Happening

HAPPENING
ชวนลิ้มลองความอร่อยของดีบุรีรัมย์
“ป้าณีลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์”
ได้แล้ววันนี้ที่ THAI TASTE HUB EXPRESS ชั้น 3 คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

เปิดตำนานความความอร่อยของ “ป้าณีลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์” ร้านเก่าแก่ประจำหน้าสถานีรถไฟบุรีรัมย์ (ซึ่งเดิมตั้งอยู่ที่ตลาดโพธิพัฒนา หอนาฬิกา) และด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตด้วยตัวเอง จึงทำให้ลูกชิ้นมีรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร เริ่มแรกจำหน่ายโดยการใช้สามล้อถีบขายประจำหน้าสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 จากนั้นได้ขยายตลาดจัดส่งจำหน่ายไปยังร้านค้าต่างๆ โดยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนมาถึงปัจจุบัน สำหรับ “น้ำจิ้มพริกเผาสูตรต้นตำรับ” การันตีความอร่อยด้วยรางวัลน้ำจิ้มยอดเยี่ยมชนะเลิศจากการประกวดลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก 2 ปีซ้อน ในปี พ.ศ. 2561 และ 2562ไม่ต้องไปไกลก็ลิ้มลองของดีจากจังหวัดบุรีรัมย์ “ป้าณีลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์” มีทั้งลูกชิ้นหมูทอดและไส้กรอกแดงทอด รับประทานคู่กับน้ำจิ้มพริกเผาสูตรต้นตำรับร้อนๆ หรือจะสั่งลูกชิ้นหมูแบบแพ็กเอาไว้ทอดรับประทานเองที่บ้านก็ได้ นอกจากนี้ยังมี ความอร่อยแบบทันใจไม่ต้องรอนานไปกับสตรีตฟู้ดร้านเด็ดหลากสไตล์ ทั้งคาวและหวานไม่ว่าจะเป็น ชุมพลปาท่องโก๋, ขนมเบื้องแม่ประภา, ขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช, โตเกียว บีน, ยาคุน คายา โทสต์, เสี่ยวเสฉวน, กุยช่ายเหล่าหอเจี๊ยะ by เจ้น้อย, อาหยาว, PEPPERY SEAFOOD, ร้านหน่ำเตียง, หนม-จีน ฮับ by Khao และ อะคัพ บาย อานัมทั้งหมดของความอร่อยนี้สัมผัสได้ที่ THAI TASTE HUB EXPRESS ชั้น 3 คิง เพาเวอร์ รางน้ำ โดยเปิดให้บริการนั่งรับประทานอาหารที่ร้าน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. หรือจะเลือกสั่งความอร่อยถึงบ้านได้ทุกวัน ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี (GrabFood และ Robinhood) ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. ก็ได้เช่นกัน พร้อมกันนี้ คิง เพาเวอร์ ปฏิบัติมาตรการดูแลป้องกันตามที่ภาครัฐกำหนดอย่างเข้มงวด และเน้นย้ำกำกับใช้มาตรการ D-M-H-T-T เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด ยังคงให้บริการด้วยมาตรการสุขอนามัย โดยให้ผู้มาใช้บริการทุกท่านสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาในทุกพื้นที่ และรักษาระยะห่างทางสังคมตามนโยบาย Social Distancing เพื่อให้คุณช้อปปลอดภัย มั่นใจ หายห่วง สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ King Power Contact Centre 1631
Editor
30 September 2021
Happening

SPOTLIGHT
ฉลอง 30 ปีแห่งความยิ่งใหญ่ของไซโก (ประเทศไทย)
ชูความเป็นไทยผ่าน ไซโก “เรียลไทย” คอลเลคชั่น

PHOTOGRAPHY : COURTESY OF BRANDS Seiko ภูมิใจนำเสนอนาฬิการุ่นพิเศษ “Real Thai Collection” รังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบแทนแฟนๆ ชาวไทยโดยเฉพาะ Seiko ภูมิใจนำเสนอนาฬิการุ่นพิเศษ “Real Thai Collection” รังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบแทนแฟนๆ ชาวไทยโดยเฉพาะ อาจกล่าวได้ว่า Seiko (ไซโก) เป็นคำที่คุ้นหูและอยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งคำว่า Seiko เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “นาที” “ความดีเยี่ยม” และ “ความสำเร็จ” โดยแบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นนี้ ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการนาฬิกา จนประวัติศาสตร์ต้องบันทึกไว้ว่าเป็นนาฬิกาข้อมือแบรนด์แรกของญี่ปุ่นที่ริเริ่มผลิตนาฬิกาควอตซ์ จนทำให้เกิดยุค Quartz Crisis และยังเป็นแบรนด์ที่ผลิตนาฬิกาดำน้ำไทเทเนียมรุ่นแรกของโลก รวมถึงนวัตกรรมอื่นๆ อีกมากมาย Seiko นั้นไม่ได้เป็นแค่โรงงานผลิตนาฬิกา แต่ยังเป็น House of Watchmaking ที่ผลิตทุกชิ้นส่วนของนาฬิกาด้วยแบรนด์เอง และมีช่างผู้ชำนาญการที่ใส่ใจทุกรายละเอียดเป็นดั่งงานฝีมือชั้นเยี่ยมและยังคงยึดถือตลอดมา แม้ในปัจจุบันจะมีนาฬิกาแบรนด์อื่นๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย แต่ Seiko ยังยึดคติ Keep Going Forward ซึ่งหมายถึงการไม่หยุดพัฒนาและก้าวต่อไปอยู่เสมอโดยในปี 2021 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสพิเศษของแบรนด์คุณภาพที่เดินทางมาครบรอบ 140 ปีเท่านั้น เพราะสำหรับ ไซโก (ประเทศไทย) เองก็ถือเป็น “ช่วงเวลาพิเศษ” ด้วยเช่นกัน ที่ได้ดำเนินกิจการในประเทศไทยครบรอบเป็นปีที่ 30 ซึ่งหากใครเป็นแฟน Seiko มาตั้งแต่ยุคต้นๆ บอกได้คำเดียวเลยว่าการเปลี่ยนแปลงระหว่าง 30 ปีที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับวงการนาฬิกาในประเทศไทย โดยมีหลากหลายของความสำเร็จที่ทำให้สินค้าของ Seiko โดยเฉพาะไทยแลนด์ลิมิเต็ดเอดิชั่นเป็นที่จดจำและโด่งดังไปทั่วโลก ยกตัวอย่างจากความสำเร็จในอดีต เช่น Seiko Propex รุ่นที่นักสะสมชาวไทยขนานนามว่า “ไซโก มอนสเตอร์” หรือ “ไซโก ซี มอนสเตอร์” ปีศาจที่มีชื่อที่เรียกติดปากไปทั่วโลกจากแฟนๆ ชาวไทย จนญี่ปุ่นนำกลับมาผลิตเป็นโมเดลหลักและวางจำหน่ายมาจนถึงปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งรุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนักเดินทางแห่งท้องทะเลอย่าง Seiko Prospex Zimbe Limited Edition หรือ ฉลามวาฬ ก็เป็นรุ่นที่มีชื่อเสียงโด่งดังรุ่นต่อๆ มาที่นักสะสมนาฬิกาทั่วโลกต่างชื่นชมและอยากมีไว้ในครอบครอง และยังไม่นับถึงลิมิเต็ดเอดิชั่นรุ่นอื่นๆ ก็เป็นที่พูดถึงอยู่ไม่น้อย และเพื่อเป็นการขอบคุณที่แฟนๆ ชาวไทยให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา ในโอกาสนี้ Seiko จึงรังสรรค์นาฬิการุ่นพิเศษขึ้น เพื่อชูความเป็นไทย ภูมิใจนำเสนอผ่าน Seiko “Real Thai Collection” (ไซโก “เรียลไทย” คอลเลคชั่น) จำนวน 4 รุ่น เพื่อบ่งบอกเอกลักษณ์ 4 ภูมิภาคของประเทศไทย SEIKO Thailand 30th Anniversary Limited Edition (Northeastern) Model SPB247J SHOP NOW ซึ่ง Power ขอหยิบยกนาฬิการุ่นพิเศษของภาคอีสาน ดินแดนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่ Seiko ได้นำเสนอไว้อย่างน่าสนใจ โดยนำเอกลักษณ์สีสันของเครื่องแต่งกาย “ผีตาโขน” มาตกแต่งไว้บนตัวเรือนแบบซูโม่ ซึ่งเป็นรุ่นบุกเบิกของโมเดลที่ผลิตในญี่ปุ่นและนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยเป็นรุ่นแรกๆ โดยขอบตัวเรือนใช้สีดำ - แดง ตัดกับเข็มบอกเวลาสีทอง บ่งบอกความเป็นดินแดน “สุวรรณภูมิ”…
Editor
23 September 2021
Happening

SPOTLIGHT
Longlai เปิดตัวไอเทมใหม่ล่าสุด “JH Patchy”
ดีไซน์ลงตัวที่ชวนให้คุณต้องหลงใหล

PHOTOGRAPHY : COURTESY OF BRANDS ไอเทมใหม่ที่จะทำให้คุณยิ้มทุกครั้งเวลาสัมผัส หลงใหล (LONGLAI) แบรนด์กระเป๋าหนังสัญชาติไทย เปิดตัวไอเทมใหม่ล่าสุด “JH Patchy” ซึ่งเป็นไอเทมต่อยอดมาจาก Jekyll & Hyde กระเป๋าสุดฮิตรุ่นที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ โดยนำเอาความโดดเด่นด้านดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่มีสไตล์ และฟังก์ชันการใช้งานที่ใช้ได้ทั้ง 2 ด้าน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นด้านหนังมันหรือด้านหนังกลับก็ให้มุมมองและความรู้สึกที่แตกต่างกัน ผสมผสานเทคนิคการตัดเย็บต่อลวดลายผ้าแบบ PatchWork เข้ากับผ้าลูกฟูกที่ต้องใช้ความพิถีพิถันและความใส่ใจทั้งในด้านการตัดเย็บและการออกแบบจับคู่สี จนได้เป็นกระเป๋า JH Patchy ดีไซน์ลงตัวที่น่าหลงใหลไม่น้อยไปกว่ากระเป๋าใบอื่นๆ ของหลงใหลเลย JH Patchy สาวๆ คนไหนที่กำลังมองหากระเป๋าโท้ตใบใหม่ เราไม่อยากให้พลาดกระเป๋าสัมผัสอ่อนนุ่มใบนี้ ที่จะทำให้คุณยิ้มทุกครั้งเวลาสัมผัส สำหรับตัวกระเป๋าผลิตจากหนังวัวมาในโทนสีดำ ตัดต่อผ้าลูกฟูกสีเหลือง (Honey) และหูกระเป๋าผ้าลูกฟูกสีแดง (Ruby) มีให้เลือก 2 ขนาด ขนาดเล็ก (S) ราคา 1,500 บาท SHOP NOW และขนาดกลาง (M) ราคา 2,500 บาท SHOP NOW หลงใหล พร้อมแล้วที่จะให้คุณได้เป็นเจ้าของไอเทมใหม่ล่าสุด “JH Patchy” สามารถสั่งซื้อได้ที่ช่องทางออนไลน์ หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook: Longlai Leather Store / Instagram: longlaileather / Line: longlaileather สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ King Power Contact Centre โทร.1631
Editor
21 September 2021
Happening

HAPPENING
คิง เพาเวอร์ คว้ารางวัล CSR
เป็นเลิศระดับเอเชีย 3 ปีซ้อน
จาก ‘Asia Responsible Enterprise Awards 2021’ ด้านการสร้างความเข้มแข็งให้สังคม

ตอกย้ำจุดยืนในการสนับสนุน ส่งเสริม และสร้างสังคมเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยพลังคนไทย กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ตอกย้ำความสำเร็จในการมุ่งมั่นตอบแทนสังคมไทย พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนภายใต้โครงการเพื่อสังคม ‘คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย’ ล่าสุด! คว้ารางวัลองค์กรดีเด่นด้านกิจกรรมเพื่อสังคมระดับเอเชียเป็นปีที่ 3 อย่างต่อเนื่อง จากงานประกาศรางวัล ‘Asia Responsible Enterprise Awards 2021’ หรือ AREA 2021 ด้าน Social Empowerment หรือ การสร้างความเข้มแข็งให้สังคม จัดขึ้นโดย Enterprise Asia องค์กรอิสระที่สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจ และสังคมแบบองค์รวมในเอเชีย และมุ่งส่งเสริมการพัฒนาความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรต่างๆ ในภูมิภาค ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่ 10 และมีผู้ที่ได้รับรางวัลเพียง 69 โครงการ จากการส่งร่วมประกวดทั้งสิ้น 205 โครงการจาก 16 ประเทศทั่วเอเชีย โดยจัดงานประกาศรางวัลแบบออนไลน์เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ณ ประเทศ มาเลเซียอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า “รางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจ ความมุ่งมั่นและความร่วมมือกันของชุมชนและพันธมิตร โครงการ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย โดยกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เป็นแกนหลักในการสร้างสรรค์โครงการดีๆ เพื่อสนับสนุนศักยภาพของคนไทย เน้นการเสริมสร้างความมั่นคงเข้มแข็งของรากฐานการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต ครอบคลุม 3 แกนหลัก คือ กีฬา ดนตรี และชุมชน ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมาสามารถกระจายโอกาส สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และส่งความสุขสู่ชุมชนทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด ทุกภูมิภาคกว่า 5,400 ชุมชนทั่วประเทศ”นับตั้งแต่การก่อตั้งโครงการฯ เมื่อปี พ.ศ. 2560 คิง เพาเวอร์ ยังคงยืดหยัดในเจตนารมณ์ของ ‘การให้’ และการเชื่อใน ‘พลังคนไทย’ โดยยึดเป็นแนวทางหลักในการดำเนินงานที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการดำเนินธุรกิจ มีวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่ผนวกเรื่องกิจกรรมเพื่อสังคมไว้ในวาระการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งในปีที่ผ่านมา คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ได้ขยายกรอบการดำเนินงานสู่วงกว้างขึ้น เพื่อให้เยาวชนและชุมชนในพื้นที่ห่างไกลมีโอกาสเข้าถึงกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการต่างๆ อย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นด้าน MUSIC POWER กับการปั้นเวทีประกวดดนตรีใหม่ THE POWER BAND การประกวดวงดนตรีสากลสมัยนิยมผสมเครื่องเป่า ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีใจรักดนตรีได้มีเวทีแสดงความสามารถนำไปสู่การเป็นวงดนตรีคุณภาพในอนาคต รวมถึงการเน้นเข้าถึงพื้นที่ที่ไกลกว่าเดิมเพื่อพัฒนาคน และชุมชนให้ตรงจุด ทั้งโครงการล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย และโครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย ภายใต้ SPORT POWER ที่ส่งมอบลูกฟุตบอลกระจายทั่วประเทศแล้วกว่า 700,000 ลูก และสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากล 61 แห่ง ในชุมชนกว่า 5,400 พื้นที่ เพื่อพัฒนาทักษะการเตะฟุตบอลของเยาวชน และคนไทยที่รักกีฬาฟุตบอลจนเกิดเป็นทีมโรงเรียน และได้เข้าแข่งในระดับอำเภอ พัฒนาสู่ระดับจังหวัดเป็นจำนวนหลายทีมนอกจากนี้ ยังมีโครงการส่งเสริมสินค้าชุมชนไทยที่ชูความงดงามของงานฝีมือ และมรดกทางภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นภายใต้ COMMUNITY…
Editor
16 September 2021
Happening

SPOTLIGHT
MAHANAKHON ชวนคุณสนุกไปกับ “โชค”
ผ่านไอเทมจากคอลเลคชั่น The Joy Luck

PHOTOGRAPHY: COURTESY OF BRANDS โชค แฟชั่น และชีวิตของคนรุ่นใหม่ "โชค" คำสั้นๆ ที่เราต่างคุ้นชินกันมาเนิ่นนาน เป็นได้ทั้งเรื่องของความเชื่อและสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ที่มักมาพร้อมโชคชะตา จังหวะ หรือโอกาส โชคจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความบังเอิญ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต MAHANAKHON แบรนด์ไลฟ์สไตล์สตรีตแวร์สัญชาติไทยของคนรุ่นใหม่ จึงหยิบยกความเชื่อนี้มาสร้างสรรค์เป็นไอเทมใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “THE JOY LUCK” ถ่ายทอดเรื่องราวไลฟ์สไตล์ของคนเมืองผสมผสานความเชื่อในแบบร่วมสมัย ผ่านเสื้อยืดพิมพ์ลายสุดเก๋ และกระเป๋าดีไซน์เรียบเท่ ชวนให้คุณสนุกไปกับ “โชค” ที่กำหนดได้ด้วยตัวเอง และสร้าง “โชค” ให้เกิดขึ้นในแบบที่อยากเป็น เสื้อยืด Oversize พิมพ์ลายซิกเนเจอร์ “THE JOY LUCK” ชาวสตรีตที่ชื่นชอบสไตล์การแต่งตัวแนวโอเวอร์ไซซ์ต้องไม่พลาดไอเทมนี้ เสื้อยืดผลิตจากผ้าคอตตอน 100% เนื้อผ้านุ่ม ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี ด้านหลังโดดเด่นสะดุดตาด้วยฟอนต์ “กรุงเทพมหานคร” ซิกเนเจอร์ประจำแบรนด์ “มหานคร” ผสมผสานลวดลายจากคอลเลคชั่น THE JOY LUCK ที่ชวนให้คุณสนุกไปกับการแต่งตัวมากยิ่งขึ้น มีให้เลือก 3 สไตล์ 2 โทนสี ได้แก่ ขาวและดำ โดนใจสายสตรีตแน่นอน SACOCHE BAG พิมพ์ลายมหานคร เติมเต็มคาแรกเตอร์ให้ไม่ซ้ำใคร ด้วยกระเป๋าสะพายข้างสีดำ พิมพ์ลาย “มหานคร” มีช่องแยกจัดเก็บสัมภาระเป็นระเบียบ แมตช์เข้าได้กับหลากสไตล์ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ ดำและน้ำเงิน ผลิตจากผ้าริปสต็อป ขนาด 24 x 16 เซนติเมตร ตกแต่งด้วยสายเชือกกลมทอลาย ความยาว 108 เซนติเมตร ยึดติดกับตัวกระเป๋าด้วยอะไหล่ตัว D สำหรับด้านหน้าประกอบด้วย 2 ช่องซิป ขณะที่ด้านหลังมีช่องใส่ของผ้าตาข่ายสีดำ TOTE BAG ใบใหญ่จุของได้เยอะ แม้จะมาในโทนสีธรรมชาติ ดีไซน์เรียบง่าย เสริมกิมมิกเล็กน้อยด้วยลายฟอนต์ “มหานคร” ยิ่งทำให้ Tote Bag ดูเท่แบบไม่ต้องพยายาม ผลิตจากผ้าแคนวาส ขนาด 51 x 34 เซนติเมตร น้ำหนักเบา ด้านในมีช่องขนาดเล็กทำให้แยกจัดเก็บสัมภาระเป็นระเบียบ ไม่ว่าจะแต่งสตรีตสไตล์ลุคไหน กระเป๋าใบนี้ก็เอาอยู่ทุกสถานการณ์ สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเทมคู่ใจชิ้นใหม่ กระเป๋า MAHANAKHON จากคอลเลคชั่น “THE JOY LUCK” ก็นับเป็นตัวเลือกที่ดีในการหยิบมามิกซ์แอนด์แมตช์เข้ากับการแต่งตัวให้สนุกได้ทุกวัน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมจับจองเป็นเจ้าของไอเทมสตรีตแวร์เท่ๆ ได้แล้ววันนี้ที่ mahanakhonshop_bkk: Facebook / Instagram / Line สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ King Power Contact Centre โทร.1631
Editor
10 September 2021
Happening

HAPPENING
“จิ้งจอกสาว” เลสเตอร์ ซิตี้
สร้างประวัติศาสตร์บทใหม่
เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกของสโมสร

ในวันนี้ เชื่อว่าคนไทยเกือบทั้งประเทศรู้จักและคุ้นเคยกับสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีกที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการฟุตบอล แชมป์เอฟเอคัพทีมล่าสุด รวมไปถึงทีมฟุตบอลเล็กๆ ที่มีเจ้าของเป็นคนไทยที่กำลังก้าวขึ้นไปสู่ระดับโลก แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่รู้ว่า ในขณะที่สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ กำลังเดินหน้าไขว่คว้าความสำเร็จอย่างไม่หยุดหย่อน สโมสรฟุตบอลหญิงเลสเตอร์ ซิตี้ ก็กำลังสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กัน สโมสรฟุตบอลหญิงเลสเตอร์ ซิตี้ ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 ในฐานะสโมสรฟุตบอลหญิงอิสระ โดยเริ่มลงเล่นในลีกระดับสมัครเล่น จนกระทั่งได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในศึก FA Women's Championship หรือดิวิชั่น 2 ของฟุตบอลหญิงของอังกฤษ ในฤดูกาล 2018-19 ก่อนที่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จะเข้ามาบริหารและเปลี่ยนสถานะเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2020กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ตั้งเป้าที่จะพัฒนาทีมฟุตบอลหญิงของเมืองเลสเตอร์อย่างยั่งยืน โดยถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาวงการฟุตบอลหญิงในระยะยาว ทั้งทีมระดับอาชีพ ระดับภูมิภาค ไปจนถึงระดับรากหญ้า ต๊อบ-อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ได้กล่าวถึงการเข้ามาบริหารสโมสรฟุตบอลหญิงเลสเตอร์ ซิตี้ ว่า “นี่คือวันที่ผมภาคภูมิใจมาก กับการได้สร้างทีมฟุตบอลหญิงให้เกิดขึ้นในสโมสรแห่งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมตั้งใจมานาน และวันนี้สิ่งนั้นได้เกิดขึ้นจริงแล้ว” สโมสรฟุตบอลหญิงเลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้มีการจัดการระบบต่างๆ รวมถึงเสริมทัพนักเตะใหม่หลายคน ในขณะที่ผู้จัดการคนเก่าอย่าง Jonathan Morgan ยังคงรับหน้าที่คุมทีมต่อไป โดยมีเป้าหมายที่จะเลื่อนชั้นไปเล่นในลีกสูงสุดให้ได้ ซึ่ง “จิ้งจอกสาว” ออกสตาร์ตอย่างร้อนแรง ด้วยสถิติ ชนะ 6 เสมอ 2 และแพ้ 1 ใน 9 เกมแรก ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งจ่าฝูงของลีกในเดือน ธันวาคม 2020 ต่อมาในเดือนมกราคม 2021 เป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อทีมได้ย้ายเข้าไปใช้สนามฝึกซ้อม Belvoir Drive สนามซ้อมเดิมของทีมชาย ที่มีมาตรฐานระดับพรีเมียร์ลีก มีเครื่องไม้เครื่องมือ ตลอดจนอุปกรณ์การฝึกซ้อมที่สมบูรณ์แบบ นับเป็นอีกหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวที่จะพัฒนาทีมฟุตบอลหญิงเลสเตอร์ ซิตี้ ให้ก้าวหน้าไปอย่างมั่นคงมากขึ้นทีม “จิ้งจอกสาว” ฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง คว้าชัยชนะติดต่อกัน 12 นัด นับเป็นสถิติสูงสุดของลีก เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2021 ด้วยการเอาชนะทีมลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสเซส 2 ประตูต่อ 0 ซึ่งในวันนั้นนอกจากจะเป็นวันที่พวกเธอคว้าแชมป์ลีกอย่างเป็นทางการทั้งที่ยังเหลือเกมการแข่งขันอีก 2 นัดแล้ว ยังเป็นวันคล้ายวันเกิดของ วิชัย ศรีวัฒนประภา อดีตประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ อีกด้วย Jonathan Morgan พาเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง ปิดฤดูกาล 2020-21 ใน คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยชัยชนะนัดสุดท้ายเหนือ ชาร์ลตัน ทีมหญิง 4 ประตูต่อ 0 คว้าแชมป์ FA Women's Championship โดยทำไป 50 คะแนน จากการลงเล่น 20…
Editor
8 September 2021
Happening

HAPPENING
เปิดแล้ว! คิง เพาเวอร์ และ ไทย เทสต์ ฮับ
1 กันยายนนี้ ย้ำสุขอนามัย และความปลอดภัยสูงสุดของลูกค้า

ร้านค้าปลอดอากร คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ศูนย์อาหารสตรีตฟู้ด ไทย เทสต์ ฮับ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และมหานคร คิวบ์ เปิดให้บริการอีกครั้ง ด้วยความมั่นใจ ภายใต้มาตรการด้านสุขอนามัย KING POWER CARE POWER สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวในวิถีใหม่ในรูปแบบ SAFETY SHOPPING & SAFETY SERVICES เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการให้บริการ ตามประกาศจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ให้ผ่อนคลายล็อกดาวน์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อนุญาตให้สามารถเปิดกิจการหรือจัดกิจกรรม ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเข้มงวด กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ในฐานะผู้ประกอบการที่ให้บริการธุรกิจท่องเที่ยวชั้นนำ ได้มีความพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการร้านค้าปลอดอากร คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และศูนย์อาหาร ไทย เทสต์ ฮับ ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเข้มงวดโดยแนวทางสำคัญในการเปิดให้บริการ คือ การเน้นย้ำมาตรการ KING POWER CARE POWER ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มาใช้บริการด้วยแนวคิด ‘SAFETY SHOPPING AND SAFETY SERVICES’ สำหรับทุกธุรกิจในกลุ่มบริษัทฯ โดยเน้นย้ำการปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัย D-M-H-T-T ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยอย่างสูงสุดในทุกมิติ และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นสำหรับลูกค้า พันธมิตรธุรกิจ และพนักงาน โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติตาม และตระหนักรู้ตามมาตรการป้องกันโควิดตามที่ภาครัฐกำหนดขึ้นมาเป็นข้อปฏิบัติสำหรับองค์กร ซึ่งร้านค้าปลอดอากร คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ เป็นต้นไป รวมถึงร้านค้าปลอดอากร คิง เพาเวอร์ พัทยา และภูเก็ต เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น. เช่นกัน สำหรับศูนย์อาหารไทย เทสต์ ฮับ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เริ่มเปิดให้สามารถนั่งรับประทานอาหารในร้านได้ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น. และสามารถสั่งเดลิเวอรีได้ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. ในส่วนของไทย เทสต์ ฮับ มหานคร คิวบ์ เปิดให้สามารถนั่งรับประทานอาหารในร้าน และบริการสั่งเดลิเวอรีได้ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. นอกจากนี้ยังเตรียมมอบประสบการณ์ช้อปสุดคุ้มต้อนรับการกลับมาเปิดให้บริการตลอดเดือนกันยายนนี้ โดย คิง เพาเวอร์ จัดแคมเปญ ‘คุ้มทุกวัน ช้อปได้ทุกวัน’ สำหรับสินค้าโฮม เดลิเวอรี (Home Delivery) ในราคาดิวตี้ ฟรี  โดยไม่ต้องมีไฟลต์บินที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และพัทยา สำหรับลูกค้าที่ช้อปที่สาขารางน้ำ ครบ 5,000 บาทขึ้นไป (สุทธิ) / ใบเสร็จ รับทันทีคูปองรับประทานอาหารที่ ไทย เทสต์ ฮับ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ มูลค่า 300 บาท…
Editor
1 September 2021
Happening

SPOTLIGHT
คลิปหอมติดมาสก์ pastel Clever Mask Clip ดีไซน์ใหม่! สดใสกว่าที่เคย

PHOTOGRAPHY: COURTESY OF BRANDS พกพาความหอมสดชื่นของ pastel Clever Mask Clip ติดตัวไปได้ทุกที่ หลังจากปลุกกระแสความสดชื่นให้กับมาสก์มาตลอด 2 เดือน วันนี้ pastel Clever Mask Clip ยังคงสร้างความสดใสอย่างต่อเนื่อง ด้วยดีไซน์ใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสิ่งที่มองเห็น สัมผัส และความรู้สึก ด้วย Movement ของ Wave Surface Design Pattern ผิวสัมผัสลายคลื่นที่นอกจากจะให้ความสวยงามและทันสมัยแล้ว ยังช่วยให้จับถนัดมือมากขึ้นอีกด้วยpastel Personal Card วางใจได้ ปลอดภัยชัวร์ ด้านตัวเจลที่ให้กลิ่นหอม ผ่านการคิดค้นส่วนประกอบ กระบวนการการผลิต และบรรจุภัณฑ์จากโรงงานที่ได้รับมาตรฐานการผลิตเครื่องสำอาง จึงปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน ส่วนตัวคลิป ผลิตจากพลาสติก Food Grade ผสม Nano Zinc ที่มีคุณสมบัติยับยั้งการเกิดเชื้อแบคทีเรีย และผ่านการตรวจสอบแล้วว่าวัสดุที่ใช้ปราศจากการปนเปื้อนของสารปรอทและสารตะกั่ว สำหรับวิธีการทำความสะอาดก็ง่าย เพียงใช้กระดาษทิชชูชุบน้ำเช็ดส่วนที่เป็นพลาสติกคลิปpastel พร้อมแล้วที่จะให้คุณพกพาความหอมสดชื่นของ Clever Mask Clip ดีไซน์ใหม่ ติดตัวไปได้ทุกที่ มีให้เลือก 5 กลิ่นหอม 1 ซองมีจำนวน 2 คลิป ราคาซองละ 50 บาท สามารถสั่งซื้อทางช่องทางออนไลน์ pastelcreative: Facebook / Instagram / Line หรือติดตามกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.pastelcreative-x8.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ King Power Contact Centre โทร.1631
Editor
1 September 2021
Happening

Happening
อร่อยพร้อมเสิร์ฟอาหารโรงแรมแบบ “เดลิเวอรี”
โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ

โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบ “เดลิเวอรี” เพื่อให้คุณเพลิดเพลินไปกับอาหารจานโปรดได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงาน มีหลากหลายเมนูให้เลือกรับประทาน ตั้งแต่ ขนมอบ พาสต้า พิซซ่า อาหารไทย อาหารนานาชาติ ไปจนถึงข้าวกล่องญี่ปุ่น และเมนูโอมากาเสะใส่กล่องระดับพรีเมียม โดยสามารถเลือกและสั่งอาหารพร้อมชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ของโรงแรมฯ หรือใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี ได้แก่ Robinhood (โรบินฮู้ด) และ LINE MAN (ไลน์แมน) นอกจากนี้ยังมีบริการอาหารแบบใส่กล่อง “Takeaway” มาให้คุณเลือกรับด้วยตนเองได้ที่จุด Drive Thru สะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องลงจากรถ สั่งอาหารออนไลน์ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 - 19.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2680 9999 เริ่มต้นเช้าวันใหม่กับขนมอบจากเตา “THE JUNCTION” ชวนมาสัมผัสกลิ่นความหอมละมุมของขนมอบยามเช้า สดใหม่ เนื้อนุ่มหอมฉ่ำเนย พร้อมเสิร์ฟ 12 เมนู ได้แก่ ครัวซองต์เนย ครัวซองต์ช็อกโกแลต ครัวซองต์รัมเรซิ่น เดนิชอัลมอนด์ เดนิชชินนาม่อน เดนิชช็อกโกแลตคาราเมล เดนิชครีมชีส เดนิชแคนเบอร์รี่ เดนิชคาราเมลนัท เดนิชสับปะรด เดนิชบลูเบอร์รี่ และเดนิชราสเบอร์รี่ ราคา 55 บาทต่อชิ้น บริการสั่งขนมอบออนไลน์ Takeaway l LINE MAN รับออร์เดอร์ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 - 19.00 น. คลิกสั่งเลย! เติมเต็มช่วงเวลาพิเศษให้กับครอบครัว “CUISINE UNPLUGGED” หากใครกำลังมองหามื้ออาหารแสนอร่อย ขอแนะนำ พิซซ่าและพาสต้าโฮมเมด รังสรรค์จากแป้งนำเข้าประเทศอิตาลีที่ผ่านการบ่มนานถึง 72 ชั่วโมง จึงได้พิซซ่าที่กรอบและหนึบเล็กน้อย เสิร์ฟสดใหม่ทุกวัน สำหรับพิซซ่ามีให้เลือก 8 หน้า ได้แก่ มาร์เกริต้า ซีส ฮาวายเอี้ยน พาร์ม่าแฮม ไก่ติกก้า ซีฟู้ด แซลมอนรมควัน และปูอัด ขณะที่พาสต้านำเสนอ 4 เมนูให้ลิ้มลอง ได้แก่ เพนน่าอาราเบียตต้า สปาเกตตี้โบโลเนส สปาเก็ตตี้ซีฟู้ดและซอสมะเขือเทศ และพาสต้าโอลิโอ้ นอกจากนี้ยังมีอาหารไทยอย่าง ต้มข่าไก่เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ และเครื่องดื่มให้บริการอีกด้วย ราคาพิซซ่าเริ่มต้นที่ 169 บาท บริการสั่งอาหารออนไลน์ Takeaway l LINE MAN l Robinhood รับออร์เดอร์ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น. คลิกสั่งเลย! อร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้ต้อง “TENSHINO” สัมผัสประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ได้ที่บ้าน อิ่มอร่อยไปกับเมนูข้าวกล่องญี่ปุ่น (ดงบุริ) ที่มีให้เลือกถึง 8 หน้า ได้แก่ หน้ากุ้งทอด หน้าปลาไหลย่าง หน้าสเต๊กเนื้อ หน้าหมูย่างมิโสะ หน้าหมูอิเบริโค หน้าปลาแซลมอนย่างเกลือ หน้าแซลมอนย่างเทอริยากิ หน้าไก่ย่าง ตบท้ายความอร่อยด้วยสลัดซีฟู้ด ราคาเริ่มต้นที่ 190 บาท…
Editor
23 August 2021
Happening

Happening
คิง เพาเวอร์ เสริมทัพให้บริการ
KING POWER CHAT TO SHOP

คิง เพาเวอร์ ปรับแผนเสริมทัพเพิ่มอีกหนึ่งช่องทางให้บริการ “KING POWER CHAT TO SHOP อยู่ที่ไหนก็ช้อปฟิน ไม่ต้องมีไฟลต์บิน” รับประสบการณ์ซื้อสินค้าโฮม เดลิเวอรี ในราคาดิวตี้ ฟรี พร้อมโปรโมชั่นพิเศษจาก คิง เพาเวอร์ ได้ในระหว่างอยู่บ้านอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า “จากแนวทางการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ความเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการใช้ชีวิต รวมถึงรูปแบบการช้อปปิ้งของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป เป็นสาเหตุทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวและหารูปแบบใหม่ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ซึ่งทาง คิง เพาเวอร์ ก็ให้มีการเปิดช่องทาง ‘KING POWER CALL TO SHOP ช้อปง่าย ช้อปคุ้ม ส่งไว’ ที่หมายเลข 0 2338 7870 โดยมีลูกค้าให้ความสนใจ โทร. สอบถามสินค้าจาก คิง เพาเวอร์ อย่างต่อเนื่อง ไปเมื่อไม่นานมานี้และเพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการแบบ Service Beyond Expectation ที่ไร้ขีดจำกัด คิง เพาเวอร์ จึงเพิ่มช่องทางให้บริการรูปแบบใหม่ล่าสุดภายใต้บริการ ‘KING POWER CHAT TO SHOP อยู่ที่ไหนก็ช้อปฟิน ไม่ต้องมีไฟลต์บิน’ เป็นช่องทางให้บริการจาก คิง เพาเวอร์ ที่ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าจาก คิง เพาเวอร์ ได้ง่ายๆ จากที่บ้านเหมือนมาช้อปด้วยตัวเอง ผ่านช่องทาง LINE Application เพียงเพิ่มเพื่อน LINE: @KP_ChatToShop หรือ LINE: @Kingpowerofficial เพื่อสอบถามสินค้าโฮม เดลิเวอรี โดยไม่ต้องมีไฟลต์บิน เสมือนมี Personal Shopper ส่วนตัว ให้บริการแนะนำและช่วยเลือกซื้อสินค้าอย่างใกล้ชิด ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า พร้อมจัดส่งสินค้าภายใน 7 วัน โดยให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 21.00 น. จากการเพิ่มช่องทางของ คิง เพาเวอร์ ทั้ง 2 ช่องทางนี้ ถือเป็นการสร้าง ‘โอกาส’ ในการเข้าถึงลูกค้าแบบคนต่อคน หรือเป็นการทำการตลาดแบบ One to One Marketing ซึ่งเป็นหนึ่งใน Personalised Marketing ที่สามารถเข้าถึงและเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น ในส่วนของลูกค้าที่เป็นสมาชิก คิง เพาเวอร์ อยู่แล้ว ในขณะเดียวกันยังสามารถสร้างฐานลูกค้าใหม่ให้กับ คิง เพาเวอร์ ได้อีกด้วย”สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการ ‘KING POWER CHAT TO SHOP อยู่ที่ไหนก็ช้อปฟิน ไม่ต้องมี ไฟลต์บิน’ และบริการ ‘KING POWER CALL TO SHOP ช้อปง่าย ช้อปคุ้ม ส่งไว’ ที่หมายเลข 0 2338 7870 ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ สามารถรับความคุ้มค่าจากสินค้าแผนกน้ำหอม…
Editor
20 August 2021