Fashion InsiderFlashFlash 121Number 121

Fashion Insider: A Delightful Soul

By 9 April 2018 No Comments

ความหรูหราสง่างาม ผสมผสานเข้ากับความอ่อนเยาว์และโรแมนติก คือ คำนิยามของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติอิตาลีที่ Valentino Garavani
ได้ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1960 และโด่งดังเรื่อยมาจนกลายเป็น
แบรนด์แฟชั่นสำหรับผู้หญิงผู้เปี่ยมรสนิยมทั่วทุกมุมโลก

STORY

TAWAN KONKAEW

PHOTOGRAPHY

COURTESY OF BRANDS

การจะทำให้แบรนด์แฟชั่นอายุเกือบ 60 ปี ยังคงความนิยมในท้องตลาด และได้รับการตอบรับที่ดีจากสื่อมวลชน รวมถึงเซเลบริตี้แถวหน้านั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายและยิ่งเป็นแบรนด์ที่ทำกำไรหลักพันล้านด้วยแล้ว ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศของ 3 ปัจจัยที่ผสมผสานและเกื้อหนุนกันอย่างลงตัว หนึ่งคือ ประวัติศาสตร์ที่แข็งแกร่งของแบรนด์ สองคือ วิสัยทัศน์ทางการตลาดที่ยอดเยี่ยม และสามคือ มุมมองความงามที่ร่วมสมัยของครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ ซึ่งอยากจะยกขึ้นมาให้ได้ทำความเข้าใจและเห็นภาพกันชัดเจนยิ่งๆ ขึ้นไป

เมื่อย้อนกลับไปใน ค.ศ. 1969 พาร์ทเนอร์สำคัญทั้งสองคือ Valentino Garavani และ Giancarlo Giammetti ได้นำเสนอความหรูหราและความสนุกสนานของอิตาเลียนแฟชั่นสู่กรุงปารีส เริ่มต้นจากแบรนด์แฟชั่นขนาดเล็ก แต่ความสามารถทางการออกแบบของ Valentino ทำให้เขาได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสุภาพสตรีชั้นนำในวงสังคม ดาราฮอลลีวู้ด ภรรยาของผู้นำประเทศ ตัวอย่างที่รู้จักกันดีก็มีตั้งแต่ Jacqueline Kennedy, Nancy Reagan เรื่อยมาจนถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ก็ทรงสวมฉลองพระองค์จากแบรนด์ Valentino เช่นกัน

ด้วยการตัดเย็บที่ประณีตและการออกแบบที่ทำให้ผู้สวมใส่ชุดนั้นโดดเด่น แต่ไม่หวือหวาเกินไป ทำให้ผู้หญิงที่รักความหรูหราอยากจะเป็นเจ้าของเดรสฝีมือการออกแบบของเขาทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดราตรียาวสีแดงสดที่เขามักจะเลือกใช้เดินปิดท้ายโชว์จนเป็นธรรมเนียมนั้น คือสุดยอดปรารถนาของหญิงสาวในวงสังคมอย่างแท้จริง ใน ค.ศ. 2008 เมื่อ Valentino Garavani ตัดสินใจวางมือจากแบรนด์แฟชั่นของตัวเอง และเพื่อการอำลาครั้งนั้น แฟชั่นโชว์ Spring-Summer 2008 Haute Couture ในตอนจบของโชว์ เหล่านางแบบกว่า 30 ชีวิตได้สวมเดรสสีแดงยาวเดินเรียงรายกันออกมา เรียกเสียงปรบมืออย่างกึกก้องและน้ำตาแห่งความทรงจำ พร้อมๆ กันนั้นสิ่งนี้ยังได้แสดงให้เห็นถึงจุดกำเนิดและตัวตนอันชัดเจนของแบรนด์อีกด้วย

ความสามารถทางการออกแบบของ Valentino
ทำให้เขาได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสุภาพสตรีชั้นนำในวงสังคม

มาถึงส่วนผสมที่ 3 ที่มีสีสันและน่าสนใจที่สุด คือมุมมองการออกแบบของครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่ล่าสุด Pierpaolo Piccioli เขาได้รับตำแหน่งใน ค.ศ. 2016

อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญคือ CEO ของแบรนด์ผู้มีความสามารถมากมาย Stefano Sassi ที่เข้ามาร่วมงานกับบริษัท Valentino S.p.A และเขาคนนี้นี่เองที่ตัดสินใจเลือกคู่หูดีไซเนอร์อย่าง Maria Grazia Chiuri และ Pierpaolo Piccioli มาคุมแผนกออกแบบ จนทำให้แบรนด์นี้มีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยกำไรสุทธิกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่เกิดจากไลน์สินค้ามากมายอันประกอบไปด้วยไลน์ Haute Couture, Ready-to-wear ทั้งผู้ชายและผู้หญิง, ไลน์กระเป๋า รองเท้า และเครื่องหนัง Valentino Garavani ตลอดจนไลน์แว่นตาและน้ำหอมที่มีในกว่า 100 ประเทศผ่านร้านค้า 175 แห่ง และจุดจำหน่าย 1,500 จุดทั่วทุกมุมโลก

มาถึงส่วนผสมที่ 3 ที่มีสีสันและน่าสนใจที่สุด คือมุมมองการออกแบบของครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่ล่าสุด Pierpaolo Piccioli เขาได้รับตำแหน่งในค.ศ.2016 หลังการลาออกของดีไซเนอร์คู่หู Maria Grazia Chiuri ในช่วงปลายปี ค.ศ. 2015 Pierpaolo เล่าว่า ในสมัยเด็กเขาฝันอยากจะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ แต่เมื่อเขาได้รู้จักกับแฟชั่น เขากลับหลงรักมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เขาตัดสินใจเข้าเรียนระดับปริญญาที่ Istituto Europeo di Design ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ณ ที่แห่งนั้นเองที่ช่วยเปิดประตูสู่โลกการออกแบบให้กับเขาอย่างแท้จริง “การได้ร่วมงานกับเหล่าศิลปินและช่างฝีมืออิตาเลียนชั้นยอด คือพื้นฐานที่ทำให้ผมเข้าใจกฎเกณฑ์ของความงาม จนผมสามารถทำลายมันและสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่อีกครั้งในแบบของผมเอง”

ช่วงเวลาเพียง 2 ปี จาก ค.ศ. 2016-2018 เพียง8 คอลเลคชั่นที่เขาได้โชว์ลายเซ็นและเอกลักษณ์การออกแบบให้เป็นที่ถูกใจสื่อแฟชั่นแถวหน้าได้อย่างดี เช่นเดียวกับผลงานการออกแบบล่าสุดในซีซั่น Spring-Summer 2018 Pierpaolo Piccioli หยิบยกไอเดียที่แตกต่างกันสุดขั้วอย่างภาพถ่ายโลกจากยานอวกาศอะพอลโลและเครื่องแบบนักบินอวกาศ ผ่านการเลเยอร์ของเสื้อคอเต่า แจ็กเก็ตแบบบุนวม และเครื่องแบบจัมพ์สูท แต่ก็ไม่ทิ้งดีเอ็นเอของแบรนด์ เมื่อเขาจับคู่เข้ากับเสื้อผ้าในยุค 1980 ที่ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์พาแบรนด์มายังจุดสูงสุด ช่วงเวลาสุดสนุกของสาวปาร์ตี้ถูกตีความใหม่เป็นผ้าปักเลื่อมหรือพลาสติกแวววาว แต่ก็ยังอ่อนหวานด้วยเสื้อยืดและผ้าพิมพ์ลายดอกไม้ ที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีและดูโมเดิร์นอย่างคาดไม่ถึง

ทุกวันนี้ จิตวิญญาณของหญิงสาวแสนโรแมนติกและสง่างามยังคงอยู่กับแบรนด์อย่างไม่หายไปไหน เพียงแต่ว่าเธอเหล่านั้นอ่อนวัยลง ไร้เดียงสา และสนุกสนานกับชีวิตมากขึ้นเท่านั้นเอง