Lifestyle
Sailor Moon การ์ตูนพลังหญิงผู้มาก่อนกาล
ตัวแทนแห่งดวงจันทร์ที่อยู่ในดวงใจเสมอมา

Read more

Lifestyle
Sailor Moon การ์ตูนพลังหญิงผู้มาก่อนกาล ตัวแทนแห่งดวงจันทร์ที่อยู่ในดวงใจเสมอมา

Read more

Lifestyle
เมื่อปอดร่าเริง ร่างกายก็สดใส
ด้วยหลากหลายอาหารบำรุงปอดเพื่อสุขภาพที่ดีจากภายใน

Read more

Lifestyle
เมื่อปอดร่าเริง ร่างกายก็สดใส
ด้วยหลากหลายอาหารบำรุงปอดเพื่อสุขภาพที่ดีจากภายใน

Read more

Food & Drinks
สัมผัสบรรยากาศเต็มอิ่มกับหลายรสชาติหลากเมนูที่ภูเก็ต

Read more

Food & Drinks
สัมผัสบรรยากาศเต็มอิ่มกับหลายรสชาติหลากเมนูที่ภูเก็ต

Read more

HAPPENING

Happening

คิง เพาเวอร์ คว้ารางวัล CSR
เป็นเลิศระดับเอเชีย 3 ปีซ้อน
จาก ‘Asia Responsible Enterprise Awards 2021’ ด้านการสร้างความเข้มแข็งให้สังคม

ตอกย้ำจุดยืนในการสนับสนุน ส่งเสริม และสร้างสังคมเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยพลังคนไทย กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ตอกย้ำความสำเร็จในการมุ่งมั่นตอบแทนสังคมไทย พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนภายใต้โครงการเพื่อสังคม ‘คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย’ ล่าสุด! คว้ารางวัลองค์กรดีเด่นด้านกิจกรรมเพื่อสังคมระดับเอเชียเป็นปีที่ 3 อย่างต่อเนื่อง จากงานประกาศรางวัล ‘Asia Responsible Enterprise Awards 2021’ หรือ AREA 2021 ด้าน Social Empowerment หรือ การสร้างความเข้มแข็งให้สังคม จัดขึ้นโดย Enterprise Asia องค์กรอิสระที่สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจ และสังคมแบบองค์รวมในเอเชีย และมุ่งส่งเสริมการพัฒนาความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรต่างๆ ในภูมิภาค ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่ 10 และมีผู้ที่ได้รับรางวัลเพียง 69 โครงการ จากการส่งร่วมประกวดทั้งสิ้น 205 โครงการจาก 16 ประเทศทั่วเอเชีย โดยจัดงานประกาศรางวัลแบบออนไลน์เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ณ ประเทศ มาเลเซียอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า “รางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจ ความมุ่งมั่นและความร่วมมือกันของชุมชนและพันธมิตร โครงการ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย โดยกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เป็นแกนหลักในการสร้างสรรค์โครงการดีๆ เพื่อสนับสนุนศักยภาพของคนไทย เน้นการเสริมสร้างความมั่นคงเข้มแข็งของรากฐานการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต ครอบคลุม 3 แกนหลัก คือ กีฬา ดนตรี และชุมชน ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมาสามารถกระจายโอกาส สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และส่งความสุขสู่ชุมชนทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด ทุกภูมิภาคกว่า 5,400 ชุมชนทั่วประเทศ”นับตั้งแต่การก่อตั้งโครงการฯ เมื่อปี พ.ศ. 2560 คิง เพาเวอร์ ยังคงยืดหยัดในเจตนารมณ์ของ ‘การให้’ และการเชื่อใน ‘พลังคนไทย’ โดยยึดเป็นแนวทางหลักในการดำเนินงานที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการดำเนินธุรกิจ มีวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่ผนวกเรื่องกิจกรรมเพื่อสังคมไว้ในวาระการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งในปีที่ผ่านมา คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ได้ขยายกรอบการดำเนินงานสู่วงกว้างขึ้น เพื่อให้เยาวชนและชุมชนในพื้นที่ห่างไกลมีโอกาสเข้าถึงกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการต่างๆ อย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นด้าน MUSIC POWER กับการปั้นเวทีประกวดดนตรีใหม่ THE POWER BAND การประกวดวงดนตรีสากลสมัยนิยมผสมเครื่องเป่า ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีใจรักดนตรีได้มีเวทีแสดงความสามารถนำไปสู่การเป็นวงดนตรีคุณภาพในอนาคต รวมถึงการเน้นเข้าถึงพื้นที่ที่ไกลกว่าเดิมเพื่อพัฒนาคน และชุมชนให้ตรงจุด ทั้งโครงการล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย และโครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย ภายใต้ SPORT POWER ที่ส่งมอบลูกฟุตบอลกระจายทั่วประเทศแล้วกว่า 700,000 ลูก และสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากล 61 แห่ง ในชุมชนกว่า 5,400 พื้นที่ เพื่อพัฒนาทักษะการเตะฟุตบอลของเยาวชน และคนไทยที่รักกีฬาฟุตบอลจนเกิดเป็นทีมโรงเรียน และได้เข้าแข่งในระดับอำเภอ พัฒนาสู่ระดับจังหวัดเป็นจำนวนหลายทีมนอกจากนี้ ยังมีโครงการส่งเสริมสินค้าชุมชนไทยที่ชูความงดงามของงานฝีมือ และมรดกทางภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นภายใต้ COMMUNITY…
Happening

เปิดแล้ว! คิง เพาเวอร์ และ ไทย เทสต์ ฮับ
1 กันยายนนี้ ย้ำสุขอนามัย และความปลอดภัยสูงสุดของลูกค้า

ร้านค้าปลอดอากร คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ศูนย์อาหารสตรีตฟู้ด ไทย เทสต์ ฮับ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และมหานคร คิวบ์ เปิดให้บริการอีกครั้ง ด้วยความมั่นใจ ภายใต้มาตรการด้านสุขอนามัย KING POWER CARE POWER สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวในวิถีใหม่ในรูปแบบ SAFETY SHOPPING & SAFETY SERVICES เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการให้บริการ ตามประกาศจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ให้ผ่อนคลายล็อกดาวน์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อนุญาตให้สามารถเปิดกิจการหรือจัดกิจกรรม ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเข้มงวด กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ในฐานะผู้ประกอบการที่ให้บริการธุรกิจท่องเที่ยวชั้นนำ ได้มีความพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการร้านค้าปลอดอากร คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และศูนย์อาหาร ไทย เทสต์ ฮับ ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเข้มงวดโดยแนวทางสำคัญในการเปิดให้บริการ คือ การเน้นย้ำมาตรการ KING POWER CARE POWER ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มาใช้บริการด้วยแนวคิด ‘SAFETY SHOPPING AND SAFETY SERVICES’ สำหรับทุกธุรกิจในกลุ่มบริษัทฯ โดยเน้นย้ำการปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัย D-M-H-T-T ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยอย่างสูงสุดในทุกมิติ และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นสำหรับลูกค้า พันธมิตรธุรกิจ และพนักงาน โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติตาม และตระหนักรู้ตามมาตรการป้องกันโควิดตามที่ภาครัฐกำหนดขึ้นมาเป็นข้อปฏิบัติสำหรับองค์กร ซึ่งร้านค้าปลอดอากร คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ เป็นต้นไป รวมถึงร้านค้าปลอดอากร คิง เพาเวอร์ พัทยา และภูเก็ต เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น. เช่นกัน สำหรับศูนย์อาหารไทย เทสต์ ฮับ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เริ่มเปิดให้สามารถนั่งรับประทานอาหารในร้านได้ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น. และสามารถสั่งเดลิเวอรีได้ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. ในส่วนของไทย เทสต์ ฮับ มหานคร คิวบ์ เปิดให้สามารถนั่งรับประทานอาหารในร้าน และบริการสั่งเดลิเวอรีได้ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. นอกจากนี้ยังเตรียมมอบประสบการณ์ช้อปสุดคุ้มต้อนรับการกลับมาเปิดให้บริการตลอดเดือนกันยายนนี้ โดย คิง เพาเวอร์ จัดแคมเปญ ‘คุ้มทุกวัน ช้อปได้ทุกวัน’ สำหรับสินค้าโฮม เดลิเวอรี (Home Delivery) ในราคาดิวตี้ ฟรี  โดยไม่ต้องมีไฟลต์บินที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และพัทยา สำหรับลูกค้าที่ช้อปที่สาขารางน้ำ ครบ 5,000 บาทขึ้นไป (สุทธิ) / ใบเสร็จ รับทันทีคูปองรับประทานอาหารที่ ไทย เทสต์ ฮับ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ มูลค่า 300 บาท…
Happening

คิง เพาเวอร์ จัดโปรฯ คุ้มเกินคาด
ยกขบวนน้ำหอมและเครื่องสำอาง
มาให้ช้อปในราคาโดนใจ

คิง เพาเวอร์ เอาใจสาวกบิวตี้ ขยายเวลาให้ช้อปเพิ่ม! ยกขบวนน้ำหอมและเครื่องสำอาง มาให้คุณช้อปคุ้มเกินคาดในราคาโดนใจ กับโปรโมชั่น “BEAUTY WONDER PRICES” ช้อปง่าย อยู่ที่ไหนก็ช้อปฟิน ไม่ต้องมีไฟลต์บินก็ช้อปได้ สะดวกและปลอดภัย จ่ายสบายไร้สัมผัส พร้อมจัดส่งสินค้าถึงหน้าบ้านคุณภายใน 7 วัน ช้อปคุ้มผ่าน 2 ช่องทางใหม่ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 21.00 น. วันที่ 13 - 30 กันยายน 2564 KING POWER CALL TO SHOP (คิง เพาเวอร์ คอลทูช้อป) กริ๊งเดียวครบ จบทุกการช้อป! อยู่บ้านก็ช้อปได้ด้วย Shopping Assistant ผู้ช่วยช้อปส่วนตัว ที่จะทำให้คุณเก็บครบทุกช้อปปิ้งลิสต์ แค่โทร. 0 2338 7870 หรือจะสะดวก Inbox (อินบอกซ์) เข้ามาสอบถามรายละเอียดสินค้าที่สนใจก่อนที่ Facebook King Power ก็ได้เช่นกัน KING POWER CHAT TO SHOP (คิง เพาเวอร์ แชททูช้อป) แค่แชท ก็ได้ช้อป ผ่านช่องทาง LINE Application เพียงเพิ่มเพื่อน LINE: @KP_ChatToShop เสมือนมี Personal Shopper พร้อมให้บริการแนะนำและช่วยเลือกซื้อสินค้าอย่างใกล้ชิด ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก! *เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ สินค้ามีจำนวนจำกัด เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ King Power Contact Centre 1631 #KingPowerChatToShop #KingPowerPromotion #KingPower
Happening

“จิ้งจอกสาว” เลสเตอร์ ซิตี้
สร้างประวัติศาสตร์บทใหม่
เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกของสโมสร

ในวันนี้ เชื่อว่าคนไทยเกือบทั้งประเทศรู้จักและคุ้นเคยกับสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีกที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการฟุตบอล แชมป์เอฟเอคัพทีมล่าสุด รวมไปถึงทีมฟุตบอลเล็กๆ ที่มีเจ้าของเป็นคนไทยที่กำลังก้าวขึ้นไปสู่ระดับโลก แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่รู้ว่า ในขณะที่สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ กำลังเดินหน้าไขว่คว้าความสำเร็จอย่างไม่หยุดหย่อน สโมสรฟุตบอลหญิงเลสเตอร์ ซิตี้ ก็กำลังสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กัน สโมสรฟุตบอลหญิงเลสเตอร์ ซิตี้ ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 ในฐานะสโมสรฟุตบอลหญิงอิสระ โดยเริ่มลงเล่นในลีกระดับสมัครเล่น จนกระทั่งได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในศึก FA Women's Championship หรือดิวิชั่น 2 ของฟุตบอลหญิงของอังกฤษ ในฤดูกาล 2018-19 ก่อนที่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จะเข้ามาบริหารและเปลี่ยนสถานะเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2020กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ตั้งเป้าที่จะพัฒนาทีมฟุตบอลหญิงของเมืองเลสเตอร์อย่างยั่งยืน โดยถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาวงการฟุตบอลหญิงในระยะยาว ทั้งทีมระดับอาชีพ ระดับภูมิภาค ไปจนถึงระดับรากหญ้า ต๊อบ-อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ได้กล่าวถึงการเข้ามาบริหารสโมสรฟุตบอลหญิงเลสเตอร์ ซิตี้ ว่า “นี่คือวันที่ผมภาคภูมิใจมาก กับการได้สร้างทีมฟุตบอลหญิงให้เกิดขึ้นในสโมสรแห่งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมตั้งใจมานาน และวันนี้สิ่งนั้นได้เกิดขึ้นจริงแล้ว” สโมสรฟุตบอลหญิงเลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้มีการจัดการระบบต่างๆ รวมถึงเสริมทัพนักเตะใหม่หลายคน ในขณะที่ผู้จัดการคนเก่าอย่าง Jonathan Morgan ยังคงรับหน้าที่คุมทีมต่อไป โดยมีเป้าหมายที่จะเลื่อนชั้นไปเล่นในลีกสูงสุดให้ได้ ซึ่ง “จิ้งจอกสาว” ออกสตาร์ตอย่างร้อนแรง ด้วยสถิติ ชนะ 6 เสมอ 2 และแพ้ 1 ใน 9 เกมแรก ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งจ่าฝูงของลีกในเดือน ธันวาคม 2020 ต่อมาในเดือนมกราคม 2021 เป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อทีมได้ย้ายเข้าไปใช้สนามฝึกซ้อม Belvoir Drive สนามซ้อมเดิมของทีมชาย ที่มีมาตรฐานระดับพรีเมียร์ลีก มีเครื่องไม้เครื่องมือ ตลอดจนอุปกรณ์การฝึกซ้อมที่สมบูรณ์แบบ นับเป็นอีกหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวที่จะพัฒนาทีมฟุตบอลหญิงเลสเตอร์ ซิตี้ ให้ก้าวหน้าไปอย่างมั่นคงมากขึ้นทีม “จิ้งจอกสาว” ฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง คว้าชัยชนะติดต่อกัน 12 นัด นับเป็นสถิติสูงสุดของลีก เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2021 ด้วยการเอาชนะทีมลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสเซส 2 ประตูต่อ 0 ซึ่งในวันนั้นนอกจากจะเป็นวันที่พวกเธอคว้าแชมป์ลีกอย่างเป็นทางการทั้งที่ยังเหลือเกมการแข่งขันอีก 2 นัดแล้ว ยังเป็นวันคล้ายวันเกิดของ วิชัย ศรีวัฒนประภา อดีตประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ อีกด้วย Jonathan Morgan พาเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง ปิดฤดูกาล 2020-21 ใน คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยชัยชนะนัดสุดท้ายเหนือ ชาร์ลตัน ทีมหญิง 4 ประตูต่อ 0 คว้าแชมป์ FA Women's Championship โดยทำไป 50 คะแนน จากการลงเล่น 20…
Happening

Spotlight
Longlai เปิดตัวไอเทมใหม่ล่าสุด “JH Patchy”
ดีไซน์ลงตัวที่ชวนให้คุณต้องหลงใหล

ไอเทมใหม่ที่จะทำให้คุณยิ้มทุกครั้งเวลาสัมผัส PHOTOGRAPHY : COURTESY OF BRANDS หลงใหล (LONGLAI) แบรนด์กระเป๋าหนังสัญชาติไทย เปิดตัวไอเทมใหม่ล่าสุด “JH Patchy” ซึ่งเป็นไอเทมต่อยอดมาจาก Jekyll & Hyde กระเป๋าสุดฮิตรุ่นที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ โดยนำเอาความโดดเด่นด้านดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่มีสไตล์ และฟังก์ชันการใช้งานที่ใช้ได้ทั้ง 2 ด้าน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นด้านหนังมันหรือด้านหนังกลับก็ให้มุมมองและความรู้สึกที่แตกต่างกัน ผสมผสานเทคนิคการตัดเย็บต่อลวดลายผ้าแบบ PatchWork เข้ากับผ้าลูกฟูกที่ต้องใช้ความพิถีพิถันและความใส่ใจทั้งในด้านการตัดเย็บและการออกแบบจับคู่สี จนได้เป็นกระเป๋า JH Patchy ดีไซน์ลงตัวที่น่าหลงใหลไม่น้อยไปกว่ากระเป๋าใบอื่นๆ ของหลงใหลเลย JH Patchy สาวๆ คนไหนที่กำลังมองหากระเป๋าโท้ตใบใหม่ เราไม่อยากให้พลาดกระเป๋าสัมผัสอ่อนนุ่มใบนี้ ที่จะทำให้คุณยิ้มทุกครั้งเวลาสัมผัส สำหรับตัวกระเป๋าผลิตจากหนังวัวมาในโทนสีดำ ตัดต่อผ้าลูกฟูกสีเหลือง (Honey) และหูกระเป๋าผ้าลูกฟูกสีแดง (Ruby) มีให้เลือก 2 ขนาด ขนาดเล็ก (S) ราคา 1,500 บาท และขนาดกลาง (M) ราคา 2,500 บาท หลงใหล พร้อมแล้วที่จะให้คุณได้เป็นเจ้าของไอเทมใหม่ล่าสุด “JH Patchy” สามารถสั่งซื้อได้ที่ช่องทางออนไลน์ หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ Instagram: longlaileather Facebook: longlaileatherstore Line: @longlaileather
Happening

Spotlight
MAHANAKHON ชวนคุณสนุกไปกับ “โชค”
ผ่านไอเทมจากคอลเลคชั่น The Joy Luck

โชค แฟชั่น และชีวิตของคนรุ่นใหม่ PHOTOGRAPHY: COURTESY OF BRANDS "โชค" คำสั้นๆ ที่เราต่างคุ้นชินกันมาเนิ่นนาน เป็นได้ทั้งเรื่องของความเชื่อและสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ที่มักมาพร้อมโชคชะตา จังหวะ หรือโอกาส โชคจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความบังเอิญ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต MAHANAKHON แบรนด์ไลฟ์สไตล์สตรีตแวร์สัญชาติไทยของคนรุ่นใหม่ จึงหยิบยกความเชื่อนี้มาสร้างสรรค์เป็นไอเทมใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “THE JOY LUCK” ถ่ายทอดเรื่องราวไลฟ์สไตล์ของคนเมืองผสมผสานความเชื่อในแบบร่วมสมัย ผ่านเสื้อยืดพิมพ์ลายสุดเก๋ และกระเป๋าดีไซน์เรียบเท่ ชวนให้คุณสนุกไปกับ “โชค” ที่กำหนดได้ด้วยตัวเอง และสร้าง “โชค” ให้เกิดขึ้นในแบบที่อยากเป็น เสื้อยืด Oversize พิมพ์ลายซิกเนเจอร์ “THE JOY LUCK” ชาวสตรีตที่ชื่นชอบสไตล์การแต่งตัวแนวโอเวอร์ไซซ์ต้องไม่พลาดไอเทมนี้ เสื้อยืดผลิตจากผ้าคอตตอน 100% เนื้อผ้านุ่ม ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี ด้านหลังโดดเด่นสะดุดตาด้วยฟอนต์ “กรุงเทพมหานคร” ซิกเนเจอร์ประจำแบรนด์ “มหานคร” ผสมผสานลวดลายจากคอลเลคชั่น THE JOY LUCK ที่ชวนให้คุณสนุกไปกับการแต่งตัวมากยิ่งขึ้น มีให้เลือก 3 สไตล์ 2 โทนสี ได้แก่ ขาวและดำ โดนใจสายสตรีตแน่นอน SACOCHE BAG พิมพ์ลายมหานคร เติมเต็มคาแรกเตอร์ให้ไม่ซ้ำใคร ด้วยกระเป๋าสะพายข้างสีดำ พิมพ์ลาย “มหานคร” มีช่องแยกจัดเก็บสัมภาระเป็นระเบียบ แมตช์เข้าได้กับหลากสไตล์ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ ดำและน้ำเงิน ผลิตจากผ้าริปสต็อป ขนาด 24 x 16 เซนติเมตร ตกแต่งด้วยสายเชือกกลมทอลาย ความยาว 108 เซนติเมตร ยึดติดกับตัวกระเป๋าด้วยอะไหล่ตัว D สำหรับด้านหน้าประกอบด้วย 2 ช่องซิป ขณะที่ด้านหลังมีช่องใส่ของผ้าตาข่ายสีดำ TOTE BAG ใบใหญ่จุของได้เยอะ แม้จะมาในโทนสีธรรมชาติ ดีไซน์เรียบง่าย เสริมกิมมิกเล็กน้อยด้วยลายฟอนต์ “มหานคร” ยิ่งทำให้ Tote Bag ดูเท่แบบไม่ต้องพยายาม ผลิตจากผ้าแคนวาส ขนาด 51 x 34 เซนติเมตร น้ำหนักเบา ด้านในมีช่องขนาดเล็กทำให้แยกจัดเก็บสัมภาระเป็นระเบียบ ไม่ว่าจะแต่งสตรีตสไตล์ลุคไหน กระเป๋าใบนี้ก็เอาอยู่ทุกสถานการณ์ สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเทมคู่ใจชิ้นใหม่ กระเป๋า MAHANAKHON จากคอลเลคชั่น “THE JOY LUCK” ก็นับเป็นตัวเลือกที่ดีในการหยิบมามิกซ์แอนด์แมตช์เข้ากับการแต่งตัวให้สนุกได้ทุกวัน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมจับจองเป็นเจ้าของไอเทมสตรีตแวร์เท่ๆ ได้แล้ววันนี้ที่ Facebook / Instagram / Line: @mahanakhonshop_bkk
Happening

Spotlight
คลิปหอมติดมาสก์ pastel Clever Mask Clip ดีไซน์ใหม่! สดใสกว่าที่เคย

พกพาความหอมสดชื่นของ pastel Clever Mask Clip ติดตัวไปได้ทุกที่ PHOTOGRAPHY: COURTESY OF BRANDS หลังจากปลุกกระแสความสดชื่นให้กับมาสก์มาตลอด 2 เดือน วันนี้ pastel Clever Mask Clip ยังคงสร้างความสดใสอย่างต่อเนื่อง ด้วยดีไซน์ใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสิ่งที่มองเห็น สัมผัส และความรู้สึก ด้วย Movement ของ Wave Surface Design Pattern ผิวสัมผัสลายคลื่นที่นอกจากจะให้ความสวยงามและทันสมัยแล้ว ยังช่วยให้จับถนัดมือมากขึ้นอีกด้วยpastel Personal Card วางใจได้ ปลอดภัยชัวร์ ด้านตัวเจลที่ให้กลิ่นหอม ผ่านการคิดค้นส่วนประกอบ กระบวนการการผลิต และบรรจุภัณฑ์จากโรงงานที่ได้รับมาตรฐานการผลิตเครื่องสำอาง จึงปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน ส่วนตัวคลิป ผลิตจากพลาสติก Food Grade ผสม Nano Zinc ที่มีคุณสมบัติยับยั้งการเกิดเชื้อแบคทีเรีย และผ่านการตรวจสอบแล้วว่าวัสดุที่ใช้ปราศจากการปนเปื้อนของสารปรอทและสารตะกั่ว สำหรับวิธีการทำความสะอาดก็ง่าย เพียงใช้กระดาษทิชชูชุบน้ำเช็ดส่วนที่เป็นพลาสติกคลิปpastel พร้อมแล้วที่จะให้คุณพกพาความหอมสดชื่นของ Clever Mask Clip ดีไซน์ใหม่ ติดตัวไปได้ทุกที่ มีให้เลือก 5 กลิ่นหอม 1 ซองมีจำนวน 2 คลิป ราคาซองละ 50 บาท สามารถสั่งซื้อทางช่องทางออนไลน์ pastelcreative: Facebook / Instagram / Line หรือติดตามกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.pastelcreative-x8.com
Happening

Spotlight
5 แบรนด์สินค้าภูมิปัญญาของคนไทย
เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

พาไปทำความรู้จักกับ 5 แบรนด์สินค้าไทย ที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ PHOTOGRAPHY: COURTESY OF BRANDS ในปัจจุบันที่ผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพกันมากยิ่งขึ้น นิยมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกหรือสมุนไพรของไทยสำหรับอุปโภคและบริโภค จึงทำให้ชาวบ้านในชุมชนต่างๆ เริ่มเกิดไอเดียในการผลิตสินค้าออกมาจำหน่าย โดยใช้วัถุดิบใกล้ตัวจากแหล่งที่อยู่อาศัย จึงเกิดแบรนด์สินค้าภูมิปัญญาของคนไทยขึ้นมามากมาย  หลายแบรนด์ได้รับการสนับสนุนจากโครงการของ King Power Thai Power สำหรับโอกาสในการผลักดันสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น และในวันนี้ Power จะพาไปทำความรู้จักกับ 5 แบรนด์สินค้าไทยที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ 1. PHUTAWAN (ภูตะวัน) จากเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่เห็นเสน่ห์ในตัวของสบู่ก้อนเมื่อ 20 ปีก่อน จนเกิดเป็นแนวคิดที่อยากทำสบู่เป็นของตัวเอง โดยมุ่งมั่นศึกษาหาข้อมูลอย่างจริงจัง และนำมาผสานกับภูมิปัญญาของคนไทยในด้านของสมุนไพร พร้อมเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ และใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ จนได้สบู่ก้อนที่คิดว่าดีที่สุดภายใต้แบรนด์ “ภูตะวัน” ด้วยความใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทางแบรนด์จึงมุ่งมั่นพัฒนาสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิกที่ดี พร้อมสนับสนุนเกษตรกรให้มีกำลังใจและมีรายได้ ปลอดภัยจากสารเคมี พร้อมส่งต่อวัตถุดิบจากผู้ผลิตที่มีหัวใจออแกนิก สู่ผู้บริโภคอย่างปลอดภัย ปัจจุบันแบรนด์ภูตะวันมีสินค้าหลากหลายประเภท แต่ที่โดดเด่นและเป็นที่น่าจับตามองคือ  กลุ่มสินค้าที่มีน้ำมันมะพร้าวเป็นส่วนประกอบ เช่น โลชั่นบำรุงผิว เจลอาบน้ำ ยาสีฟัน แฮร์เซรั่ม น้ำมันมะพร้าวที่ช่วยบำรุงผิวและผมที่แห้งของคนเอเชียได้ดี สนับสนุนสินค้าภูมิปัญญาไทย แบรนด์ PHUTAWAN คลิก 2. BIJA HERBAL (พีชะ เฮอร์เบิล) เมื่อสาวนักเดินทางผู้สนใจศาสตร์อายุรเวท (Ayurveda) ของอินเดีย และชอบดูแลตัวเองด้วยพืชพรรณที่หาได้จากห้องครัว สะสมประสบการณ์จนเกิดไอเดียพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์นักเดินทาง โดยเริ่มต้นด้วยผงล้างหน้าจากแป้งข้าว เพราะสามารถพกติดตัวได้ง่าย น้ำหนักเบาเหมาะสำหรับนักเดินทาง แพ็กเกจที่เน้นขนาดกะทัดรัด แต่ใช้ได้นานถึง 2-3 เดือน ตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบสินค้าจากธรรมชาติ เพราะคัดสรรผลผลิตจากเกษตรอินทรีย์และธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืชพรรณไทยโดยเฉพาะข้าวไทย สินค้าส่วนใหญ่ของ BIJA HERBAL มีความเป็นธรรมชาติ 100% เลี่ยงสารเคมี ไม่มีสารกันเสีย ไม่มีน้ำหอม เพราะใช้เอสเซนเชียล ออยล์สร้างกลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้กลุ่มคนที่รักสุขภาพและคนที่สนใจผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ให้ความสนใจป็นพิเศษ ปัจจุบันได้แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ออกไปอีกหลายอย่าง มีทั้งลิปมัน เซรั่ม วิตามินซีแบบผง เอสเซนส์น้ำตบ ผงแต้มสิว ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอาง และแฮนด์ครีม สนับสนุนสินค้าภูมิปัญญาไทย แบรนด์ BIJA HERBAL คลิก 3. NATURE LIFE HERB (เนเจอร์ไลฟ์เฮิร์บ) จากอดีตดีไซเนอร์สาวที่มีความห่วงใยคุณแม่ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย ทำให้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จึงต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก ผนวกกับการที่เธอได้คลุกคลีกับสมุนไพรมาตั้งแต่เด็ก จึงจุดประกายความคิด เริ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับสบู่เพื่อสุขภาพ โดยเลือกใช้ขมิ้นชันพันธุ์แดงสยาม มาพัฒนาเป็นสบู่ขมิ้นผสมน้ำผึ้ง ตอบโจทย์ผู้มีผิวแพ้ง่าย ซึ่งปัจจุบันคือสินค้าขายดีอันดับ 1 ของแบรนด์ โดยส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาจากแปลงเกษตรอินทรีย์ที่ดูแลกันเองในครอบครัว มีทั้งแปลงขมิ้นชันพันธุ์แดงสยาม มะกรูด ว่านหางจระเข้พันธุ์พิเศษ ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ ที่ไม่มีในสวนสมุนไพรก็จะนำเข้ามาจากชุมชน ซึ่งถือเป็นการกระจายรายได้ให้ชุมชนต่างๆ อีกทางหนึ่ง จุดเด่นของ Nature Life Herb คือ มอบกลิ่นแท้จากธรรมชาติของทุกส่วนผสมให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของผิว ของเส้นผม นอกจากนี้ยังได้พัฒนาสินค้าสปา ก้านไม้หอมระเหยขึ้นมา เพื่อช่วยในการนอนหลับได้ง่ายขึ้น และผ่อนคลายอีกด้วย ซึ่งกลิ่นที่ขายดีคือกลิ่น Secret Garden ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในป่าที่สดชื่น มีสมุนไพรที่ผสมผสานกันแล้วดีต่อการหายใจ สนับสนุนสินค้าภูมิปัญญาไทย แบรนด์ NATURE LIFE HERB…

HAPPENING