DestinationHighlightLifestyleLifestyle 131Number 131

Destination:
Dawn to Dusk

By December 11, 2019 No Comments

Sun rising over Sydney Harbour and Circular Quay, Sydney (Mandatory Credit: Destination NSW) 

DAWN TO DUSK

STORY

NISARAT SITASUWAN

PHOTOGRAPHY

TOURISM NT AND DESTINATION NSW

PART 1: FIRST SUNRISE

เมื่อหนึ่งใน Bucket List ที่คิดไว้นานแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำสักที คือการไปดูแสงแรกของวันแรกแห่งปีแบบก่อนใครในโลก เมื่อมีโอกาสเดินทางดังใจในปีนี้กับเพื่อนขาลุย การรีเสิร์ชค้นคว้าและวางแผนการเดินทางจึงต้องทำอย่างละเอียดยิบกว่าที่การเดินทางนี้จะเป็นจริงขึ้นมาได้

แหลมไบรอน จุดพื้นที่ตะวันออกที่สุดของออสเตรเลีย คือสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งมีชื่อเสียง เพราะเป็นจุดแรกบนแผ่นดินทวีปที่จะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในวันปีใหม่ (ทั้งนี้ไม่นับรวมเกาะต่างๆ ในทะเลแปซิฟิกใต้และนิวซีแลนด์) ซึ่งจริงๆ แล้วการไปชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครที่อีสต์เคป ใกล้กีสบอร์น บนเกาะเหนือของนิวซีแลนด์นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่เนื่องจากได้ผนวกโจทย์การชมพระอาทิตย์ตกสุดสวยและการชมดาวที่อูลูรู (Uluru) เข้ามาในทริปด้วย ออสเตรเลียจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสมที่สุด

แม้แหลมไบรอนจะอยู่ในเขตรัฐนิวเซาธ์เวลส์ แต่ก็อยู่ค่อนไปทางเหนือ ดังนั้นการเดินทางจากบริสเบนในรัฐควีนส์แลนด์จึงสะดวกที่สุด โดยใช้เวลาขับรถ 3 ชั่วโมง เราจึงสละการเคาต์ดาวน์คืนวันสิ้นปีที่ซิดนีย์ไปอย่างไม่เสียดาย และนั่งเครื่องบินไปลงที่บริสเบนก่อนจะเช่ารถขับลงไปที่ไบรอนเบย์ในวันสิ้นปี

1. Nura Diya Aboriginal Discovery Tour guide playing the digeridoo outside the main entrance of Taronga Zoo. (Mandatory Credit: Destination NSW)

2. A couple enjoying sunrise at the Cape Byron Bay Lighthouse, Byron Bay. (Mandatory Credit: Destination NSW/Hugh Stewart)

ไบรอนเบย์ เมืองเล็กๆ ใกล้แหลมไบรอน มีประภาคารเด่นเป็นสัญลักษณ์อยู่ริมทะเล มีโรงแรมให้เลือกพักมากมาย ซึ่งต้องจองล่วงหน้ากันข้ามปี ถ้าอยากจะมาช่วงนี้ 

เราไปถึงโรงแรมที่ไบรอนเบย์ในช่วงบ่าย แม้ในเมืองจะมีการจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แต่เราก็ตัดสินใจพักผ่อนไม่ไปเที่ยวชม พอรับประทานอาหารเย็นง่ายๆ แล้วก็เข้านอนเร็ว เพราะในเช้าวันปีใหม่เราจะต้องตื่นตี 4 เพื่อไปรอชมพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาจากน้ำในช่วงตี 5 เศษ

เช้าของวันปีใหม่ เช้ามืดที่ยังมืดมาก อากาศสบายๆ (ช่วงนี้ที่ออสเตรเลียเป็นฤดูร้อน) ถนนไม่เปลี่ยว เพราะมีผู้คนออกมาเดินทางมุ่งหน้าไปยังสถานที่เดียวกัน นั่นคือที่ประภาคารแหลมไบรอน เราขับรถไปจอดใกล้ที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วเดินไปพร้อมๆ กับผู้คนหลายสิบ ไปยืนรอกันตรงรอบๆ ฐานประภาคาร มีผู้คนจำนวนหนึ่งหอบเสื่อโยคะมา ดูท่าจะมีการโยคะและนั่งสมาธิรับอรุณ แต่โดยทั่วไปคือยืนรอกันเงียบๆ มีกลุ่มคนที่น่าจะยังไม่ได้นอนมาตั้งแต่เมื่อคืนส่งเสียงเฮฮาอยู่ห่างๆ ไปสักหน่อย แต่ไม่รบกวนใครอื่น

แล้วฟ้าก็ค่อยๆ สว่างขึ้นกลายเป็นสีม่วง ที่ขอบฟ้ามีแสงเหลืองๆ แวบออกมา ความว้าวของช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นในวันแรกของปี คือเรารู้ว่าทิวทัศน์ตรงหน้าระหว่างเรากับพระอาทิตย์ไม่มีดินแดนใดอยู่ตรงกลาง เหมือนว่าพลังแห่งรังสีของดวงอาทิตย์จะส่องมาที่เราได้ตรงๆ โดยไม่มีอะไรขวางกั้น 

1. Nura Diya Aboriginal Discovery Tour guide playing the digeridoo outside the main entrance of Taronga Zoo. (Mandatory Credit: Destination NSW)
2. A couple enjoying sunrise at the Cape Byron Bay Lighthouse, Byron Bay. (Mandatory Credit: Destination NSW/Hugh Stewart)
3. Tourists enjoying sunset views of The Three Sisters, Katoomba in the Blue Mountains. (Mandatory Credit: Destination NSW)
4. The Queen Victoria Building in Sydney’s CBD. (Mandatory Credit: Destination NSW)

3. Tourists enjoying sunset views of The Three Sisters, Katoomba in the Blue Mountains. (Mandatory Credit: Destination NSW)

4. The Queen Victoria Building in Sydney’s CBD. (Mandatory Credit: Destination NSW)

5. Exploring Kings Canyon (Mandatory Credit: Tourism NT/Wayoutback Australian Safaris)

6. Uluru at sunset (Mandatory Credit: Tourism NT/Jason Charles Hill)

เรายืนดูพระอาทิตย์ขึ้นจนฟ้าสว่างทั่ว ดื่มด่ำกับโมเมนต์ที่แสนวิเศษนี้จนอิ่มใจ แล้วจึงกลับไปรับประทานอาหารเช้า เดินเล่นในเมืองอีกเล็กน้อย ก่อนเช็กเอาต์เพื่อเดินทางต่อ

เส้นทางเลียบริมมหาสมุทรฝั่งตะวันออกของนิวเซาธ์เวลส์ เป็นถนนที่สวยงามมากเส้นหนึ่งของออสเตรเลีย เราขับรถเลียบทะเลลงใต้ไปเรื่อยๆ ใช้เวลาแวะจิบกาแฟบ้าง จอดพักบ้าง ราว 4 ชั่วโมงก็ถึงเมืองพอร์ตแมคควารี ซึ่งเราแวะพักค้าง 1 คืน ที่นี่เป็นเมืองตากอากาศที่คึกคักทีเดียว ช่วงเย็นๆ เราไปล่องเรือชมวิวแม่น้ำเฮสติ้ง และรับประทานอาหารค่ำสไตล์ฝรั่งเศสในร้านเก๋ 

วันรุ่งขึ้นเราเดินทางต่อเพื่อไปค้างคืนที่ซิดนีย์ จริงๆ แล้วสามารถใช้เวลาขับรถรวดเดียว 4 ชั่วโมงก็ถึง แต่เราเลือกที่จะแวะเที่ยวไร่องุ่นในฮันเตอร์วัลเลย์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลีย หลายแห่งมีร้านอาหารหรูและอร่อยมากอยู่ด้วย ซึ่งเราก็เลือกแวะได้ไม่ผิดหวัง แถมยังมีเวลาแวะเที่ยวบลูเมาเทนส์ ชมหินทรีซิสเตอร์สส่งท้ายวันอีกด้วย 

ที่ซิดนีย์ เราใช้เวลาเที่ยวเมืองใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียอย่างคุ้มค่า 2 วันเต็ม ไปไต่สะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ ไปดื่มกาแฟและชิมอาหารที่ย่านเดอะร็อกส์ ไปเที่ยวสวนสัตว์ทารองก้า ซึ่งมีสัตว์พื้นเมืองออสเตรเลียและสัตว์น่าสนใจจากทั่วโลก รวมทั้งช้างเอเชียจากประเทศไทยด้วย และแน่นอนว่าจะต้องปิดท้ายด้วยการเดินเล่นที่ตึกควีนวิกตอเรีย สถานที่ช้อปปิ้งสุดคลาสสิกของซิดนีย์

5. Exploring Kings Canyon (Mandatory Credit: Tourism NT/Wayoutback Australian Safaris)
6. Uluru at sunset (Mandatory Credit: Tourism NT/Jason Charles Hill)

7. Cuddly koala resting in its tree at Taronga Zoo, Sydney. (Mandatory Credit: Destination NSW)

8. Exploring Uluru (Mandatory Credit: Tourism NT/Wayoutback Australian Safaris)

9. Friends enjoying a twilight BridgeClimb Sydney experience overlooking Sydney Harbour. (Mandatory Credit: Destination NSW)

10. Stargazing in the desert (Mandatory Credit: Tourism NT/Matt Glastonbury)

PART 2: CHASING THE SUN AND STARS

ความใฝ่ฝันของเพื่อนขาลุย คือการได้ขับรถ 4WD ไปท่ามกลางพื้นดินสีแดงของดินแดนนอร์เธิร์นเทอร์ริทอรี่ รวมทั้งได้ชมพระอาทิตย์ตกที่อูลูรู (ภาษาอังกฤษเรียกว่า เอเยอร์สร็อก–Ayers Rock) หรือก้อนหินสีแดงอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวพื้นเมือง ปิดท้ายด้วยการนั่งดูดาวเต็มฟ้าในยามกลางคืนกลางทะเลทราย เราจึงออกเดินทางจากซิดนีย์ บินสู่อลิซสปริงส์ในแคว้นนอร์เธิร์นเทอร์ริทอรี่ เพื่อการไปเริ่มเดินทางผ่านเส้นทางที่น่าทึ่งที่สุดอีกเส้นหนึ่งของออสเตรเลีย 

เมื่อเดินทางถึงที่หมายและได้เข้าพักที่โรงแรมแล้ว เราก็ออกไปเดินเล่น รวมทั้งเข้าแกลเลอรีงานศิลปะของชนพื้นเมืองด้วย อลิซสปริงส์เป็นเมืองใหญ่พอสมควร แต่ช่วงกลางฤดูร้อนที่นี่อากาศร้อนใช่ย่อยทีเดียว เดินไปเหงื่อตกไป จนพระอาทิตย์ตกลับฟ้านั่นแหละ อากาศถึงเย็นลงพอสบาย

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากตุนเสบียงอาหาร ขนม และน้ำ สำหรับการเดินทาง 5 ชั่วโมง เราก็ออกเดินทางสู่อูลูรู แม้ถนนจะเรียบตรงไม่ค่อยมีรถ ทว่าเราก็ต้องระมัดระวังมาก เพราะมีคำแนะนำว่าอาจมีสัตว์ โดยเฉพาะจิงโจ้ โผล่พรวดกระโดดออกมาตัดหน้ารถได้ทุกเวลา (แต่ป้ายระวังจิงโจ้ข้างถนน คือแลนด์มาร์คที่ต้องแวะถ่ายรูป)

ทิวทัศน์ 2 ข้างทางของดินแดนหลังเขาที่เรียกว่า “เอาต์แบ็ก” ของออสเตรเลียนั้นแปลกตาและน่าทึ่งมาก แต่ความร้อนทำให้ทั้งรถและคนออกจะเหนื่อย จึงแวะพักยืดเส้นยืดสายกันทุกชั่วโมงครึ่ง-2 ชั่วโมง ตามจุดพักต่างๆ กว่าจะถึงรีสอร์ตที่พักใกล้อูลูรู ก็หยุดพักกันไปถึง 4 ครั้ง น่าเสียดายที่เราไม่มีเวลามากพอที่จะออกไปนอกเส้นทาง อย่างไปพักค้างที่คิงส์แคนยอน ซึ่งว่ากันว่ามีธรรมชาติสวยงามน่าทึ่งไม่น้อยเลย

11. Uluru helicopter tour at sunrise (Mandatory Credit: Tourism NT/Emilie Ristevski)

12. Cultural tours with SEIT Outback Australia (Mandatory Credit: Tourism NT/Archie Sartracom)

อูลูรู เป็นก้อนหินทรายขนาดสูงเกือบ 900 เมตร ยาวราว 350 เมตร ตั้งเด่นเป็นสง่ากลางพื้นดินสีแดงในแบบชวนฉงน ว่าอยู่ๆ มาโผล่ตรงนี้ได้อย่างไร ชนพื้นเมืองถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในสมัยก่อนนักท่องเที่ยวสามารถปีนขึ้นไปบนอูลูรูได้ แต่ตั้งแต่รัฐคืนพื้นที่อูลูรูกลับไปให้ชนพื้นเมืองดั้งเดิมเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ก็ได้มีความพยายามที่จะห้ามการปีนขึ้นอูลูรู จนสำเร็จคือห้ามขาดได้จริงๆ ในปีนี้นี่เอง

เมื่อมาถึงรีสอร์ตที่พักตอนบ่ายจัดแล้ว เราจึงทำตัวสบายๆ ด้วยการลงว่ายน้ำคลายร้อน รอเวลาร่วมโปรแกรมในยามค่ำ ซึ่งเป็นการไปนั่งรับประทานอาหารกลางแจ้ง ฟังเรื่องราวและดนตรีของชนพื้นเมือง ปิดท้ายด้วยการแนะนำดูดาวต่างๆ บนฟ้าซีกโลกใต้ ซึ่งแตกต่างจากฟ้าซีกโลกเหนือ ดาวเต็มฟ้าสวยมากจนเราหมายมาดว่าคืนพรุ่งนี้จะขับรถออกไปที่มืดๆ เพื่อดูดาวกันเองอีกรอบ 

แล้วรุ่งขึ้นก็เป็นอีกวันหนึ่งที่เราต้องตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น (หมายถึงตี 4) เพื่อเตรียมตัวไปนั่งเครื่องบินเล็กชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน ไฟลต์ชมวิวนี้ใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดยต้องรอฟ้าเปิดขึ้นมาให้พอมีแสงเสียก่อน จึงนำเครื่องบินขึ้นได้ แต่ก็ยังทันให้เราได้เห็นฟ้าที่มัวๆ ค่อยๆ กระจ่างและเปลี่ยนสีแจ่มชัดขึ้นจนสว่างจ้า เครื่องบินพาชมอูลูรูและหินคาตาจูตา (Kata Tjuta) ที่มหัศจรรย์ไม่แพ้อูลูรู เพียงแต่คาตาจูตานั้นดูเป็นก้อนๆ หลายก้อน ไม่ใช่ก้อนเดียวโดดๆ แบบอูลูรู เครื่องบินวนซ้ายเอียงขวากันพอมึนๆ เพื่อให้ชมวิวได้ถ้วนทั่ว แล้วก็ลงจอด ก่อนนำเรากลับไปส่งที่โรงแรม

7. Cuddly koala resting in its tree at Taronga Zoo, Sydney. (Mandatory Credit: Destination NSW)
8. Exploring Uluru (Mandatory Credit: Tourism NT/Wayoutback Australian Safaris)
9. Friends enjoying a twilight BridgeClimb Sydney experience overlooking Sydney Harbour. (Mandatory Credit: Destination NSW)
10. Stargazing in the desert (Mandatory Credit: Tourism NT/Matt Glastonbury)
11. Uluru helicopter tour at sunrise (Mandatory Credit: Tourism NT/Emilie Ristevski)
12. Cultural tours with SEIT Outback Australia (Mandatory Credit: Tourism NT/Archie Sartracom)

13. Scenic coastal views from Cape Byron Lighthouse, Byron Bay. (Mandatory Credit: Destination NSW)

14. Starry Sky at Glen Helen at Night (Mandatory Credit: Tourism NT/Matt Cherubino)

15. Shoppers in Queen Victoria Building in Sydney’s CBD. (Mandatory Credit: Destination NSW)

16. Uluru at night (Mandatory Credit: Tourism NT/Matthew Vandeputte)

วันนี้ทั้งวันเราขับรถวนดูรอบๆ อูลูรูและคาตาจูตา (เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ต้องเสียค่าเข้าชม) จากนั้นช่วงสายๆ ถึงก่อนเที่ยง เราก็ลงเดินตามเทรลต่างๆ พอเที่ยงก็หลบร้อนไปรับประทานอาหารและกลับมาแช่น้ำเล่นที่รีสอร์ต จนบ่ายๆ ไม่ค่อยร้อนแล้วจึงขับรถกลับออกไปยังจุดจอดชมวิวสำหรับรถโดยเฉพาะ เพื่อคอยชมพระอาทิตย์ตกที่อูลูรู ซึ่งแสงที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา ทำให้สีของอูลูรูเปลี่ยนไปได้ในทุกนาที จากชมพูเป็นส้มจัดและแดงก่ำ จนต้องกดชัตเตอร์ถ่ายรูปกันทุกนาทีเหมือนกัน เราชมพระอาทิตย์ตกกันจนฟ้ามืดสนิทแล้ว จึงกลับไปรับประทานอาหารค่ำที่รีสอร์ต ก่อนขับรถออกไปดูดาวกันอีกรอบดังที่ตั้งใจ ซึ่งทางรีสอร์ตได้แนะนำว่าอย่าออกไปไกลนัก เพราะช่วงกลางคืนอาจเจอสัตว์บนถนนที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

พ้นเขตรีสอร์ตไปไม่ไกล เราหาจุดจอดรถได้ (แบบไม่อันตราย) แล้วออกมานั่งดูดาวกันจนเมื่อยคอ อยากจะเห็นทางช้างเผือกเหลือเกิน แต่ดูเหมือนว่าการเดินเที่ยวกลางแดดเปรี้ยงของวันนี้จะทำให้เราอ่อนล้าและง่วงจนไม่อาจรอเวลาเผื่อจะเห็นได้

เช้าวันสุดท้ายที่อูลูรูและวันสุดท้ายของทริป เราไม่ปล่อยให้เสียเปล่า ต้องลุกขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกับอูลูรูอีกสักรอบที่จุดจอดรถชมวิว ซึ่งก็รู้สึกโชคดีจริงๆ ที่ตัดสินใจมาชมกัน เพราะมุมมองและแสงสีนั้นแตกต่างจากการนั่งชมจากทางเครื่องบินอยู่มากทีเดียว

แล้วก็ได้เวลาที่เราจะกลับบ้าน หลังจากเก็บบัคเก็ตลิสต์ พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก กับดาวนับล้านดวงได้ครบดังที่ตั้งใจ จากสนามบินอูลูรู เราบินกลับไปบริสเบน ค้างที่นั่นอีกหนึ่งคืนก่อนต่อไฟลต์เข้าสู่กรุงเทพฯ ด้วยความอิ่มอกอิ่มใจไปอีกนาน

13. Scenic coastal views from Cape Byron Lighthouse, Byron Bay. (Mandatory Credit: Destination NSW)
14. Starry Sky at Glen Helen at Night (Mandatory Credit: Tourism NT/Matt Cherubino)
15. Shoppers in Queen Victoria Building in Sydney’s CBD. (Mandatory Credit: Destination NSW)
16. Uluru at night (Mandatory Credit: Tourism NT/Matthew Vandeputte)
17. Night sky over Uluru (Mandatory Credit: Tourism NT/Matt Glastonbury)
18. Gliding over Alice Springs (Mandatory Credit: Tourism NT/Flow Mountain Bike)

17. Night sky over Uluru (Mandatory Credit: Tourism NT/Matt Glastonbury)

18. Gliding over Alice Springs (Mandatory Credit: Tourism NT/Flow Mountain Bike)

TRAVEL TIPS

1. ควรจองที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ สำหรับการเดินทางช่วงคริสต์มาสและปีใหม่
2. การเดินทางเข้าออสเตรเลียต้องใช้วีซ่า ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.vfsglobal.com/
3. หากต้องการไปขับรถเที่ยวเองที่ออสเตรเลีย ทำใบขับขี่นานาชาติที่กรมการขนส่งทางบกไปด้วย ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.dlt.go.th/
4. ช่วงเดือนธันวาคมและมกราคม ที่ออสเตรเลียเป็นหน้าร้อน ควรเตรียมเสื้อผ้าไปให้เหมาะสม และเช็กสภาพอากาศก่อนเดินทางเสมอ

DESTINATION