FlashWhat's New

The Watch Guide 2021
เรือนเวลาแห่งฤดูร้อนที่พร้อมจะทำให้คุณตกหลุมรัก

By 27 May 2021 No Comments

หากคุณเคยคิดว่าการล็อกดาวน์ของประเทศต่างๆ ทั่วโลกจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้น จะส่งผลกระทบกับโลกแห่งเรือนเวลาจนทำให้บรรดาคนรักนาฬิกาอาจเกิดความเงียบเหงาขึ้นมาจับจิตจับใจ เราจะพาคุณไปปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะงานเปิดปฐมฤกษ์ของ ‘Watches and Wonders Shanghai 2020’ ที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วนั้น คือความสำเร็จอันงดงาม ที่พาให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้ตื่นเต้นไปกับประสบการณ์ดิจิทัลฝ่าวิกฤตโควิด-19 ได้อย่างน่าทึ่ง ก่อนจะสร้างความฮือฮาอีกครั้งกับ ‘Watches and Wonders 2021’ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา  ด้วยการนำเสนอรูปแบบใหม่ในการจัดงานนาฬิการะดับโลกแบบผสมผสาน ‘Phygital’ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ อวดโฉมเรือนเวลาหรูระดับโลกกว่า 40 แบรนด์ ผ่าน wathchesandwonders.com และตามติดด้วยฟิสิคัลอีเวนต์แบบผสมผสานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘Watches and Wonders Shanghai Salon’ ที่ใส่ใจกับสถานการณ์โควิด-19 กันแบบเต็มมาตรการ เปิดตัวผลงานสุดสร้างสรรค์ของแบรนด์นาฬิกาหรูกว่า 15 แบรนด์ที่ ‘ศูนย์แสดงศิลปะเวสต์บันด์’ (West Bund Art Center) นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเชิญเฉพาะผู้แทนจำหน่าย สื่อมวลชนและคนที่หลงใหลนาฬิกาแบบตัวจริงเสียงจริง ได้เข้ามาชื่นชมและสัมผัสด้วยมือของตัวเอง นับเป็นอีกครั้งที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงามดังเช่นที่เคย

และหากว่าคุณกำลังมองหานาฬิกาฤดูร้อนเรือนใหม่ที่พร้อมจะทำให้คุณหลงใหลได้ไม่ยากในงานนี้ นี่คือนาฬิกาหรูเรือนโปรดที่ Power ได้หยิบยกบางส่วนที่ได้รับการคัดสรรว่า ‘ดีที่สุด’ ในงาน Watches & Wonders 2021 มายั่วกิเลสเหล่าคนรักนาฬิกา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีนาฬิกาสักเรือนที่ทำให้คุณเผลอใจตกหลุมรักจนเสียอาการอยู่ไม่น้อย

IWC BIG PILOT 43

IWC Schaffhausen เปิดตัว Big Pilot’s Watch 43 ในนิทรรศการ Digital Watches & Wonders ด้วยรูปลักษณ์ที่คล่องตัวมากกว่าเดิม สวมใส่สบายรับกับข้อมือมากขึ้น อันเป็นผลจากความพยายามของ IWC ที่ต้องการลดการสูญเสียพื้นที่ผิวโดยการตัดหน้าปัดย่อยบอกวันที่และการสำรองพลังงานที่ตำแหน่งสามนาฬิกา ของรุ่นใหญ่ออกไป ทำให้ Big Pilot กลับมาเป็นนาฬิกาสังเกตการณ์ที่คล่องตัวมากขึ้น

Big Pilot 43 กับรูปลักษณ์ใหม่ที่ลงตัวตามหลักสรีรศาสตร์ ด้วยตัวเรือนสแตนเลสขนาด 43 มิลลิเมตร พร้อมหน้าปัดแบบ Sun-ray ที่ให้ความเรียบเท่ จอแสดงผลคาลิเบอร์ 82100 ที่ผลิตโดย IWC พร้อมการไขลานแบบ Pellaton ซึ่งมองเห็นได้จากด้านหลังกระจกแซฟไฟร์ การสำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง ระดับการกันน้ำที่ 10 บาร์ (มากกว่า 100 เมตร) ในส่วนของตัวสายเปลี่ยนมาใช้ระบบ EasX-CHANGE ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เปลี่ยนสายต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว มี 3 รุ่นให้เลือกคือ หน้าปัดสีดำและสีน้ำเงิน สำหรับสายหนังลูกวัวยางตอกหมุดอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลคชั่น และหน้าปัดสีน้ำเงินบนสายสร้อยข้อมือแบบห้าลิงก์ ทำให้ Big Pilot’s Watch 43 เป็นนาฬิกาสปอร์ตยูทิลิตี้สมัยใหม่ที่พร้อมสำหรับการผจญภัยทั้งในอากาศ บนบกและทางน้ำ

CARTIER TANK MUST

Cartier Tank Must คือเรือนเวลาที่กล้าจะหวนคืนสู่ความคลาสสิกที่ยิ่งใหญ่ ในปี 2021 นี้ ด้วยไฮไลต์สำคัญอย่างเจ้ารถถังสามคันที่มาในตัวเรือนสีแดง เขียวและน้ำเงิน เข้าคู่กันได้อย่างพอเหมาะ กับหน้าปัดโซลาร์เซลล์แบบมินิมัลที่ไม่มีตัวเลขโรมันในแบบดั้งเดิม ความกลมกลืนที่กลมกล่อมของสายรัดข้อมือสีเดียวกันที่ผลิตโดยไม่ใช้วัสดุจากสัตว์

อีกทั้งยังมีความสวยงามของงานดีไซน์รายละเอียดส่วนที่เล็กที่สุดอย่างมงกุฎไขลานเจียรหลังเบี้ยไข่มุกอันล้ำค่า และการกลับมาของหัวเข็มขัดอาร์ดิลลอนแบบดั้งเดิมในรุ่นสายหนัง ยังคงให้ความรู้สึกเปรี้ยวจี๊ดอย่างที่เคยเป็นมาตลอดตั้งแต่เปิดตัวในอดีตจนถึงวันนี้ หากคุณเป็นผู้ชายสาย “คลาสสิก” ที่รักในนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยม คงไม่มีนาฬิกาเรือนไหนที่จะสะท้อนเอกลักษณ์สี่เหลี่ยมเช่นนี้ ได้ดีเท่า Cartier Tank อีกแล้ว

BREITLING PREMIER HERITAGE B15 DUOGRAPH

Premier Heritage ตราประทับแห่งรสนิยมอันไร้ที่ติ มาพร้อมคอลเลคชั่นใหม่ที่ได้รับการออกแบบจากแรงบันดาลใจของมรดกทางวัฒนธรรม ที่ผสมผสานด้วยความทันสมัยได้อย่างมีสไตล์ สะท้อนให้เห็นถึงนวัตกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Breitling ก่อเกิดเป็นความสง่างามเหนือกาลเวลาด้วยสามรุ่นที่แตกต่าง ได้แก่ B09 Chronograph, B15 Duograph และ B25 Datora ผลลัพธ์จากการพัฒนาที่มาจากรุ่นในอดีตที่ต่างกัน ซึ่งมีหน้าปัดให้เลือกมากมายตั้งแต่แบบหรูสไตล์คลาสสิกไปจนถึงสีเขียวแปลกตา

แต่ที่สุดแล้วคงต้องยกให้ B15 Duograph กับการตีความใหม่ของฟังก์ชั่น Rattrapante ปี 1944 ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถวัดเวลาที่ผ่านไปสองครั้งพร้อมกันได้ด้วยเข็มวินาทีโครโนกราฟสองอันที่ซ้อนทับกัน  ถือเป็นความซับซ้อนที่สำคัญในกระบวนการผลิตนาฬิการะดับโลกเรือนนี้ อีกทั้งยังมีเสน่ห์ในแบบคลาสสิกด้วยตัวเลขอารบิกและเข็มนาฬิกาสไตล์วินเทจ ที่มาพร้อมสายจระเข้กึ่งเงาพร้อมการเย็บแบบต่อโทน บนตัวเรือนสแตนเลสและทองคำขาว 18k ขนาด 42 มิลลิเมตร กันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร นาฬิกาทุกเรือนเป็นนาฬิกาโครโนมิเตอร์ที่ได้รับการรับรองจาก COSC ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือตัวเลือกหน้าปัดที่อาจจะดูจืดชืดไปสักนิดเพราะมีแค่สีดำหรือสีน้ำเงิน

ROLEX EXPLORER 36MM

นี่คือการประกาศครั้งใหญ่ของ Rolex ในปีนี้ ด้วยการเปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ Oyster Perpetual Explorer ในขนาด 36 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดของรุ่นดั้งเดิมที่เปิดตัวในปี 1953 หลังการพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้เป็นครั้งแรกของ Sir Edmund Hillary และ Tenzing Norgay

Explorer รุ่นล่าสุดเปิดตัวด้วยความงามสะดุดตาในเวอร์ชั่น Yellow Rolesor (การผสมผสานระหว่าง Oystersteel และทองคำ 18 กะรัต) ที่มาพร้อมหน้าปัดสีดำเคลือบแลกเกอร์ มาร์กเกอร์แสดงชั่วโมง และสัญลักษณ์ตัวเลข 3, 6 และ 9 อันเป็นคุณสมบัติสำคัญแห่งบุคลิกเฉพาะของนาฬิการุ่นนี้ ในส่วนของจอแสดง Chromalight นั้นน่าประทับใจมากขึ้นเป็นพิเศษ กับความคมเข้มของแสงสีฟ้าที่เปล่งออกมาจากมาร์กเกอร์ชั่วโมงและเข็มนาฬิกาจะส่องสว่างยาวนานขึ้น ด้วยนวัตกรรมวัสดุเรืองแสงในสภาพแวดล้อมที่มืดมิด การเคลื่อนไหวแบบ calibre 3230 เทคโนโลยีชั้นนำในการผลิตนาฬิกา รับประกันสมรรถนะอันเป็นเลิศเมื่อสวมใส่บนข้อมือด้วย Superlative Chronometer

คนที่หลงรักเรือนเวลาขนาดวินเทจที่จับคู่กับเสน่ห์แบบย้อนยุค ROLEX EXPLORER 36 MM คือคำตอบของคุณ

TUDOR BLACK BAY FIFTY-EIGHT 925

และนี่คือนาฬิกาดำน้ำที่ตัวเรือนทำจากเงิน 925! ผลงานจากความทุ่มเทอย่างถึงที่สุดของ Tudor

เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายอยู่ไม่น้อย กับนาฬิกาดำน้ำแนววินเทจขนาดกะทัดรัด ตัวเรือน 39 มิลลิเมตรเรือนนี้  ด้วยตัวเรือนที่ทำมาจากเงิน 925 (โลหะผสมเงิน 92.5%) ที่ปกติไม่ค่อยมีแบรนด์ไหนเอามาทำกัน  เพราะความนิ่มของเนื้อวัสดุที่อาจเกิดความเสียหายได้ง่าย ไหนจะความหมองของผิวเมื่อผ่านการใช้งาน อันเป็นลักษณะทางธรรมชาตินั่นอีก แต่ Tudor ยังคงมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าองค์ความรู้ทางวัสดุศาสตร์ของตนนั้น จะสามารถจัดการกับข้อจำกัดเหล่านั้นได้ ด้วยส่วนผสมซิลเวอร์อัลลอย 925 ที่ถูกปรุงใหม่ให้สามารถต้านทานความหมอง และมีความแข็งที่เหนือกว่าวัสดุเงินสเตอร์ลิง 925 ทั่วไป พร้อมรับแรงดันน้ำที่ระดับความลึกถึง 200 เมตร อย่าง Black Bay Fify-Eight 925 เรือนนี้น่าจะโดนใจใครได้ไม่ยาก สมกับที่เป็นรุ่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปีของ Tudor

PANERAI LUMINOR MARINA ESTEEL

Panerai ยังคงใส่ใจกับทุกชีวิตและสิ่งแวดล้อม พร้อมใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและจิตวิญญาณของแบรนด์ ด้วยผลงานการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลอันเป็นนวัตกรรมใหม่ คิดเป็น 58.4% ของน้ำหนักรวมของนาฬิกา ในคอลเลคชั่น  Luminor Marina eSteel โดยตัวเรือนและหน้าปัดทำจากโลหะผสมเหล็กกล้ารีไซเคิล หน้าปัดมีสามสีให้เลือกคือ เขียว น้ำเงิน เทา จับคู่กับสายรัดผ้ารีไซเคิลสีเดียวกัน พร้อมหัวเข็มขัดหมุดสี่เหลี่ยมคางหมู ความเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยจิตวัญญาณยังคงสร้างความประทับใจได้เสมอ

CARL F BUCHERER HERITAGE BICOMPAX ANNUAL

Heritage BiCompax Annual คือการผสมผสานการออกแบบที่เหนือกาลเวลาเข้ากับความซับซ้อนร่วมสมัย ที่ถือกำเนิดมากว่า 130 ปี จึงชวนให้นึกถึงนาฬิกาในแบบย้อนยุคเมื่อมองจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่ภายในนั้นขับเคลื่อนด้วย Automatic CFB 1972 กลไกอัตโนมัติที่ทันสมัย ให้ความรู้สึกที่ลงตัวเป็นพิเศษ

Heritage BiCompax Annual มาในตัวเรือนสแตนเลสขนาด 41 มิลลิเมตร กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงโดมสองชั้นเคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ในส่วนของหน้าปัดไม่เพียงอัปเดตดีไซน์สไตล์แพนด้าเวอร์ชั่น แต่หน้าปัดย่อยนั้นยังดูทันสมัยมากขึ้นด้วยสีเงินคอนทราสต์สูงจนเกือบสีดำ อีกทั้งยังเพิ่มฟังก์ชั่นวันที่และเดือนที่ดูเหมาะเจาะลงตัวกับหน้าปัด โดดเด่นเป็นพิเศษด้วยสายยางเท็กซ์เจอร์สีดำและหัวเข็มขัดสแตนเลส กันน้ำได้ถึง 30 เมตร

ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเรียกได้ว่าเป็นโครโนกราฟที่เหล่าวินเทจเลิฟเวอร์ต่างเทใจให้

HERMES H08

หนึ่งในผลงานชิ้นโปรดของปี 2021 ด้วยผลงานสุดโฉบเฉี่ยวสะดุดตาสมกับเป็นตัวแทนแห่งฤดูร้อน กับภาพลักษณ์สนุกสนานผสมผสานกับความจริงจังของนาฬิกาไททาเนียมขัดซาติน ตัวเรือนทรงเหลี่ยมโค้งมน ขนาด 39 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาคล่องตัว กรอบไททาเนียมขัดเงาซันเบิร์ส กระจกลบมุมหน้าปัดวงกลมขัดด้วยซาตินสีดำ-ทอง หน้าปัดเคลือบนิกเกิลสีดำ การเคลื่อนไหวแบบ Hermes Manufacture movement H1837 ผลิตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาพร้อมสายรัดข้อมือซิลิกอนสีดำและส้ม แล้วแต่สไตล์แต่ยังคงความสนุกสนานได้ไม่แพ้กัน