LifestyleLifestyle 128My WorldNumber 128

My World:
Shall We Go?

By 10 June 2019 No Comments

SHALL WE GO?

พูดคุยกับผู้ร่วมก่อตั้งเพจท่องเที่ยว “ไปไง มาไง” ที่มียอดฟอลโลเวอร์ในเฟซบุ๊กกว่า 300,000 คน
อย่าง “เป้–โอฬาร โสภณสิริรักษ์” กับประสบการณ์สุดเอ็กซ์ซอติกจาก 3 ประเทศที่หลายคนอาจไม่เคยเขียนไว้ในลิสต์ประเทศในฝัน แต่รับรองว่าถ้ามีโอกาสไปสักครั้ง นั่นจะเป็นทริปที่เปลี่ยนความคิดคุณได้เลย

STORY: TAWAN KONKAEW

INDIA

อินเดีย คือประเทศที่ผมชอบมาก หลายคนคิดว่าคนอินเดียน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นมิตรและน่ารักกับนักท่องเที่ยวมากจริงๆ ทุกคนจะยิ้มให้เรา และวิ่งมาถ่ายรูปด้วยนะครับ ความที่อินเดียเป็นประเทศที่ใหญ่มาก เลยมีอะไรให้เที่ยวเยอะ ทั้งทะเลทราย หิมะ หรือจะปีนเขาแถวสิกขิมก็ได้ หรือจะไปแบบสวยๆ เน้นถ่ายรูปก็ไปราชสถาน หรือนิวเดลี 2 จุดหมายนี้เหมาะสำหรับคนที่ไปเที่ยวอินเดียครั้งแรก เพราะสวยและเป็นเมืองท่องเที่ยว ทุกอย่างจึงค่อนข้างพร้อมสำหรับคนไทย แต่ถ้าใครจะกลับไปเป็นครั้งที่ 2 ผมว่าลองไปพุทธคยาดูครับ ตอนที่ผมได้ไปที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ผมรู้สึกสงบและร่มเย็นมาก พอออกจากพุทธคยาก็นั่งรถไฟ 2-3 ชั่วโมงไปพาราณสี ที่นี่ก็จะเห็นชีวิตอีกแบบ คนเกิด คนแก่ คนตาย ก็ลงแม่น้ำคงคากันหมด ตอนกลางคืนผู้คนจะออกมาทำพิธีคงคาอารตี บูชาแม่น้ำด้วยการสวดและบูชาไฟ แค่ไปนั่งฟังก็สัมผัสได้ถึงความศรัทธาของคนที่นั่นเลยครับ

ETHIOPIA

ประเทศนี้อยากบอกว่า พอมีโอกาสไปแล้ว ก็คงไม่กลับไปอีก เพราะว่าลำบากมาก แต่วิวก็สวยจับใจเหมือนไม่ได้อยู่ดาวดวงนี้ ตามปกติเราทำเพจท่องเที่ยว ต้องกินง่ายอยู่ง่าย แต่สำหรับที่นี่ คือนิยามของคำว่า “นอนกลางดิน กินกลางทราย” จริงๆ มีอยู่ 2 คืนที่ผมต้องนอนบนแคร่กลางแจ้ง ไม่มีเต็นท์หรืออะไรคลุมหัวเลย ตกกลางคืนมีเสียงอะไรผ่านไปมา ตอนแรกนึกว่าผีมาหลอกแล้ว แต่ที่ไหนได้ คืออูฐของขบวนเดินทางของเราเอง จุดที่น่าสนใจคือไกด์พาไป Danakil Depression แอ่งซัลเฟอร์ที่อยู่ต่ำที่สุดในโลก สวยนะครับ แต่ว่าร้อนสุดๆ พีคกว่านั้นก็ตอนที่ไกด์พาไป Erta Ale ภูเขาไฟที่กำลังปะทุและมีลาวา ลูกแรกในชีวิตที่เห็นและก็คงเป็นลูกเดียว คือไปทริปนี้ทำให้เรารู้ว่า เราอยู่แบบลำบากก็ได้นะ ทรหดอดทนก็ได้นะ ถือเป็นทริปที่ก้าวผ่านความกลัว และภาพจำเกี่ยวกับประเทศนี้ทำให้เรารู้ว่า โลกนี้กว้างใหญ่และมีอะไรที่มากกว่าที่เราคิด

CUBA

ตอนเรียนหนังสือ ผมจำได้ว่าโลกนี้มีเหลือเพียง 2 ประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์และยังค่อนข้างปิดประเทศ คือเกาหลีเหนือ กับคิวบา เลยอยากลองไปเห็นกับตาสักครั้ง ช่วงนั้นผมมีโอกาสไปสหรัฐอเมริกา เลยคิดว่าลองต่อไปคิวบาเลยดีกว่า เพราะบินไม่กี่ชั่วโมงจากนิวยอร์กเอง ความประทับใจแรกเมื่อไปถึงที่นั่น คือเหมือนเราหลุดไปอยู่ในช่วง 30-40 ปีก่อนจริงๆ ไม่ใช่แค่บ้านเมืองที่ดูมาจากยุคนั้น วิถีชีวิตของผู้คน การแต่งกายและเสื้อผ้าก็เป็นแบบท้องถิ่น ตกเย็นก็พากันมานั่งเล่นริมถนนริมหาด ไม่เร่งรีบอะไร หากมาเที่ยวคิวบา อยากให้ทุกคนลองเดินให้มากที่สุดตามตรอกซอกซอยต่างๆ ซึมซับกลิ่นอายอดีตที่เหลือไม่กี่ที่ในโลก แล้วก็ไม่ต้องกังวลถ้าจะเดินคนเดียว เพราะที่นี่ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย กฎหมายเขาแรง แต่ก็ต้องระวังหลงนะครับ กูเกิ้ลแม็ปช่วยไม่ได้ เพราะอินเทอร์เน็ตมีจำกัดมาก อ้อ! ถ้าได้จิบ Mojito สักแก้วแล้วนั่งดูผู้คนออกมาสังสรรค์ยามเย็นล่ะก็ คุณก็จะเหมือนชาวคิวบาจริงๆ เลยล่ะครับ