Lifestyle

Lifestyle
วิธีสร้างบรรยากาศในวันที่ต้องหยุดอยู่กับบ้าน
ให้เหมือนวันลาพักร้อน

จากสถานการณ์โรคระบาดที่ทำให้เราต้องจับเจ่าอยู่กับบ้านกันมากกว่าครั้งไหนๆ ทำให้หลายๆ คนออกอาการเบื่อไม่ไหวกับบ้านหลังน้อยที่เคยเป็นเหมือนสวรรค์ในวันหยุด Power จึงไปหาวิธีสร้างบรรยากาศให้วันที่ต้องอยู่บ้านได้ผ่อนคลายเสมือนลาพักร้อน "บ้านของเราควรจะเป็นตัวอย่างที่ดี ของการพักผ่อน ผ่อนคลาย และสะดวกสบาย" Valentina Doncevic และ Jyotsna Lakhamraju หุ้นส่วนนักออกแบบตกแต่งภายในของ Valternative ได้แบ่งปันเคล็ดลับเกี่ยวกับวิธีการสร้างพื้นที่สงบเงียบ และเชิญชวนให้ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทาง จากประสบการณ์ชีวิตและการเดินทางที่หลากหลายของคู่หูพลังล้นคู่นี้  ที่ได้เดินทางไปทั่วโลกเพื่อสร้างบ้านและสำนักงานที่สวยงามมาแล้วมากมาย นำมาสู่การสร้างสรรค์อย่างเป็นเอกลักษณ์  ด้วยแนวทางจากหลากหลายวัฒนธรรม จึงเกิดเป็นฮาวทูสั้นๆ สำหรับสร้างบรรยากาศให้บ้านน่าอยู่ และยังคงเป็นสวรรค์สำหรับวันพักผ่อนของคุณอยู่เสมอ สร้างบรรยากาศสนุกสนานด้วยการติดตั้งชิงช้าในบ้าน พื้นที่สีเขียวเรียกความสดชื่น สร้างบรรยากาศสนุกสนานด้วยการติดตั้งชิงช้าในบ้าน พื้นที่สีเขียวเรียกความสดชื่น  สร้างบรรยากาศวันหยุดริมสระน้ำด้วยเฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นกลางแจ้ง ยกสนามกลางแจ้งเข้ามาไว้ในบ้าน ทำให้พื้นที่ภายในบ้านสดชื่นขึ้นด้วยพืชพรรณไม้ในร่มหลากหลายชนิด จับปลูกลงในกระถางร่วมสมัยแบบเรียบง่าย ให้บรรยากาศที่ดูกลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์ทนฝนทนแดดอย่าง โซฟากลางแจ้ง ซึ่งผสมผสานความทนทาน ความสะดวกสบาย และการออกแบบที่เหนือกาลเวลา หากต้องการสัมผัสความสนุกสนานที่มากขึ้น การติดตั้งชิงช้าในบริเวณที่คุณโปรดปราณ จะทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย ดูสนุกขี้เล่นมากขึ้น ห้องนั่งเล่นที่ดูร่วมสมัยทั้งเฉดสีและสไตล์ จับแมตช์เฉดสี สนุกไปกับสไตล์ร่วมสมัย ใช้วันว่างเนรมิตห้องนั่งเล่นที่ให้ความรู้สึกเดิมๆ มาหลายปี ด้วยการลุกขึ้นมาทาสีผนังห้องใหม่ ให้เข้ากับเฉดหรือโทนสีของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นโปรด เพื่อสไตล์ที่ดูร่วมสมัยและดูเป็นหนึ่งเดียวเหนียวแน่น หรืออาจจับคู่ชิ้นส่วนดั้งเดิมกับเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ในโทนสีเดียวกันเพื่อสร้างการตกแต่งภายในที่กลมกลืน อย่างเช่น การเติมเก้าอี้หนังสีเข้มเล่นระดับหมุนได้เข้าไปในห้องโถงหรือห้องนั่งเล่น จะช่วยให้ห้องดูมีรสนิยมและ สะดวกสบายมากขึ้น ชุดเก้าอี้รับประทานอาหารเรียบง่ายแต่มีสไตล์เข้ากันได้ดีกับโต๊ะอาหารส่วนใหญ่ ในขณะเดียวกันก็ไม่แย่งซีนของประดับตกแต่งห้องชิ้นอื่นๆ ความโก้บนความเรียบง่ายด้วยชุดโซฟาที่เข้ากันได้กับสไตล์ของห้องรับแขก เน้นเฟอร์นิเจอร์ที่ให้สไตล์เรียบง่าย หากคุณได้ของแต่งบ้านมาสักชิ้นที่อุดมไปด้วยกลิ่นอายแห่งวัฒนธรรม หรือของที่ระลึกจากนานาประเทศ เมื่อครั้งเดินทางไปเกือบรอบโลก ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันสลับซับซ้อนและลวดลายการปรุงแต่งต่างๆ ภาพรวมการตกแต่งภายในของคุณต้องดูเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน จึงจะทำให้ของประดับตกแต่งนั้นๆ ส่องแสงได้ เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์เสริม และพื้นหลังอื่นๆ จึงควรเรียบง่ายเป็นเส้นตรงและมีสีสันที่ละเอียดอ่อน เห็นได้จากความเรียบง่ายที่ดูดีของโซฟา Bellaire ที่ทำให้ห้องรับแขกดูลงตัวมากขึ้น ในขณะที่การเย็บรายละเอียดบนหนังและส่วนโค้งที่เรียบง่ายของเก้าอี้รับประทานอาหาร Montera ทำให้เห็นความยอดเยี่ยมของเก้าอี้เหล่านี้ ซึ่งพวกมันสามารถเข้ากันได้ดีกับการออกแบบโต๊ะอาหารส่วนใหญ่ คืนชีวิตใหม่ให้เฟอร์นิเจอร์หรือของประดับตกแต่งชิ้นเก่า เฟอร์นิเจอร์เก่าหรือของโบราณที่เคยได้มาอย่าเพิ่งโละทิ้ง คุณสามารถนำพวกมันกลับมาสร้างสีสันให้บ้านได้อย่างมีสไตล์ อย่างเช่น ระฆังวัดเก่าที่ถูกดัดแปลงเอามาทำเป็นโคมระย้า ไล่ระดับความสูงจากเพดานที่แตกต่างกันไป ทำให้คุณได้โคมระย้าที่ไม่เหมือนใคร หรือการนำประตูไม้เก่าเก็บ มาดัดแปลงเป็นโต๊ะกาแฟที่มีความแข็งแรงทนทาน ให้สไตล์ที่เก๋ไก๋ เข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ เกิดเป็นงานสร้างสรรค์เฉพาะตัวได้อย่างน่าสนใจขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก https://hk.asiatatler.com/ https://www.instagram.com/ovogarden/
Editor
19 July 2021
Food & DrinksLifestyle

FOOD & DRINKS
อิ่มท้อง อิ่มบรรยากาศ
ไปกับร้านอาหารและเสน่ห์ปลายจวักฉบับ “ภูเก็ต”

ภูเก็ต ประเทศไทย จุดหมายปลายทางของนักเดินทางทั่วโลก นอกจากทั่วทั้งจังหวัดจะเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมายแล้ว ยังมีร้านอาหารหลากรูปแบบหลายอารมณ์ให้ชมชิม ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารพื้นเมืองถ่ายทอดอายธรรมเก่า ร้านอาหารกลางป่าบรรยากาศดี อากาศปลอดโปร่งใกล้ชิดกับธรรมชาติ หรือร้านอาหารหรูสุดโรแมนติก ก็พร้อมมอบสัมผัสแห่งรสชาติและประสบการณ์สุดประทับใจ แถมตบท้ายด้วยความทรงจำดีๆ เป็นของหวานสำหรับช่วงเวลาสุดพิเศษของคุณ ตะลุยร้านเด็ดในตัวเมืองภูเก็ต ร้าน โกปี้เตี่ยม ย้อนเวลาไปจิบชากาแฟโบราณ ร้านอาหารและคาเฟ่ที่อยู่คู่ย่านเมืองเก่าภูเก็ตมายาวนาน ถือเป็นเจ้าดังใจกลางเมืองที่ใครๆ ก็ต้องแวะมาลิ้มลอง โกปี้เตี่ยมเสิร์ฟอาหารไทยสไตล์ฮกเกี้ยนและอาหารไทยพื้นเมืองจังหวัดภูเก็ต โดดเด่นด้วยเมนูอาหารและรสชาติแบบภูเก็ตแท้ๆ ภายใต้บรรยากาศย้อนยุคราวกับกำลังนั่งไทม์แมชชีนเลยทีเดียว เมนูแนะนำ: โกปี้อูเล้ง, ผัดหมี่ฮกเกี้ยน, หมี่ซั่วผัด, ฉ่ายแซ้, หมูทอดภูเก็ต และบะกุดเต๋ พิกัด: https://goo.gl/maps/JP7FHF4u8zL8HUtg7 โทรศัพท์: 0 836 069 776 ร้าน Blue Elephant สาขาภูเก็ต มิชลินเพลท ที่ต้องลอง เพียงแวบแรกที่เห็นก็เป็นอันให้ต้องตกตะลึงไปกับคฤหาสน์เก่าแก่อายุนานนับศตวรรษ ที่ถูกปรับให้เป็นร้านอาหารที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์กลางย่านเมืองเก่าภูเก็ต เสิร์ฟอาหารไทยโบราณสูตรชาววังและอาหารเพอรานากันโบราณเป็นเมนูพิเศษ ให้คุณได้รับประทานอาหารรสเลิศในบรรยากาศของสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีสที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหราคลาสสิก เมนูแนะนำ: ปลาเก๋าราดพริก, แกงคั่วปูใบชะพลู, พารานากันแกงตูมี่ปลากะพง, ระแวงเนื้อริบอาย ยําปลาสลิดเค็ม, ต้มยํากุ้งลายเสือน้ําข้น และมัสมั่นแกะ พิกัด: https://goo.gl/maps/s9ezqATgEKvQ6ofe6 โทรศัพท์: 0 7635 4355 ร้าน Blue Elephant สาขาภูเก็ต มิชลินเพลท ที่ต้องลอง เพียงแวบแรกที่เห็นก็เป็นอันให้ต้องตกตะลึงไปกับคฤหาสน์เก่าแก่อายุนานนับศตวรรษ ที่ถูกปรับให้เป็นร้านอาหารที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์กลางย่านเมืองเก่าภูเก็ต เสิร์ฟอาหารไทยโบราณสูตรชาววังและอาหารเพอรานากันโบราณเป็นเมนูพิเศษ ให้คุณได้รับประทานอาหารรสเลิศในบรรยากาศของสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีสที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหราคลาสสิก เมนูแนะนำ: ปลาเก๋าราดพริก, แกงคั่วปูใบชะพลู, พารานากันแกงตูมี่ปลากะพง, ระแวงเนื้อริบอาย ยําปลาสลิดเค็ม, ต้มยํากุ้งลายเสือน้ําข้น และมัสมั่นแกะ พิกัด: https://goo.gl/maps/s9ezqATgEKvQ6ofe6 โทรศัพท์: 0 7635 4355 ร้าน Torry's Ice Cream ไอศกรีมเกรดพรีเมียม ร้านไอศกรีมโฮมเมดเกรดพรีเมียมเจ้าดังในย่านเมืองเก่าภูเก็ต มีไอศกรีมให้เลือกรับประทานกว่า 20 รสชาติ ตัวร้านในอดีตเคยเป็นสำนักพิมพ์ผลิตแผ่นพับภาษาอังกฤษชื่อ Art and Culture มาก่อน และภายใต้สถาปัตยกรรมเก่าแก่สไตล์ชิโน-โปรตุกีสสีชมพูพาสเทลโดดเด่นสะดุดตา บวกกับการตกแต่งสไตล์วินเทจด้านในนั้น ยิ่งทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยวัฒนธรรมของสองโลกที่ผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เมนูแนะนำ: Bi-Co-Moi, Tao sor (salty & sweet), A-pong, O-aew พิกัด: https://goo.gl/maps/xpHWCKgZ99aiN2g66 โทรศัพท์: 0 7651 0888 ร้าน หมี่สะปำ คุณยายเจียร สุดยอดบะหมี่ฮกเกี้ยน ร้านอาหารระดับตำนานที่เปิดให้บริการมาแล้วเกือบ 70 ปี สะปำเป็นชื่อหมู่บ้าน และผัดหมี่เหนียวนุ่มเส้นกลมโต ก็อร่อยขึ้นชื่อเสียจนใครต่อใครต่างพูดว่า “ไปกินผัดหมี่ที่สะปำ” จนกลายเป็นหมี่สะปำในปัจจุบันนั่นเอง ใครมาภูเก็ตต้องไปลองด้วยตัวเองสักครั้งกับตำนานจานนี้ นอกจากนั้นภายในร้านยังมีมุมพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ย้อนอดีตให้ได้ชมกันอีกด้วย เมนูแนะนำ: หมี่สะปำ, ลูกชิ้นปลา, ปอเปี๊ยะสด, หมูสะเต๊ะ, ห่อหมกปลา/ปูม้า+ปลา, โลบะ, โอวต้าวทะเลสะปำ และหอยทอดสะปำ พิกัด: https://goo.gl/maps/WoArDPQU4jK1N5MFA โทรศัพท์: 0 7637 7595 ร้าน หมี่สะปำ คุณยายเจียร สุดยอดบะหมี่ฮกเกี้ยน…
Editor
16 July 2021
Lifestyle

Lifestyle
5 ไอเทมที่ต้องมีติดตัวในยุคโควิด-19

จากสถานการณ์โควิด-19 ในขณะนี้ ประเทศไทยถือว่าค่อนข้างวิกฤติ ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังคงเป็นที่น่ากังวล รัฐบาลจึงต้องประกาศการใช้มาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่เสี่ยงอย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งยังขอความร่วมมือจากภาครัฐบาลและภาคเอกชน ร่วมจัดแผน Work  from Home ทำงานอยู่ที่​บ้าน เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่มีใครอีกหลายคนที่ยังจำเป็นต้องออกจากบ้าน ทั้งแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงผู้เข้ารับการฉีดวัคซีน และผู้เสี่ยงสูงที่ต้องเข้ารับการตรวจคัดกรอง Power ขอร่วมส่งกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน พร้อมแนะนำ 5 ไอเทมที่ต้องมีติดตัวในยุคโควิด-19 เมื่อจำเป็นต้องออกจากบ้าน หน้ากากอนามัย  สิ่งของสำคัญอันดับหนึ่งเมื่อคุณต้องก้าวออกจากบ้านก็คือ “หน้ากากอนามัย” ซึ่งปัจจุบันก็มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น หน้ากากผ้า หน้ากากทางการแพทย์ และหน้ากาก N95 โดยทุกครั้งที่สวมใส่ควรสวมให้ถูกวิธี เพื่อช่วยลดการแพร่และรับเชื้อโควิด-19 เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย รู้ไว้ใช่ว่า... การสวมหน้ากาก 2 ชั้น ด้วยการใส่หน้ากากอนามัยแบบผ้าสวมทับหน้ากากทางการแพทย์ นอกจากจะช่วยเพิ่มความกระชับแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันให้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย หากกังวลเรื่องกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ เสริมด้วย pastel CLEVER MASK CLIP คลิปหอมติดมาสก์ไอเทม MUST-HAVE ที่เพียงแค่คลิป…ก็ทำให้หน้ากากอนามัยหอมสดชื่นไปตลอดทั้งวันก็นับเป็นอีกทางเลือกที่ดี SHOP NOW ไอเทมแนะนำ: I-KLEAN Disposable Face Mask 50 ชิ้น SHOP NOW GQ Max™ Mask SHOP NOW แอลกอฮอล์เจลล้างมือ อีกหนึ่งไอเทมที่ขาดไม่ได้ “แอลกอฮอล์เจลล้างมือ” ชนิดทำความสะอาดมือโดยไม่ต้องล้างน้ำออก จะช่วยกำจัดเชื้อโรคที่ปนเปื้อนติดมากับมือของเรา หมั่นล้างมือบ่อยๆ เมื่อต้องไปสัมผัสสิ่งของต่างๆ เมื่ออยู่นอกบ้าน เพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 และแบคทีเรีย เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย รู้ไว้ใช่ว่า... การใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือบ่อยๆ จะทำให้ผิวแห้ง เนื่องด้วยการออกฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะมีการระเหย ดึงน้ำบริเวณใต้ผิวหนังซึ่งช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นออกไปด้วย หลังล้างมือควรทาโลชั่นที่มือร่วมด้วย หรือเลือกใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือชนิดที่มีส่วนผสมที่ช่วยถนอมผิว นอกจากจะทำให้มือคุณสะอาดแล้ว ยังเพิ่มความนุ่มชุ่มชื่นให้ผิวไม่แห้งตึงอีกด้วย ไอเทมแนะนำ: Snake Brand Hand Gel 50 มล. SHOP NOW NEXCARE™ Alcohol Gel 50 มล. SHOP NOW ผ้าเช็ดทำความสะอาดผสมแอลกอฮอล์ นอกจากเราจะหมั่นล้างมือบ่อยๆ แล้ว การทำความสะอาดสิ่งของส่วนตัวก็มีความจำเป็นไม่แพ้กัน “ผ้าเช็ดทำความสะอาดผสมแอลกอฮอล์” นอกจากจะใช้ทำความสะอาดผิว เรายังสามารถหยิบมาประยุกต์ใช้ทำเช็ดทำความสะอาดสิ่งของให้สะอาดปราศจากเชื้อโรคได้อย่างง่ายดาย แถมยังสะดวกสบายครบจบในแผ่นเดียว เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย รู้ไว้ใช่ว่า... ผ้าเช็ดทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สามารถช่วยยับยั้งไวรัส รา และแบคทีเรียได้ 99.9% ไอเทมแนะนำ: BEWILD Gentle Clean Wipe 30 ซอง SHOP NOW KARISMA Hygiene Wipes 50 แผ่น SHOP NOW กระบอกน้ำดื่ม ไอเทมชิ้นถัดมาคือ “กระบอกน้ำดื่ม” เพราะน้ำมีความสำคัญต่อสุขภาพ ยิ่งช่วงเวลานี้ทุกคนจำเป็นจะต้องดูแลตัว​เองให้ดีเป็นพิเศษ จึงควรดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวัน และควรมีกระบอกน้ำดื่มเป็นไอเทมส่วนตัว เพื่อสุขอนามัยที่ดี เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย รู้ไว้ใช่ว่า... ก่อนและหลังการเข้ารับการฉีดวัคซีน ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 500 - 1,000 ซีซี หรือประมาณ 3 - 5 แก้ว…
Editor
16 July 2021
Lifestyle

Travel in Style
Casual White Street Chic

PHOTOGRAPHY : COURTESY OF BRANDS เสน่ห์ในวันเรียบง่าย ที่พร้อมสร้างแรงดึงดูดใจได้อย่างมหาศาล ด้วยไอเทมสไตล์คลาสสิก เสื้อสีขาวจับเข้าคู่กับกางเกงตัวเก่ง ให้คุณโดดเด่นได้ไม่แพ้ใคร ท่ามกลางสตรีตอาร์ตมากมายของเมืองภูเก็ต นาฬิกาข้อมือ จาก Gucci ต่างหู จาก  Tory Burch แว่นตา จาก Bottega Veneta เสื้อ จาก Prada กระเป๋า จาก Chloé หมวก จาก Kenzo กางเกง จาก Gucci รองเท้า จาก Balenciaga Street Chic นาฬิกาข้อมือ จาก TAG Heuer กางเกง จาก Gucci แว่นตา จาก Bottega Veneta หมวก จาก Burberry กระเป๋าสะพาย จาก Balenciaga เสื้อ จาก Balenciaga รองเท้า จาก Valentino Garavani ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.instagram.com/alexfacebkk
Editor
15 July 2021
Lifestyle

Lifestyle
โควิด-19 กับสกิลการเอาตัวรอดของเหล่าเซอร์ไวเวอร์

วันนี้แม้ว่าโรคโควิด-19 จะไม่ใช่โรคใหม่ เพราะเราต่างคลุกคลีอยู่กับมันมากว่าสองปีแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาโควิดก็ไม่เคยทำให้รักของเราเก่าลงเลย เพราะขยันปรากฏสายพันธ์ใหม่ๆ เข้ามาสร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้เราได้เพิ่มสกิลในการดูแลตัวเองกันอยู่เสมอ จนถึงวันนี้เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะมีความเชี่ยวชาญในระดับมืออาชีพในการดูแลตัวเองกันไปแล้ว เช่นเดียวกับ Power ที่ยังคงหมั่นดูแลตัวเองและคนรอบข้างอย่างไม่ยอมปล่อยให้การ์ดตก ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นลองไปทบทวนกันหน่อยดีกว่า ร่างกายต้องรอด จิตใจต้องนิ่ง ร่างกายต้องรอด จิตใจต้องนิ่ง 1. หมั่นล้างมือให้เป็นนิสัย ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 20 วินาที หรือหากต้องการความสุนทรีย์หน่อยก็ร้องเพลง Happy Birthday หรือเพลงช้างสัก 2 รอบ ไม่ว่าจะก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ ไอ จาม หรือหลังจากสัมผัสจุดเสี่ยงร่วมต่างๆ เช่น ราวบันได กลอน หรือลูกบิดประตู เป็นต้น ที่สำคัญอย่าลืมเช็ดมือให้แห้ง เพราะเชื้อโรคจะแพร่กระจายจากผิวที่มีความเปียกชื้นได้ง่ายกว่าผิวที่แห้ง 2. สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ยิ่งสถานการณ์ช่วงนี้แนะนำให้สวม 2 ชั้นไปเลย โดยสวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ไว้ด้านในแล้วสวมทับด้วยหน้ากากผ้าที่ด้านนอกเพื่อความกระชับ ซึ่งหน้ากากผ้านั้นต้องหมั่นซักทำความสะอาดอยู่เสมอ 3. รับประทานอาหารปรุงสุกสดใหม่ สะอาด และควรใช้ช้อนส้อมส่วนตัว 4. รักษาร่างกายให้อบอุ่น แข็งแรง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 5. หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล เจ็บคอ เหนื่อยหอบ หรือเป็นผู้มาจากพื้นที่เสี่ยง ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่แสดงทีท่ารังเกียจจนเกินงาม ไม่ควรสร้างตราบาปให้ผู้ป่วย อย่าลืมว่าโควิด-19 เป็นโรคที่รักษาให้หายได้ และหลังจากหายแล้วเขาเหล่านั้นสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ และเราเองก็มีโอกาสที่จะเป็นได้เช่นกันหากได้รับเชื้อ 6. รู้อารมณ์ตัวเอง หาวิธีผ่อนคลายความเครียดในแบบที่ชอบ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ฝึกสมาธิ ที่สำคัญคือ อย่าใช้เครื่องดื่มมึนเมา หรือสารเสพติด มาช่วยในการผ่อนคลายความเครียดที่เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะไปกันใหญ่ 7. รับสื่ออย่างมีสติ ไม่หมกมุ่นจนเกินไป ลดการดูหรืออ่านข่าวลงบ้าง เหลือเพียงวันละครั้งสองครั้งก็เพียงพอ และควรต้องเป็นแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ มิเช่นนั้นอาจเกิดเป็นความเครียดโดยใช่เหตุ 8. สายด่วนสุขภาพจิต 1323 พร้อมคลายความกังวลใจให้กับคุณตลอด 24 ชั่วโมง ในกรณีที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง และผู้มีโรคประจำตัว ควรดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด รวมถึงบุคคลใกล้ชิดต้องหมั่นเฝ้าระวังความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของร่างกาย จิตใจ หรือพฤติกรรม เพื่อจะได้หาหนทางช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที บ้านเรา...ห่างกันสักพัก แต่รักเหมือนเดิม บ้านเรา...ห่างกันสักพัก แต่รักเหมือนเดิม จากสถานการณ์ตอนนี้ Social Distancing ยังคงต้องท่องไว้ให้ขึ้นใจ ควรเว้นระยะห่างทางสังคม ไม่เว้นแม้แต่ที่บ้าน! การเว้นระยะห่างจากคนรอบข้างอย่างน้อย 2  เมตร หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม จะช่วยทุเลาความรุนแรงของการระบาดได้ เพราะฉะนั้นเรามาสร้างกฎบ้านกันเถอะ! 1. ทำข้อตกลงร่วมกันกับสมาชิกในบ้าน เน้นรักน้อยๆ แต่รักนานๆ หลีกเลี่ยงการพูดคุยหรือสัมผัสใกล้ชิด แต่หากเว้นระยะห่างได้ยากด้วยพื้นที่ภายในบ้านมีจำกัด ก็ต้องสวมหน้ากากอนามัยร่วมด้วย นอกจากนี้ควรลดการออกนอกบ้าน งดการใช้จาน ชาม ช้อนส้อมร่วมกัน สิ่งสำคัญคือ ต้องบอกความจริง หากใครเผลอไม่ทำตามกฎ และสมาชิกคนอื่นๆ ควรใช้การตักเตือนแต่ไม่กล่าวโทษหรือซ้ำเติม 2. ส่งความห่วงใยผ่านคำพูด สร้างกำลังใจดีๆ ให้กันและกัน สมาชิกในครอบครัวที่เคยแสดงความรักความห่วงใย ด้วยการสัมผัสหรือโอบกอด ให้ปรับเปลี่ยนมาใช้การถามไถ่พูดคุยแบบรักษาระยะห่าง อาจส่งผ่านความห่วงใยผ่านอุปกรณ์สื่อสารในยามที่อยู่ไกลกัน รวมไปการใช้โซเชียลมีเดียต่างๆ ที่นอกจากจะติดต่อกันได้กว้างไกลมากขึ้น ในทุกพื้นที่ที่สัญญาณอินเตอร์เน็ตเข้าถึงแล้ว เผลอๆ เราอาจจะได้ดาว…
Editor
15 July 2021
Lifestyle

Lifestyle
Disney+ Hotstar
มหากาพย์ความบันเทิงชุดใหญ่จากดิสนีย์

หลังจากประกาศเปิดตัว "Disney+" แพลตฟอร์มสตรีมมิงจากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านความบันเทิงอย่าง Walt Disney ไปตั้งแต่ปี 2019 การรอคอยก็สิ้นสุดลงเสียที เพราะในวันนี้ผู้ใช้งานในประเทศไทยสามารถรับชมอย่างเป็นทางการได้แล้ว ภายใต้ชื่อ Disney+ Hotstar ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไรที่คนทั่วโลกจะตื่นเต้นกับ Disney+ ที่แม้ว่าจะกระโดดลงสนามสตรีมมิงทีหลังแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่าง Netflix, Viu, หรือ Apple TV+ อยู่นานโข เพราะอย่างไรชื่อของ Disney นั้นย่อมการันตีได้ถึงความบันเทิงที่สามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย ครองใจผู้คนมาตลอดเกือบร้อยปีที่ผ่านมา แถมยังไม่หยุดสร้างฐานแฟนใหม่ๆ จากการที่บริษัทได้ทำการขยายจักรวาลของตัวเองในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ ด้วยการเข้าซื้อ Marvel Studios, Lucasfilm รวมถึง 21st Century Fox ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นดีลแห่งประวัติศาสตร์ด้วยกันทั้งนั้นเมื่อดูจากรายชื่อของสตูดิโอในเครือเหล่านี้ ก็แทบจะกวาดหนังหรือซีรีส์สายหลักไปครึ่งโลกแล้วก็ว่าได้ แต่ใช่ว่าพวกเขาจะมีให้เราเพียงแค่นั้น ในขณะที่บางคนอาจจะคิดว่ามีแต่เจ้าหญิงหรือฮีโรให้ดูหรือเปล่า ก็ต้องบอกเลยตรงนี้ว่าไม่ใช่อย่างแน่นอน และสำหรับใครที่กำลังคิดว่า Disney+ Hotstar จะตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองหรือไม่ ลองมาดูลิสต์ที่ Power จัดมาให้ตรงนี้ก็ได้ รับรองว่าจะเพิ่มสีสันให้วันอยู่บ้านของคุณ ราวกับมีนกน้อยร้องเพลงอยู่นอกหน้าต่างอย่างไรอย่างนั้น Disney Classics Tale as Old as Time Snow White and the Seven Dwarfs (1937) Pinocchio (1940) Alice in Wonderland (1951) Peter Pan (1953) เริ่มกันที่ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชันในความทรงจำของใครหลายคน ที่คราวนี้มาในแบบคมชัดกว่าเดิมทั้งภาพและเสียง ให้ย้อนเวลารำลึกความหลังวัยเด็กกันเสียหน่อย ไม่ว่าจะเป็น Snow White and the Seven Dwarfs (1937), Pinocchio (1940), Dumbo (1941), Alice in Wonderland (1951), Peter Pan (1953) หรือ Sleeping Beauty (1959) The Little Mermaid (1989) Aladdin (1992) ลองขยับขึ้นมาใหม่อีกนิดไปกับการ์ตูนจากยุค 90s ที่ได้ชื่อว่าเป็นยุคเกิดใหม่ของ Disney อย่าง The Little Mermaid (1989), Beauty and the Beast (1991), Aladdin (1992), Pocahontas (1995) และ Mulan (1998) ซึ่งนอกจากลิสต์ที่ว่านี้ก็ยังมีอีกมากมายหลายเรื่องที่อาจทำให้คุณเผลอร้องเพลงออกมาแบบไม่รู้ตัว Pixar You've Got a Friend in Me จากแอนิเมชันสตูดิโอเล็กๆ ที่ถูกต่อยอดโดยสตีฟ จอบส์ อดีตผู้ร่วมก่อตั้งแอปเปิลคอมพิวเตอร์ ด้วยผลงานแอนิเมชันคุณภาพอย่างต่อเนื่องและการไม่หยุดพัฒนาในทุกๆ ฝีก้าว ปัจจุบัน Pixar ได้ชื่อว่าเป็นสตูดิโอที่ “ไม่เคยสร้างหนังไม่ดี” ที่ผู้คนทั่วโลกต่างหลงรัก นับตั้งแต่การปรากฏตัวของเหล่าของเล่นใน Toy Story เมื่อปี 1995 โฉมหน้าของวงการแอนิเมชันก็ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย…
Editor
14 July 2021
DestinationLifestyle

Destination
ดื่มด่ำไปกับมนตร์เสน่ห์แห่งภูเก็ต
จุดหมายปลายทางที่ไม่เคยจางไปจากความทรงจำ

การเดินทางครั้งใหม่ของนักล่าแรงบันดาลใจได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งท้องทะเลที่งดงามกว่าเคย พร้อมสูดกลิ่นอายอารยธรรมผ่านกาลเวลาที่ “ภูเก็ต” จุดหมายปลายทางที่รวบรวมคลื่นลมแห่งความสุข ชายหาดแห่งความทรงจำ กับประสบการณ์ที่จะทำให้คุณหลงรักอีกครั้ง เพราะเสน่ห์ของการเดินทางไม่มีคำว่าสิ้นสุด พาเที่ยว 3 หาดภูเก็ตไม่ต้องออกเกาะ! หลงเสน่ห์อันเรียบง่ายในแบบส่วนตัวที่ “หาดยะนุ้ย” หาดยะนุ้ย เป็นหาดเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบเชียบบนเส้นทางระหว่างแหลมพรหมเทพกับหาดในหาน หลายปีก่อนอาจยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก ผิดกับในเวลานี้ที่ใครๆ ต่างก็พากันหลงรักในความสงบเรียบง่าย และเต็มไปด้วยเสน่ห์ในแบบธรรมชาติสรรค์สร้าง ความโค้งสวยของชายหาด เมื่อมาผนวกเข้ากับน้ำทะเลสีฟ้าคราม และเม็ดทรายเนื้อละเอียดนุ่มละมุนเท้า เลือกรองรับผู้คนแบบบางตา จึงให้บรรยากาศนั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งความเป็นส่วนตัว เพียงแค่ได้นอนอาบแดดอ่านหนังสือเล่มโปรด หรือทำกิจกรรมยามว่างสำหรับครอบครัว ก็ทำให้หาดยะนุ้ยกลายเป็นหาดสวรรค์ได้ไม่ยาก การเดินทาง เดินทางโดยใช้เส้นทางแหลมพรหมเทพ ขับรถลงเขาไปประมาณ 2 กิโลเมตร มีบริการจอดรถฟรีบริเวณริมหาด แนะนำให้แวะเที่ยวหาดยะนุ้ยในช่วงเย็น เพื่อพายเรือคายักออกไปชมแสงสุดท้ายของวัน รับรองได้เลยว่า ภาพของพระอาทิตย์สีส้มดวงกลมโตที่ค่อยๆ หย่อนตัวลงสู่ผิวน้ำกลางทะเล จะเป็นซีนสุดประทับใจที่คุณไม่อาจลืมเลือน ปลดปล่อยอะดรีนาลีนไปกับกิจกรรมสุดมันส์ที่ “หาดป่าตอง” หาดป่าตอง เป็นหาดในดวงใจของผู้คนที่รักในแสงสีเสียงและกิจกรรมทางน้ำ ด้วยลักษณะชายหาดโค้งรูปตัว U ยาวประมาณ 9 กิโลเมตร ที่มีแนวภูเขาคั่นหัวและท้ายหาด จึงช่วยบังคลื่นลมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งน้ำทะเลสีเขียวสดใสยังเหมาะมากสำหรับการเล่นน้ำและทำกิจกรรมทางทะเล ไม่ว่าจะเป็น เจ็ตสกี พาราชูต สปีดโบต เรือใบ และอื่นๆ นอกจากนั้นยังเรียงรายไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหาร ทำให้เหล่านักเดินทางจากทั่วสารทิศต่างพร้อมใจกันมาเยือนไม่ได้ขาด จึงไม่น่าแปลกใจที่หาดป่าตองจะเป็นหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของภูเก็ต การเดินทาง หาดป่าตองอยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 15 กิโลเมตร เดินทางโดยใช้ถนนวิชิตสงคราม 4020 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนน 4029 จากนั้นเลี้ยวเข้าถนน 4233 ซึ่งเป็นถนนเลียบหาดป่าตอง จอดรถได้สะดวกสบายตลอดแนว หรือหากอยากเหมาเรือหางยาวไปเที่ยวหาดใกล้ๆ ก็พร้อมอำนวยความสะดวกได้อย่างครบครัน จุดเล่นเซิร์ฟอันน่าหลงใหลที่ “หาดกะตะ” หาดกะตะ เป็นหาดเล็กๆ อยู่ทางภูเก็ตตอนใต้ พื้นที่ชายหาดยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว และมีเกาะปูเป็นสัญลักษณ์อยู่ทางด้านหน้า หาดกะตะจะแบ่งออกเป็น 2 หาดคือ กะตะใหญ่ และ กะตะน้อย อยู่ห่างกันประมาณ 500 เมตร โดยมีแหลมหินคั่นกลาง เมื่อพูดถึงหาดกะตะโดยทั่วไปจะหมายถึงหาดกะตะใหญ่ หาดกะตะนั้นเป็นที่เลื่องลือในแง่งามความใสของน้ำทะเล มีแนวปะการังสวยยาวต่อเนื่องไปจนถึงเกาะปู และคลื่นลมพอเหมาะพอดีที่จะเปลี่ยนหาดแห่งนี้ให้เป็นเกาะสวรรค์ของผู้ที่รักการดำน้ำและเล่นเซิร์ฟ การเดินทาง จากตัวเมืองภูเก็ตใช้ถนน 4021 มาทางทิศใต้ เลี้ยวขวาที่วงเวียนเข้าถนน 4028 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยโคกโตนด ก่อนจะเลี้ยวขวาสั้นๆ เข้าถนนกะตะ และเลี้ยวซ้ายอีกครั้งเข้าซอยปากปางเลียบหาดกะตะ จอดรถได้สะดวกสบายตลอดแนว ชมแสงสุดท้ายที่ดีที่สุดที่ “แหลมกระทิง” แหลมกระทิง เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกสุดอันซีนอีกแห่งหนึ่งของภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต โดดเด่นด้วยก้อนหินไฮไลต์ที่มีลักษณะคล้ายเรือใบยอดแหลมชี้ขึ้นฟ้ายื่นออกไปทางทะเล สัญลักษณ์ของแหลมกระทิงที่ใครมาเห็นเป็นต้องถ่ายภาพ แม้ว่าการเดินทางจะค่อนข้างลำบาก แต่สุดท้ายแล้วเราจะได้ดื่มด่ำไปกับความสวยแบบลืมเหนื่อย เมื่อยามที่ได้นั่งรอชมพระอาทิตย์ตกน้ำบนลานหิน ได้ชมวิวทะเลแบบ 360 องศา วิวทุ่งหญ้าริมหน้าผา รับลมทะเลเย็นๆ ที่พัดผ่าน ได้ปล่อยใจปล่อยกาย คลอเคล้าไปกับเสียงกดชัตเตอร์ถ่ายภาพและผู้คน ก็ให้บรรยากาศที่อบอุ่นดีอยู่ไม่น้อย การเดินทาง เดินทางได้ 2 เส้นทางคือ จากบ้านกระทิง รีสอร์ต สามารถจอดรถได้ทั้งภายในและภายนอกรีสอร์ต จากนั้นเดินเลียบกำแพงรีสอร์ต ลัดเลาะชายหาดสลับโขดหินระยะทางประมาณ 800 เมตร (มีค่าผ่านทาง) และอีกหนึ่งเส้นทางคือ จากลานจอดรถผาหินดำ เส้นทางนี้นั่งรถโฟร์วีลไดรฟ์ไปยังจุดเดินเท้า จากนั้นเดินต่อประมาณ 20 นาที ระยะทางประมาณ 300…
Editor
9 July 2021
Lifestyle

Lifestyle
เปลี่ยนวัน Work from Home ธรรมดา
ให้มีสีสันมากกว่าเดิม

ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่าจากวิกฤตการณ์ Covid-19 หลายองค์กรหันมาปรับตัวให้พนักงานสามารถทำงานจากบ้าน หรือ Work from Home ได้เกือบ 100% แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับการทำงานที่บ้านกันเสียทีเดียว หลายคนกำลังประสบปัญหาเรื่องสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมสำหรับการทำงานที่บ้าน รวมถึงความพร้อมของอุปกรณ์ไม่ตอบโจทย์ เกิดภาวะเครียดสะสม ส่งผลให้พลังในการทำงานลดน้อยลง ไม่มีเรี่ยวแรงไปคิดไอเดียใหม่ๆ วันนี้ Power จึงขอแนะนำเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่จะมาเปลี่ยนวัน Work from Home ธรรมดาให้มีสีสันมากกว่าเดิม เริ่มต้นด้วยการเลือกยุทธศาสตร์การวางโต๊ะทำงานให้ถูกหลักฮวงจุ้ยกันก่อน เพื่อส่งเสริมให้การทำงานสำเร็จราบรื่น เกิดความสบายใจ เสริมพลังดวงการงานให้รุ่ง! แล้วยังอ้างอิงกับหลักสุขภาพอีกด้วย ห้ามทำงานบนที่นอนเด็ดขาด ห้องนอนเป็นห้องแห่งความสงบ มีพลังเย็น การที่เรานำอุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นพลังดวงอาทิตย์ มาไว้บนที่นอนนั้นส่งผลเสียต่อฮวงจุ้ย ส่วนในเรื่องของสุขภาพมีผลวิจัยที่แสดงว่าการที่เราทำงานบนที่นอนนั้นจะทำให้เรารู้สึกไม่ได้พักผ่อน เหมือนต้องทำงานตลอดเวลา อีกทั้งอุปกรณ์ต่างๆ อาจจะมีฝุ่นทำให้การนอนหลับของเรานั้นแย่ลงได้ ห้ามตั้งโต๊ะทำงานใกล้ห้องน้ำ เพราะห้องน้ำเป็นแหล่งสะสมพลังงานลบ การอยู่ใกล้จะเกิดอาการเจ็บป่วยและจะมีอุปสรรคในการทำงาน สอดคล้องกันกับในด้านหลักสุขภาพที่ห้องน้ำเป็นแหล่งรวมเชื้อโรค และมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อาจทำให้เราเจ็บป่วยได้ ไม่ตั้งโต๊ะทำงานตรงกับประตู ประตูทางเข้านั้นตามความเชื่อคือจะมีสิ่งวุ่นวายวิ่งเข้าหาเราตลอด ทำให้การทำงานนั้นไม่ราบรื่น ควรตั้งโต๊ะที่มุมห้องด้านใดด้านหนึ่ง โดยให้เห็นหน้าต่างนิดหน่อยเพื่อรับพลังงานธรรมชาติเข้ามา ส่วนในหลักสุขภาพนั้น ประตูมักจะมีคนเดินเข้าออกทำให้เราเสียสมาธิในการทำงานนั่นเอง การจัดวางหน้าจอคอมพิวเตอร์ และการปรับระดับโต๊ะทำงานและเก้าอี้ให้พอดี องศาการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ไม่พอดี คือหนึ่งในสาเหตุของการปวดต้นคอและหลัง ควรปรับระดับความสูงของโต๊ะทำงานและเก้าอี้ให้สามารถนั่งทำงานในท่าทีที่สบาย และปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา ตามด้วยจัดองศาแป้นพิมพ์ให้สามารถพิมพ์ได้ง่าย ช่วยลดอาการปวดเมื่อยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ขอแนะนำไอเทม Magic Keyboard คู่หูที่ยอดเยี่ยมมอบประสบการณ์การพิมพ์อันน่าทึ่ง พิเศษกว่าด้วยดีไซน์ที่ช่วยยกเครื่อง iPad Pro และ iPad Air ของคุณให้ลอยขึ้นเหนือจากโต๊ะ พร้อมปรับระดับให้เข้ากับการใช้งานได้อย่างเหมาะสม SHOP NOW นอกจากนี้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานของคุณลื่นไหล ไม่มีสะดุด และถ้าหากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการปรับเปลี่ยนสถานที่ในการทำงานแล้วล่ะก็ อุปกรณ์แท็บเล็ตพกพาสะดวก อย่าง SAMSUNG Galaxy Tab S7+ LTE 128GB* ก็เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดี SHOP NOW ปิดท้ายด้วยไอเทมเสริมที่ควรมีสำหรับโซนทำงาน เพื่อสร้างสีสันให้การทำงานไม่น่าเบื่อ หลายคนอาจจะยังรู้สึกเบื่อหน่ายกับบรรยากาศเดิมๆ แนะนำให้ลองสร้างบรรยากาศในการทำงานใหม่ๆ เพื่อเติมไฟ​และปลุกแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง ด้วยไอเทมของตกแต่งอย่าง แจกันดอกไม้ ของสะสม ผลิตภัณฑ์อะโรมา หรือของตกแต่งอื่นๆ ที่นอกจากจะช่วยทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายแล้ว เผลอๆ คุณยังได้ไอเดียใหม่ๆ มาต่อยอดให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย PAÑPURI Crystal Lotus Aroma Diffuser Copper* SHOP NOW DONNA CHANG Soothing Jasmine Reed Diffuser 200 มล.* SHOP NOW BATH&BLOOM Octobre Refilled Scented Sachet 20 กรัม* SHOP NOW SWAROVSKI Atlantic Puffins* SHOP NOW AMPHAN Aroma Charcoal Diffuser 10 มล.* SHOP NOW MAHANAKHON SKYWALK Tower Model with Frame -…
Editor
7 July 2021
Lifestyle

Lifestyle
Let Social Media Day Make Your Day

ดูเหมือนโลกจะแคบลงทุกวัน เรามีโทรศัพท์ให้ได้ยินเสียงกันแม้ไม่ได้อยู่ต่อหน้า เรามีแฟกซ์ช่วยส่งข้อมูลได้ในทันทีทั้งที่อยู่ไกลกัน แล้ววันหนึ่งเราก็มี “โซเชียลมีเดีย” ที่ปฏิวัติวิธีการสื่อสารของโลกนี้ไปอย่างสิ้นเชิง เพราะนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เราสามารถติดต่อกับเพื่อนหรือครอบครัวได้ตลอดเวลาที่ต้องการ นักธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ผู้คนจำนวนมากใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการสื่อสารมากขึ้นทุกวัน กลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมครั้งสำคัญ จนกระทั่งมีการกำหนดให้วันที่ 30 มิถุนายน ของทุกปี เป็น Social Media Day เพื่อให้เราตระหนักว่า ไม่กี่ปีมานี้ ชีวิตเราเปลี่ยนไปมากขนาดไหน โซเชียลมีเดีย หรือ สื่อสังคม นั้นหมายความถึงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เราใช้สื่อสารกันผ่านอินเทอร์เน็ต ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็ Facebook นั่นแหละ อันที่จริงทุกวันนี้แค่คำว่า Facebook ก็แทบจะแทนความหมายของโซเชียลมีเดียได้เกือบทั้งหมดแล้ว แต่ถ้าถามว่าจุดเริ่มต้นของโซเชียลมีเดียอยู่ตรงไหน ก็ต้องย้อนกลับไปราวๆ ปี 1997 กับเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า SixDegrees.com SixDegrees ถูกพัฒนาขึ้นโดย Andrew Weinreich นักธุรกิจชาวอเมริกันที่ทำการต่อยอดแนวคิด Six Degrees of Separation ที่ว่า คนสองคนใดๆ บนโลกจะรู้จักกันผ่าน “เพื่อนของเพื่อน” เป็นทอดๆ โดยที่ไม่เกิน 6 ช่วง เขาจึงหวังจะสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ จากความสัมพันธ์นี้ขึ้นมา ด้วยการเปิดให้ผู้ใช้งานสร้างโพรไฟล์ของตนเองและทำความรู้จักกับผู้ใช้คนอื่นในลักษณะยกกำลังสอง ซึ่งนั่นอาจจะพาเราไปเจอกับคนที่อยากขายนาฬิการุ่นที่เราอยากซื้อ หรือได้รู้จักกับคนที่ชอบกินอาหารอินเดียมากพอจะแนะนำร้านเด็ดให้ได้ นับว่าเป็นไอเดียที่ล้ำมากสำหรับยุคนั้น แต่ก็ดูเหมือนว่าจะล้ำเกินไป เพราะก่อนปี 2000 อินเทอร์เน็ตยังเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มมากๆ ทำให้ SixDegrees ไม่ประสบความสำเร็จมากนักทั้งๆ ที่พอจะเห็นโอกาสอยู่รำไร จนกระทั่ง Andrew Weinreich ตัดสินใจ Exit และขายธุรกิจของเขาไปในที่สุดหลังจากนั้นไม่นานเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 อินเทอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตผู้คนมากขึ้น พร้อมๆ กับการถือกำเนิดของโซเชียลมีเดียเจนฯ ใหม่ อย่าง Friendster, MySpace และ LinkedIn ที่ต่างก็สืบทอดเจตนารมณ์ของ SixDegrees มาทั้งนั้น เพียงแต่มีเอกลักษณ์และเป้าหมายที่แตกต่างกันไปนั่นเอง จนมาถึง Facebook YouTube และ Twitter ที่เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของโซเชียลมีเดียอย่างแท้จริง โซเชียลมีเดียนั้นทำให้เราติดต่อกับเพื่อนได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้คนแปลกหน้าเข้ามาในชีวิต รวมถึงการเป็นช่องทางการติดตามข่าวสาร ช้อปปิ้ง และความบันเทิงขนาดยักษ์ แน่นอนว่าทุกอย่างล้วนมี 2 ด้าน หลายคนใช้ประโยชน์จากมันในการทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ แต่หลายคนก็ต้องเป็นทุกข์เพราะมันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และนี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งของ Social Media Day คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโซเชียลมีเดียกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ที่เหลือก็แค่ใช้ให้เหมาะสม เป็นประโยชน์กับทั้งตัวเองและส่วนรวมก็น่าจะพอ ซึ่ง Social Media Day นั้น เปิดโอกาสให้คุณร่วมฉลองหนึ่งในนวัตกรรมอันยอดเยี่ยมของมนุษยชาตินี้ ด้วยการโพสต์เรื่องราวดีๆ อาจจะเป็นประโยชน์ที่คุณได้รับจากโซเชียลมีเดีย แชร์สิ่งดีๆ ไปสู่ผู้คน รวมไปถึงลองใช้แพลตฟอร์มใหม่ๆ ดูบ้าง ใครจะรู้ว่าอาจจะได้ประสบการณ์ดีๆ ความรู้ ความบันเทิง หรือโอกาสใหม่ๆ จนทำให้วันนั้นกลายเป็นวันที่น่าจดจำสำหรับคุณก็ได้Bill Gates มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Microsoft อันลือลั่น เคยแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า Factfulness เขียนโดย Hans Roslin เขาเล่าว่านี่เป็นหนังสือที่ให้ความรู้และมุมมองที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งที่เขาเคยอ่านมาเลย Factfulness ได้แสดงให้เห็นว่าโลกทุกวันนี้ต่างไปจากเดิมอย่างไร ในขณะที่คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่ามันแย่ ถามว่าแย่ไหม? ใช่ มันมีส่วนแย่ แต่ถามว่ามันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนหรือเปล่า? แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ อัตราการเสียชีวิตของเด็กเล็กที่ลดลง…
Editor
30 June 2021
DestinationLifestyle

DESTINATION
เที่ยวสายลุยสไตล์แอดเวนเจอร์
กระตุ้นหัวใจให้กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง

การท่องเที่ยว ไม่ว่าแบบไหนก็ช่วยเติมหัวใจของนักเดินทางให้เต็มได้ทั้งนั้น ยิ่งในวันที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ในวันที่สถานการณ์รอบข้างไม่ค่อยเป็นใจ ออกไปมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ สักหน่อยก็ดีเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงชอบที่จะพาตัวเองไปเผชิญหน้ากับความท้าทายและประสบการณ์แปลกใหม่จากการท่องเที่ยวสไตล์แอดเวนเจอร์ สมบุกสมบันไปกับธรรมชาติและกิจกรรมผจญภัยต่างๆ และวันนี้ Power จะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเอาใจขาลุยให้ทดไว้ในใจกันก่อน โอกาสเหมาะเจาะเมื่อไรเก็บกระเป๋าออกไปลุยกันได้เลย ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก ล่องแก่ง กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัยประจำหน้าฝนของเหล่านักท่องเที่ยวสายลุยผู้หลงใหลในความท้าทายที่มาพร้อมกับความชุ่มฉ่ำ และอีกหนึ่งสายน้ำที่พลาดไม่ได้ก็คือลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งได้รับการขนานนามว่าแล่นเรือยางล่องแก่งได้สนุกติดอันดับ 1 ใน 5 ของไทยเลยทีเดียว ลำน้ำเข็กเป็นลำน้ำขนาดกลาง มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ช่วงที่เหมาะสมกับการล่องแก่งมีระยะทางรวม 8 กิโลเมตร ใช้เวลาในการล่องแก่งประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้าไม่ใช่หน้าฝนลำน้ำเข็กจะใสสะอาดสามารถลงไปเล่นได้ ทว่าในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมเช่นนี้ ปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้น ไหลเชี่ยว มีระดับความรุนแรงแตะถึงระดับ 4 – 5 เหมาะแก่การล่องแก่งเป็นอย่างยิ่ง โดยระดับความแรงของกระแสน้ำจะเริ่มที่ระดับ 1 – 2 ก่อน ที่จุดปล่อยตัวบริเวณน้ำตกแก่งซอง จากนั้นจึงค่อยๆ ไล่ระดับไปถึง 3 – 4 หรือ 5 ก่อนที่จะลดดีกรีลงมาให้หายใจหายคอในช่วงท้าย ตลอดเส้นทางจะได้พบกับแก่งต่างระดับ คดเคี้ยวต่างๆ กันถึง 18 แก่ง เรียกว่าเก็บครบทุกรสชาติได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ข้อดีอีกอย่างของที่นี่คือลำน้ำอยู่ไม่ไกลจากถนน ไม่ต้องบุกป่าฝ่าดงแบกเรือเข้าไป การเตรียมตัวจึงไม่ยุ่งยากมาก เพียงแต่เตรียมความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ สวมอุปกรณ์ป้องกัน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำเรืออย่างเคร่งครัด สอบถามสภาพลำน้ำกับทางเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพิษณุโลก ที่ โทร. 0 5525 2742 – 43 ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำปาด อากาศเย็นสบายตลอดปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 27 องศาเซลเซียส และเส้นทางขึ้นภูที่นี่ติด 1 ใน 5 ของเส้นทางพิชิตยอดเขาที่ยากที่สุดในเมืองไทย เมื่อออกสตาร์ตจากที่ทำการอุทยานไม่นานก็จะพบกับความงดงามของน้ำตกภูสอยดาว น้ำตกขนาดกลางที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อสุดไพเราะว่า ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ ต่อด้วยน้ำตกสายทิพย์ น้ำตกขนาดเล็ก มี 7 ชั้น สภาพป่าโดยรอบน้ำตกมีความชุ่มชื้นมาก จึงมีมอสส์สีเขียวงามตาปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ และเมื่อผ่านด่านน้ำตกและเนินวัดใจต่างๆ ไปได้ก็จะพบกับลานสนสามใบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ลานสนสามใบตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,633 เมตร สภาพพื้นที่เป็นเป็นป่าสนสามใบเนินสูงต่ำสลับกันไป อุดมสมบูรณ์ด้วยดอกไม้ป่ามากมายหลายชนิดขึ้นเป็นทิวสวยงามผลัดกันออกดอกหมุนเวียนไปตามช่วงฤดูกาล ที่ขึ้นชื่อมากคือ ดอกหงอนนาคสีม่วงอ่อน ที่ออกดอกในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน การเดินทางไปเที่ยวรวมถึงกางเต็นท์นอนที่ลานฯ ต้องเดินทางเท้าขึ้นไปเป็นระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 4 – 6 ชั่วโมง อาจจะไกลหน่อยแต่วิวพระอาทิตย์ตกสุดสวยรอคุณอยู่ที่นั่น ในขณะที่ยามค่ำคืนท้องฟ้าก็ดารดาษด้วยแสงดาวราวกับจะสอยมาได้จริงๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนจองเข้าอุทยานฯ ล่วงหน้าได้ที่ โทร. 095 629 9528 หรือ https://www.facebook.com/phusoidao07/ Hanuman World Zipline จังหวัดภูเก็ต สำหรับสายแอดเวนเจอร์ขาลุย ต้องไม่พลาดกับกิจกรรมที่อาศัยความกล้าที่กำลังมาแรงอย่าง Zipline เด็ดขาด โดย Zipline…
Editor
25 June 2021