Fashion InsiderFlashHighlight

FASHION INSIDER
“เดนิมบนเดนิม”
5 ตัวเลือกที่ช่วยให้การใส่ยีนส์ของคุณสนุกขึ้น

ด้วยการฟื้นตัวของแฟชั่นในปี 1970 การสวมใส่ผ้าเดนิมทั้งบนและล่าง สไตล์ "เดนิมบนเดนิม" ได้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง แม้ว่าอาจทำให้ดูเป็นอุปสรรคอยู่บ้างในการจับแมตช์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสไตล์ใครสไตล์มันมากกว่า แต่ที่แน่ๆ คือคุณสามารถแต่งตัวตามความชอบของคุณได้อย่างเต็มที่ ไม่จำเป็นต้องไปยึดติดกับกฏเกณฑ์ใดๆ โดยมีไอเทมสำคัญอย่าง เสื้อเชิ้ต แจ็กเก็ต และกางเกง ซึ่งสไตล์ "เดนิมบนเดนิม" นี้เหมาะมากกับการเป็นชุดวันหยุดที่พร้อมจะทำให้คุณแฮปปี้ไปกับสไตล์กึ่งๆ ฮิปปี้ และต่อไปนี้คือ 5 ตัวเลือกที่จะช่วยให้คุณแต่งตัวได้อย่างอิสระ แบบไม่มีอะไรมากั้น รองเท้าบูตสีขาวกับเดนิมฟอกสีแห่งฤดูร้อน ให้ลุคที่สดชื่นแบบฤดูร้อนด้วยเดนิมฟอกสีสว่าง สวมใส่เข้าชุดกันทั้งบนและล่าง ด้วยเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ เนื้อสัมผัสนุ่มสบายราวกับเสื้อทูนิค ให้คะแนนชี้ขาดด้วยรองเท้าบูตสีขาวทันสมัย และกระเป๋าโซ่อัปเกรดลุคเดนิม เก๋ไก๋สไตล์คนดังกับแว่นกันแดดและกระเป๋าใบจิ๋ว ผ้าเดนิมโอเวอร์ไซซ์ทรงหลวมเป็นไอเทมที่ให้อารมณ์ผ่อนคลาย และให้ลุคที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับไอเทมเสริมต่างๆ ที่คุณเพิ่มเข้าไป อย่างการผสมผสานของเดนิมทั้งบนและล่างที่มีไซซ์ใหญ่ตัวโคร่งนั้น นอกจากจะใส่ง่ายสบายตัวแล้ว การลดทอนความหยาบของผ้าเดนิมด้วยแว่นกันแดดและกระเป๋าใบเล็กน่ารัก แทนกระเป๋าลำลองอย่างกระเป๋าเป้หรือกระเป๋าคาดเอว พร้อมเพิ่มลูกเล่นให้กางเกงแบบสองสีในตัวเดียว ดูมีอะไรในขณะขยับตัว จะช่วยแปลงลุคให้คุณโดดเด่นได้เสมือนเป็นดาราคนดังในแอลเอ เก๋ไก๋สไตล์คนดังกับแว่นกันแดดและกระเป๋าใบจิ๋ว ผ้าเดนิมโอเวอร์ไซซ์ทรงหลวมเป็นไอเทมที่ให้อารมณ์ผ่อนคลาย และให้ลุคที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับไอเทมเสริมต่างๆ ที่คุณเพิ่มเข้าไป อย่างการผสมผสานของเดนิมทั้งบนและล่างที่มีไซซ์ใหญ่ตัวโคร่งนั้น นอกจากจะใส่ง่ายสบายตัวแล้ว การลดทอนความหยาบของผ้าเดนิมด้วยแว่นกันแดดและกระเป๋าใบเล็กน่ารัก แทนกระเป๋าลำลองอย่างกระเป๋าเป้หรือกระเป๋าคาดเอว พร้อมเพิ่มลูกเล่นให้กางเกงแบบสองสีในตัวเดียว ดูมีอะไรในขณะขยับตัว จะช่วยแปลงลุคให้คุณโดดเด่นได้เสมือนเป็นดาราคนดังในแอลเอ ช่วงขาเรียวยาวแปรผันกับความยาวของเสื้อครอป เทรนด์ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนปีนี้ก็คือการอวดผิวสวยๆ บริเวณช่วงเอว เสื้อครอปตัวสั้นจึงเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ ซึ่งหากเป็นชุดเซ็ตสามชิ้นคือมีเสื้อเชิ้ตตัวในด้วยแทนที่จะโชว์ผิวเปลือยเปล่า เสื้อครอปตัวสั้นจะช่วยเล่นเลเยอร์ เพิ่มมิติด้วยความสั้นยาวที่ต่างกันได้ และด้วยความที่แจ็กเก็ตเดนิมค่อนข้างให้ลุคที่ดูแข็ง การเลือกเสื้อครอปตัวสั้นมาจับแมตช์กับกางเกงเอวสูง ขอบขากางเกงกว้างพับขึ้นแบบเก๋ๆ จะช่วยให้ลุคดูเบาขึ้น และเพิ่มความยาวของช่วงขาให้เพรียวสวย น่าประทับใจ เล่นสีที่แตกต่างช่วยสร้างเลเยอร์ให้เดนิมเพื่อความกลมกล่อม การผสานกันของผ้าเดนิมต่างโทนสีจะให้สไตล์ที่แตกต่างได้อย่างลงตัว เสมือนงานตัดเย็บที่นำมาปะติดปะต่อกันได้อย่างมีดีไซน์ และตัวแทนของ “เดนิมบนเดนิม” ที่ง่ายและดูดีคือการผสมผสานระหว่างเสื้อและกางเกง เทคนิกคือเลือกท่อนบนด้วยโทนสีอ่อนเพื่อให้คอนทราสต์กับกางเกงสีเข้มโดดเด่นที่จะช่วยเน้นกระชับช่วงเอวยิ่งขึ้น สร้างความประทับใจอีกนิดด้วยการปลดกระดุมเสื้อสัก 2-3 เม็ด โชว์ไหปลาร้าสวยเปลือยเปล่าก็เข้าทีดีเหมือนกัน เล่นสีที่แตกต่างช่วยสร้างเลเยอร์ให้เดนิมเพื่อความกลมกล่อม การผสานกันของผ้าเดนิมต่างโทนสีจะให้สไตล์ที่แตกต่างได้อย่างลงตัว เสมือนงานตัดเย็บที่นำมาปะติดปะต่อกันได้อย่างมีดีไซน์ และตัวแทนของ “เดนิมบนเดนิม” ที่ง่ายและดูดีคือการผสมผสานระหว่างเสื้อและกางเกง เทคนิกคือเลือกท่อนบนด้วยโทนสีอ่อนเพื่อให้คอนทราสต์กับกางเกงสีเข้มโดดเด่นที่จะช่วยเน้นกระชับช่วงเอวยิ่งขึ้น สร้างความประทับใจอีกนิดด้วยการปลดกระดุมเสื้อสัก 2-3 เม็ด โชว์ไหปลาร้าสวยเปลือยเปล่าก็เข้าทีดีเหมือนกัน เบรคความแข็งของเดนิมด้วยสร้อยคอและเข็มขัดเส้นเล็กเพื่อลุคที่ดูนุ่มละมุน เดนิมบนเดนิมสไตล์ทะมัดทะแมงดุดัน สามารถลดทอนความแข็งลงได้ด้วยการเพิ่มเครื่องประดับสำหรับผู้หญิง และสร้างสมดุลด้วยเสื้อแจ็กเก็ตตัวยาวน้ำหนักเบาสวมทับ ช่วยลดความแข็งและเพิ่มเลเยอร์ให้กับเดนิมทั้งชุดได้อย่างน่าสนใจ หรือจะเปลี่ยนอารมณ์ด้วย เสื้อฮู้ดและคาร์ดิแกน ผสมผสานเข้ากับสร้อยคอและเข็มขัดเส้นเล็ก ก็ดูมีความละมุนละไมให้อารมณ์ของความเป็นผู้หญิงมากขึ้น แม้ "เดนิมบนเดนิม" จะเป็นสัญลักษณ์ของฟีลที่แข็งกระด้างและให้รสชาติแบบสตรีต แต่สไตล์ต่างหากที่จะเป็นตัวบ่งบอกได้ถึงการผสมผสานที่ลงตัว ยิ่งได้จับแมตช์กับไอเทมคู่ใจ ก็ทำให้ “เดนิมบนเดนิม” โดดเด่นได้ไม่ยาก ว่าแต่คุณมีเดนิมในสไตล์ของคุณแล้วหรือยัง? ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก https://www.wwdjapan.com/articles/1210672
Editor
17 June 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

FASHION INSIDER
Tag Along Louis Vuitton on a Virtual Voyage
ตาม Louis Vuitton เที่ยวทิพย์ ออสเตรเลีย บรัสเซลส์ และ เซี่ยงไฮ้

ข่าวดีสำหรับใครที่สะสมหนังสือนำเที่ยวของ Louis Vuitton ปีนี้ซีรีส์ The Travel Book มีน้องใหม่มาเพิ่มอีก 3 เล่ม ให้แฟนๆ รวมทั้งหมดเป็น 25 เล่ม คอนเซ็ปต์ของ 3 เล่มใหม่ยังเหมือนเดิมคือ Louis Vuitton จะเชิญศิลปินที่น่าสนใจจากทั่วโลกมาถ่ายทอดประสบการณ์ท่องเที่ยวผ่านศิลปะตามสไตล์ที่แต่ละคนถนัด งานศิลปะของซีรีส์นี้จึงมีความหลากหลายตั้งแต่ภาพลายเส้น งานระบายสี คอลลาจ ไปจนถึงการ์ตูน ทำให้มันเป็นทั้งบันทึกการเดินทาง และสมุดภาพสเกตช์ไปในตัวบุกธรรมชาติดิบๆ ในชนบทของออสเตรเลียกับ Gabriela Giandelli ดินสอหลากสียี่ห้อ Derwent ที่ได้เป็นของขวัญวันคริสต์มาสในวัยเด็ก กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หนูน้อยจากเมืองมิลานก้าวไปสู่หนทางการเป็นนักวาดการ์ตูน ยังไม่ทันเรียนจบมัธยมภาพการ์ตูนของ Giandelli ก็ได้ลงตีพิมพ์ในแมกกาซีนไปเรียบร้อยแล้ว เธอเคยฝันอยากทำภาพยนตร์การ์ตูนหลังจากเรียนจบด้านศิลปะภาพยนตร์ แต่พอเริ่มทำงานก็พบว่าตัวเองมีความสุขกับการสร้างสรรค์การ์ตูนคนเดียวตามลำพัง มากกว่าต้องทำงานกับคนมากหน้าหลายตา เลยหันมาเขียนการ์ตูนอย่างจริงจัง จนมีผลงานสร้างแจ้งเกิดในยุโรปได้จากการ์ตูนเรื่อง Milo กลางยุค 80 สำหรับผลงานเล่มนี้ Gabriela Giandelli ได้อิทธิพลมาจาก The Songlines งานเขียนอันลือชื่อของ Bruce Chatwin เมื่อปี 1987 ที่ผสมผสานทั้งความเป็นนิยาย สารคดี อัตชีวประวัติตัวเอง และหนังสือนำเที่ยว พูดถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณของชาวอะบอริจินชนเผ่าพื้นเมืองของออสเตรเลีย Giandelli อ่านงานเขียน Chatwin ก่อนออกสำรวจออสเตรเลียเพื่อทำงานชิ้นนี้พอดี เลยทำให้เธอได้สัมผัสมุมมองใหม่ๆ ต่างจากการเดินทางทุกครั้งที่ผ่านมา และถ่ายทอดเรื่องราวและเก็บรายละเอียดต่างๆ มาฝากเราในภาพระบายดินสอสีอย่างที่เห็นท่องซิตี้สเคปตระการตาของบรัสเซลลส์กับ Ever Meulen Meulen มาจากหมู่บ้าน Kuurne ในเมือง Flanders ตอนอายุ 12 ก็ย้ายมาอยู่บรัสเซลส์ ตอนนั้น Meulen ตื่นเต้นกับดีไซน์รถยนต์อเมริกันยุค 50 มาก คลั่งไคล้ถึงขั้นนั่งสเกตช์ภาพรถวิ่งผ่านไปมาตามท้องถนนทั้งวัน เพราะอยากเก็บภาพรถที่ชื่นชอบไว้ในจินตนาการ มันจุดประกายให้ Meulen ขวนขวายเข้าไปเรียนวาดรูปที่ Ecole Supérieure des Arts Saint-Luc Meulen พัฒนาฝีมือจนสามารถฝากผลงานไว้บนปกนิตยสารชื่อดังอย่าง The New Yorker และ Libération มาแล้ว รวมทั้งเคยคว้ารางวัลใหญ่ Henry van de Velde Lifetime Achievement Award มาครองเมื่อปี 2102 อีกด้วย สไตล์ของ Meulen มีความไดนามิก เหมาะกับความโมเดิร์นที่เต็มไปด้วยสีสันของเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษา อย่างบรัสเซลส์เป็นอย่างดี Meulen พาเราเที่ยวชมบรัสเซลส์ครบรส ได้อารมณ์สังคมเมืองควบคู่ไปกับธรรมชาติ ศิลปะในแบบกอธิกกับบาโรก สถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งกับสถาปัตยกรรมที่อุจาดตา มีเอกลักษณ์ของบรัสเซลส์สอดแทรกอยู่ในหนังสือเล่มนี้มากมาย อาทิ  Atomium, Tintin, René Magritte, Grand Place, Palais Stoclet, Vilvoorde Viaduct หรือ Villa Empain และที่ขาดไม่ได้แน่นอนก็คือรถยนต์ที่เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของ Meulen ตลอดมาตั้งแต่ต้นมองเซี่ยงไฮ้มุมใหม่ในโทนพาสเทลกับ Otobong Nkanga Nkanga เกิดที่ไนจีเรียแต่มาโตที่ปารีสตั้งแต่อายุได้ 11 ขวบ ปัจจุบันอยู่ที่แอนต์เวิร์ป หลังจากเรียนจบจาก Ecole Nationale…
Editor
9 June 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

FASHION INSIDER
Earth Polo by Ralph Lauren
Turn Trash into Tees

Earth Polo โดย Ralph Lauren รุ่นใหม่กลับมาอีกครั้งหลังจากเปิดตัวคอลเลคชั่นแรกไปเมื่อปี 2020 หลายคนอาจจะบอกว่า Earth Polo มองแล้วก็ไม่เห็นว่าจะต่างจากเสื้อโปโลที่เราคุ้นตาตรงไหน Power ขออธิบายเล็กน้อยว่า Earth Polo ยังคงซิกเนเจอร์ของแบรนด์ไว้ครบ เสื้อยืดคอโปโล ไซซ์พอดีตัว ไม่ตึงหรือหลวมจนเกินไป เนื้อผ้านุ่มใส่สบาย และคุณภาพยังพรีเมียมเหมือนเดิม แต่ความพิเศษคือ Earth Polo เป็นเสื้อรักษ์โลก 100% ทุกเส้นใยบนเสื้อ เส้นด้ายที่ปักโลโกบนอกเสื้อ แบรนด์แท็กที่ติดคอเสื้อด้านหลัง ไปจนถึงแพ็กเกจจิ้งRalph Lauren แสดงความมุ่งมั่นในการเป็นอีกหนึ่งแรงที่ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมโลก พร้อมกำหนดเป้าหมายเป็นตัวเลขเพื่อให้วัดผลได้อย่างเป็นนามธรรม ตั้งแต่ปี 2019 ทางแบรนด์ประกาศว่าจะนำขวด PET มาใช้ในการผลิตให้ครบ 170 ล้านขวดภายในปี 2025 และจะยุติการสร้างขยะที่ต้องกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบแบบแลนด์ฟิล โดยตั้งเป้าลดขยะให้เป็นศูนย์ภายในปี 2023 โดยทางแบรนด์รับซื้อขวด PET มาจาก First Mile หน่วยงานกิจการเพื่อสังคมที่ทำงานช่วยเหลือชุมชน ซึ่งมีรายได้จากการเก็บขยะรีไซเคิล นำขวดที่ซื้อมาผลิตเส้นใยแบบ Recycled Poly-Fiber แทนการใช้ Virgin Poly-Fiber เสื้อ Earth Polo ผลิตจากขวด PET โดยเฉลี่ยตัวละ 12 ขวด ทำให้ไม่เพียงแค่ลดขยะพลาสติกแต่ยังช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนอีกด้วย นอกจากนี้ Ralph Lauren ยังประกาศจะลดปริมาณน้ำในขั้นตอนการผลิตโดยรวมถึง 20% ภายในปี 2025 ทางแบรนด์ได้ลงทุนในนวัตกรรมย้อมสีผ้าโดยไม่ต้องใช้น้ำ และในคอลเลคชั่นล่าสุดยังคงมีสีโทนสดใสให้เลือกถึง 20 เฉดสีปีนี้ใครที่อยากได้ Earth Polo ที่เบสิกกว่าเดิมซึ่งเบสิกอยู่แล้ว Power ขอแนะนำ Earth Polo โดย Ralph Lauren x Ron Herman ทั้งคู่เป็นอเมริกันแบรนด์ที่มีจุดขายคือคอนเซ็ปต์แบบ SoCal หรือแฟชั่นแบบคาลิฟอร์เนียที่มีความซัมเมอร์ตลอดกาล ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น โดยเฉพาะแบรนด์หลังที่มีสาขาในญี่ปุ่นมากกว่าในบ้านเกิดหลายเท่า สินค้าที่ผลิตขายในญี่ปุ่นจะมีความฮิปมากกว่าที่ผลิตขายในอเมริกา และยังผลิตครอบคลุมไปถึงสินค้าที่เป็นไลฟ์สไตล์อีกด้วย ทั้งสองแบรนด์ออกคอลเลคชั่น Earth Polo ร่วมกันมาแล้วหลายครั้ง คอลเลคชั่นปีนี้เบสิกเป็นพิเศษ เสื้อยืดคอกลมสีขาวไม่มีปก เลือกสีได้เฉพาะด้ายปักโลโกที่อกมีทั้งหมด 6 สี  ที่คอเสื้อด้านหลังมีแบรนด์แท็กทั้งของ Ralph Lauren และ Ron Herman และแน่นอนว่าเป็นคอลแลบที่รักษ์โลก 100% ตามคอนเซ็ปต์ Earth Poloขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก https://www.ralphlauren.com https://www.instagram.com/ronhermanjp
Editor
7 June 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

FASHION INSIDER
Discover the Luxury Metaverse
at Gucci Garden Exhibition on Roblox

ครบรอบ 100 ปี  ของแบรนด์หรูอย่าง Gucci ทั้งที มั่นใจได้เลยว่า มหากาพย์การเฉลิมฉลองจะต้องเป็นอะไรที่ห่างไกลจากคำว่าธรรมดา และหนึ่งในนั้นคือการเนรมิต Gucci Garden ใจกลางกรุงฟลอเรนซ์อันเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์ สำหรับแคมเปญครั้งประวัติศาสตร์ ที่ได้หยิบยกเรื่องราวที่บ่งบอกความเป็น Gucci ภายใต้การนำของ Alessandro Michele ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ รวมทั้งสิ้น 15 คอลเลคชั่น ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในรูปแบบนิทรรศการออนไลน์ที่มีชื่อว่า Gucci Garden Archetypes คอลเลคชั่นที่ถูกเลือกมาล้วนแล้วแต่เป็นที่จดจำของผู้คนจำนวนมาก รวมไปถึงเคยสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคมในหลากหลายมิติ และถึงแม้ว่าผลงานส่วนใหญ่จะไม่สามารถผลิตซ้ำได้ แต่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารให้มาอยู่ในนิทรรศการที่ Alessandro Michele นิยามว่าเป็น “สนามเด็กเล่นของอารมณ์” นี้ ก็ยังคงไว้ซึ่งตัวตน แนวความคิด และจิตวิญญาณของ Gucci ไว้อย่างครบถ้วนนิทรรศการครั้งนี้ถูกจัดให้เข้าชมออนไลน์ในแบบ 360 องศา ผ่านทางเว็บไซต์ของ Gucci โดยเมื่อเข้าไปในจะพบกับส่วนที่เป็น Boutique, Bookstore และ Gucci Osteria ก่อนที่จะได้ดื่มด่ำไปกับผลงานต่างๆ พร้อมด้วยเสียงบรรยาย 5 ภาษาในชั้นถัดๆ ไป เรื่องราวของแบรนด์ที่ถูกถ่ายทอดผ่าน Element ต่างๆ ความเซอร์เรียลที่เปี่ยมไปด้วยสไตล์ในแบบ Gucci ได้ทำหน้าที่ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจิตวิเคราะห์ ที่ทำให้ผู้ชมตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างในชีวิตที่มีอยู่แต่กลับถูกละเลยเสมอมาได้เป็นอย่างดี ภายใต้ความเชื่อของแบรนด์ที่ว่า “ผสานอดีตเข้ากับปัจจุบันเพื่อแสดงอนาคต” Alessandro Michele กล่าวถึงนิทรรศการครั้งนี้ว่า “ผมไม่เชื่อในแฟชั่นที่พูดถึงแต่อนาคต เพราะสำหรับผมแล้วแฟชั่นคือการเล่าถึงช่วงเวลาที่เรากำลังเผชิญผ่าน ซึ่งมันก็คือเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคตนั่นแหละ เรามองเห็นวันข้างหน้าได้จากตอนนี้” การที่ Gucci เลือกที่จะแสดงนิทรรศการในวาระสำคัญของแบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเต็มตัวเช่นนี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งมูฟเมนต์ที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกแฟชั่นได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงความพยายามในการเจาะตลาดกลุ่ม Pre-Teen อย่างต่อเนื่อง ด้วยการพา Gucci Garden Archetypes กระโดดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโลก Metaverse ที่กำลังมาแรงอย่างมากในตอนนี้Metaverse เป็นโลกเสมือนสามมิติบนอินเทอร์เน็ต และ Roblox เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มบน Metaverse ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นเป็น Developer สร้างเกมดีไซน์โลกในแบบของตัวเองขึ้นมา สำหรับเด็กในยุโรปและอเมริกาที่เรียนการเขียนโค้ดมาตั้งแต่ชั้นประถม Metaverse ก็คือสนามเด็กเล่นให้พวกเขามารวมตัวพบปะกันออนไลน์ คล้ายกับก่อนหน้านี้ที่ WordPress ให้เราไปสร้างหน้าเว็บกับแพลตฟอร์มของเขานั่นแหละ สำหรับคนทั่วไปโลกโซเชียลที่เราพบปะกันออนไลน์ส่วนใหญ่หนีไม่พ้น Facebook หรือ Instagram แต่เด็กๆ รุ่นใหม่พวกนี้ใช้ชีวิตอยู่ใน Metaverse เป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่การเจอหน้ากันจริงๆ ยังเป็นไปได้ยากแบบนี้ ในโลกเสมือนของ Roblox ที่มี Active User มากกว่า 37 ล้านคนต่อวัน (จากข้อมูลเดือนพฤศจิกายน 2020) ทำให้ Avatar หรือตัวตนของพวกเขาในโลกเสมือนมีกิจกรรมมากมาย มีห้องหลายล้านห้องบน Metaverse ให้เข้าไปสำรวจ รวมทั้งมีการซื้อขายไอเทมอีกด้วย ปกติ Avatar และ Element ต่างๆ ใน Roblox จะมีรูปทรงเหลี่ยมๆ ให้อารมณ์การ์ตูนๆ แต่ที่อาณาจักร Gucci Garden บน Roblox นับแต่ก้าวแรกที่เข้าไป Avatar จะเปลี่ยนดีไซน์เป็น Humanoid หุ่นยนต์ซึ่งมีลักษณะคล้ายมนุษย์โดยยังไม่ระบุเพศหรือสีสันในตอนแรก เพื่อสะท้อนแนวคิดของ Gucci ที่ว่าคนเราเปรียบได้กับผืนผ้าใบสีขาวที่จะถูกแต่งแต้มด้วยประสบการณ์ที่ได้พบเจอ…
Editor
27 May 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

FASHION INSIDER
Collaborations in Fashion
Alternative avenues for sales

PHOTOGRAPHY: COURTESY OF BRANDS กระแส Collaboration ในวงการแฟชั่นระดับไฮเอนด์มีออกมาอย่างต่อเนื่อง พักหลังแม้แต่แบรนด์ Haute Couture หรือ  Heritage ก็ลงสนามมาเล่นกับตลาดนี้มากขึ้นด้วย แถมส่วนใหญ่ลงมาทดลองร่วมงานกับแบรนด์ที่เล็กกว่าอีกต่างหาก เพราะนอกจากจะช่วยขยายตลาดแล้ว ก็ยังเป็นโอกาสทองสำหรับ Rebranding หรือ PR ทำให้เราได้เห็นแบรนด์ใหญ่จับมือกับแบรนด์เล็กอย่างไม่แคร์เรื่องชนชั้นวรรณะกันเลย วันนี้ POWER เลยลองหยิบคู่ Collaboration ที่น่าสนใจมาฝากกันขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.instagram.com/jlo/ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.instagram.com/haileybieber/Gucci x The North Face   ธันวาคม 2020 อัพดีกรีให้ชีวิตติดธรรมชาติ เอาต์ดอร์ทั้งหรูและชิคขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะขึ้นดอยหรือเดินป่าก็ชิคตลอดทริปด้วยดีไซน์วินเทจติดความเนิร์ด ทำให้แจ็กเก็ตขนเป็ดเป็นไอเทมที่ต้องมีถึงจะไม่ได้ออกทริปไปไหนก็เถอะ แถมมาพร้อมเทรนด์รักษ์โลกแบบ Econyl เอาสมบัติที่โดนโละทิ้งแล้วอย่างพรม เสื้อผ้า ไปจนถึงตาข่ายจับปลา นำมาผลิตเป็นไอเทมชิ้นใหม่ เซเล็บที่เป็นแฟนคอลเลคชั่นนี้ อาทิ Jennifer Lopez, Kendall Jenner และ Jessica Bielขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.instagram.com/kyliejennerขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.instagram.com/skawngur/Dior x Nike   กลางปี 2020 Air Jordan 1s รุ่นนี้ทำออกมาแค่ 8,000 คู่ เพื่อจับกลุ่ม Generation Z ไปจนถึง Millennial ที่ปกติไม่ได้เป็นแฟน Dior สักเท่าไหร่ มาตรฐานราคา Air Jordan จากเดิมคู่ละ USD100-200 แต่คู่นี้ที่ออกกับ Dior ราคากว่า USD2,500 เรียกว่าเป็น Air Jordan รุ่นที่แพงที่สุดว่างั้น ยอดคนลงทะเบียนจองล่วงหน้าปาเข้าไปกว่า 5 ล้านคน ขายแค่ 2-3 นาทีก็เกลี้ยงสต็อก ในตลาดResale คู่นี้ราคาทะลุ USD20,000 ไปแล้ว นี่ขนาดในยุคโควิดที่เงินก็ไม่ได้สะพัดขนาดนั้นนะ เซเล็บที่เป็นแฟนคอลเลคชั่นนี้ อาทิ Kylie Jenner, Travis Scott และ Nam Juhyukขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.instagram.com/ladygaga/ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.instagram.com/madonna/Louis Vuitton x Supreme   ปี 2017 คู่นี้เป็นแบรนด์ที่มาจากคนละขั้ว แบรนด์หนึ่งเป็นสตรีตแวร์ครองใจสายฮิปจากอเมริกา อีกแบรนด์ก็เป็นแฟชั่นเฮ้าส์ที่สุดของความหรูและราคาที่ต้องเอื้อมกันสุดแขนจากฝรั่งเศส คู่นี้มาเจอกันได้เพราะ Kim Jones ดีไซเนอร์ Menswear ของ LV เป็นแฟนสายสตรีตตัวกลั่น อยากปล่อยของแนวนี้แต่กลัวดูเฟค เลยต้องจับคู่กับ Supreme เพื่อเพิ่มมนตร์ขลังสไตล์สตรีตให้ไอเทมของ LV ผลคือทั้งสองแบรนด์ได้เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่กันไปเนียนๆ โดยเฉพาะ LV ที่ทำยอดเพิ่มขึ้นมาถึง 21% ในปีนั้น ส่วน Supreme ก็ได้มีโอกาสทดลองออกผลงานจับตลาดกลุ่มบนสุดร่วมกับแบรนด์ระดับ LV เซเล็บที่เป็นแฟนคอลเลคชั่นนี้ อาทิ Lady Gaga, Madonna, Justin Bieber และ Beyoncéขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.vogue.co.uk/gallery/versace-for-hm-partyVersace x H&M…
Editor
18 May 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

FASHION INSIDER
Show-Stopping Jewellery

เพราะเครื่องประดับคือหนึ่งในสีสันของชีวิต Power จึงไม่พลาดที่จะคว้า 9 เทรนด์อันโดดเด่นที่สุด ของคอลเลคชั่นรันเวย์ Spring / Summer 2021 มาฝากกัน Heavy Hardware เห็นได้ชัดว่าเครื่องประดับนี้ไม่ใช่เทรนด์ใหม่ ด้วยสายโซ่ขนาดใหญ่ที่เคยครองรันเวย์ Fall / Winter 2020  หรือห่วงขนาดใหญ่เป็นพิเศษจากฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว แต่สำหรับฤดูใบไม้ผลิในปี 2021 นี้  จะเห็นว่าทั้งโซ่และห่วงพัฒนาไปไกลกว่าเดิมมาก เรียกว่าเข้าสู่อาณาจักรแห่งแฟชั่นได้อย่างจัดเจน ตั้งแต่ Victoria Beckham ไปจนถึง Hérmes แต่ละรันเวย์ล้วนเต็มไปด้วยเครื่องประดับโลหะหนัก ที่ชวนให้อดคิดไม่ได้ว่าปีหน้าชิ้นอาจจะใหญ่ขึ้นได้อีก ถ้าติ่งหูของคุณรับไหวนะ Pearl Party หากความคาดหวังของคุณอยู่ที่ ‘ยิ่งมากยิ่งมีความสุข’ ในขณะที่กระดูกต้นคอ อาจรับน้ำหนักพวกเครื่องประดับที่มีน้ำหนักมากเกินไปไม่ไหว  ‘ไข่มุก’ เครื่องประดับล้ำค่าที่ชวนให้นึกถึงยุคเก่า กลับเป็นอีกหนึ่งในเทรนด์เครื่องประดับที่อยู่เหนือกาลเวลาเสมอ ตอกย้ำความจริงในข้อนี้ด้วยการฟื้นคืนชีพของไข่มุกมาตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว  ส่วนความน่าสนใจของไข่มุกสำหรับเทรนด์ในปีนี้อยู่ที่การเล่นเลเยอร์ให้กับสร้อยมุก ความแปลกใหม่ และแตกต่างจากที่เห็นบนรันเวย์ ทำให้เข้าถึงได้มากขึ้น และพร้อมจะทำให้ Spring / Summer 2021 ของคุณเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าจดจำPearl Party หากความคาดหวังของคุณอยู่ที่ ‘ยิ่งมากยิ่งมีความสุข’ ในขณะที่กระดูกต้นคอ อาจรับน้ำหนักพวกเครื่องประดับที่มีน้ำหนักมากเกินไปไม่ไหว  ‘ไข่มุก’ เครื่องประดับล้ำค่าที่ชวนให้นึกถึงยุคเก่า กลับเป็นอีกหนึ่งในเทรนด์เครื่องประดับที่อยู่เหนือกาลเวลาเสมอ ตอกย้ำความจริงในข้อนี้ด้วยการฟื้นคืนชีพของไข่มุกมาตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว  ส่วนความน่าสนใจของไข่มุกสำหรับเทรนด์ในปีนี้อยู่ที่การเล่นเลเยอร์ให้กับสร้อยมุก ความแปลกใหม่ และแตกต่างจากที่เห็นบนรันเวย์ ทำให้เข้าถึงได้มากขึ้น และพร้อมจะทำให้ Spring / Summer 2021 ของคุณเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าจดจำSingles Bar ยืนยันกันให้ชัดๆ ตรงนี้ว่าเทรนด์เครื่องประดับที่จะไม่มีวันหลับใหลในปี 2021 ก็คือ ต่างหูเดี่ยว ซึ่งอันนี้เป็นเทรนด์ที่น่าสนใจมาสักระยะหนึ่งแล้ว  และด้วยความใหม่ที่มาจากแบรนด์  Fendi, Alberta Ferretti, N21 และอื่น ๆ อีกมากมาย บอกได้เลยว่านี่คือแนวโน้มความน่าจะเป็นที่สมควรได้รับโอกาสครั้งที่สอง   The Bangles are Back ความน่าตื่นเต้นของคอลเลคชั่นกำไลของนักออกแบบ สำหรับ Spring / Summer 2021 ก็คือความละเอียดอ่อนที่มีอยู่ในทุกการดีไซน์ที่ทำราวกับว่าหลุดมาจากความคิดของเราอย่างไรอย่างนั้นเลย และเพราะการทุ่มเทและใส่ใจในหลายๆ แบรนด์ ที่พยายามจะทำให้กำไลเฉิดฉายได้อย่างมีเอกลักษณ์และโดดเด่น จึงเป็นการชี้ชัดแล้วว่าแอกเซสซอรีของปีนี้จะมองข้ามกำไลไปไม่ได้แล้ว The Bangles are Back ความน่าตื่นเต้นของคอลเลคชั่นกำไลของนักออกแบบ สำหรับ Spring / Summer 2021 ก็คือความละเอียดอ่อนที่มีอยู่ในทุกการดีไซน์ที่ทำราวกับว่าหลุดมาจากความคิดของเราอย่างไรอย่างนั้นเลย และเพราะการทุ่มเทและใส่ใจในหลายๆ แบรนด์ ที่พยายามจะทำให้กำไลเฉิดฉายได้อย่างมีเอกลักษณ์และโดดเด่น จึงเป็นการชี้ชัดแล้วว่าแอกเซสซอรีของปีนี้จะมองข้ามกำไลไปไม่ได้แล้ว Ball & Chain เรายังคงไม่อาจหลีกหนีเทรนด์บางอย่างไปได้ในปีนี้ เป็นต้นว่า โซ่เงินที่ครองพื้นที่แฟชั่นมาแล้วหลายฤดูกาล จึงไม่น่าแปลกใจที่เทรนด์เครื่องประดับของ Spring / Summer 2021 จะมีการเชื่อมโยงเทรนด์ปีก่อนเข้ากับชิ้นทรงกลมซึ่งเป็นเทรนด์ของปีนี้ได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งเราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป ตั้งแต่คอลเลคชั่นของ Sportmax ไปจนถึง Robdejer กับแอกเซสซอรีอย่าง สร้อยข้อมือ กำไล จี้ ต่างหูและอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เป็นเทรนด์ที่ผูกติดกับฤดูใบไม้ผลิได้ง่ายเข้าไปอีกDouble Duty ฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่า ‘กระเป๋าถือ’ เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงมาก  แล้วเกี่ยวอะไรกับเทรนด์เครื่องประดับที่โดดเด่นของฤดูใบไม้ผลิปีนี้กันล่ะ!  ต้องเกี่ยวแน่นอนเพราะนี่คือการรวบตึงสิ่งที่ดีที่สุดของทั้งสองโลกเข้าไว้ด้วยกันบนรันเวย์ คอนเฟิร์มได้เลยว่ากระเป๋าที่มาพร้อมสายสร้อยห้อยคอนั้นคือความโดดเด่นที่แท้จริงของซีซั่นนี้…
Editor
17 May 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

FASHION INSIDER
Stay Dry and Stylish

APRIL SHOWERS BRING MAY FLOWERS นอกจากช่วงเวลาที่ฝนฟ้าคะนองกระจายเช่นนี้จะทำให้การลุกขึ้นจากที่นอนกลายเป็นเรื่องยากกว่าเดิมแล้ว ยังทำให้แรงบันดาลใจในการแต่งตัวเก๋ๆ ออกไปข้างนอกหดหายไปอีกด้วย เพราะเชื่อเหลือเกินว่าหลายคนยังคงมีภาพจำของวันที่ตัวเองต้องเปียกมะล่อกมะแล่กในชุดที่ไม่พร้อมเปียกเอาเสียเลย ในขณะที่ถุงเท้าและรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่โปรดก็กำลังดูดซับน้ำกันอย่างขะมักเขม้น แต่เชื่อหรือไม่ว่า จริงๆ แล้วแม้ในวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ คุณก็ยังสามารถสวมใส่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ทั้งดูดี ดูเฟียร์ซ พร้อมพกพาความมั่นใจออกไปเผชิญโลกภายนอกโดยไม่หวั่นแม้วันเมฆมากอย่างนี้ได้ เพียงแค่มีไอเทมที่ถูกต้องสำหรับฤดูฝนไม่กี่อย่าง ที่แน่ๆ มันจะต้องเป็นอะไรที่ช่วยให้คุณเปียกน้อยที่สุด โดยเฉพาะในจุดที่พร้อมจะทำลายทุกลุคของคุณไปจนหมดสิ้นอย่าง “ทรงผม” และ “รองเท้า”BOOTS & HOODIE เราสามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ไอเทมหลักของฤดูฝนอย่างรองเท้าบูตและเสื้อคลุมกันฝนแบบต่างๆ ให้ตอบโจทย์ทั้งความคล่องตัวไม่กลัวน้ำ ไปพร้อมๆ กับความมีสไตล์ได้อย่างหลากหลาย และสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงก็คือ ปกติคนเรามักจะเลือกเสื้อตัวนอกทีหลัง แต่สำหรับฤดูฝนอาจจะต้องคิดในมุมกลับ ว่าจะหยิบจับอะไรมาเข้ากับเสื้อหรือรองเท้ากันฝนที่เตรียมไว้ดี เริ่มต้นอย่างเรียบง่ายด้วยเสื้อคลุมกันฝนแบบคลาสสิก แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องคลาสสิกถึงขนาดเป็นสีเหลืองก็ได้ อาจจะจับมาเข้าคู่กับเวลลิงตันบูตหรือรองเท้ากันน้ำแบบอื่นๆ ถ้าไม่ใส่บูต กางเกงควรจะเป็นขาเต่อ ส่วนเสื้อสามารถใส่เป็นเสื้อยืดเรียบๆ หรือเสื้อคอกลมแขนยาวได้เลย หรือถ้าอยากจะเพิ่มความเป็นแฟชั่นขึ้นไปอีกนิด รองเท้าบูตมีส้นช่วยคุณได้ แน่นอนว่าเสื้อคลุมกันฝนยังอยู่ คราวนี้ไปดูที่กางเกงกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นสแล็กเอวสูง พลีต สีกากีคลาสสิกใดๆ ก็ตามแต่ แนะนำให้จับคู่กางเกงทรงหลวมกับเสื้อเชิ้ตพอดีตัว หรือไม่ก็กางเกงพอดีตัวกับเสื้อเชิ้ตทรงหลวม จริงอยู่ที่กระโปรงอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ สำหรับฤดูฝน แต่ถ้าวันไหนฝนตกแค่ปรอยๆ ละก็ โอกาสของความน่ารักได้มาถึงแล้ว ลองสวมเสื้อทับในหรือเสื้อครอปคู่กับกระโปรงที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นกระโปรงยาว กระโปรงสั้น กระโปรงพลีต หรือกระโปรงสอบ เสริมความโดดเด่นให้กับข้อเท้าเปลือยเปล่าด้วยเชลซีบูตที่สามารถเข้าได้กับเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ จากนั้นหาเทรนช์โคตเก๋ๆ ที่กันละอองน้ำได้สักตัว ไม่เช่นนั้นก็พกร่มไปเลย อย่าลืมว่าร่มสวยๆ สักคันไม่ว่าจะกางหรือไม่ ก็ช่วยเสริมลุคให้คุณได้เสมอRAINY DAY ROLE PLAY ข้อดีอีกอย่างของเสื้อผ้าหน้าฝนก็คือ มันไม่ใช่ชุดที่ปกติจะได้ใส่บ่อยๆ นี่จึงเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้ลองแต่งตัวในแบบที่แตกต่างไปจากเดิมบ้าง และหนึ่งในลุคที่เรียบง่ายที่สุด สบายที่สุด และยืดหยุ่นมากที่สุด ก็คือลุคนักกีฬา กางเกงอาจจะเป็นกางเกงรันนิ่ง โยคะ หรือเลกกิ้งแบบต่างๆ เข้าคู่กับเสื้อกันหนาวสปอร์ตแวร์แขนยาวโอเวอร์ไซซ์หรือไม่ก็แจ็กเก็ตกันฝน อย่าลืมรองเท้าผ้าใบกันน้ำสักคู่เป็นอันเสร็จพิธี ว่ากันว่าในช่วงชีวิตหนึ่งไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ ทุกคนจะมีชุดหนังสีดำแบบในเรื่อง THE MATRIX อย่างน้อย 1 ชุด ซึ่งช่วงเวลาหน้าฝนนี้เอง ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้โลดแล่นอยู่ในภาพยนตร์แอ็กชั่นที่ตัวเองเป็นนักแสดงนำ ด้วยการสวม เดรสหนังครึ่งท่อน ในขณะที่ขาช่วงล่างจะเปลือยอย่างมั่นใจ หรือสวมบูตสูงเหนือเข่าไปเลยก็ได้ ปิดท้ายด้วยการโคจรมาพบกันของเดรสสั้นและปอนโช แน่นอนว่าเดรสยาวคลุมข้อเท้าถึงจะให้ความอบอุ่นแต่ก็เปียกฝนได้ง่าย แนะนำเป็นเดรสสั้นแบบต่างๆ ทั้งค็อกเทลเดรส สเก็ตเตอร์เดรส ชิฟต์เดรส รวมไปถึงเดรสเหนือเข่าทั้งหลาย แล้วสวมถุงน่อง ถ้าเดรสเล่นสีหรือลายไปแล้วก็ให้สวมถุงน่องเรียบๆ ส่วนเสื้อคลุมกันฝนปอนโชจะให้ความรู้สึกชนเผ่านิดๆ ยิปซีหน่อยๆ เลือกความยาวที่พอดีกับเดรส ทำให้แม้จะดูกรุยกรายหลายเลเยอร์แต่ก็ยังคงความคล่องตัวสูงเหมาะกับดินฟ้าอากาศเช่นนี้ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก https://models.com/ https://www.gucci.com/ https://www.prada.com/ https://www.versace.com/
Editor
10 May 2021
Fashion InsiderFlash

FASHION INSIDER
When Eco-Friendly is the New Luxury

PHOTOGRAPHY: COURTESY OF BRANDS นอกจากความ “ลักซ์ชัวรี่” จะทำให้แบรนด์แฟชั่นคำนึงถึงคุณภาพ การออกแบบ และความโดดเด่นอันเป็นลักษณะเฉพาะแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือ พวกเขาไม่ได้ขายเพียงสินค้า แต่ขายตัวตนและจุดยืน ที่ทำให้ใครต่อใครอยากที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอุดมการณ์นั้นๆStella McCartney ไอเดียเรื่องความยั่งยืนและรักษ์โลกไม่ใช่สิ่งใหม่อีกต่อไปในวงการแฟชั่น นับตั้งแต่ที่ Stella McCartney ประกาศกร้าวว่าแบรนด์ของตนเองจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเมื่อ 20 ปีก่อน แน่นอนว่าการที่ Stella รับประทานมังสวิรัติและเติบโตมาในฟาร์มออร์แกนิก ล้วนมีส่วนทำให้เธอปลุกปั้นแบรนด์หรูที่ดำเนินการควบคู่กับนโยบายที่เน้นความยั่งยืนได้สำเร็จ ทุกวันนี้ชื่อของเธอจึงไม่ได้เป็นที่รู้จักในฐานะลูกสาวของหนึ่งในสมาชิกวง The Beatles เพียงเท่านั้น แต่ Stella McCartney กลายเป็นคำที่สื่อถึงแบรนด์แฟชั่นที่เอาจริงเอาจังเรื่องสิ่งแวดล้อมไปแล้ว สำหรับคอลเลคชั่นล่าสุดอย่าง Winter 2021 ได้เผยให้เห็นถึงความต้องการในการแต่งตัวออกไปข้างนอก โดยได้รับแรงบันดาลใจและต่อยอดมาจากตัวอักษร D (Desire) จาก A to Z Manifesto: Spring 2021 คอลเลคชั่นก่อนหน้าของแบรนด์นั่นเอง ซึ่งนอกจากการคงคอนเซ็ปต์ไม่ใช้หนังแท้ในผลิตภัณฑ์ของตัวเองแล้ว มาคราวนี้ยังเลือกใช้วัสดุที่ 77% เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย แม้ว่ายังมีข้อถกเถียงในเรื่องพื้นฐานอย่างคุณภาพของหนังเทียมที่ด้อยกว่าหนังแท้ในหลายๆ มิติ แต่ Stella McCartney ก็ไม่หยุดพัฒนาการผลิตให้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการใช้ Alter-nappa วัสดุที่ใช้แทนหนังแท้เคลือบด้วยไขมันจากพืช ในขณะที่ไนลอนที่ใช้เวลานานในการย่อยสลายก็ถูกทดแทนด้วย Econyl® ที่ทำมาจากพลาสติกเหลือใช้ นำไปทอเป็นผ้าที่มีคุณสมบัติทัดเทียมกับไนลอนบริสุทธิ์ กระทั่งหน้าร้านในอังกฤษก็ใช้ไม้ที่ถูกควบคุมดูแลอย่างยั่งยืน หลอดไฟเป็นหลอด LED ที่ประหยัดพลังงาน แม้แต่ไฟฟ้าก็มาจากกังหันลม อย่างไรก็ตามแบรนด์อายุน้อยอย่าง Stella McCartney ยังคงมุ่งมั่นทุ่มเทสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ ทีมงานทุกคนรู้ดีว่าพวกเขาจะต้องตั้งมาตรฐานในเรื่องนี้ให้สูงเข้าไว้ ไม่แน่ว่าต่อไปในอนาคต มุมมองที่มีต่อแฟชั่นหรูอาจจะเปลี่ยนไปในแบบที่เราคาดไม่ถึงมาก่อน อย่างที่ครั้งหนึ่ง Stella เคยกล่าวไว้ว่า “วงการแฟชั่นกำลังค่อยๆ ถอยห่างจากการฆาตกรรม”Gucci ด้วยความเชื่อที่ว่า “ความยั่งยืนในทุกๆ มิติ คือการเคารพในสิ่งแวดล้อมพอๆ กับการเคารพผู้คนที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้” ทำให้ Gucci เปิดตัวคอลเลคชั่น Gucci Off The Grid ขึ้นมาในปี 2020 เพื่อเปิดทางไปสู่อิสรภาพอันยิ่งใหญ่ นั่นคือ อิสรภาพในการไล่ตามความฝันด้วยความใคร่รู้อย่างสนุกสนาน Alessandro Michele ครีเอทีฟไดเรกเตอร์แห่งแฟชั่นเฮาส์สัญชาติอิตาเลียนนี้ เลือกใช้วัสดุออร์แกนิกรีไซเคิล วัสดุชีวภาพ รวมไปถึง Econyl® ในการผลิตกระเป๋า รองเท้า แอคเซสซอรี และเสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ ในคอลเลคชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนี้ โดยแรงบันดาลใจสำคัญอย่างหนึ่งเกิดจากการทำงานกันเป็นทีมของกลุ่มคนที่กำลังพยายามสร้างสิ่งใหม่ร่วมกัน จึงนำไปสู่แคมเปญพิเศษที่นำเอาเซเลบริตี้อย่าง Jane Fonda, Lil Nas X, David Mayer de Rothschild, King Princess และ Miyavi มาทำอะไรๆ สนุกร่วมกันในบ้านต้นไม้ใจกลางมหานครลอสแอนเจลิส ความแตกต่างทั้งอายุ สีผิว และเชื้อชาติของแต่ละคน สื่อได้ถึงความหลากหลายของผู้คนบนโลก เพราะบางทีอาจเป็นเพราะว่าเราตัวเล็กเกินกว่าจะเห็นโลกและความเป็นไปของมัน และบ้านต้นไม้ใจกลางเมืองนี้เองที่มีส่วนช่วยทำให้ตระหนักถึงการมีอยู่ของโลกใบนี้รวมไปถึงผู้คนที่ได้อาศัยอยู่ที่นั่น โดยภาพจากแคมเปญนี้ยังได้ถูกเนรมิตไปเป็นสตรีตอาร์ตบน Gucci Art Wall ตามเมืองใหญ่อย่างมิลาน ลอนดอน เซี่ยงไฮ้ นิวยอร์ก และฮ่องกง อีกด้วย นอกจากนั้น Gucci Off The Grid ยังได้ต่อยอดไปสู่แคมเปญ…
Editor
20 April 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

Fashion Insider: Margaret Zhang
กับการสร้างตำนานบทใหม่ให้ Vogue China

วันนี้ไม่รู้จัก Margaret Zhang ไม่ได้แล้ว เพราะชื่อของสาวออสซี่เชื้อสายจีนคนนี้ เป็นข่าวสะพัดไปทั้งวงการแฟชั่นทันที หลังจากที่ Vogue China ประกาศว่าเธอคือผู้ที่จะมารับตำแหน่ง Editor-in-Chief คนใหม่ ซึ่งด้วยวัยเพียง 27 ปี ทำให้เธอกลายเป็นบก. ที่อายุน้อยที่สุดของ Vogue และนิตยสารอื่นๆ ในเครือ Condé Nast ทั้งหมด และที่สำคัญเธอยังไม่เคยรับหน้าที่เป็นบก. ให้นิตยสารฉบับไหนมาก่อนอีกด้วย อะไรคือความพิเศษที่ทำให้แฟชั่นไบเบิลอย่าง Vogue คว้าตัวเธอมาร่วมงานในครั้งนี้ Power จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Margaret Zhang ให้มากขึ้นกว่าเดิมMargaret Zhang เกิดและโตในซิดนีย์ หลังจากที่พ่อแม่ของเธออพยพมาตั้งรกรากอยู่ที่ออสเตรเลียตั้งแต่ปี 1992 เธอมีความสนใจที่หลากหลายมาก ทั้งแฟชั่น งานเขียน งานถ่ายภาพ กำกับ ครีเอทีฟ รวมไปถึงทักษะอย่างเปียโนและบัลเลต์ ตอนอายุ 16 ปี เธอสร้างบล็อกส่วนตัวชื่อ Shine By Three ขึ้น โดยตั้งใจให้มันเป็นเหมือนกับไดอารี่ที่ใช้ภาพในการสื่อสาร ปรากฏว่ามันได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม การคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของความเป็นจีนแล้ว ก็ต้องยอมรับว่ารสนิยมของเธอนั้นไม่ธรรมดาแถมยังอยู่ถูกที่ถูกเวลาอย่างที่สุด เพราะหลังจากนั้นไม่กี่ปีเธอได้มีโอกาสร่วมงานกับแบรนด์อย่าง Swarovski, Net-A-Porter, Nike, L’Oréal Paris ทั้งในฐานะสไตลิสต์ ช่างภาพ และนางแบบ Margaret Zhang เป็นที่รู้จักมากขึ้นอีก หลังจากเธอก้าวเข้าสู่บทบาทของการเป็นที่ปรึกษาให้กับแบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการเจาะตลาดในจีน ความเชี่ยวชาญเรื่องการเชื่อมวัฒนธรรมของโลกตะวันตกกับจีนไว้เข้าด้วยกัน ทำให้เธอกลายเป็น Digital Influencer ที่น่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง จนกระทั่งในปี 2016 Vogue China ภายใต้การนำของ Angelica Cheung ที่ได้เปิดตัว Vogue Me เพื่อตีตลาดผู้อ่านเจนมิลเลนเนียล ได้ดึงเธอมาร่วมงานในส่วนของ Digital Cover ซึ่งเธอก็เป็นทั้งโปรดิวเซอร์และนางแบบเองด้วยการมาถึงของ Vogue Me ในตอนนั้น เหมือนเป็นสัญญาณที่บอกว่าวงการสิ่งพิมพ์กำลังถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญก็ว่าได้ เพราะถึงแม้ว่า Vogue China จะมียอดพิมพ์สูงกว่า Vogue US หลายแสนเล่มต่อเดือน แต่นั่นก็ไม่ได้การันตีความมั่นคงในอนาคตที่กำลังจะมาถึงได้เลย สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ Angelica Cheung ที่เตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอเคยบอกว่าผู้อ่านเจนมิลเลนเนียลนี่แหละที่เป็นลูกค้าที่แท้จริงของเธอ สายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงพัดเอื่อยเรื่อยมาอย่างไม่ทันรู้ตัว ในปี 2020 หลังจากการเปลี่ยนบก. ของนิตยสารรายใหญ่ในจีนอย่าง Harper’s Bazaar, Modern Weekly และ Elle China ในเดือนธันวาคม Angelica Cheung ก็ประกาศลาออกจาก Vogue China หลังจากที่ฉบับครบรอบ 15 ปี เสร็จสมบูรณ์ เธอพร้อมจะไปหาความท้าทายใหม่ๆ ของชีวิตแล้ว ทำให้งานที่เคยเป็นของเธอ งานที่ทุกคนต่างก็มองว่าสุดหินนั้น ต้องการใครสักคนมาสานต่อ ใครสักคนที่เติบโตมากับยุคดิจิทัล เชี่ยวชาญเรื่องโซเชียลมีเดีย มีประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย พร้อมที่จะทำให้ประเทศจีนตลาดของสินค้าทุก แบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกยิ่งใหญ่และเป็นที่ยอมรับมากขึ้น รวมไปถึงเทสต์และไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวที่ไม่ธรรมดา เมื่อมาถึงขั้นนี้ เชื่อว่าชื่อ Margaret Zhang น่าจะโดดเด่นขึ้นมาแทบจะในทันที Anna Wintour บรรณาธิการบริหารของ Vogue…
Editor
1 March 2021
Fashion InsiderFlashHighlight

Fashion Insider: Sartorial Guide 2021

PHOTOGRAPHY: COURTESY OF BRANDS แม้ว่าปี 2021 จะเป็นปีที่เงียบสงบสำหรับโลกแฟชั่น แต่ก็ยังไม่ถึงกับเงียบเหงาเกินไปนัก เพราะ SS21 Fashion Weeks ที่เพิ่งผ่านไปนั้น ยังคงเปิดตัวการออกแบบได้อย่างโดดเด่นและมีสไตล์อย่างจริงจังเช่นเคย เรียกได้ว่าสุดโฉบเฉี่ยวครองใจเหล่าแฟชั่นนิสต้ากันไปเลย1. Oversized Shoulderpad Boyfriend Jackets เท่ได้อย่างมีสไตล์ด้วยเสื้อเบลเซอร์ขนาดโอเวอร์ไซซ์  ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากยุค 80 โดดเด่นด้วยแผ่นรองไหล่ขนาดใหญ่ ที่พร้อมจะให้ลุคเก๋ไก๋ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะจับแมตช์กับกางเกงขายาวทรงตรง หรือกางเกงหนังขาสั้นล้ำสมัย ก็พร้อมจะให้ลุคบอยที่เต็มไปด้วยเสน่ห์น่าค้นหา หรือหากเพิ่มความมีสไตล์ด้วยสายคาดเอวที่เข้าชุด จะช่วยคอมพลีตลุคสาวทรงเสน่ห์และให้ช่วงขาที่เรียวยาวขึ้น  สีที่เหมาะกับเทรนด์นี้ ได้แก่ สีฟ้าหม่น สีผงถ่าน หรือสีแนวเอิร์ธโทนอย่าง น้ำตาล เบจ นู้ด เขียว น้ำเงิน ก็สามารถ เรียกได้ว่าโทนสีธรรมชาติ เอาอยู่ทุกลุค2. Black Face Masks แฟชั่นมาสก์ยังคงไม่อาจโยนทิ้ง เพราะเรายังต้องได้รับการปกป้องไปตลอดทั้งปีนี้! และมาสก์ผ้าสีดำคือคำตอบของทุกลุค   ด้วยสามารถเข้าได้กับเสื้อผ้าเกือบทุกชุดที่คุณสวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นเทรนช์โค้ทสีแดงไปจนถึงสูทปิดสีดำก็ดูดีมีสไตล์ ในขณะเดียวกันความงามที่อยู่เบื้องหลังการปกปิดใบหน้านี้ยังคงต้องพร้อมที่จะโดดเด่น การเล่นกับเมกอัพหรือจัดแต่งทรงผม ยังคงเป็นอะไรที่ไม่จำกัด ขอเพียงคุณต้องไม่ลืมมาสก์สีดำคู่ใจเพื่อความปลอดภัย ก็ได้ใจทุกคนแล้ว3. Head Scarfs เทรนด์แฟชั่นสุดคลาสสิกจากยุค 50-60 กำลังกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ จะอะไรเสียอีกเล่า ถ้าไม่ใช่สุดยอดไอเท็มอย่าง ผ้าพันคอหรือผ้าคลุมศีรษะ ที่จะมาช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับชุดของคุณยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยปกป้องเส้นผมของคุณจากมลภาวะที่พบเจอในแต่ละวันได้อีกด้วย เพื่อให้ได้ลุคที่กำลังพอดีแบบไม่หักโหมจนเกินงาม แนะนำให้เลือกการออกแบบที่ดูซอฟต์ นุ่มนวล เรียบง่าย แต่ยังคงไว้ซึ่งความโดดเด่น ไม่กลืนหายไปกับสายลมและแสงแดด หลังจัดแต่งทรงผมเพียงคาดผ้าเสริมเข้าไป จะผูกปลายผ้าไว้ด้านหลัง หรือพันปลายผ้าไว้ใต้คางหลวมๆ ก็เก๋ไก๋ได้ทุกลุค4. Sorbet Pastel Tones พาสเทลโทนยังคงครองใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าในปีนี้ ด้วยความเป็นซอร์เบทนั้นเข้ากันได้ดีกับฤดูร้อนและโทนสีผิวที่หลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็นชุดหมีสีเขียวมิ้นต์เย็นๆ หรือเสื้อเทรนช์โค้ทตัวใหญ่สีลาเวนเดอร์นุ่มๆ จะแต่งคุมโทนตลอดทั้งชุดก็น่ารักละมุนละไม หรือจะใส่ทั้งสองสีไปเลยก็เก๋ไม่เบา แนะนำให้ใส่แบบแยกส่วนในการสวมใส่ และเบรกด้วยโทนสีอ่อนอย่างสีเนย จะช่วยยกระดับความสวยงามโดยรวมของคุณ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสไตล์ที่เก๋ไก๋ที่สุดสำหรับฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย5. Yellow Bags เพราะนี่คือสีแพนโทนสุดฮอตของปีนี้ รับรองได้เลยว่าคุณจะได้เห็นกระเป๋าสีเหลืองเข้าครอบครองรันเวย์และท้องถนน ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้เข้าเทรนด์อันตื่นตะลึง เพียงคุณเลือกคลัทช์สีเหลืองขนาดเล็กเพิ่มสีสันให้กับเครื่องแต่งกาย หรือหากระเป๋าสีมัสตาร์ดสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันสักใบที่เหมาะกับรสนิยมของคุณ ไม่ว่าจะจับคู่กับเสื้อผ้าโทนเดียวกัน หรือจับแมตช์กับเฉดสีสดใสอื่นๆ ก็ล้วนน่ามอง6. Folk Inspired Coats เก๋ไก๋และแปลกตาด้วยเสื้อโค้ทลายปักที่เต็มไปด้วยความประณีตบรรจง ให้อารมณ์งานทำมือสุดยูนีค แรงบันดาลใจจากท้องถิ่น  ผ้าทอที่สลับซับซ้อนบนเสื้อตัวนอกนั้นมักจะเข้ากันได้ดีกับชุดสีดำหรือสีน้ำตาลแบบโมโนโครม หรือหากจะเลือกเป็นชุดสีโทนสดใสก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เทรนด์นี้ทั้งง่ายและดูดี ไม่ว่าจะทรงไหน ไซซ์อะไร ก็เข้ากับสไตล์ได้อย่างเหมาะเจาะ7. White Knee High Boots อีกหนึ่งไอเท็มสุดฮอตของยุค 60 อย่างรองเท้าบูทสูงระดับเข่าสีขาว ที่ได้แรงบันดาลใจจากนักเต้นอะโกโกคลาสสิกในสมัยนั้น ยังคงได้รับความนิยมอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ด้วยภาพที่สื่อถึงความเซ็กซี่ เพียงใส่คู่กับมินิเดรส กระโปรงผ้าพริ้วที่มีลวดลาย หรือเลกกิ้งเก๋ๆ ก็ทำให้ซีซั่นนี้ลุกเป็นไฟได้ไม่ยาก8. Yellow and Camel Color Styling สีเหลืองและสีคาเมลยังคงร้อนแรงไม่ใช่เล่น อีกหนึ่งเทรนด์จากยุค 70 ที่ได้รับการปรับโฉมอย่างจริงจัง ด้วยการผสมผสานและจับคู่เฉดสีเหล่านี้ ช่วยเพิ่มมิติให้กับเสื้อผ้าที่คุณสวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อสูทสีน้ำตาลอ่อนหรือเสื้อโค้ทคอเต่าสีมัสตาร์ด สำหรับเดือนที่อากาศเย็นสบาย หรือเสื้อยืดสีแทนกับกางเกงขาบานสีคาเมล ก็ให้ลุคเรียบหรูนี้กลายเป็นลุคที่ร้อนแรงที่สุดในฤดูกาล9. Pop Blue Accessories ทำไมต้องกลมกลืนในเมื่อคุณเกิดมาเพื่อจะโดดเด่น เพิ่มเฉดสีป๊อปบลูให้กับชุดโมโนโครมของคุณซะ ไล่ตั้งแต่กระเป๋าถือสีน้ำเงินไข่เป็ดจาก Dior ไปจนถึงหมวกทรงถัง Marine…
Editor
24 February 2021