Lifestyle

Lifestyle
Movies That Spark Our Nostalgic
Memories on Disney+ Hotstar

By 30 August 2021 No Comments

นอกจาก Disney+ Hotstar จะเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสตรีมมิงความบันเทิงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้คนทุกวันนี้ได้เป็นอย่างดีแล้ว สิ่งที่ทำให้พวกเขาเข้าใกล้นิยามของคำว่า “ความสุข” ได้แทบจะในทันทีก็คือ ขึ้นชื่อว่าดิสนีย์ ไม่มากก็น้อย พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่เติมเต็มช่วงเวลาดีๆ ในของชีวิตพวกเรามาโดยตลอด

แน่นอนว่าคนทุกคนล้วนปรารถนาช่วงเวลาแห่งความสุข ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันเช่นนี้ อาจพูดได้ว่าหลายคน “คิดถึง” ความทรงจำในอดีตที่ดีกว่าโลกแห่งความจริงที่กำลังเผชิญหน้านี้อยู่วันละหลายๆ ครั้ง หรือที่ชอบเรียกกันว่า ภาวะ Nostalgia นั่นเอง ที่สำคัญดูเหมือนว่าการหยิบยื่นบางสิ่งบางอย่างที่ดีต่อใจเป็นงานถนัดของดิสนีย์ก็ว่าได้ Power จึงอาสาพาทุกคนนั่งไทม์แมชชีนกลับไปสัมผัสกับภาพยนตร์สุดคลาสสิกที่ Disney+ Hotstar ได้รวบรวมมาไว้ให้เราย้อนคืนช่วงเวลาสุดโปรดกลับมาอีกครั้ง

Home Alone (1990)

หากพูดถึงนักแสดงที่มีชื่อว่า Macaulay Culkin หลายคนคงจะส่ายหน้ากันไปตามๆ กัน แต่ถ้าถามใหม่เป็น Kevin McCallister ล่ะ? เชื่อว่าภาพของหนูน้อยหน้าเหวอวัย 8 ขวบกำลังเอามือจับหน้าตัวเอง คงจะผุดขึ้นมาในความทรงจำได้ไม่ยาก และถ้าไม่บอกใครจะเชื่อว่าปัจจุบันเขามีอายุ 40 ปีแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่า ใครทันดู Home Alone ตั้งแต่ตอนที่ออกฉายเป็นครั้งแรก คุณไม่เด็กแล้วนะ

Home Alone หรือที่คนไทยคุ้นหูกันในชื่อ โดดเดี่ยวผู้น่ารัก ถือเป็นภาพยนตร์ตลกขึ้นหิ้งสำหรับทุกช่วงเวลาของครอบครัว เรื่องราวของเด็กน้อยที่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง แถมยังต้องรับมือกับโจรอีก 2 คนนี้ ได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้ผู้ชมมากว่า 30 ปี จนเรียกได้ว่าเป็นพล็อตคลาสสิกที่มีการนำไปดัดแปลงจนนับครั้งไม่ถ้วน นอกจาก Home Alone จะสร้างชื่อเสียงให้กับพระเอกตัวน้อยของเราแล้ว ก็ยังส่งให้ชื่อของ John Hughes ในฐานะผู้เขียนบทโด่งดังไม่แพ้กัน เขาบอกว่าเรื่องทั้งหมดมันเริ่มมาจากชีวิตจริงของเขาเอง ที่เวลายกโขยงครอบครัวเพื่อไปเที่ยวที่ไหน เขาจะต้องคอยลิสต์ข้าวของมากมายที่ห้ามลืม รวมถึงลูกของเขาด้วย แน่นอนว่าเขาไม่ได้ลืมลูกแบบในหนัง ตรงนี้เองที่เราต้องขอบคุณจินตนาการที่เหลือของเขา

The Nightmare Before Christmas (1993)

ทุกวันนี้ชื่อของ Tim Burton เป็นที่รู้จักในฐานะผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และคนเขียนบท ที่โดดเด่นในเรื่องจินตนาการแนว ดาร์กแฟนตาซีมากที่สุดคนหนึ่งของโลกภาพยนตร์ ผลงานสมัยเรียนของเขาเข้าตาดิสนีย์จนทำให้เขาได้รับโอกาสมาฝึกงานเป็นแอนิเมเตอร์ที่นั่น และในช่วงนั้นเองที่เขาได้แต่งเรื่องราวสุดพิลึกของ 2 เทศกาลที่ดูจะไม่เกี่ยวข้องกันอย่างฮาโลวีนและคริสต์มาสขึ้นมาในชื่อ The Nightmare Before Christmas

10 ปีต่อมา เขาปัดฝุ่นโปรเจกต์นี้ขึ้นมาอีกครั้ง และถึงแม้ว่าดิสนีย์จะเห็นดีเห็นงามด้วยไม่น้อย แต่ก็จำเป็นต้องส่งไม้ต่อให้กับ Touchstone Pictures บริษัทในเครือเป็นผู้ผลิต เนื่องจากหนังออกจะ “ดาร์กและน่ากลัว” ไปนิดสำหรับเด็กๆ แน่นอนว่าตัวละครที่เป็นโครงกระดูกไม่ใช่อะไรที่คุ้นตาในโลกแอนิเมชันขณะนั้น แต่ด้วยความลงตัวของหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องที่กล่าวถึงเมืองฮาโลวีนที่คิดอยากจะจัดงานคริสต์มาส การดำเนินเรื่องที่เรียบง่าย รวมไปถึงเทคนิค Stop-motion ที่ไปกันได้ดีสุดๆ กับภาพโครงกระดูก ทำให้ The Nightmare Before Christmas ประสบความสำเร็จและกลายเป็นที่จดจำของผู้ชมในทันที ในอีกมุมหนึ่งหนังก็เหมือนจะบอกให้เรารู้ด้วยว่า เราต่างมีคุณค่าในตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องทำในสิ่งที่ใครต่อใครคิดว่ามันดีเสมอไปก็ได้

101 Dalmatians (1996)

นี่คือภาพยนตร์คน (และน้องหมา) แสดงที่ดัดแปลงมาจากนิยายเกือบจะชื่อเดียวกันของ Dodie Smith นักเขียนชาวอังกฤษผู้รักน้องหมาเป็นชีวิตจิตใจ เธอและสามีเลี้ยงดัลเมเชียนส์ไว้ถึง 9 ตัว แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นชื่อ Pongo ที่ต่อมาได้กลายไปเป็นเจ้าลายจุดตัวเอกในผลงานของเธอนั่นเอง โดยไอเดียแรกเริ่มเกิดจากการที่เพื่อนคนหนึ่งมองไปกลุ่มน้องหมาขาวดำของเธอแล้วเปรยขึ้นมาว่า “มันคงจะดีถ้าพวกมันจะกลายมาเป็นเสื้อโคตลายจุดสุดสวย”

101 Dalmatians เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการสร้างเป็นแอนิเมชันมาก่อนในปี 1961 แน่นอนว่าเวอร์ชันนี้ยังคงเล่าเรื่องราวการผจญภัยอันสนุกสนานของผองเพื่อนลายจุด การเอาตัวรอดจากคนใจร้ายอย่าง Cruella DeVil ตัวละครที่เป็นที่จดจำมากที่สุดตัวหนึ่งของดิสนีย์ ทั้งการดำเนินเรื่องที่เร้าใจและความน่ารักเกินต้านของเหล่าน้องหมาทำให้ภาพยนตร์ทำรายได้ไปอย่างมหาศาล รวมไปถึงการแสดงอันสุดยอดของ Glenn Close ผู้รับบท Cruella ทำให้ชื่อของเธอถูกเสนอเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ลูกโลกทองคำสาขา Motion Picture Musical or Comedy อีกด้วย แต่เหนือรางวัลอื่นใด 101 Dalmatians ยังคงครองใจของผู้ชมทั่วโลก และพร้อมสร้างรอยยิ้มให้เราทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาดูเสมอ

There’s Something About Mary (1998)

เรื่องราวของเด็กหนุ่มที่หลงรักผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ดันเสียเธอไปด้วยความเฉิ่มของตัวเอง จนกระทั่งโชคชะตาพาให้มาเจอกันในอีก 13 ปีต่อมา แน่นอนว่าคราวนี้เขาไม่มีวันทำพลาดอีก ในขณะเดียวกันก็ได้รู้ความจริงที่ว่า ไม่ใช่แค่เขา แต่ใครๆ ก็รุมจีบเธอเต็มไปหมด

ภาพยนตร์รอมคอม (Romantic Comedy) สุดห่ามฮาในความทรงจำของใครหลายคน ที่ขนดาราวัยรุ่นในขณะนั้นมาชนกันเต็มไปหมด บางคนเราแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยแสดงเรื่องนี้ แต่ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เห็นจะเป็น Mary นางเอกของเรื่องที่ใครๆ ก็มะรุมมะตุ้มรุมรัก รับบทโดย Cameron Diaz ที่แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจากเรื่องนี้ ก่อนจะโด่งดังเป็นพลุแตกในเวลาต่อมา อันที่จริงก็ต้องบอกว่าเป็นเพราะบรรดานักแสดงคุณภาพทั้งหลาย โดยเฉพาะ Mary นี่เอง ที่เล่นดีมีเสน่ห์จนคนดูเป็นต้องตกหลุมรัก คือสิ่งที่ยกระดับหนังตลกเรื่องนี้ให้ติดตรึงใจผู้ชมมาอย่างยาวนาน นอกเหนือไปจากความตลกร้ายของเนื้อเรื่อง และมุกสัปดนที่ผลัดกันมาเรียกรอยยิ้มได้อย่างพอเหมาะพอดีตลอดทั้งเรื่อง

Freaky Friday (2003)

ภาพยนตร์ตลกอบอุ่นหัวใจเรื่องนี้ นำเสนอเรื่องราวของครอบครัวที่ดูท่าจะมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กันอยู่ไม่น้อยครอบครัวหนึ่ง Jamie Lee Curtis นักแสดงรุ่นใหญ่ในบทแม่ม่ายที่กำลังจะแต่งงานใหม่ โดยมีลูกสาวสุดแสบกีดกันอย่างเต็มที่ รับบทโดย Lindsay Lohan นักแสดงวัยรุ่นที่มาแรงสุดๆ ในยุคนั้น กระทั่งเกิดเหตุการณ์ประหลาดที่ทำให้ทั้งคู่ต้องสลับร่างกัน ในเมื่อไม่รู้จะทำอย่างไรก็ใช้ชีวิตของอีกคนไปอย่างนั้นเลยแล้วกัน

โดยรวมหนังเรื่องนี้มุ่งเน้นไปที่ประเด็น “ความเข้าใจ” เมื่อแม่-ลูกที่ห่างเหินกันจากการที่แต่ละคนมัวแต่ใช้ชีวิตของตัวเอง ต้องมาอยู่ในร่างของอีกฝ่าย กลายเป็นคนอีกคน จึงได้เห็นว่าคนที่เรามองแต่เพียงผิวเผินว่าไม่น่าจะเจอกับปัญหามากมายอะไรนัก แท้ที่จริงกลับมีเรื่องให้ต้องขบคิดและแก้ไขอยู่ตลอดเวลา จนอาจลืมไปว่ายังมีคนที่สามารถช่วยเราได้ โดยเฉพาะเมื่อคนๆ นั้นคือคนในครอบครัวของเราเอง แต่เหนือสิ่งอื่นใดนอกจากแง่คิดดีๆ ที่หนังเรื่องนี้ตั้งใจมอบให้ผู้ชมแล้ว การได้ย้อนเวลาไปกับบรรดาข้าวของยุค 2000 โทรศัพท์มือถือโนเกีย แฟชั่นเอวลอย รวมไปถึงเพลงประกอบจากศิลปินอย่าง Simple Plan หรือ Joey Ramone ทั้งหมดช่างทำให้เราอิ่มเอมไปกับช่วงเวลานั้นเสียจริง

LIFESTYLE

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
https://www.hotstar.com/th
https://www.imdb.com/