DestinationLifestyle

DESTINATION
สักการะพระบรมสารีริกธาตุทั่วไทย
ไหว้พระขอพรรับปีใหม่เสริมสิริมงคล

เมื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะชาวพุทธมักจะพากันไปไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตกันตั้งแต่ต้นปี ด้วยเชื่อว่าการเริ่มต้นด้วยสิ่งดีๆ จะทำให้ตลอดทั้งปีนั้นมีแต่ความราบรื่น สุขกายสบายใจ และหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต่างให้ความศรัทธา ด้วยมีบทบาททางสังคมและวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ “พระบรมสารีริกธาตุ” ในพระธาตุเจดีย์ ที่ประดิษฐานอยู่ตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศนั่นเอง Power จึงขอหยิบยกบางส่วนมาให้นักเดินทางสายบุญได้ทำความรู้จักและปักหมุดไว้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตในปีใหม่นี้ พระบรมสารีริกธาตุ หรือ กระดูกของพระพุทธเจ้า ถือเป็นวัตถุวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่อย่างสำคัญในทุกๆ ดินแดนที่นับถือพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นดั่งตัวแทนทางด้านกายภาพของพระพุทธเจ้า ประเทศไทยเองก็มีเรื่องเล่าขาน ตำนาน และความเชื่อ เกี่ยวกับพระบรมสารีริกธาตุที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และถึงแม้ว่าจะมีสถานะเป็นสิ่งสูงค่าที่ต้องเก็บรักษาอย่างดี แต่ก็สามารถหาโอกาสไปทำการสักการะได้ไม่ยาก เนื่องจากส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ในพระธาตุเจดีย์ของวัดต่างๆ พร้อมเปิดรับผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวเสมอ ซึ่งนอกจากจะได้อิ่มอกอิ่มใจจากการกราบไหว้สักการะ ได้ร่วมทำบุญทำกุศลต่างๆ กับทางวัดแล้ว ยังได้เรียนรู้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะอันงดงาม อีกทั้งยังเพลิดเพลินไปกับสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย พระธาตุช่อแฮ วัดพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ ปูชนียสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่มาตั้งแต่สมัยโบราณ มีตำนานเล่าขานที่กล่าวถึงการสร้างพระธาตุต่างกันไป โดยหลักฐานที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดนั้นเกี่ยวข้องกับพระราชพงศาวดารว่าด้วยกรุงสุโขทัย ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1879 – 1881 ตั้งแต่สมัยที่ พระมหาธรรมราชา (ลิไท) ยังเป็นพระมหาอุปราชครองเมืองศรีสัชนาลัย พระองค์โปรดให้สร้างสถานที่สำคัญทางศาสนาต่างๆ ตามที่ปรากฏในพุทธประวัติ เมืองแพร่เป็นหนึ่งในนั้น โดยได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุแก่ขุนลัวะอ้ายก้อม ทรงมอบหมายให้หาสถานที่สร้างพระธาตุแล้วนำไปบรรจุไว้ นับตั้งแต่นั้นจึงกลายเป็นธรรมเนียมที่เจ้าครองเมืองแพร่จะต้องให้ความสำคัญกับพระธาตุและบูรณปฏิสังขรณ์ให้งดงามเรื่อยมา พระธาตุช่อแฮ มีความหมายว่า เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและประดับบูชาด้วยผ้าแพรอย่างดี โดยทุกๆ ปีจะมีประเพณีการไหว้พระธาตุ งานจะเริ่มขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 เหนือ เดือน 4 ใต้ (ตรงกับเดือนมีนาคม)  ถือเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัด เชื่อกันว่า อานิสงส์ของการนำผ้าแพรสามสีไปถวาย จะทำให้ชีวิตมีพลังคุ้มครองป้องกันศัตรู พลังบารมีจะดลบันดาลให้มีชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนั้นตามคติความเชื่อของชาวล้านนา พระธาตุช่อแฮ ยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีขาลอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่นๆ – ศูนย์การเรียนรู้ผ้าจกเมืองลองและการย้อมสีธรรมชาติ / พิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุถิ่นแถนหลวง / พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้าน โรงเรียนสองพิทยาคม / แพะเมืองผี / แก่งเสือเต้น อุทยานแห่งชาติแม่ยม พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม “อุรังคนิทาน” ตำนานที่บอกเล่าเรื่องราวการสร้างพระธาตุต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยได้กล่าวไว้ว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าและพระอานนท์ได้เสด็จมายังบริเวณแม่น้ำโขงตามพุทธประเพณี ซึ่งในเวลาต่อมาบริเวณดังกล่าวได้เกิดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง โดยระหว่างนั้นพระองค์ได้โปรดรับสั่งไว้ล่วงหน้าว่า หลังจากเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว เหล่าพระอรหันต์จะนำเอาพระอุรังคธาตุ หรือ กระดูกหน้าอก มาประดิษฐานไว้ที่ “ภูกำพร้า” ริมแม่น้ำโขง  อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุพนมในปัจจุบันนี้ เพื่อให้เหล่าเทวดาและชาวเมืองทั้งหลายได้กระทำการสักการบูชาเป็นมงคลสูงสุดของชีวิตสืบไป พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีวอก ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดแห่งเดียวตามคติความเชื่อของชาวล้านนาที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินที่ราบสูงของไทย และยังเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์อีกด้วย เนื่องมาจากพระพุทธเจ้าทรงประกาศว่า ทั่วบริเวณนี้จะเป็นที่สืบทอดพระพุทธศาสนา โดยมีพื้นที่ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้น เหมือนกับที่วันอาทิตย์เป็นวันเริ่มต้นของสัปดาห์นั่นเอง นอกจากนั้น มีความเชื่อสืบต่อกันว่า หากใครมานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือได้ว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” อันมีอานิสงส์ผลบุญเสริมมงคลเพิ่มพูนบารมีให้ผู้คนเคารพนับถือ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตยิ่งนัก โดยเทศกาลนมัสการพระธาตุนั้นจะจัดขึ้นตั้งแต่วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ในปีนี้ ตรงกับวันที่ 21 – 29 มกราคม 2564 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่นๆ – หาดแห่ ทะเลอีสาน / ต้นไม้ยักษ์…
Editor
5 January 2021
DestinationLifestyle

DESTINATION
Culture, Art & Crafts
Arts of the Kingdom

“ข้าพเจ้านั้นภูมิใจเสมอมาว่า คนไทยมีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา หรืออาชีพใด อยู่สารทิศใด คนไทยมีความละเอียดอ่อนและฉับไวต่อการรับศิลปะทุกชนิด ขอเพียงแต่ให้เขาได้มีโอกาสฝึกฝน เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็น” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2532 ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรวบรวมผลงานศิลปะชั้นสูงของแผ่นดินจากฝีมือของช่างสถาบันสิริกิติ์ ลูกหลานชาวนา ชาวไร่ ทั้งผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยใช้เทคนิคโบราณขั้นสูงตั้งแต่สมัยอยุธยา และผลงานที่สร้างสรรค์โดยใช้เทคนิคที่คิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาจัดแสดงในฐานะสมบัติของชาติ อันเป็น “ศิลป์แผ่นดิน” ที่ควรไปชมให้ได้สักครั้งในชีวิต โดยผลงานเหล่านี้เคยเปิดให้เข้าชมท่ามกลางสถาปัตยกรรมและภาพเขียนเฟรสโกแบบยุโรปของพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ต่อมาภายหลังจากที่พระที่นั่งฯ ปิดปรับปรุงตั้งแต่เดือนตุลาคม พุทธศักราช 2560 จึงได้ย้ายไปจัดแสดงยัง พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จุดหมายปลายทางที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ออกไปเพียงไม่กี่นาที พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน จัดแสดงผลงานประณีตศิลป์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น งานถมทองถมเงิน งานคร่ำเงินคร่ำทอง งานเครื่องเงินเครื่องทอง งานจักสานย่านลิเภา/งานจักสานไม้ไผ่ลายขิด งานแกะสลักไม้ งานลงยาสี งานผ้าปัก งานทอผ้าไหม และงานหัตถกรรมที่ผสมผสานหลายเทคนิค เช่น งานไม้แกะสลักตัวละครในวรรณคดี/รูปตัวสัตว์ต่างๆ ตกแต่งปีกแมลงทับ งานเครื่องเงินตกแต่งแผ่นสานลิเภาสอดปีกแมลงทับ เป็นต้น รวมไปถึง “ผลงานชิ้นเอก” จากห้องนิทรรศการใหญ่ มาสเตอร์พีซที่ต้องอาศัยช่างฝีมือหลายสาขาจำนวนมาก บางชิ้นมากกว่า 100 คน และใช้เวลาในการสร้างสรรค์หลายปีด้วยกันกว่าจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้เราได้หยิบยกผลงานบางส่วนมาแนะนำให้รู้จักกันก่อนที่จะไปสัมผัสกับความงดงามแบบเต็มๆ ด้วยตัวเอง เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์จำลอง เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์จำลององค์นี้ สร้างจำลองมาจากเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ ในรัชกาลที่ 1 มีลำเรือเป็นถมทอง ศีรษะหงส์เป็นทองคำสลักดุนลงยา ตาและเขี้ยวประดับเพชร ทรงพู่ห้อยพุ่มทองคำระย้าประดับเพชร เคราหรือพรายหางเป็นทองคำ กลางลำเรือทอดบุษบกพิมานทองคำลงยาประดับเพชร ขนาบด้วยฉัตรปรุทอง 7 ชั้น และ 5 ชั้น ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ม่านบุษบกประดิษฐ์ด้วยห่วงทองคำถักร้อยเป็นลายแก้วชิงดวง ท้ายเกรินปักธงฉลุทองคำลงยาอย่างประณีต ผลงานนี้ใช้เวลาในการจัดทำ 2 ปี 9 เดือน โดยช่างฝีมือสถาบันสิริกิติ์จำนวน 108 คน จัดทำเนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พุทธศักราช 2549 และในโอกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พุทธศักราช 2550 บุษบกมาลา บุษบกหรือซุ้มยอด คือ เครื่องยอดขนาดเล็ก มีหลังคาซ้อนชั้นเป็นยอดแหลม มีบันแถลงเป็นเครื่องประดับ เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ บุษบกองค์ใหญ่เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ทรงใช้เสด็จออกว่าราชการ หากเป็นบุษบกองค์เล็กใช้ประดิษฐานพระพุทธรูป โดยบุษบกที่มีเกรินประกอบทั้งซ้ายและขวาจะเรียกว่าบุษบกมาลา ซึ่งบุษบกมาลานี้จำลองแบบจากพระที่นั่งบุษบกมาลามหาจักรพรรดิพิมาน ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในหมู่พระมหามณเฑียร พระบรมมหาราชวัง ใช้หลากหลายเทคนิคในการสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นงานเครื่องเงินเครื่องทอง คร่ำ ถมทอง ลงยาสี แกะสลักไม้ และตกแต่งปีกแมลงทับ บุษบกมาลา จัดทำเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2547 ใช้เวลาในการสร้างสรรค์…
Editor
11 December 2020
DestinationHighlightLifestyle

DESTINATION
Phuket
Cultural Appreciation

ภูเก็ต เกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จุดหมายปลายทางสำคัญในการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ทั้งของชาวไทยและชาวต่างชาติ จากมนตร์เสน่ห์แห่งธรรมชาติอันงดงาม ขึ้นชื่อในเรื่องทะเลสวยน้ำใส เต็มไปด้วยจุดชมวิวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่หลายคนใฝ่ฝันว่าต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิต นอกจากนั้นยังเป็นเมืองเก่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดดเด่นในเรื่องของวัฒนธรรมผสม ทั้งอาหารการกิน ความเชื่อความศรัทธาสถาปัตยกรรม ตึกรามบ้านช่อง ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คน ที่ยังคงความมีชีวิตชีวา พร้อมให้เราเข้าไปสำรวจเพื่อเก็บเกี่ยวความประทับใจกลับมาเสมอ การเดินทางเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ตนอกจากทางเรือแล้ว สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ผ่านทางบ้านท่านุ่น จังหวัดพังงา ไปยังบ้านท่าฉัตรไชย จังหวัดภูเก็ต โดยข้ามสะพานที่มีความยาว 660 เมตร นั่นคือสะพานท้าวเทพกระษัตรีและสะพานท้าวศรีสุนทร ในขณะที่สะพานสารสินเดิม ได้ทำการปรับปรุงให้เป็นสะพานคนเดินและหอชมวิว ซึ่งปัจจุบันได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง นอกจากนั้นยังสามารถเดินทางด้วยเครื่องบินไปลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ที่ตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะได้อีกด้วย และถึงแม้ว่าภูเก็ตจะเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็มีสถานะเป็นจังหวัดที่เกือบจะเล็กที่สุดของประเทศไทย มีเพียงจังหวัดสมุทรสงครามเท่านั้นที่มีพื้นที่น้อยกว่า ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัดด้วยรถยนต์ จักรยานยนต์ จักรยาน หรือแม้แต่เดินเท้า เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ไม่ยาก Lost in History ประวัติศาสตร์ของเมืองภูเก็ตนั้นมีมาอย่างยาวนาน โดยหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดคือการปรากฏอยู่ในหนังสือภูมิศาสตร์และแผนที่เดินเรือของทอเลมี (Ptolemy) ตั้งแต่ราว พ.ศ. 700 ที่กล่าวถึงการเดินทางจากแหลมสุวรรณภูมิลงมาจนถึงแหลมมลายู รวมไปถึงตำแหน่งที่ตั้งที่อยู่บริเวณทะเลอันดามันนั้น ทำให้เกาะแห่งนี้เป็นที่รู้จักของนักเดินเรือที่ใช้เส้นทางระหว่างจีนกับอินเดียผ่านทางคาบสมุทรมลายูเสมอมา โดยเฉพาะสมัยจักรวรรดินิยม ที่ชาติตะวันตกทำการออกเดินเรือสำรวจโลกใหม่ เพื่อแสวงหาความรู้ กระทั่งนำไปสู่ผลประโยชน์จากการขยายอาณานิคม เราจึงสามารถพบเห็นร่องรอยของอารยธรรมตะวันตกได้ตามเส้นทางผ่าน อย่างมะละกา ปีนัง สิงคโปร์ รวมถึงภูเก็ตได้จวบจนทุกวันนี้ ด้วยความที่เป็นศูนย์กลางทางการค้านานาชนิด ทั้งแร่ดีบุก อำพันทอง และไข่มุก ทำให้มีชาวต่างชาติเดินทางเข้า-ออกภูเก็ตมากมาย เกิดการแลกเปลี่ยนทางศิลปวิทยาการและวัฒนธรรมหลายอย่าง โดยเฉพาะชาวโปรตุเกสที่ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานและได้สร้างอาคารบ้านเรือนแบบยุโรปขึ้น ทว่าช่างที่ทำการก่อสร้างส่วนใหญ่นั้นเป็นช่างชาวจีน ทำให้ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับ เนื่องจากมีการตกแต่งลวดลายตามคติความเชื่อของจีนผสมผสานเข้าไป เกิดเป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า สถาปัตยกรรมจีน-โปรตุเกส (Sino-Portuguese Architecture) ซึ่งสามารถหาชมได้อย่างจุใจที่ย่านเมืองเก่า หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ของเมืองภูเก็ต ย่านเมืองเก่าภูเก็ต สามารถนั่งชัตเทิลบัสจากสนามบินมาถึงได้เลย การชมสถาปัตยกรรมแนะนำให้ไปที่บริเวณถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนเยาวราช ถนนกระบี่ และซอยรมณีย์ เนื่องจากมีอาคารบ้านเรือนสไตล์ชิโนโปรตุกีสเรียงรายอยู่อย่างหนาแน่นเป็นพิเศษกว่าที่อื่น โดยที่ยังเป็นบ้านหรืออาคารที่มีชีวิต มีคนอาศัยและประกอบกิจการต่างๆ อยู่จริง สำหรับผู้ที่เดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวสามารถที่จะจอดรถริมถนนและเดินเท้าชมเมือง ถ่ายรูปชิลๆ ได้เลย เอกลักษณ์อันโดดเด่นอย่างหนึ่งของสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโนโปรตุกีส ก็คือซุ้มโค้งเหนือทางเดินที่มีอยู่หน้าบ้านทุกบ้าน ภาษาไทยเรียกทับศัพท์ว่า “อาเขด (Arcade)” หรือ “หง่อคาขี่” ในภาษาจีนฮกเกี้ยน มีความหมายว่า ทางเดินกว้าง 5 ศอก (ราว 1.50 – 2.50 เมตร) ซึ่งถือเป็นข้อกำหนดในการสร้างอาคารในประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2365 กำหนดโดย เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ จากประเทศเจ้าอาณานิคมอย่างอังกฤษ ก่อนจะแพร่หลายไปยังมาเลเซียรวมถึงหลายจังหวัดทางภาคใต้ของไทย หง่อคาขี่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาในการออกแบบเชิงฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์กับวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่นั้นๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น มีฝนชุกตลอดทั้งปี ชายคาเหนือทางเดินกว้าง 5 ศอก จึงช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่สัญจรไปมาได้มีที่หลบแดดหลบฝนนั่นเอง ในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความร่วมมือกันของเจ้าบ้านที่สละพื้นที่หน้าบ้านตัวเองให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอีกด้วย นอกจากสถาปัตยกรรมที่เปี่ยมด้วยความหมายและคุณค่าทางประวัติศาสตร์แล้ว ย่านเมืองเก่าภูเก็ตก็ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารรสเลิศ ร้านกาแฟหลากสไตล์ ร้านขายของที่ระลึก และสตรีตอาร์ต ให้ได้เพลิดเพลินตลอดสองข้างทางไม่มีเบื่อ Rawai Vibe จากย่านเมืองเก่าสู่ทะเลในเวลาครึ่งชั่วโมง เมื่อมุ่งหน้าลงใต้ไปยังราไวย์ บริเวณที่เต็มไปด้วยหาดสวยขึ้นชื่อทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ต สถานที่ที่ครบครัน ทั้งธรรมชาติ ความสะดวกสบายของสาธารณูปโภค อาหารทะเลสดๆ ในราคาย่อมเยา รวมไปถึงจุดชมวิวที่รอให้คุณไปสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแสนสวยงาม สำหรับสถานที่แนะนำเมื่อไปถึงราไวย์ มีดังนี้ • หาดในหาน ชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 3 ของเอเชีย ประจำปี 2019*…
Editor
11 November 2020
DestinationLifestyle

DESTINATION
Bangkok Art Biennale 2020
Escape Routes

BANGKOK ART BIENNALE 2020 ESCAPE ROUTES การกลับมาเป็นครั้งที่สองของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งกรุงเทพมหานคร ไม่เพียงแต่จะทำหน้าที่สร้างสิ่งสวยงามจรรโลงใจ หรือเป็นสื่อกลางที่แสดงให้คนทั่วไปรับรู้ได้ถึงความรู้สึก ความคิด และจินตนาการของผู้สร้างเท่านั้น แต่ “ศิลปะ” ยังสามารถที่จะส่งต่อพลัง จุดประกายความหวัง และประคับประคองหัวใจให้กันและกันได้อีกด้วย โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกคนต่างเผชิญหน้ากับความเป็นไปได้ที่คาดไม่ถึงมากมาย ท่ามกลางชีวิตที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสนราวกับเดินวนอยู่ในเขาวงกต “ศิลปินกลุ่มหนึ่ง” จึงถูกชักชวนกันมาร่วมหาทางออกในแบบฉบับตามที่แต่ละคนถนัด และนั่นจึงเป็นที่มาของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 ภายใต้แนวคิด Escape Routes หรือ “ศิลป์สร้าง ทางสุข” เพื่อนำเสนอทางออกของปัญหา ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนสิ่งแวดล้อม ผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัยที่รอให้คุณไปสำรวจด้วยตัวของคุณเองได้ทั่วกรุงเทพมหานคร บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 คือการกลับมาเป็นครั้งที่สองของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งกรุงเทพมหานคร หลังจากจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา จากความร่วมมือของ มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมี ศ.ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ อดีตปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ของงาน ซึ่งในครั้งนี้จะมีผลงานทั้งของศิลปินระดับโลกและศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองทั้งสิ้น 82 คน จาก 34 ประเทศทั่วโลก นำมาจัดแสดงตามสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 11 แห่งด้วยกัน โดยปกติแล้วเทศกาลศิลปะร่วมสมัยขนาดใหญ่เช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบบที่จัดขึ้นทุกๆ สองปี (Biennale) อย่าง Venice Biennale อันลือลั่น ประเทศอิตาลี หรือ แบบที่จัดขึ้นทุกๆ สามปี (Triennale) อย่าง Setouchi Triennale ประเทศญี่ปุ่น ก็จะทำการจัดแสดงผลงานศิลปะกระจายไปตามจุดต่างๆ ในเมือง โดยเฉพาะแลนด์มาร์กที่มีความโดดเด่นและสัมพันธ์กับตัวผลงานนั้นๆ ทั้งแบบติดตั้งภายในอาคารและกลางแจ้ง นั่นจึงทำให้การเสพศิลปะแบบนี้แตกต่างจากการเดินชมนิทรรศการในหอศิลป์หรือพิพิธภัณฑ์แบบปกติ เพราะสิ่งสำคัญที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ “การเดินทาง” ต้องมีการขึ้นรถ ลงเรือ ขี่จักรยาน หรือแม้แต่เดินเท้าไปยังสถานที่ต่างๆ อย่าง Setouchi Triennale เทศกาลศิลปะนานาชาติที่จัดขึ้นที่หมู่เกาะอันสวยสดงดงามแห่งท้องทะเลในเซโตะอุจินั้น ได้ทำการติดตั้งผลงานศิลปะกระจายไปตามเกาะต่างๆ ถึง 12 เกาะ บวกกับเมืองท่าอีก 2 เมือง จึงทำให้คนรักศิลปะผู้หลงใหลในการเดินทางต่างอิ่มอกอิ่มใจที่ได้เพลิดเพลินไปกับการสัมผัสความงามอย่างเต็มอิ่ม ทั้งจากผลงานศิลปะ จากทิวทัศน์ของธรรมชาติระหว่างทาง ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นอันเปี่ยมเสน่ห์ สำหรับ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 นั้น ศิลปินทั้ง 82 คน ได้รับโจทย์ในการสร้างสรรค์ผลงานที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากนี่เป็นช่วงเวลาที่มีประเด็นใหญ่มากมายที่กำลังเป็นที่สนใจ ทั้งโลกกำลังตื่นตัวกับปัญหาและความเป็นไปต่างๆ ซึ่งหนึ่งในหน้าที่สำคัญของการเป็นศิลปิน ก็คือการกระตุ้นเตือนให้เกิดการฉุกคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในสังคม ผ่านผลงานศิลปะที่ล้อไปกับสถานที่ที่มันได้ถูกติดตั้งไว้นั่นเอง สถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร 11 แห่ง ที่ใช้จัดแสดงผลงานในครั้งนี้ประกอบไปด้วย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ซึ่งรับบทบาทเป็นจุดศูนย์กลางของงาน, BAB Box @One Bangkok, The Prelude One Bangkok, The PARQ (เดอะ ปาร์ค) , มิวเซียมสยาม, ล้ง 1919, ริเวอร์ซิตี้แบงค็อก,…
Editor
29 October 2020
DestinationLifestyleLifestyle 135Number 135

DESTINATION
Louvre Abu Dhabi
When Art Meets Sand and Sky

ด้วยขนาดความวิจิตรบรรจงบวกกับความสมบูรณ์ของการออกแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าคุณจะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ในยุโรปแต่พอรู้ตัวอีกทีกลับหลงเสน่ห์ความงามของศิลปะอะราเบสก์ไปเป็นที่เรียบร้อย
Editor
22 September 2020
DestinationLifestyleLifestyle 132Number 132

DESTINATION
Travel Deliciously

สำหรับผู้ที่หลงใหลในอาหารการกิน ถึงเวลาแล้วที่การท่องเที่ยวจะผนวกจุดมุ่งหมายเพื่อการไปรับประทานอาหารอร่อยเข้าไปด้วย 
Editor
13 February 2020