสียเวลาเช็กรูปแล้วถ่ายใหม่ หรือนั่งแต่งรูปต่อจนกว่าจะได้รูปที่ตัวเองสวยหล่อถูกใจ รุ่งขึ้นหลังปาร์ตี้เลิกค่อยมาดูรูปสนุกๆ ที่อัดออกมา เซเลบอย่าง Gigi Hadid และ Cindy Bruna ก็มีความคิดในแนวเดียวกันนี้ โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่อย่าง Gigi Hadid เจ้าของ @gisposable บน Instagram ที่รวมรูปถ่ายจากกล้อง Disposable ของเธอเอาไว้ล้วนๆ เลยเป็นไอเดียที่ Power ชอบอยู่นะ เพราะเคยไปดูคอนเสิร์ตกับเพื่อน ที่ยกมือถือถ่ายรูปอยู่นั่น จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาเลือกรูปแต่งรูปเพื่ออัปโหลดขึ้นโซเชียล ซึ่งบางทีคนเราก็สรรหาความสมบูรณ์แบบให้ภาพบนพื้นที่โซเชียลของเรามากเกินไป จนลืมความสนุกที่อยู่ตรงหน้าเราไปอย่างน่าเสียดาย Dispo อาจจะทำให้เราหงุดหงิดอยู่บ้างตรงที่ต้องรอคนมาเชิญเราเข้าแอป ซึ่งพักหลังๆ มานี้ มีแอปที่ออกมาแบบ Invite Only กันเยอะมาก รวมทั้ง Audio App ที่กำลังฮิตอยู่ในตอนนี้อย่าง Clubhouse ด้วย เดิมที Dispo ก็ไม่ได้จำเป็นต้องมี Invite หรอกนะ แต่หลังจากที่ David Dobrik ออก Beta Version มาให้ทดลองฟีเจอร์ใหม่ ให้เราแชร์รูปใน Camera Rolls ได้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางแอปก็มีการกำหนดให้ต้องมีการ Invite ก่อน ถึงจะเข้าไปใช้แอปได้ Dispo มีแววจะไปได้ไกลอยู่ไม่น้อย เพราะได้เงินสนับสนุนจาก Alexis Ohanian ผู้ก่อตั้ง Reddit รวมทั้ง Venture Capital Firm ชื่อดังหลายบริษัท ไปจนถึงศิลปินอย่าง…
Editor
9 March 2021