Lifestyle

LIFESTYLE
กุหลาบวาเลนไทน์
ความหมายดีๆ ที่มาพร้อมความหวาน
ของดอกไม้แห่งความรัก

เมื่อคุณให้ดอกไม้กับใครสักคน ไม่ว่าเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก ภายใต้ความงดงามนั้นยังมีความหมายที่ซ่อนอยู่เสมอ คนเราให้ดอกไม้ช่วยสื่ออารมณ์หรือพูดแทนความรู้สึกกันมาเป็นเวลายาวนาน โดยเฉพาะในยุควิกตอเรียนที่แนวคิดของ “ภาษาดอกไม้” เป็นที่แพร่หลายทั่วยุโรปและยังคงได้รับความนิยมไปทั่วทั้งโลกมาจนถึงปัจจุบัน วาเลนไทน์นี้ Power จะพาไปสำรวจเรื่องราวที่น่าสนใจของ “กุหลาบ” พร้อมกับความหมายที่ซ่อนอยู่ในกุหลาบสีต่างๆ ให้ได้เลือกหาเป็นของขวัญแทนใจกันในเทศกาลแห่งความรักนี้ ในโลกตะวันตกเรื่องราวของดอกกุหลาบนั้นมีความเกี่ยวข้องกับตำนาน บทกวี และคัลเชอร์ต่างๆ มากมาย ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคงต้องเป็น “วีนัส” เทพีของชาวโรมันที่เป็นสัญลักษณ์ของความงาม ความรุ่งเรือง ชัยชนะ และแน่นอน...ความรัก ตำนานเล่าว่าวีนัสผู้ต้องผิดหวังในความรัก จากการที่อดอนิสผู้เป็นที่รักตายจากไป เมื่อหยดน้ำตาจากความเสียใจรวมเข้ากับเลือด จึงเกิดเป็นพุ่มดอกไม้สีแดงเข้มขึ้นโดยทั่วบริเวณ บางตำนานเล่าว่า วันหนึ่งขณะที่วีนัสกำลังเล่นอยู่กับคิวปิดผู้เป็นลูกชาย บังเอิญไปโดนศรรักของคิวปิดเข้า จึงตกอยู่ในอำนาจมนตร์สะกด และชายที่ปรากฏตรงนั้นเป็นคนแรกก็คืออดอนิสนั่นเอง หลังจากนั้นเรื่องราวก็ลงเอยด้วยความโศกเศร้าเช่นกัน วีนัสได้เสกให้เลือดของอดอนิสกลายเป็นดอกไม้สีแดง มีกลีบซับซ้อนหลายชั้น และจะบานเมื่อยามที่สายลมพัดผ่านมา ปัจจุบันมีกุหลาบหลากหลายสีที่นิยมให้เป็นของขวัญแก่กัน เพราะนอกจากความสวยงามดีต่อใจแล้ว กุหลาบสีต่างๆ ยังแทนความหมายที่ต่างกันอีกด้วย กุหลาบสีแดง – “รัก” สีแห่งความโรแมนติก ความงามที่สมบูรณ์แบบ รวมไปถึงการเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่างคู่รัก กุหลาบสีส้ม – “ภูมิใจ” สีแห่งความชื่นชม ความตื่นเต้น และการให้กำลังใจ กุหลาบสีเหลือง – “กอด” ความสดใสของสีเหลืองสื่อถึงมิตรภาพ มันคือความอบอุ่น สดใส และห่วงใย เหมาะเหลือเกินที่จะมอบให้ใครสักคนที่ต้องการกำลังใจ กุหลาบสีชมพู – “ขอบคุณ” อีกหนึ่งสียอดนิยมของกุหลาบ ตัวแทนของความชื่นชมยินดี และการยอมรับในตัวตน นิยมมอบให้เพื่อที่จะบอกว่าคนรับนั้นหวานแค่ไหน กุหลาบสีขาว – “ตลอดไป” สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ อ่อนเยาว์ และการเริ่มต้นใหม่ เหมาะอย่างยิ่งที่จะให้กับคู่หมั้น หรือใช้ในงานแต่งงาน แม้เรื่องราวที่มาของดอกกุหลาบจะดูไม่สุขสมหวัง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด น่าจะเป็นพลังของความรักที่มั่นคงไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม และคงจะดีไม่น้อยถ้าหากว่าวาเลนไทน์ปีนี้ เราใส่ความหมายของกุหลาบเข้าไปในของขวัญสำหรับคนรู้ใจ อาจจะเป็นบูเคต์สวยสะพรั่งสักช่อ ขนมหวาน หรือน้ำหอมที่มีกุหลาบเป็นส่วนประกอบ เพื่อเพิ่มความพิเศษในวันพิเศษให้มากขึ้นอีกหน่อย รับรองว่าเดือนกุมภาพันธ์จะอบอวลไปด้วยความหวานมากกว่าที่เคยแน่นอน BVLGARI Allegra Magnifying Rose Essence EDP 40 มล. SHOP NOW L'OCCITANE Rose Eau De Toilette 50 มล. SHOP NOW L'OCCITANE Rose Eau De Toilette 50 มล. SHOP NOW CHLOÉ Eau de Toilette Rose Tangerine 50 มล. SHOP NOW TOM FORD BEAUTY Rose Prick 50 มล. SHOP NOW TOM FORD BEAUTY Rose Prick 50 มล. SHOP NOW DIOR Miss Dior Rose N'roses The New…
Editor
12 February 2022
Lifestyle

LIFESTYLE
“ก้าวสู่อนาคตไปด้วยกัน”
รวมไฮไลต์และเรื่องราวที่น่าสนใจ
ในโอลิมปิกฤดูหนาว Beijing 2022

เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 24 “Beijing 2022” ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ถึงแม้ว่าจะมีสเกลที่เล็กกว่าโอลิมปิกฤดูร้อน แต่เจ้าภาพอย่างจีนก็ไม่ทำให้แฟนๆ ต้องผิดหวังเลยแม้แต่น้อย แถมยังจัดเต็มไปด้วยไฮไลต์เด็ดๆ มากมาย และวันนี้ Power จะพาไปชมบรรยากาศและความน่าสนใจของ Beijing 2022 ที่ยิ่งดูยิ่งอยากไปเห็นด้วยตาตัวเอง Faster, Higher, Stronger – Together Beijing 2022 ทำให้ปักกิ่งกลายเป็นมหานครแรกของโลกที่เป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว หลังจากที่เมื่อปี 2008 เคยสร้างความตื่นตาตื่นใจที่หลายคนยังคงจำได้ดี ครั้งนี้ก็เช่นกัน “สนามรังนก” หรือ สนามกีฬาแห่งชาติกรุงปักกิ่ง ยังคงใช้สำหรับพิธีเปิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้อย่างงดงาม ตั้งแต่ปี 1924 โอลิมปิกที่ปารีส “Plus Vite, Plus Haut, Plus Fort” ที่มีความหมายว่า เร็วขึ้น สูงขึ้น แข็งแรงขึ้น ถูกใช้เป็นคติพจน์ประจำการแข่งขันเรื่อยมา จนกระทั่งปีที่แล้วนี่เองที่ได้มีการเพิ่มคำเข้าไปต่อท้ายว่า “...ไปด้วยกัน” ซึ่งจีนก็ได้สานต่อแนวคิดดังกล่าวด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำสันติภาพมาสู่โลก และได้ประกาศคำขวัญอย่างเป็นทางการของกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในครั้งนี้ว่า “ก้าวสู่อนาคตไปด้วยกัน” Together for a Shared Future เจ้าภาพจีนเชื่อว่า พลังของเกมกีฬาเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการเอาชนะความท้าทายที่โลกมีต่อมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผชิญหน้ากับความยากลำบากของโรคระบาดที่เกิดขึ้น มันสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันเพื่อก้าวเดินไปสู่วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า แน่นอนว่า “ก้าวสู่อนาคตไปด้วยกัน” มิใช่เป็นเพียงความฝันที่ยังอยู่ห่างไกล เพราะจีนได้นำเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) และระบบอัจฉริยะต่างๆ มาใช้ในโอลิมปิกครั้งนี้อย่างจริงจัง ซึ่งนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกและมีความทันสมัยแล้ว ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดงานในสถานการณ์โควิด-19 ของ Tokyo 2020 ไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็น Robot เราจะได้เห็นหุ่นยนต์อยู่ทั่วไป ที่ดูแลทุกอย่างตั้งแต่รูมเซอร์วิส งานครัว บาร์ ไปจนถึงการฝึกซ้อมของนักกีฬา อย่างหุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์ที่สามารถผสมค็อกเทลได้ภายใย 90 วินาที หุ่นยนต์เชฟทำกับข้าวได้หลากหลายทั้งกูร์เมต์ เบอร์เกอร์ และอาหารจีนทั่วไป รวมทั้งมีการใช้โดรนมาติดบนรางที่เพดานเพื่อเสิร์ฟอาหาร เป็นการให้บริการแบบไร้สัมผัสเต็มรูปแบบ Baidu นำเทคโนโลยีไร้คนขับมาให้บริการ Apollo Go Robotaxi ที่สนามแข่งขันในสวนสาธารณะชั่วก่าง และบริการร้านค้าเคลื่อนที่บนรถมินิบัสซึ่งจะหยุดให้บริการเมื่อมีลูกค้ากวักมือเรียก หุ่นยนต์โค้ชของ Harbin Institute of Technology ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีจดจำใบหน้า ร่วมกับระบบควบคุมอัตโนมัติมาใช้เพื่อเพิ่มโอกาสในการคว้าเหรียญทองให้นักกีฬา มีการนำข้อมูลต่างๆ ของนักกีฬามาเข้าสู่ขบวนการ Deep Learning และจำลองโมเดลการเล่นออกมาแบบ 3 มิติ เพื่อใช้วิเคราะห์จุดที่นักกีฬาควรปรับปรุง โดยสามารถเจาะลึกได้ว่าเทคนิคการเล่นแบบไหนที่จะสร้างอิมแพกต์ให้กับลีลาได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการกระโดด ความเร็วที่เหมาะที่สุดสำหรับการหมุนตัว เป็นต้น มีการนำเทคโนโลยีที่สวมใส่ได้ Wearable Tech มาให้นักกีฬาใช้เพื่อตรวจจับการเต้นของหัวใจ การหมุนเวียนของเลือด ปริมาณน้ำในร่างกาย และปัจจัยอื่นๆ สำหรับเช็กว่านักกีฬามีสภาพร่างกายพร้อมและสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้หรือไม่ Wearable Tech ยังเอามาใช้ในระบบเซนเซอร์ซึ่งเป็นหัวใจของการป้องกันการแพร่เชื้อโคโรนาใน Beijing 2022 นักกีฬาและสตาฟที่เกี่ยวข้องกว่า 13,000 ชีวิต สามารถเดินทางมาร่วมการแข่งขันโดยไม่จำเป็นต้องมีการกักตัวตามมาตรการปกติ แต่ทุกคนจะต้องอยู่เฉพาะในบริเวณสนามแข่งขันและฝึกซ้อมเท่านั้น โดยทำการติดเซนเซอร์ไว้ที่ใต้วงแขนเพื่อคอยวัดอุณหภูมิร่างกายตลอดงาน รวมทั้งมีหุ่นยนต์หน้ายิ้มที่จะส่งเสียงตำหนิเมื่อตรวจจับได้ว่าใครไม่ยอมใส่หน้ากากในพื้นที่ รวมไปถึงระบบเตียง Memory Foam อัจฉริยะ ที่ออกแบบมาเพื่อมอนิเตอร์การหายใจ…
Editor
8 February 2022
Lifestyle

LIFESTYLE
สีกระเป๋าเงินเรียกทรัพย์ประจำวันเกิด

“กระเป๋าเงิน” ไม่เพียงเป็นไอเทมในชีวิตประจำวันที่ตอบโจทย์การใช้งาน ความสะดวกสบายและความเป็นระเบียบในการจัดเก็บหรือหยิบใช้เงินของเราเท่านั้น แต่หลายคนยังมีความเชื่อว่า การเลือกสีของกระเป๋าให้ตรงกับดวงวันเกิดยังสามารถช่วยเสริมดวงรับทรัพย์ได้อีกด้วย เพื่อความเป็น “สายมู+แฟ(ชั่น)” รับสิ่งดีดีในวันปีใหม่ ลองหาฤกษ์ดีเปลี่ยนกระเป๋าเงินกันสักหน่อย นอกจากความสวยเก๋มีสไตล์  ลองเพิ่มออปชั่นเสริมด้วยเรื่องของสีสันเสริมมงคลไปในตัว สีไหนควรใช้ สีไหนควรเลี่ยง Power นำมาอัปเดตให้ได้รู้กันที่นี่แล้ว คนเกิดวันอาทิตย์ สีมงคล > สีแดง สีเขียว สีที่ควรเลี่ยง > สีน้ำเงิน สีคราม สีฟ้า คนเกิดวันจันทร์ สีมงคล > สีขาว สีน้ำตาล สีดำ สีที่ควรเลี่ยง > สีแดง คนเกิดวันอังคาร สีมงคล > สีชมพู สีเหลือง สีน้ำตาล สีที่ควรเลี่ยง > สีขาว คนเกิดวันพุธ สีมงคล > สีเขียว สีม่วง สีขาว สีที่ควรเลี่ยง > สีชมพู คนเกิดวันพฤหัสบดี สีมงคล > สีส้ม สีเหลือง สีที่ควรเลี่ยง > สีดำ สีม่วง สีน้ำตาล คนเกิดวันศุกร์ สีมงคล > สีฟ้า สีชมพู สีที่ควรเลี่ยง > สีดำ สีม่วง คนเกิดวันเสาร์ สีมงคล > สีดำ สีน้ำตาล สีเทา สีฟ้า สีที่ควรเลี่ยง > สีเขียว #KINGPOWERช้อปมั่งคั่งโชคมั่งมี #KINGPOWERCHINESENEWYEAR2022 #KINGPOWERPROMOTION
Editor
4 February 2022
Lifestyle

LIFESTYLE
ขอพรออนไลน์ ไหว้พระเสริมสิริมงคลแบบเวอร์ชวล
ที่วัดหวังต้าเซียน ฮ่องกง

พลังของความเชื่อความศรัทธานำไปสู่วิถีทางใหม่ๆ ได้เสมอ อย่างที่การท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board) ตระหนักว่าการไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคลนั้นเป็นกิจกรรมที่สำคัญต่อชาวจีนเพียงใด จึงได้ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนปี 2565 นี้ ในแบบ New Normal ซึ่งถือเป็นการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันที่ยังไม่แน่นอน แต่ก็ช่วยเติมเต็มช่วงเวลาอันมีค่านี้ได้เป็นอย่างดีช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี วัดหว่องไท่ซิน หรือที่ชาวไทยคุ้นเคยในชื่อ วัดหวังต้าเซียน ศาสนสถานที่เป็นที่นิยมที่สุดในฮ่องกงสำหรับการไปไหว้พระขอพรรับปีใหม่ จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากทั่วโลกที่เดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมดวงชะตาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ เนื่องจาก “หว่อง ชิวปิง” นักบวชลัทธิเต๋าซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัดแห่งนี้ ได้รับการนับถือเป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งที่มีความสามารถในการรักษาโรคนั่นเองในขณะที่ตรุษจีนปีนี้วัดหวังต้าเซียนไม่ได้เปิดให้เข้าชมเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่ก็เปิดให้สักการะบูชาผ่านเว็บไซต์ของทางวัด กับบริการ “อธิษฐานออนไลน์” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวฮ่องกงรวมถึงผู้คนจากทั่วโลกที่ไม่สะดวกเดินทางในช่วงนี้ เพียงกรอกชื่อ วันเดือนปีเกิด คำอธิษฐาน พร้อมกับเลือกเรื่องที่ต้องการขอพรได้ ไม่ว่าจะเป็นโชค ลาภ สุขภาพ ความสัมพันธ์ ครอบครัว ความสุขสงบ การเรียน และความมั่งคั่ง คลิก http://www.wongtaisintemple.org.hk/en/online-praying สำหรับอีกหนึ่งพิธีกรรมที่เป็นไฮไลต์อย่างการไหว้พระแก้ปีชงเสริมดวงชะตาที่ห้องใต้ดิน หรือ ห้องลับหวังต้าเซียน ก็สามารถส่งคำขอทางออนไลน์ไปได้เช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่จะทำพิธีให้ในนามของเรา ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการทำพิธีเหมือนปกติจริงๆ นอกจากนี้ในเว็บไซต์ยังทำ Route ให้คลิกชมความสวยงามพร้อมคำอธิบายจุดต่างๆ ภายในวัดอีกด้วยพร้อมกันนี้ คิง เพาเวอร์ ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน ช้อปมั่งคั่ง โชคมั่งมี สุขสันต์ปีขาล ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2565 แจกอั่งเปาส่วนลดและโปรโมชั่นมากมาย พร้อมมอบโชคลุ้นร่วมทริปมงคลเสริมโชคลาภ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 9 – 11 มีนาคม 2565 กับ อาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา จำนวน 10 รางวัล* (1 รางวัล สำหรับ 1 ท่าน) เมื่อช้อปครบทุก 8,000 บาท (สุทธิ) *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด คิง เพาเวอร์ ปฏิบัติมาตรการดูแลป้องกันตามที่ภาครัฐกำหนดอย่างเข้มงวด และเน้นย้ำกำกับใช้มาตรการ D-M-H-T-T เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด ยังคงให้บริการด้วยมาตรการสุขอนามัย โดยให้ผู้มาใช้บริการทุกท่านสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาในทุกพื้นที่ และรักษาระยะห่างทางสังคมตามนโยบาย Social Distancing เพื่อให้คุณช้อปปลอดภัย มั่นใจ หายห่วง สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ King Power Contact Centre 1631 #KINGPOWERช้อปมั่งคั่งโชคมั่งมี #KINGPOWERCHINESENEWYEAR2022 #KINGPOWERPROMOTION ขอขอบคุณรูปภาพจาก http://www2.siksikyuen.org.hk/ https://www.discoverhongkong.com/eng/index.html
Editor
2 February 2022
Lifestyle

LIFESTYLE
“ทำไมต้องให้อั่งเปา”
เรื่องราวดีๆ ที่มาพร้อมเทศกาลตรุษจีน

ตรุษจีนน่าจะเป็นอีกหนึ่งวันของปีที่เราอยากเป็นเด็กที่สุด เพราะว่าตามธรรมเนียมจีนนั้น ผู้ใหญ่จะให้ “อั่งเปา” แก่เด็กๆ ซึ่งก็แน่นอนว่าเมื่อถึงวันที่เด็กๆ โตขึ้น มีหน้าที่การงานแล้ว ก็จะต้องเป็นฝ่ายให้กับเด็กๆ ลูกหลานต่อไปบ้างเช่นกัน วันนี้ Power จะพาไปทำความรู้จักกับประเพณีนี้ให้มากขึ้น รู้ถึงที่มาที่ไป ทำไมต้องให้อั่งเปา ตลอดจนมุมมองที่น่าสนใจของไฮไลต์ประจำเทศกาลที่หลายคนรอคอยนี้ “อั่งเปา” คืออะไร? ในภาษาจีนแต้จิ๋วคำว่า อั่ง แปลว่า แดง ส่วนคำว่า เปา แปลว่า ซองหรือกระเป๋า ถ้าแปลตรงตัวก็จะหมายถึงซองสีแดงนั่นเอง แต่ยังมีอีกคำหนึ่งที่ได้ยินบ่อยไม่แพ้กันนั่นก็คือ “แต๊ะเอีย” หรือ แตะเอีย ซึ่งหลายคนอาจจะเกิดคำถามว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไร เพราะได้ยิน 2 นี้สลับกันไปสลับกันมาตลอด แต๊ะเอีย เป็นภาษาจีนแต้จิ๋วเช่นกัน โดยคำว่า แต๊ะ แปลว่า ทับหรือกด ส่วนคำว่า  เอีย แปลว่า เอว ต้องเท้าความต่อไปอีกเล็กน้อยว่าสมัยก่อนคนจีนจะใช้เงินเหรียญที่มีรูอยู่ตรงกลาง ซึ่งจะนิยมพกพาด้วยการร้อยเป็นพวงแล้วผูกไว้ที่เอวนั่นเอง สรุปง่ายๆ ก็คือ อั่งเปาคือซองสีแดง ในขณะที่แต๊ะเอียคือเงินหรือของมีค่าที่อยู่ในซอง ทั้งสองมักจะมาคู่กัน จะเรียกคำไหนก็เป็นที่เข้าใจได้ ซึ่งอย่างที่บอกว่าถ้าเด็กโตขึ้นจนมีงานมีรายได้แล้ว ก็จะต้องเป็นฝ่ายให้และอดรับซองจากผู้ใหญ่ ยกเว้นผู้ใหญ่ยังเอ็นดูและประสงค์ที่จะให้ต่อไป ซึ่งประเด็นนี้ก็มีที่มาที่ไปอยู่เช่นกัน ของขวัญจากความปรารถนาดี การให้เงินเด็กๆ ในวันปีใหม่นอกจากมีจุดประสงค์เพื่อให้มีเงินเล็กๆ น้อยๆ ในการซื้อขนมหรือประทัดเล่นแล้ว ยังมีความหมายแฝงที่เป็นสิริมงคลอีกด้วย แน่นอนว่าเป็นประหนึ่งเป็นเงินขวัญถุงข้ามปี เพื่อให้ลูกหลานรู้จักเก็บหอมรอมริบจะได้มีเงินใช้ไม่ขาดมือนั่นเอง ส่วนที่มาของประเพณีนี้นั้นมีการลงความเห็นที่แตกต่างกันไป บ้างว่ามาจากประเพณีเก่าสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ที่จะทำการวางพานหรือถาดผลไม้ไว้ข้างๆ หมอนในคืนวันสิ้นปี เพื่อที่ตื่นมาเช้าปีใหม่และทั้งปีจะได้มีกิน ในเวลาต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นเงินโดยที่ยังคงจุดประสงค์เดิมเอาไว้ บ้างก็ว่าคืนสิ้นปีจะมีผีร้ายออกมาทำร้ายเด็กๆ ผู้ใหญ่จะต้องเฝ้าทั้งคืน แต่ปรากฏว่ามีผู้เฒ่าคนหนึ่งมีลูกเล็ก ด้วยความที่ตัวเองอายุมากแล้วจึงเผลอหลับไป แต่เงินเหรียญห่อด้วยกระดาษแดงที่วางอยู่แถวนั้นกลับเปล่งรัศมีออกมาไล่ผีร้ายตนนั้นไป ไม่ว่าที่มาที่แท้จริงของประเพณีการให้อั่งเปาจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่สรุปได้แน่ๆ ก็คือ มันคือการดูแลเอาใจใส่ที่ผู้ใหญ่มอบให้แก่ลูกๆ หลานๆ นั่นเอง แม้แต่ห้างร้านต่างๆ นายจ้างก็นิยมให้อั่งเปาหรือแต๊ะเอียกับลูกจ้างในวันตรุษจีนด้วยเช่นกัน อันที่จริงถ้าดูจากความหมายและที่มาแล้ว ไม่ว่าใครก็ให้อั่งเปากันได้ เด็กๆ จะให้ผู้ใหญ่ก็ย่อมได้ อาจจะเป็นเงินไม่มากหรือต่อให้ไม่มีเงินเลยก็ตาม อั่งเปาก็ยังเป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาดีที่มีให้กันอยู่เสมอ ของขวัญจากความปรารถนาดี การให้เงินเด็กๆ ในวันปีใหม่นอกจากมีจุดประสงค์เพื่อให้มีเงินเล็กๆ น้อยๆ ในการซื้อขนมหรือประทัดเล่นแล้ว ยังมีความหมายแฝงที่เป็นสิริมงคลอีกด้วย แน่นอนว่าเป็นประหนึ่งเป็นเงินขวัญถุงข้ามปี เพื่อให้ลูกหลานรู้จักเก็บหอมรอมริบจะได้มีเงินใช้ไม่ขาดมือนั่นเอง ส่วนที่มาของประเพณีนี้นั้นมีการลงความเห็นที่แตกต่างกันไป บ้างว่ามาจากประเพณีเก่าสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ที่จะทำการวางพานหรือถาดผลไม้ไว้ข้างๆ หมอนในคืนวันสิ้นปี เพื่อที่ตื่นมาเช้าปีใหม่และทั้งปีจะได้มีกิน ในเวลาต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นเงินโดยที่ยังคงจุดประสงค์เดิมเอาไว้ บ้างก็ว่าคืนสิ้นปีจะมีผีร้ายออกมาทำร้ายเด็กๆ ผู้ใหญ่จะต้องเฝ้าทั้งคืน แต่ปรากฏว่ามีผู้เฒ่าคนหนึ่งมีลูกเล็ก ด้วยความที่ตัวเองอายุมากแล้วจึงเผลอหลับไป แต่เงินเหรียญห่อด้วยกระดาษแดงที่วางอยู่แถวนั้นกลับเปล่งรัศมีออกมาไล่ผีร้ายตนนั้นไป ไม่ว่าที่มาที่แท้จริงของประเพณีการให้อั่งเปาจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่สรุปได้แน่ๆ ก็คือ มันคือการดูแลเอาใจใส่ที่ผู้ใหญ่มอบให้แก่ลูกๆ หลานๆ นั่นเอง แม้แต่ห้างร้านต่างๆ นายจ้างก็นิยมให้อั่งเปาหรือแต๊ะเอียกับลูกจ้างในวันตรุษจีนด้วยเช่นกัน อันที่จริงถ้าดูจากความหมายและที่มาแล้ว ไม่ว่าใครก็ให้อั่งเปากันได้ เด็กๆ จะให้ผู้ใหญ่ก็ย่อมได้ อาจจะเป็นเงินไม่มากหรือต่อให้ไม่มีเงินเลยก็ตาม อั่งเปาก็ยังเป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาดีที่มีให้กันอยู่เสมอคิง เพาเวอร์ ร่วมส่งความปรารถนาดี มอบความคุ้มค่าฉลองตรุษจีน เพียงลงทะเบียนก็รับอั่งเปาส่วนลดมูลค่า 800 บาท จำนวน 3 ใบ โดยอั่งเปาส่วนลด 1 ใบ สำหรับช้อป 3,000 บาท ขึ้นไปต่อใบเสร็จ และสามารถรวมอั่งเปาส่วนลด 3 ใบ มูลค่า 2,400 บาท สำหรับช้อป 8,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จได้ ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ…
Editor
31 January 2022
Food & DrinksLifestyle

FOOD & DRINKS
อิ่มอร่อยรับตรุษจีนที่ ไทย เทสต์ ฮับ
พร้อมบริการฟู้ดเดลิเวอรี
ที่ให้คุณสะดวกสบายยิ่งกว่าเดิม

ไม่ว่าวันตรุษจีนหรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนนั้นจะมีความจริงจังในเรื่องพิธีกรรมเพื่อความเป็นสิริมงคลมากแค่ไหน แต่สิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนั้นเห็นจะเป็นการที่ครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ได้รับประทานอาหารร่วมกัน ได้เนรมิตช่วงเวลาดีๆ เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ไปกับคนที่รัก เมื่อพูดถึงอาหาร ทั้งจีนและไทยต่างก็เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องวัฒนธรรมการกิน ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์ของรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนบรรยากาศที่มีความเป็นกันเอง ความอบอุ่นบนโต๊ะอาหาร บทสนทนาของบรรดาสมาชิกในครอบครัวที่ออกรสไม่น้อยไปกว่าจานโปรดที่อยู่ตรงหน้า ซึ่ง Power เชื่อในคุณค่าและความหมายของความสัมพันธ์ในครอบครัว ที่ได้กลับมารวมตัวและอัปเดตชีวิตซึ่งกันและกันอีกครั้งในเทศกาลแห่งความสุขโดยมี “อาหาร” เป็นสื่อกลาง จึงอยากชวนคุณและครอบครัวมาเติมความสุขรับตรุษจีน อิ่มอร่อยไปกับนานาเมนูสตรีตฟู้ดชื่อดังที่รวบรวมมาไว้ในที่เดียวที่ ไทย เทสต์ ฮับพบกับศูนย์รวมความอร่อยจากสตรีตฟู้ดร้านเด็ดเจ้าดังจัดเต็มครบทั้งคาวหวาน ที่ ไทย เทสต์ ฮับ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ในบรรยากาศห้องแถวแบบไทยๆ ผสมผสานเข้ากับสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย ให้อารมณ์ย้อนยุคคิดถึงวันวาน ที่สำคัญคือไม่ต้องรอคิวนานก็ได้ลิ้มลองรสชาติแบบต้นตำรับ ไม่ว่าจะเป็น ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี, ห่านท่าดินแดง, ข้าวขาหมูจุฬา สามย่าน, นายอ้วนเย็นตาโฟ, ละมัย หอยทอดเยาวราช, สว่างบะหมี่ก้ามปู, เจ็กเม้งข้าวมันไก่สองสี, ก๋วยจั๊บฮ่องเต้, การิม โรตี มะตะบะ, กะเพราหม่อมแม่, ธีรชัยไก่ย่าง, กุ้งเผาอยุธยา, เชียงการีลา, Thai Street Food by Asian Corner, เทพนคร, ลามูน ตบท้ายด้วยของหวาน ฮอทฟรายด์ บาย ดิเอมเมอรัลด์ 1992, เอี๊ยงออเฮ่าชือ, ขนมครกประมวล มีศิลป์, ออล โคโค และ Amatissimo Caffèพร้อมกันนี้ ยังมีโซน ไทย เทสต์ ฮับ เอกซ์เพรส ที่รวบรวมร้านอร่อยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาให้ได้ชิมกันอย่างจุใจ ทั้งขนมเบื้องแม่ประภา, Fruit for Health, ขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช, TOKYO BEAN, YA KUN KAYA TOAST, เสี่ยวเสฉวน, กุยช่ายเหล่าหอเจี๊ยะ by เจ้น้อย, อาหยาว, ชุมพลปาท่องโก๋, หมึกย่างแดนมังกรเยาวราช, ยี่ สับ หลก เอกซ์เพรส, หน่ำเตียง, หนม-จีน ฮับ by Khao, อะคัพ บาย อานัม ได้ที่ชั้น 3 คิง เพาเวอร์ รางน้ำ สำหรับใครที่อยู่ใกล้โซนสาทร-นราธิวาส-สีลม สามารถพบความอร่อยจากสตรีตฟู้ดชื่อดังระดับตำนานและมิชลินแนะนำได้ที่ ไทย เทสต์ ฮับ มหานคร คิวบ์ กับร้านผัดไทยไฟทะลุ, ก๋วยจั๊บนายเอ็ก, สุกี้เมาเวอริค, ยี่ สับ หลก, บุญเลิศ, เผ็ดเผ็ด เฮ่!, 9 แสนล้าน, ผิน, ลิ้ม เหล่า ซา, ครวญ, ชุมพลปาท่องโก๋ และป้าหงษ์ขนมไทย ข้ามมาที่ฝั่งบางนา-ลาดกระบัง กับ ไทย เทสต์ ฮับ คิง เพาเวอร์ ศรีวารี (เปิดบริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์) ที่ให้คุณอร่อยกับกะเพราหม่อมแม่, ธีรชัยไก่ย่าง,…
Editor
28 January 2022
Lifestyle

LIFESTYLE
15 วันมงคล ต้อนรับปีใหม่แบบชาวจีน

นอกจากวันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว ในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ของจีนที่เราคุ้นเคยกันดีแล้ว ชาวจีนนั้นยังมีธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อความเป็นสิริมงคลตั้งแต่วันแรกของปีใหม่ ยาวไปจนถึงวันที่ 15 กันเลยทีเดียว ซึ่งไม่เพียงเป็นกิจกรรมที่นำสิ่งดีๆ มาให้ตั้งแต่ต้นปี แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวอีกด้วย สัปดาห์สุดท้ายของปีเก่าหรือประมาณ 7 วันก่อนวันตรุษจีน ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการจับจ่ายใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ของตกแต่ง เสื้อผ้าใหม่ รวมไปถึงพลุต่างๆ แม้ว่าชาวจีนจะขึ้นชื่อในเรื่องการประหยัดมัธยัสถ์ แต่สำหรับเทศกาลสำคัญเช่นนี้ การซื้อหาสิ่งของที่เป็นสิริมงคลถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ปี 2022 ซึ่งตรงกับปีขาล เราก็จะเห็นการประดับรูปเสือ โคมไฟสีแดง และที่ขาดไม่ได้คือการไหว้บรรพบุรุษในวันสิ้นปี เพื่อพร้อมต้อนรับวันแรกของปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในวันรุ่งขึ้น วันที่ 1 วินาทีแห่งการเฉลิมฉลองจะมาพร้อมกับเสียงพลุดังสนั่น ด้วยความเชื่อว่ายิ่งจุดพลุให้ดังยิ่งนำความมั่งคั่งโชคดีมาให้ รวมถึงเป็นการต้อนรับเทวดาแห่งสวรรค์และโลก ชาวจีนนั้นเชื่อว่าสิ่งที่ทำในวันแรกจะเป็นตัวกำหนดโชคชะตาตลอดทั้งปี หลายครอบครัวจะรับประทานมังสวิรัติเพื่อชำระร่างกายและจิตใจ และจะไม่กวาดพื้นเพราะเชื่อว่าจะเป็นการกวาดโชคดีออกไป วันที่ 2 วันนี้ชาวจีนจะทำการไหว้ญาติผู้ใหญ่ฝั่งแม่ ลูกสะใภ้จะกลับไปเยี่ยมบ้านของตน รับประทานอาหารร่วมกัน อวยพรซึ่งกันและกันเพื่อความเป็นสิริมงคล วันที่ 3 หลายคนเชื่อว่าวันนี้เป็นวันที่มีโอกาสในการทะเลาะกับผู้อื่นได้ง่าย จึงต้องระมัดระวังคำพูดเป็นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงการมีปากเสียง หากทำธุระเสร็จแล้วก็จะรีบกลับบ้าน รวมถึงยังมีตำนานเล่าว่าวันนี้เป็นวันที่หนูจะแต่งงาน จึงนิยมนำข้าวไปวางในครัวหรือระเบียงเป็นของขวัญให้กับหนู และการเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำจะทำให้ไม่มีหนูมารบกวนตลอดทั้งปี วันที่ 4 ชาวจีนเชื่อว่าช่วงสิ้นปีเทพเจ้าแห่งเตาไฟที่คอยดูแลความเรียบร้อยในครัวจะกลับไปยังสวรรค์ และในวันที่สี่นี้เองที่ท่านจะกลับลงมาอีกครั้ง ชาวจีนจึงจะนำอาหารมาไหว้เพื่อต้อนรับ และเพื่อขอพรให้เทพคอยปกป้องคุ้มครองไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นในบ้าน วันที่ 5 วันนี้เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งร่ำรวยจะมาเยือน จึงไม่ควรออกจากบ้านเป็นเวลานานเพราะจะต้องรอรับพรจากเทพเจ้า รวมถึงยังเชื่อว่าเป็นวันแห่งการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย 5 อย่าง ได้แก่ อุปสรรคเรื่องภูมิปัญญา การเรียนรู้ ความฉลาด ชีวิต และความสัมพันธ์ ด้วยการทำความสะอาดบ้านเพื่อปัดกวาดสิ่งไม่ดีเหล่านี้ออกไป วันที่ 6 ชาวจีนจะเดินไปทางไปเยี่ยมมิตรสหาย ไปทำบุญไหว้พระเพื่อความร่ำรวยและความสุข ทำความสะอาดห้องน้ำ ตลอดจนทิ้งความยากจนไปกับเสื้อผ้าเก่าๆ วันที่ 7 วันแห่งการเฉลิมฉลองด้วยการต้มผักมงคล 7 ชนิดรับประทาน ได้แก่ ขึ้นฉ่าย ผักขมจีน เก๋าฮะไฉ่ ต้นกระเทียม ผักกาดเขียว ไชเท้า และคะน้า ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยนอกจากชื่อผักจะเป็นมงคลแล้วยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย วันที่ 8 ครอบครัวจะรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากันในวันนี้ บางความเชื่อก็จะทำการปล่อยนกปล่อยปลาคืนสู่ธรรมชาติ เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนสมาชิกในครอบครัวจะร่วมกันสวดมนต์ขอพรจากเทพแห่งสวรรค์ วันที่ 9 วันนี้เป็นวันเกิดของเง็กเซียนฮ่องเต้ ชาวจีนจะสวดมนต์ขอพร ถวายอาหาร รวมถึงลอยเทียนหอมในแม่น้ำ วันที่ 10 วันนี้เป็นวันเกิดของพระแม่ธรณี รวมถึง สิบ ในภาษาจีนนั้นออกเสียงคล้ายกับคำว่า หิน จึงเชื่อกันอีกว่าเป็นวันกำเนิดของหิน บางครอบครัวจึงนิยมรับประทานขนมปังเพื่อให้หนทางข้างหน้านั้นอ่อนนุ่มปราศจากอุปสรรคตลอดทั้งปี วันที่ 11 วันนี้ครอบครัวชาวจีนที่มีลูกสาวแต่งงานออกไปจะเชิญลูกเขยและครอบครัวมารับประทานอาหารที่บ้าน หากมีอาหารเหลือจากการไหว้เง็กเซียนฮ่องเต้ก็จะนำมารับประทานกันในวันที่สิบและสิบเอ็ดนี้ด้วย วันที่ 12 ตั้งแต่วันนี้ชาวจีนจะเริ่มเตรียมงานเทศกาลโคมไฟที่จะฉลองในวันที่ 15 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติที่กำลังใกล้เข้ามา ด้วยการทำโคมไฟอาจเป็นรูปสัตว์หรือรูปทรงง่ายๆ ให้มีสีแดงเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี วันที่ 13 เชื่อกันว่าวันนี้เป็นวันที่ กวนอู กลายเป็นเทพ จึงมีการจุดไฟในเตาให้สว่างโชติช่วง รวมถึงเริ่มกลับมารับประทานอาหารเบาๆ อย่างผักดอง เพื่อเป็นการทำความสะอาดร่างกายจากภายใน วันที่ 14 การเฉลิมฉลองยังคงดำเนินต่อไปด้วยการออกไปตระเวนไหว้พระขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับครอบครัว และชมการแสดงรื่นเริงอย่างการเชิดสิงโต วันที่ 15 วันงานฉลองเทศกาลโคมไฟที่เป็นดั่งวันวาเลนไทน์ของชาวจีน อย่างในสมัยก่อนที่ผู้หญิงมักไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน ก็จะได้ออกไปพบปะผู้คนในคืนนี้ พร้อมๆ กับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเพื่อความสิริมงคลรับปีใหม่จีนก็ได้เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.nypl.org/ https://www.chinahighlights.com/
Editor
20 January 2022
Lifestyle

LIFESTYLE
สัมผัสประสบการณ์แห่งการพักผ่อน
พร้อมมื้ออาหารสุดพิเศษ
ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ

ผ่านช่วงหยุดยาวปีใหม่มาได้สักพักหนึ่งแล้ว หลายคนเริ่มกลับมาทำงานกันอย่างเต็มรูปแบบกันอีกครั้ง ในขณะที่อีกหลายคนเพิ่งจะได้มีโอกาสพักหลังจากที่โหมงานหนักข้ามปี เพื่อที่จะคืนพลังกายพลังใจ คลายความเหนื่อยล้า ในบรรยากาศแสนผ่อนคลายสะดวกสบายที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ พร้อมมอบประสบการณ์แห่งการพักผ่อน ด้วยบริการสปาและทรีตเมนต์ที่ เลอ สปา พร้อมเติมเต็มความสุขแห่งการรับประทานอาหารญี่ปุ่นแท้ในแบบโอมากาเสะที่ห้องอาหาร เท็นโกะ โอมากาเสะ ทรีตเมนต์สปาและบริการนวดแผนไทยที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ณ เลอ สปา ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจในบรรยากาศสงบส่วนตัว ผ่อนคลายด้วยสปาทรีตเมนต์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการนวดแผนโบราณ ทรีตเมนต์ร่างกาย การดูแลผิวหน้า และโปรแกรมเพื่อสุขภาพอีกมากมายที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มพลังงาน เพิ่มความสมดุล และการดีท็อกซ์เพื่อสุขภาพ โปรแกรมนวดผ่อนคลาย ปรับสมดุลร่างกายตามธาตุเดือนเกิด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับปีใหม่ นวดกระชับผิว 90 นาที สำหรับ ธาตุดิน (ผู้ที่เกิดระหว่างเดือนตุลาคม ถึง ธันวาคม) ราคาปกติ 3,600 บาทสุทธิ นวดประคบสมุนไพรไทย 90 นาที สำหรับ ธาตุน้ำ (ผู้ที่เกิดระหว่างเดือน กรกฎาคม ถึง กันยายน) ราคาปกติ 3,600 บาทสุทธิ นวดอะโรมาแบบไทย 90 นาที สำหรับ ธาตุลม (ผู้ที่เกิดระหว่างเดือน เมษายน ถึง มิถุนายน) ราคาปกติ 2,800 บาทสุทธิ โปรแกรมนวดซิกเนเจอร์ธาตุไฟ 90 นาที สำหรับ ธาตุไฟ (ผู้ที่เกิดระหว่างเดือน มกราคม ถึง มีนาคม) ราคาปกติ 3,800 บาทสุทธิ พิเศษ วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ราคา 1,299 บาทสุทธิต่อท่าน วันเสาร์ ถึง อาทิตย์ ราคา 1,499 บาทสุทธิต่อท่าน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 – 31 มีนาคม 2565 เลอ สปา ตั้งอยู่ที่ชั้น 4 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. จองนวดสปา คลิก https://bit.ly/3eSlU4Y หรือ โทรศัพท์ 0 2680 9999 *กรุณาแสดงเอกสารการฉีควัคซีนหรือผลตรวจที่เป็นลบไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับบริการ ลิ้มลองรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ที่ห้องอาหารเท็นโกะ โอมากาเสะ เติมเต็มช่วงเวลาผ่อนคลายของคุณด้วยคอร์สโอมากาเสะมื้อค่ำท่ามกลางบรรยากาศของสวนญี่ปุ่นใจกลางเมือง กับซูชิสไตล์เอโดะมาเอะแบบดั้งเดิมผสมผสานกับเทคนิคแบบสมัยใหม่ จากฝีมือของเชฟโกจิ โคบายาชิ อดีตเชฟร้านอาหารมิชลินสตาร์ 1 ดาวในซานฟรานซิสโกที่จะไม่ทำให้คุณต้องผิดหวัง ด้วยโอมากาเสะคือพื้นที่ที่เชฟจะมีอิสระในการเลือกสรรเตรียมวัตถุดิบแต่ละชิ้น เพื่อให้คุณเพลิดเพลินกับรสชาติ พร้อมชมทักษะการทำอาหารชั้นสูงที่สมบูรณ์ของเชฟกับตาห่างเพียงแค่เอื้อมมือ ห้องอาหารเท็นโกะ โอมากาเสะ ตั้งอยู่ในใจกลางสวนพฤกษศาสตร์ที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้เขียวขจีและบ่อปลาคาร์ปที่ชั้นล็อบบี้ของโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ บริการทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ 2 รอบต่อวัน เวลา…
Editor
14 January 2022
Lifestyle

LIFESTYLE
จับตาเทรนด์ไลฟ์สไตล์มาแรงแห่งปี 2022

แม้ว่าทุกคนจะรู้ดีว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน แต่ดูเหมือนว่าในปีสองปีที่ผ่านมา ช่างเป็นอะไรที่ไม่แน่นอนสุดๆ ไปเลย สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ การปรับตัวให้มีความยืดหยุ่นกลายเป็นทักษะที่จำเป็นในยุคนี้ รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เทรนด์ไลฟ์สไตล์มาแรงในปี 2022 คงหนีไม่พ้นเทรนด์ “ฟิวชั่น” ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม การผสมผสานระหว่างเจเนอเรชัน หรือการผสมผสานระหว่างยุคสมัย ซึ่ง Power ได้อาสาพาไปสำรวจเทรนด์ไลฟ์สไตล์มาแรงน่าจับตามองในปี 2022 กันในวันนี้ Back to the Noughties ในปีนี้เทรนด์ทรงผมสำหรับสาวๆ ที่ตีคู่มากับบ๊อบที่คลาสสิกตลอดกาลก็คือผมยาว พูดง่ายๆ ว่าย้อนกลับไปราวๆ ยุค Y2K นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นผมยาวตรงเรียบลื่นแบบ Dua Lipa บนเวที Milan Fashion Week เมื่อปีก่อน หรืออาจจะดัดลอนเบาๆ แล้วติดกิ๊บด้านข้างเปิดหน้าแบบฝาแฝด Olsen เพิ่มลูกเล่นอีกนิดด้วยการหนีบลอนมาม่าแทรกเข้าไปจนอาจเผลอร้องออกมาว่า Oops!... I Did It Again และไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ทรงผมที่เราขอเรียกเลยแล้วกันว่าทรง Rachel Green ของ Jennifer Aniston จากซีรีส์เรื่อง Friends ก็เห็นทีจะไม่มาไม่ได้ Be Jeweled สำหรับเรื่องความสวยความงาม Pinterest แพลตฟอร์มที่รวบรวมทุกความสนใจของคนทั่วโลกบอกว่า ยอดการค้นหาจิวเวลรีประดับตามส่วนต่างๆ ของร่างกายนั้นเพิ่มขึ้นถึง 145% การค้นหาเมกอัพตาคริสตัลแวววาวก็เพิ่มขึ้นถึง 100% และที่น่าสนใจอีกอย่างคือมีการค้นหาเครื่องประดับและสร้อยคอไข่มุกสำหรับผู้ชายมากขึ้นเป็น 7 เท่าอีกด้วย ดูเหมือนว่าเทรนด์อวกาศกึ่งเรโทรจะมาแรงไม่ใช่น้อย ซึ่งนอกจากแอกเซสซอรีวิบวาวแล้ว การแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางบรอนเซอร์เนื้อชิมเมอร์ที่ให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ ส้มบ่มแดดอวดเสน่ห์แบบผิวสาวเอเชียนั้นดูจะเข้ากันเป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันริมฝีปากที่ฉ่ำด้วยน้ำมันบำรุงก็ช่วยเพิ่มลุคแกลม แถมยังเบาสบายแต่งง่ายได้ทุกวัน Body & Soul ทุกวันนี้เรามีทางเลือกสำหรับการดูแลสุขภาพมากมาย สิ่งที่เกิดขึ้นในสองปีที่ผ่านมาทำให้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองกันมากขึ้น ธุรกิจเพื่อสุขภาพต่างก็ทยอยนำเสนอทางเลือกใหม่ๆ มาเอาใจสายเฮลที อย่างยิมบางที่ก็ได้ครีเอตคอร์สให้น่าสนุกมากกว่าเดิม มีการประยุกต์นำอุปกรณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันมาใช้ บ้างก็ผสมผสานกับศิลปะการต่อสู้ การเต้นรำ หรือการแสดงเข้าไป หรืออย่างอุปกรณ์ช่วยสำหรับการนอน อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งฟังก์ชันการทำงานหลักก็จะเป็น ความอัจฉริยะในการปรับแสงสว่างภายในห้องให้เป็นแบบที่เราต้องการ เช่น ก่อนนอนเซตไว้ให้ส่งเราเข้านอนด้วยแสงนวลๆ จากนั้นจึงค่อยๆ มืดลง เมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้ก็ค่อยๆ สว่างขึ้นในโทนสีของพระอาทิตย์ยามเช้า พร้อมมีเสียงคลอเบาๆ จากฟาร์มปลุกเราให้ตื่นด้วยความสดชื่น เป็นต้น เหล่านี้ถือได้ว่าเป็นเทรนด์สุขภาพที่มาแรงในปี 2022 การบริหารร่างกายไปพร้อมๆ กับอารมณ์ ภายใต้คอนเซปต์การรักษาสมดุลระหว่างความคิด จิตใจ ร่างกาย ไปจนถึงจิตวิญญาณนั่นเอง Here Comes the Future นอกจาก Metaverse จะเป็นคำยอดฮิตเมื่อปีที่แล้ว จนหลายคนเริ่มหันมาศึกษาเพื่อมองไว้เป็นแนวทางที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ในอนาคต โควิด-19 ก็ยังมีส่วนสำคัญในการเร่งให้เกิดการปรับตัวกับเทคโนโลยีอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งพาระบบคลาวด์ในการทำงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็จะมีความเกี่ยวข้องต่อไปถึง Internet of Things (IoT) และระบบอัจฉริยะต่างๆ ที่กำลังรุกคืบเข้ามาทีละน้อย ถือเป็นการเติบโตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมดิจิทัล รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการจัดการข้อมูลที่ต้องปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ซึ่งอาจเป็นหัวใจหลักของผู้ที่จะกุมชะตาแห่งโลกอนาคตเลยก็ว่าได้ แม้ว่าสำหรับหลายคน อาจจะยังมองเรื่องของเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเรื่องใหม่และยากเกินกว่าจะทำความเข้าใจ แต่ก็คงไม่มีใครปฏิเสธได้อีกแล้วว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ไกลตัว ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของเราไม่มากก็น้อย ไม่ช้าก็เร็ว นอกจากเทรนด์ต่างๆ เหล่านี้แล้ว เรายังจะเห็นอีกด้วยว่า หลายคนหันมาทำอะไรตามใจตัวเองกันมากขึ้น หากว่ามันเป็นความชอบส่วนตัวที่ไม่ได้ทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อน อาจเป็นเพราะว่าคนยุคนี้ยอมรับในความแตกต่างระหว่างกัน รวมไปถึงท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ “ความสุข” ต่อให้เล็กน้อยก็เป็นสิ่งที่มีค่าเสมอ ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก https://www.dailymail.co.uk/…
Editor
11 January 2022
Lifestyle

LIFESTYLE
ยิ้มรับปีเสือทอง
ขอพรเสริมมงคล กับ 5 วัดดังแก้ปีชง

หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากไปได้อีกปี Power ขอชื่นชมจิตใจที่แข็งแกร่งของทุกๆ คน ที่สามารถฟันฝ่าเรื่องราวอันหนักหน่วงต่างๆ มาได้ อย่างที่ทราบกันดีว่าเราต้องรับมือกับอะไรบ้างในปีที่ผ่านมา และเมื่อก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2565 “ปีเสือทอง” เราก็แอบหวังว่าสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นกับเราอีกครั้ง และแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงปีใหม่ก็ต้องนึกถึง “ปีชง” และเมื่อนึกถึงปีชงก็จะไม่พลาดเรื่องของการกราบไหว้ขอพรแก้ชง กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ ซึ่งตามความเชื่อของคนจีนนั้น การไหว้องค์เทพไท้ส่วยหรือเทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรม ลดแรงปะทะต่างๆ ผู้คนส่วนใหญ่จึงมักใช้โอกาสของการขึ้นปีใหม่ ในการไปเคารพสักการะเพื่อความเป็นมงคลของชีวิต ซึ่ง Power ก็ได้รวบรวม 5 วัดดังยอดนิยมในการแก้ปีชงมาไว้ที่นี่แล้ว บอกเลยว่าสายมูไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง โดยเฉพาะคนปีชง 100% อย่างปีวอก และปีชงร่วมอย่าง ปีขาล  ปีกุน และปีมะเส็ง 1. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) วัดจีนเก่าแก่ชื่อดังย่านเยาวราช ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ระหว่างซอยเจริญกรุง 19 และ 21 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จัดเป็นสถานที่ยอดนิยมอันดับหนึ่งในเรื่องของการแก้ชง เสริมดวงให้แคล้วคลาดปลอดภัย เรียกได้ว่าแก้ชงกันครบทุกรูปแบบในที่เดียว ในทุกๆ ปีใหม่จีนจึงมักมีคนไทยเชื้อสายจีนและคนจีนในต่างประเทศ มากราบไว้ขอพรกันอย่างเนืองแน่น ด้วยเป็นที่ประดิษฐานของพระประธานของวัด 3 องค์ คือ พระโคตมพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธะ พระไภษัชยคุรุพุทธะ หรือ ซำป้อหุกโจ้ว พร้อมพระอรหันต์อีก 18 องค์ รวมถึงองค์เทพสำคัญอีกหลายองค์ เช่น ไท้ส่วยเอี๊ยะ หั่วท้อเซียงซือกง ไฉ่ซิ้งเอี๊ยะ สำหรับกรรมวิธีในการแก้ชงนั้น ทางวัดจะมีชุดสะเดาะเคราะห์ ให้เขียนชื่อ-นามสกุล อายุ วัน เดือน ปีเกิด ลงในใบฝากดวง จากนั้นนำไปไหว้องค์เทพไท้ส่วยเพื่อให้ช่วยคุ้มครองดวงชะตา โดยกระบวนการต่างๆ นั้น จะมีเจ้าหน้าที่ของทางวัดคอยแนะนำขั้นตอนการต่างๆ ให้จนแล้วเสร็จ ไม่เป็นปัญหาสำหรับสายมูมือใหม่อย่างแน่นอน เวลาทำการ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. พิกัด https://goo.gl/maps/pA8xPoyjvtXGgBcX9 เฟซบุ๊ก วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) 2. ศาลเจ้าพ่อเสือ (ตั่วเหล่าเอี๊ย) ศาลเจ้าจีนเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งบนถนนตะนาว ใกล้เสาชิงช้า เขตพระนคร นอกจากจะมีจุดเด่นที่ “เจ้าพ่อเสือ” ซึ่งสอดคล้องกับปีนักษัตรของปีนี้แล้ว ภายในยังเป็นที่ประดิษฐานของเทพองค์สำคัญของจีน เป็นต้นว่า เหี่ยงเทียงเสี่ยงตี่กง (องค์ประธาน), เจ้าพ่อกวนอู, เจ้าพ่อเห้งเจีย, ไฉ่ซิงเอี้ย และเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งที่นี่นอกจากจะเป็นสถานที่ยอดนิยมในการเสริมดวงแก้ชงแล้ว ยังเด่นในเรื่องการขอพรด้านการงาน เสริมอำนาจบารมี การเงินและโชคลาภอีกด้วย จึงมีผู้คนมากมายที่นิยมมาแก้ชงที่นี่ พร้อมขอพรเจ้าพ่อเสือให้ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ให้ เวลาทำการ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-17.00 น. พิกัด https://goo.gl/maps/V9QX8AQuZcoyH8GT8 เฟซบุ๊ก ศาลเจ้าพ่อเสือ (ตั่วเหล่าเอี๊ย) 3. วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (วัดเล่งเน่ยยี่ 2) วัดยอดนิยมย่านนนทบุรี สำหรับแก้ชง ไหว้องค์เทพไท้ส่วยเพื่อความเป็นสิริมงคล คนที่มาที่นี่นอกจากจะได้บุญ ได้สะเดาะเคราะห์กันแล้ว ยังได้เพลินใจไปกับความสวยงามของวัดที่จัดได้ว่าตระการตาไม่เป็นรองใคร ด้วยสถาปัตยกรรมจีนอันงดงามในแบบพุทธศิลป์ ทำให้เหมือนอยู่ในพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งกันเลยทีเดียว ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธเจ้า 3 องค์คือ องค์อดีต องค์ปัจจุบัน และองค์อนาคต รวมไปถึงเจ้าแม่กวนอิมที่แกะสลักจากไม้หอมต้นเดียว และองค์เทพสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย เวลาทำการ  เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 18.00 น. พิกัด https://goo.gl/maps/4RJv6tiNppUn2kdX6 เฟซบุ๊ก วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์…
Editor
10 January 2022