BeautyBeauty 133Beauty InsiderFeatureHighlightNumber 133

Beauty Insider:
Effects of Air Pollution

By 26 May 2020 No Comments

FASHION EDITOR
SANSHAI
JIRAT SUBPISANKUL

PHOTOGRAPHER
KORNKRIT JIANPINIDNAN

STORY
PILAN SRIVEERAKUL

สวยทะลุมาสก์ บำรุงผิวให้สวยใส สู้มลภาวะ PM2.5

จากการสอบถามแพทย์ผิวหนังและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงามหลายๆ ท่าน พอสรุปออกมาได้ดังนี้ว่า ฝุ่น PM2.5 ส่งผลเสียต่อผิวเราอย่างไรบ้าง 

• ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระทำลายเซลล์ผิวหนังชั้นบน ทำให้ผิวของเราร่วงโรย ขาดความชุ่มชื่น
• ลงไปทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่ชั้นผิวบริเวณที่มีการสร้างเม็ดสีผิว ไปกระตุ้นการทำงานของเมลาโนไซต์ ทำให้ผิวของเราดูหมองคล้ำ ขาดความสดใส และอาจทำให้ฝ้าหรือกระมีสีเข้มขึ้น
• นอกจากนั้นปฏิกิริยาออกซิเดชั่นยังส่งผลกระทบไปที่ผิวชั้นหนังแท้ตอนบน ทำลายคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยเพิ่มมากขึ้น
• แม้ฝุ่น PM2.5 จะไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเกิดการอุดตัน ไม่ได้ทำให้เกิดสิว แต่ถ้าเกิดผิวของคุณมีอาการแพ้อยู่แล้ว มีอาการเริ่มเป็นสิวอักเสบ หรือมีแนวโน้มเป็นสิวง่ายอยู่แล้ว ก็อาจจะเป็นการไปกระตุ้นให้เกิดการแพ้ ทำให้สิวอักเสบลุกลามมากขึ้น และทำให้เป็นสิวง่ายขึ้นอีก

ในช่วงที่เกิดวิกฤตฝุ่น PM2.5 หลายคนจึงอาจพบว่าผิวดูหยาบกร้าน หมองคล้ำ มีริ้วรอยมากกว่าเดิม อีกทั้งในบางคนอาจรู้สึกว่าผิวมีอาการระคายเคือง และแสบแดงง่ายกว่าเดิม จนบางครั้งอาจทำให้เกิดสิวมากขึ้นได้

โภชนาการจึงถือเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การเลือกใช้สกินแคร์เพื่อรับมือกับมลภาวะ แนะนำให้รับประทานอาหารที่อัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างผักผลไม้หลากสี

HOW TO PROTECT YOUR SKIN FROM AIR POLLUTION

1. ล้างหน้าทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยนที่สุด ล้างวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็นก็พอ ยกเว้นถ้ามีกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้าสกปรก อย่างการออกกำลังกาย ก็สามารถล้างเพิ่มได้ ใช้น้ำอุณหภูมิปกติในการล้างหน้า หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัด เพราะจะยิ่งทำให้สูญเสียปราการปกป้องผิวที่จำเป็นไป จำไว้ว่าการล้างหน้าบ่อยๆ การเช็ด ถู หรือล้างหน้าอย่างรุนแรง หรือใช้เคลนเซอร์ที่รุนแรง ไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดผิว แต่เป็นการทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติของผิว ทำให้ผิวอ่อนแอมากกว่าเดิม

2. ถ้าคุณเป็นคนผิวบางหรือแพ้ง่ายอยู่แล้ว แนะนำว่าไม่ควรสครับผิวในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 ยังเกินมาตรฐาน เพราะการสครับผิวอาจทำให้สูญเสียปราการปกป้องผิวไป ทำให้ผิวบาง และเกิดอาการแพ้ คัน และแสบแดงได้ง่ายกว่าเดิม 

3. เลือกใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของสารแอนตี้ออกซิแดนต์ เพื่อรับมือกับอนุมูลอิสระที่เกิดจากการกระตุ้นของฝุ่น PM2.5 ส่วนผสมที่แนะนำคือ Astaxanthin, Lutein, Green Tea Extract, CoQ10, Vitamin C และ Moringa Extract หรือเลือกใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมช่วยปลอบประโลมผิวจากการระคายเคืองอย่าง Centella Asiatica Extract (สารสกัดจากใบบัวบก) หรือที่มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า Cica 

4. ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันก่อนออกจากบ้าน เพราะครีมกันแดดหลายแบรนด์ในปัจจุบัน นอกจากสามารถปกป้องผิวจากรังสียูวีได้แล้ว ยังสามารถปกป้องผิวจากมลภาวะและฝุ่นควันได้อีกด้วย

5. แพทย์หญิง พักตร์พิไล ทวีสิน ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงามให้คำแนะนำในการดูแลผิวเพื่อรับมือกับมลภาวะว่า เนื่องจากทั้งมลภาวะและฝุ่น PM2.5 ล้วนก่อปัญหาหลักต่อสุขภาพและผิวพรรณด้วยการก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ฉะนั้นโภชนาการจึงถือเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การเลือกใช้สกินแคร์เพื่อรับมือกับมลภาวะ แนะนำให้รับประทานอาหารที่อัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างผักผลไม้หลากสี โดยเฉพาะผักผลไม้สีสดๆ อย่างพริกหยวก แอปเปิล แคร์รอต และบีตรูต เป็นต้น นอกจากนั้นต้นอ่อนของผักก็ถือเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นทานตะวันงอก โต้วเหมี่ยว ไควาเระ หรืออัลฟัลฟ่า เป็นต้น และอาจเปลี่ยนจากการดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลม มาดื่มชาเขียวร้อน ก็เป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมากด้วยเช่นกัน 

BEAUTY INSIDER

EDITOR’S PICK

BEAUTY INSIDER

*ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า