FASHION EDITOR
SANSHAI JIRAT SUBPISANKUL

PHOTOGRAPHER
SUTTHIWAT SANGKONG

STORY
PILAN SRIVEERAKUL

สวยพร้อมก่อนแลนดิ้งอย่างมั่นใจในช่วงฮอลิเดย์ซีซั่นที่กำลังจะมาถึงนี้
ด้วยเคล็ดลับดีๆ ในการรับมือกับอากาศแห้งแสนแห้งบนเครื่องบิน ที่เรารวบรวมมาฝาก

• ถ้าไม่อยากตัวบวม หน้าบวม ตาบวมควรระวังเรื่องอาหารและของว่างบนเครื่องบินให้มาก ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มและมีโซเดียมสูง โดยเฉพาะของขบเคี้ยวพวกถั่วผสมเกลือ และมันฝรั่งทอด เพราะจะทำให้ร่างกายเกิดอาการบวมน้ำหรือ Water Retention นอกจากจะทำให้ตัวบวมแล้ว ยังทำให้เกิดอาการของเหลวไปคั่งอยู่ที่บริเวณรอบดวงตา จนถุงใต้ตาดูบวมเป่งหรือเปลือกตาดูบวมผิดปกติ

• ระดับน้ำในร่างกายเป็นสิ่งสำคัญมากในยามเดินทางด้วยเครื่องบิน โดยเฉพาะไฟลท์ยาวๆ แบบข้ามทวีป พึงระลึกเอาไว้เสมอว่า สภาพอากาศแห้งๆ บนเครื่องบินนั้น จ้องจะขโมยความชุ่มชื้นไปจากผิวคุณตลอดทั้งไฟลท์ และยิ่งระดับของน้ำในร่างกายลดลงมากเท่าไร ร่างกายก็จะยิ่งพยายามกักเก็บน้ำและโอบอุ้มน้ำไว้ในร่างกายมากขึ้นเท่านั้น ผลที่ตามมาก็คือ ทำให้เกิดอาการบวมตามร่างกาย ทางออกคือ พยายามดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และควรลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ระบบไหลเวียนในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

• หลายคนมีปัญหานอนไม่หลับเวลาที่ต้องเดินทางโดยเครื่องบิน จึงควรวางแผนในการนอนของคุณเมื่ออยู่บนเครื่องบินให้ดี อันดับแรก ให้เตรียมมาสก์ปิดตาและที่อุดหูขึ้นเครื่องด้วยทุกครั้ง (ถ้าลืมสามารถขอจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินได้)เพื่อให้คุณได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ ถ้าต้องการหลับยาวและไม่ต้องการรับประทานอาหาร ควรแจ้งพนักงานก่อนให้เรียบร้อยว่าไม่ต้องปลุก และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง อย่างของหวานขนมเค้ก และไอศกรีม เพราะระดับน้ำตาลที่เพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลให้ร่างกายตื่นตัวจนนอนไม่หลับ แนะนำให้ดื่มชาสมุนไพร อย่างชาคาโมไมล์หรือเครื่องดื่มร้อนๆ ที่ไม่ใช่กาแฟ ก่อนนอนจะช่วยให้คุณหลับสบายขึ้น

• เติมน้ำและความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยการทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรเติมน้ำให้ผิว หรือโอเวอร์ไนท์มาสก์สูตรเติมน้ำให้ผิว ทิ้งไว้ก่อนนอนโดยไม่ต้องล้างออก วิธีนี้จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำไว้ในผิวได้ดียิ่งขึ้น ถ้าต้องบินระยะทางไกลนานเกิน 6 ชั่วโมงขึ้นไป ควรพกสเปรย์น้ำแร่ขึ้นเครื่องเพื่อฉีดเติมความชุ่มชื้นผิวระหว่างไฟลท์ด้วย

• ควรตื่นนอนก่อนเครื่องเริ่มลดระดับลงเพื่อแลนดิ้ง อย่างน้อย 45 นาที เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนแลนดิ้ง การเผื่อเวลาไว้จะช่วยให้คุณไม่ต้องรอคิวยาวหรือรีบลนลานจนวินาทีสุดท้ายเพื่อเข้าห้องน้ำ

• หลังล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรฉีดสเปรย์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นผิว แล้วจึงเริ่มทามอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดด จากนั้นเริ่มแต่งหน้าด้วยไพรเมอร์สูตรที่ช่วยเพิ่มประกายผิวก่อนลงรองพื้น เพื่อให้ผิวดูฉ่ำน้ำเป็นประกายสดใสสุขภาพดี หรืออาจเลือกใช้เบสเมกอัพเพื่อปรับสภาพและสีผิวให้ดูสดใสก่อนเริ่มแต่งหน้า ถ้าผิวขาวซีด ให้เลือกใช้สีไข่ไก่ ถ้าผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส ให้เลือกใช้สีพีช เพื่อปรับสีผิวให้ดูสว่างสดใส

• สำหรับผู้ที่ผิวแห้ง แม้จะบำรุงผิวแค่ไหน แต่ในบางครั้งก็ไม่อาจสู้กับสภาพอากาศแห้งบนเครื่องบินได้ แนะนำให้เลือกใช้คุชชั่นแทนการใช้แป้งผสมรองพื้น จะช่วยให้ผิวดูฉ่ำน้ำ แลดูสุขภาพดี หรือเลือกใช้รองพื้นสูตรที่ไม่ใช่ออยล์ฟรี โดยไม่ต้องทาแป้งฝุ่นตาม

• หลีกเลี่ยงเมกอัพที่เป็นเนื้อฝุ่นหรือเนื้อแมตต์ทุกชนิด เพราะความแมตต์จากเมกอัพเนื้อฝุ่นนอกจากจะทำให้ผิวดูขาดความมีชีวิตชีวาแล้ว จะยิ่งเน้นให้เห็นผิวที่แห้งลอกและริ้วรอยชัดเจนยิ่งขึ้น แนะนำให้เลือกใช้บลัชออนเนื้อครีมหรือเนื้อลิควิด จะช่วยให้ผิวแก้มของคุณดูฉ่ำสดใส แลดูสุขภาพดี และดูอ่อนเยาว์ ส่วนริมฝีปากให้เลือกใช้ลิปกลอสหรือลิปสติกเนื้อครีมจะดีที่สุด

• อายไลเนอร์และมาสคาร่าสีดำเข้ม จะช่วยเปิดดวงตาของคุณให้ดูสดใส และช่วยให้ใบหน้าของคุณดูเฟรชเหมือนได้นอนครบ 8 ชั่วโมง

• ถ้าใต้ตาคล้ำ แนะนำให้อำพรางรอยเหนื่อยล้าด้วยคอนซีลเลอร์ โดยเลือกใช้คอนซีลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูง คือมีความนุ่มลื่น เกลี่ยง่าย และไม่มีส่วนผสมของเนื้อแป้งมากเกินไป และที่สำคัญคือ ไม่ต้องทาแป้งฝุ่นตาม

BEAUTY INSIDER

EDITOR’S PICK

BEAUTY INSIDER

*ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Leave a Reply